เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 170 - ไร้ผู้ต่อกร!

บทที่ 170 - ไร้ผู้ต่อกร!

บทที่ 170 - ไร้ผู้ต่อกร!


บทที่ 170 - ไร้ผู้ต่อกร!

อิ๋งเทียนตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เหวี่ยงหมัดสวนกลับไปปะทะกับโมซาน

สองหมัดปะทะกัน

หมัดอันทรงพลังระเบิดอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัว หมัดของอิ๋งเทียนระเบิดออกทันที เลือดสาดกระจายเต็มท้องฟ้า

"เป็นไปได้ยังไง"

มองดูแขนที่ไร้ฝ่ามือ อิ๋งเทียนตกตะลึงและโกรธแค้น

ไม่อยากเชื่อความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า

ในจังหวะนั้นเอง

หมัดของโมซานยังคงพุ่งต่อไปไม่หยุดยั้ง กระแทกเข้ากลางอกของอิ๋งเทียนอย่างจัง

ราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบ กระดูกหน้าอกของอิ๋งเทียนแตกละเอียด

ร่างทั้งร่างปลิวละลิ่ว กระเด็นไปไกลหลายกิโลเมตร ก่อนจะกระแทกพื้นอย่างแรงจนฝุ่นตลบ

"แข็งแกร่งมาก"

ดวงตาของซูเป่ยเฉินเป็นประกาย ความแข็งแกร่งของโมซานเหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก

มิน่าเล่าซูซื่อถึงกล้าการันตีว่าโมซานจะช่วยเขาสังหารอิ๋งเทียนได้

เมื่อนึกถึงต้นกำเนิดพลังของอิ๋งเทียน แววตาของซูเป่ยเฉินก็เต็มไปด้วยความโลภ

หากเขาได้กลืนกินร่างกายของอิ๋งเทียน ย่อยสลายต้นกำเนิดจนหมดสิ้น ในภายภาคหน้า

เขาจะต้องกลายเป็นสุดยอดอัจฉริยะอย่างแน่นอน

เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้

ซูเป่ยเฉินหันไปมองหลิวชิงหราน แล้วแสยะยิ้มเย็น "ตอนนี้ไม่มีใครมากวนพวกเราแล้วนะ ศิษย์พี่หญิงที่รัก"

พูดจบ ซูเป่ยเฉินก็เตรียมจะลงมือ

แทบจะในเวลาเดียวกัน หลิวชิงหรานหน้าเปลี่ยนสี เตรียมจะบีบหยกในมือให้แตก

นี่คือสิ่งที่ประมุขศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่มอบให้นางก่อนออกเดินทาง

หากเจออันตรายก็สามารถกระตุ้นการใช้งาน เพื่อแจ้งข่าวให้เฉินเสวียนรู้ทันที

หลิวชิงหรานไม่อยากรบกวนเฉินเสวียน ดังนั้นถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ นางจะไม่ใช้มัน

แต่ตอนนี้ความห่างชั้นระหว่างนางกับซูเป่ยเฉินมีมากเกินไป หากไม่ใช้ นางต้องตายอยู่ที่นี่แน่นอน

ก่อนจะได้แก้แค้น หลิวชิงหรานยังไม่อยากตาย

"คนทรยศ คิดจะรังแกคนเผ่าเดียวกันรึ"

เสียงเย็นชาดังขึ้นฉับพลัน ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

แสงกระบี่เจิดจ้าสาดส่องทั่วท้องนภา ขับไล่ความมืดมิดรอบด้าน ราวกับแสงสว่างแห่งธรรมได้มาเยือน ความมืดจำต้องถอยร่น

ผัวะ

พระบุตรเจี่ยวเย่ว์ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าซูเป่ยเฉิน แล้วซัดหมัดใส่เต็มแรง

ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่าน ราวกับคลื่นยักษ์ที่ถาโถมระลอกแล้วระลอกเล่า เล่นเอาซูเป่ยเฉินแทบจะสำรอกน้ำย่อยออกมา

โครม

ร่างของซูเป่ยเฉินกระแทกพื้นอย่างแรง เขาข่มความเจ็บปวด พยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

"ใคร"

ซูเป่ยเฉินตาแดงก่ำ ราวกับสัตว์ป่าที่เสียสติ

"จำใส่กะลาหัวไว้ ท่านปู่เจี่ยวเย่ว์ของเจ้าไง"

"ลงนรกไปแล้ว ก็อย่าลืมบอกยมบาลล่ะว่าใครส่งเจ้าไป"

พระบุตรเจี่ยวเย่ว์เดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า แสงเทพรอบกายแผ่ซ่าน

ย้อมเส้นผมของเขาจนกลายเป็นสีขาวโพลน ราวกับเทพจันทราที่เดินดิน กลิ่นอายยิ่งใหญ่กดข่มสรรพสัตว์

