- หน้าแรก
- ระบบปล่อยจอย: ยิ่งขี้เกียจ ข้ายิ่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 120 - วารีสัจธรรมปรากฏ ตัวนิ่มเผยโฉม
บทที่ 120 - วารีสัจธรรมปรากฏ ตัวนิ่มเผยโฉม
บทที่ 120 - วารีสัจธรรมปรากฏ ตัวนิ่มเผยโฉม
บทที่ 120 - วารีสัจธรรมปรากฏ ตัวนิ่มเผยโฉม
"ถึงแล้ว"
แววตาของมู่ชิงฮานฉายความเด็ดเดี่ยว นางจ้องมองไปยังเบื้องหน้าไม่ไกลนัก
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างกรูไปที่หัวเรือ เพ่งมองออกไปพร้อมกัน
ในหนานโจวที่มืดมิดไร้แสงตะวัน มีต้นไม้ยักษ์ต้นหนึ่งตั้งตระหง่านค้ำฟ้า
ผิดกับสภาพแวดล้อมที่หม่นหมอง ต้นไม้ยักษ์นี้กลับเขียวชอุ่ม แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่ว ดูยิ่งใหญ่ตระการตา
ใต้ต้นไม้ มีแอ่งน้ำใสกระจ่างส่องแสงระยิบระยับ แม้แสงจะอ่อนจางแต่พลังปราณที่แผ่ออกมาทำให้ทุกคนถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว
นั่นคือแอ่งน้ำใสบริสุทธิ์เพียงแห่งเดียวใต้ต้นไม้ ไร้มลทิน ไม่ถูกไอชั่วร้ายแปดเปื้อนแม้แต่น้อย
วารีสัจธรรมสามวิญญาณ
สมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง มีเพียงในแดนมารเท่านั้น
สามารถดูดซับไอชั่วร้าย และเปลี่ยนให้เป็นพลังงานบริสุทธิ์มหาศาล
ต้นไม้ยักษ์ข้างๆ นั่นคือหลักฐานชั้นดี
แต่เนื่องจากเงื่อนไขการก่อกำเนิดที่โหดหิน จึงมักจะโผล่มาแบบงงๆ ในที่ที่มีไอชั่วร้ายพลุ่งพล่านอย่างแดนมาร
ต้องอาศัยจังหวะเวลา สถานที่ และปัจจัยที่ลงตัว ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้
สมบัติฟ้าประทานเช่นนี้ แม้เวลาผ่านไปหมื่นปีก็ใช่ว่าจะโผล่มาให้เห็น
ครั้งล่าสุดที่ปรากฏขึ้นมา ต้องย้อนไปเมื่อแปดหมื่นปีก่อน
ความมหัศจรรย์ที่สุดของมันคือการชำระล้างทุกสรรพสิ่ง
แค่คุณสมบัติที่ไม่ถูกไอชั่วร้ายกัดกินก็เพียงพอที่จะยกย่องให้เป็นสมบัติล้ำค่าระดับตำนาน
มีของวิเศษเพียงหยิบมือเท่านั้นที่ทำได้เช่นนี้
สรรพคุณของมันเหลือร้าย สามารถขัดเกลาพลังปราณในกายให้บริสุทธิ์ถึงขีดสุด ชำระล้างเลือดเนื้อและกระดูก
ยกระดับพรสวรรค์ขึ้นร้อยเท่า
พรสวรรค์เป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิด ยากจะแก้ไข แต่ยาวิเศษที่สามารถเพิ่มพรสวรรค์ได้เช่นนี้ ย่อมมีค่าควรเมือง
แน่นอนว่าสรรพคุณที่น่ากลัวที่สุดคือการชำระล้างทุกอย่างในร่างกาย
พิษร้าย ไอชั่วร้าย หรือแม้แต่เพลิงวิญญาณ ก็สามารถชำระล้างได้อย่างหมดจด ไร้ผลข้างเคียง
ก่อนหน้านี้เย่ชิงเฉิงพลาดท่าไปติดเชื้อเพลิงวิญญาณในสถานที่อัปมงคลแห่งหนึ่ง
เพลิงวิญญาณนี้ประหลาดพิสดาร มีคำสาปแฝงอยู่ ไม่สามารถหลอมรวมได้
แม้จะใช้วิธีสารพัด ก็ไม่อาจสั่นคลอนมันได้
มันฝังรากลึกอยู่ในกายของนาง
อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ใดๆ ล้วนไร้ผล มีเพียงวารีสัจธรรมสามวิญญาณเท่านั้นที่ช่วยได้
"เฮ้อ!"