ชวนให้ผู้คนยำเกรง

"พระบุตรเจี่ยวเย่ว์"

ซูเป่ยเฉินกัดริมฝีปากแน่น แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย

ทำไมกัน

ทำไม

ทุกครั้งในช่วงเวลาสำคัญ ต้องมีใครสักคนโผล่มาช่วยหลิวชิงหรานเสมอ

แต่กับเขา กลับไม่มีใครเลย

ทำไมสวรรค์ถึงไม่ยุติธรรมเช่นนี้

ซูเป่ยเฉินรู้สึกคับแค้นและน้อยเนื้อต่ำใจอย่างที่สุด

เดิมทีเขาจะจัดการหลิวชิงหรานได้อยู่แล้วเชียว

แต่ทุกครั้งที่เกือบจะทำสำเร็จ ก็ต้องมีมารผจญโผล่มาขวาง

ไม่ว่าจะเป็นอิ๋งเทียน หรือพระบุตรเจี่ยวเย่ว์ ต่างก็โผล่มาในจังหวะนรกแตกทั้งนั้น

"เจ้าควรดีใจนะที่คนที่โผล่มาเป็นข้า ไม่ใช่พระบุตรไท่ชู"

"ไม่อย่างนั้น หมัดเมื่อกี้คงไม่ปล่อยให้เจ้ามีโอกาสมายืนหายใจรวยรินอยู่ตรงนี้หรอก"

พระบุตรเจี่ยวเย่ว์แค่นหัวเราะ เลิกสนใจซูเป่ยเฉิน

หันไปถามอิ๋งเทียนว่า "ไหวไหม"

"ไหว"

เผชิญหน้ากับการโจมตีอันบ้าคลั่งของโมซาน อิ๋งเทียนถูกกดดันจนโงหัวไม่ขึ้น ตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์

นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แม้แต่พระบุตรเจี่ยวเย่ว์ก็ยังประหลาดใจ "ไอ้มารนี่เก่งชะมัด กดอิ๋งเทียนซะอยู่หมัด อย่างน้อยๆ ก็ต้องระดับเดียวกับเฉินเสวียนหรือจวินหลินแน่ๆ"

ในสายตาคนส่วนใหญ่ ณ ตอนนี้

อัจฉริยะที่เก่งที่สุด ย่อมเป็นเฉินเสวียนกับจวินหลิน

รองลงมาคืออิ๋งเทียนและพระบุตรเสวียนอู่

สองคนหลังเป็นรองแค่เฉินเสวียนกับจวินหลิน หากต้องเจอกับเฉินเสวียน อิ๋งเทียนย่อมสู้ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นคนอื่น เขาจัดการได้สบาย

ตามปกติแล้ว หากเฉินเสวียนกับจวินหลินไม่ปรากฏตัว อิ๋งเทียนก็นับว่าเป็นอัจฉริยะที่แกร่งที่สุด

น้อยคนนักจะทัดเทียมได้

แต่จู่ๆ ก็มีบุตรแห่งมารโผล่มา แถมยังไล่ต้อนอิ๋งเทียนได้อยู่หมัด

เรื่องนี้ทำให้พระบุตรเจี่ยวเย่ว์ตกตะลึง

ฝีมือขนาดนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

"คิดจะหนีรึ"

สัมผัสได้ว่าซูเป่ยเฉินกำลังจะชิ่ง พระบุตรเจี่ยวเย่ว์แสยะยิ้ม

จัดการคนอื่นไม่ได้ แต่กับไอ้ระดับปรมาจารย์แค่นี้ แค่กระดิกนิ้วก็เรียบร้อยแล้ว

พูดจบ พระบุตรเจี่ยวเย่ว์ก็ซัดหมัดออกไป กระแทกใส่ความว่างเปล่า

ตูม

ไกลออกไป ร่างของซูเป่ยเฉินที่กำลังจะหนีระเบิดออกทันที กลายเป็นก้อนเลือดนับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงสู่มหาสมุทรอันเวิ้งว้าง

ต่อให้ซูเป่ยเฉินจะปีศาจแค่ไหน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดอัจฉริยะอย่างพระบุตรเจี่ยวเย่ว์ ก็ไม่อาจต้านทานได้

ช่องว่างของระดับพลังมันมากเกินไป จนซูเป่ยเฉินไม่อาจก้าวข้าม

แต่นี่ก็เป็นเรื่องปกติ

ถ้าซูเป่ยเฉินชนะพระบุตรเจี่ยวเย่ว์ได้ ก็แสดงว่าเขาเกือบจะอยู่ระดับเดียวกับจวินหลินแล้ว

ทว่าช่องว่างยังคงกว้างใหญ่ แม้จะมีชะตาฟ้าลิขิตคอยหนุนหลัง ก็ไม่อาจถมช่องว่างนี้ได้

หากอยู่ระดับเดียวกัน

ต่อให้เป็นขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังมีโอกาสต่อกร

แต่แค่ระดับปรมาจารย์ ทำให้ซูเป่ยเฉินหมดสิทธิ์ลุ้นโดยสิ้นเชิง

"ไอ้สวะ"

เห็นซูเป่ยเฉินถูกพระบุตรเจี่ยวเย่ว์ต่อยจนแหลกเหลว โมซานก็ไม่ได้ใส่ใจ

เขาไม่เคยเห็นซูเป่ยเฉินอยู่ในสายตาอยู่แล้ว

ที่เขาลงมือกับอิ๋งเทียน ก็เพราะเผ่ามารมีข้อตกลงกับสำนักมาร บวกกับเขาอยากจะฆ่าอัจฉริยะพวกนี้อยู่แล้ว จึงลงมือ

ไม่อย่างนั้น

โมซานคงไม่ชายตามองซูเป่ยเฉินด้วยซ้ำ

ในสายตาของเขา ซูเป่ยเฉินก็คือสวะขนานแท้

ยิ่งกว่าสวะเสียอีก

"เข้ามาพร้อมกันเลย"

พระบุตรเจี่ยวเย่ว์สีหน้าเคร่งเครียด ด้านหลังปรากฏดวงจันทร์ดวงใหญ่ ลอยเด่นเป็นสง่าดั่งเทพจันทรา พุ่งเข้าใส่ศัตรู

อิ๋งเทียนไม่ได้ปฏิเสธ

แม้เขาจะหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่ก็รู้ดีว่าลำพังตัวคนเดียว ไม่มีทางสังหารมารตนนี้ได้

"เพิ่มมาอีกตัวแล้วจะเป็นไรไป"

"พวกเจ้าเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก"

"จุดจบยังคงเหมือนเดิม แค่มีคนตายเพิ่มขึ้นอีกศพเท่านั้น"

แม้พระบุตรเจี่ยวเย่ว์จะเข้าร่วมวงไพบูลย์ แม้ฝ่ายตรงข้ามจะมีจำนวนมากกว่า แต่โมซานก็ยังไม่แยแส

เขามองทั้งสองคนด้วยสายตาเหยียดหยาม มั่นใจว่าสามารถกวาดล้างได้ทั้งคู่

"ช่างเป็นไอ้เวรที่อวดดีจริงๆ ข้าไม่ได้เจอคนแบบนี้มานานแล้ว"

"แต่ยิ่งเจอคนแบบเจ้า ข้ายิ่งตื่นเต้น"

พระบุตรเจี่ยวเย่ว์หัวเราะร่า หมัดขนาดเท่าหม้อแกงเปรียบดั่งขุนเขา ถล่มใส่โมซาน

"ลูกไม้กระจอก"

มุมปากของโมซานยกยิ้มเย้ยหยัน ปล่อยให้พระบุตรเจี่ยวเย่ว์ต่อยโดยไม่คิดจะปัดป้อง

เคร้ง

เสียงปะทะกันดังสนั่น ราวกับโลหะเทพสองชิ้นกระแทกใส่กัน เสียงใสกังวานบาดหู

แข็งขนาดนี้เชียว?

สีหน้าของพระบุตรเจี่ยวเย่ว์แข็งค้าง รู้สึกเหมือนตัวเองต่อยใส่แผ่นเหล็กไหล

ร่างกายที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานทำเอาแขนของเขาชาหนึบ

ไม่ได้เจอแบบนี้มานานแล้วแฮะ

"ร่างกายของมันแข็งแกร่งมาก ระวังตัวด้วย"

อิ๋งเทียนตะโกนเตือน

พร้อมกันนั้น แสงกระบี่ก็พุ่งทะยาน ฟันใส่โมซาน

เช่นเคย โมซานไม่คิดจะหลบ ใช้ร่างกายรับคมกระบี่ตรงๆ

"ทำไมอัจฉริยะอย่างพวกเจ้าถึงมีน้ำยาแค่นี้"

"ความสามารถที่จะทำให้ข้าเลือดออกสักหยดก็ยังไม่มี"

โมซานย่ามใจถึงขีดสุด เหวี่ยงหมัดใส่ศีรษะของพระบุตรเจี่ยวเย่ว์ ซัดจนกระเด็น

พลังอันน่ากลัวระเบิดออก ทำให้พระบุตรเจี่ยวเย่ว์กระอักเลือดคำโต

หลังจากจัดการพระบุตรเจี่ยวเย่ว์เสร็จ โมซานก็เตะเข้าที่หน้าอกของอิ๋งเทียน

ราวกับเตะลูกบอล เตะอิ๋งเทียนกระเด็นไปไกล

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 170 - ไร้ผู้ต่อกร!

คัดลอกลิงก์แล้ว