"วาสนาช่างยิ่งใหญ่เสียจริง ไม่นึกว่าพวกเราจะได้เจอวารีสัจธรรมสามวิญญาณในตำนาน"
"ขอเพียงดื่มเข้าไปอึกเดียว นับแต่นี้ไปแม่นางเย่ก็ไม่ต้องทนทรมานจากเพลิงวิญญาณประหลาดนั่นอีก"
"ข้าดีใจแทนแม่นางเย่จากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ"
"ดื่มสิ แม่นางเย่ รีบดื่มเร็วเข้า ทำไมท่านถึงไม่ดื่มเล่า"
ผู้อาวุโสสิบสี่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม หนวดเครากระดิกด้วยความยินดี พยายามคะยั้นคะยอไม่หยุด
"ขอบคุณผู้อาวุโสสิบสี่ที่เป็นห่วง"
เย่ชิงเฉิงผงกศีรษะเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยตามปกติ ไม่ได้แสดงความดีใจจนออกนอกหน้า
คนอื่นๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
สมบัติล้ำค่าวางโทนโท่อยู่ตรงนี้โดยไม่มีใครมาเก็บไป มันชวนให้ไม่สบายใจจริงๆ
และคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรพันปี ประสบการณ์โชกโชน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน
ที่มาของข่าวนี้ก็คลุมเครือ มันดูแปลกประหลาดเกินไป
"ทุกท่านระวังตัวให้ดี!"
"วารีสัจธรรมสามวิญญาณหายากยิ่งนัก มีค่าควรเมือง แต่กลับวางอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัยไร้คนแตะต้อง มันพิรุธชัดๆ"
ผู้อาวุโสสูงสุดเตือนสติ สถานการณ์นี้มันผิดปกติเกินไป แผนตื้นๆ ที่แม้แต่เด็กอมมือยังดูออก
ผู้อาวุโสสิบสี่กลับดูไม่ออกงั้นรึ?
ไม่คิดจะเนียนหน่อยหรือไง
นี่คือสาเหตุที่แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ส่งผู้อาวุโสมาเก้าคน
เดิมทีมีแปด แต่ผู้อาวุโสสิบสี่ดึงดันขอตามมาด้วย จึงต้องพามันมา
"ผู้อาวุโสสิบสี่ใจร้อนปานนี้ ไม่ลองดื่มก่อนสักอึกเล่า"
มู่ชิงฮานเสนอแนะ
"ท่านประมุข น้ำทิพย์นี่ล้ำค่ามาก ควรให้แม่นางเย่ดื่มก่อน"
"ผู้อาวุโสตัวเล็กๆ อย่างข้า จะกล้าแตะต้องได้อย่างไร"
"การดื่มน้ำทิพย์นี่มันฟินจะตายไป ข้าไม่รบกวนดีกว่า"
ผู้อาวุโสสิบสี่หน้าเจื่อน รีบปฏิเสธพัลวัน
"งั้นรออีกหน่อยเถอะ"
"ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา วารีสัจธรรมสามวิญญาณยังดูดซับไอชั่วร้ายอยู่ เอามาใช้ไม่ได้"
"ต้องรอให้มันหยุดดูดซับ เราค่อยบรรจุลงในแจกันหยกขาว"
มู่ชิงฮานกวาดตามองไปรอบๆ แววตาฉายความตื่นเต้นระคนยินดี
รออีกแค่อึดใจเดียว ให้ชิงเฉิงของนางได้ดื่ม มันก็จะสำเร็จเสร็จสิ้น
แค่คิดว่าชิงเฉิงเพื่อนรักจะหลุดพ้นจากความทรมานของเพลิงวิญญาณ นางก็ดีใจจนเนื้อเต้น
แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่จะได้มียอดฝีมือระดับท็อปเพิ่มขึ้นมาอีกคน
ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
มีเพียงผู้อาวุโสสิบสี่ที่แววตาฉายความผิดหวังวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่งเล็กน้อย แล้วจางหายไปในพริบตา
...
ไม่กี่ชั่วยามผ่านไป
ดวงตาของทุกคนลุกวาว ได้เวลาแล้ว
ไอชั่วร้ายที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบวารีสัจธรรมสามวิญญาณค่อยๆ สลายตัว ลอยฟุ้งไปทั่วทิศ
พลังปราณบริสุทธิ์พุ่งทะยานเสียดฟ้า
ทุกคนรู้ดีว่าเวลาที่รอคอยมาถึงแล้ว
"ข้าเอง!"
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ มู่ชิงฮาน กระโจนลงไป คว้าแจกันหยกขาวเตรียมจะตักน้ำ
ในวินาทีที่นางกำลังจะยิ้มออกมานั้น
ฟ้าดินพลันสั่นสะเทือน
ราวกับไปแตะโดนกลไกมรณะบางอย่างเข้า ทำให้โลกทลายลงมา
ในขณะที่สั่นสะเทือนนั้น
อักขระสาปสีดำทมิฬพรูพรั่งออกมาจากต้นไม้ยักษ์ราวกับฝูงแมลงปีกแข็ง
อักขระโบราณอันหนักอึ้งปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ ปกคลุมฟ้าดิน
ที่แท้ต้นไม้นี้ คือค่ายกลที่จอมมารระดับสูงสร้างไว้เพื่อพิทักษ์วารีสัจธรรมสามวิญญาณ
ทันทีที่มีคนแตะต้องน้ำทิพย์ มันจะทำงานทันที
ทุกคนหน้าถอดสี
ในชั่วพริบตา อักขระมารสีดำก็ปกคลุมทั่วโลกหล้า ก่อตัวเป็นค่ายกลวงกลมสีดำขังทุกคนไว้ข้างใน
การติดต่อกับโลกภายนอกถูกตัดขาดสิ้นเชิง
ฉีกมิติหนีไม่ได้ วิชามุดดินเหาะเหินเดินอากาศก็ถูกสกัดกั้น
ท่ามกลางความโกลาหล ผู้อาวุโสสิบสี่แสยะยิ้มเหี้ยม เขาแอบเหลือบมองแกนกลางของค่ายกล
ล็อคเป้าหมายไปที่ประมุขไท่ชู มู่ชิงฮาน ที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วย่องเงียบไปข้างหลังนาง
"มู่ชิงฮาน เจ้าขัดขวางแผนการข้า ไม่ดื่มเจ้าก็ต้องตาย!"
ผู้อาวุโสสิบสี่คำรามลั่น ซัดฝ่ามือวิญญาณมารเข้าใส่แผ่นหลังของมู่ชิงฮาน หวังจะลอบกัดให้ตายในฝ่ามือเดียว
คนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มคือมู่ชิงฮาน ขอแค่ทำให้นางบาดเจ็บสาหัสได้
ภารกิจของเขาก็ถือว่าสำเร็จ
ทันทีที่เขาลงมือ ผู้อาวุโสสูงสุดที่อยู่ด้านข้างก็แค่นเสียงอย่างดูแคลน ปลดปล่อยคลื่นดาบอันมหาศาลฟันเข้าใส่ผู้อาวุโสสิบสี่ด้วยความเร็วแสง!
มู่ชิงฮานเองก็ราวกับรู้ล่วงหน้า หันขวับกลับมา จ้องมองผู้อาวุโสสิบสี่ด้วยสายตาเย็นชา
พร้อมกับสะบัดปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ออกไป
ตูม!
คลื่นดาบและปราณกระบี่ปะทะกัน ระเบิดตูมตามบนร่างของผู้อาวุโสสิบสี่
พลังทำลายล้างมหาศาลทำให้แขนขาของเขากลายเป็นหมอกเลือดในพริบตา
เหลือเพียงเศษเสี้ยววิญญาณที่ร่อแร่
"เป็นไปไม่ได้!"
ผู้อาวุโสสิบสี่ตกตะลึงสุดขีด เศษวิญญาณเฮือกสุดท้ายสั่นไหวด้วยความตระหนก
เขาควรจะทำสำเร็จสิ ทำไม ทำไมคนพวกนี้ถึงรู้ตัวล่วงหน้า!
มันเป็นไปไม่ได้!
เขาไม่มีทางถูกเปิดโปงแน่!
"หึ ผู้อาวุโสสิบสี่ช่างวางแผนแยบยลนัก!"
"เจ้าเป็นถึงผู้อาวุโสผู้ทรงเกียรติแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ กลับสมคบคิดกับพวกเผ่ามาร ทรยศสำนัก!"
ผู้อาวุโสสูงสุดใช้มือใหญ่ตะปบดวงวิญญาณของเขาไว้ เบิกตากว้างตวาดลั่น
ผู้อาวุโสคนนี้ในสายตาของเขา บัดนี้เป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่ง
โชคดีที่พวกเขารู้ตัวก่อน เตรียมการมาพร้อม
ไม่อย่างนั้นท่านประมุขคงแย่แน่
"ในเมื่อรู้กันหมดแล้ว ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเล่นละครอีกต่อไป"
"ตัวข้าคือสายลับระดับพระกาฬที่ควบตำแหน่งในสำนักมารนอกรีตแห่งแดนมารและตระกูลเย่แห่งยุคบรรพกาล"
"รหัสลับ... ตัวนิ่ม"
[จบแล้ว]