- หน้าแรก
- ระบบปล่อยจอย: ยิ่งขี้เกียจ ข้ายิ่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 70 - ลึกลับซับซ้อน อัจฉริยะผู้แข็งแกร่งที่สุด! จวินหลินแห่งเผ่ากิเลน
บทที่ 70 - ลึกลับซับซ้อน อัจฉริยะผู้แข็งแกร่งที่สุด! จวินหลินแห่งเผ่ากิเลน
บทที่ 70 - ลึกลับซับซ้อน อัจฉริยะผู้แข็งแกร่งที่สุด! จวินหลินแห่งเผ่ากิเลน
บทที่ 70 - ลึกลับซับซ้อน อัจฉริยะผู้แข็งแกร่งที่สุด! จวินหลินแห่งเผ่ากิเลน
หลังความวุ่นวายผ่านพ้นไป การประลองคู่ที่สี่ก็มาถึง ในช่วงท้ายของการแข่งขันเช่นนี้ ตัวแทนของแต่ละเผ่าพันธุ์ล้วนเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้ง ไร้ข้อกังขาใดๆ
ฝ่ายมนุษย์ส่งองค์ชายใหญ่ "อิ๋งเทียน" ลงสนามเพื่อชิงแต้มสำคัญในกระดานนี้ ส่วนฝ่ายเผ่าพันธุ์หมื่นอสูรก็ส่ง "เย่ว์ซาน" อัจฉริยะระดับปีศาจจากเผ่าเต่าดำเสวียนอู่ลงมาประจันหน้า ทั้งสองต่างเป็นยอดคนเหนือยอดคน เป็นตัวตนระดับท็อปไฟว์ของรุ่นเยาว์อย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อยอดฝีมือปะทะกัน ทุกกระบวนท่าหมายเอาชีวิต ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ลานประลอง ทั้งคู่ต่างระเบิดกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา งัดร่างที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาใช้อย่างไม่รีรอ
องค์ชายใหญ่อิ๋งเทียนกระตุ้นกายมังกร แปลงร่างเป็นมังกรบรรพชนขนาดยักษ์ สายฟ้าฟาดผ่าลงมาดั่งพิโรธ เสียงคำรามดุร้ายฉีกกระชากท้องนภา ร่างมังกรอันมหึมาของอิ๋งเทียนปกคลุมพื้นที่สนามไปกว่าครึ่ง
"ต่อให้ถูกปิดล้อมนับหมื่นชั้น ข้าก็ยังยืนหยัดดั่งขุนเขา"
เย่ว์ซานร่ายมนตร์กระตุ้นสายเลือดสัตว์เทพ กลายร่างเป็นเต่าดำเป่ยหมิง หมอบราบลงกับพื้นอย่างมั่นคง เกราะกระดองสีดำทองเปล่งประกายวูบวาบ ปลดปล่อยแสงสีดำลึกล้ำ ร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า แม้ต้องเผชิญกับการโจมตีอันน่าหวาดหวั่นของอิ๋งเทียน ก็มิได้สั่นคลอนแม้แต่น้อย
อิ๋งเทียนมีกายมังกรกำเนิด พละกำลังและกายเนื้อเหนือกว่าอัจฉริยะทั่วไปหลายเท่าทวีคูณ ทว่าเผ่าเต่าดำนั้นมีสายเลือดต้านลิขิตสวรรค์ พลังชีวิตเปี่ยมล้นและพลังป้องกันระดับปีศาจ แม้ต้องรับมือการโจมตีระดับกึ่งจักรพรรดิก็ยังสามารถถอยฉากออกมาได้อย่างปลอดภัย
การโจมตีอันเกรี้ยวกราดปะทะกับป้อมปราการอันไร้พ่าย ทุกการเคลื่อนไหวและการปะทะราวกับจะเบิกฟ้าผ่าพิภพ ไอสังหารคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
สองอัจฉริยะระดับนักบุญต่อสู้กันจนฟ้าดินแปรเปลี่ยน เวทีประลองแตกละเอียด ค่ายกลป้องกันถูกบดขยี้จนสิ้นสภาพ พวกเขาซัดกันอยู่นานถึงสามวันสามคืน จวบจนเช้าตรู่ที่ผู้คนตื่นจากการเข้าฌาน ทั้งคู่ก็ยังคงฟาดฟันกันอย่างดุเดือด สภาพร่างกายยังคงสมบูรณ์พร้อม ไม่ต่างจากวันแรกที่เริ่มสู้
สุดท้ายเมื่อไม่อาจหาผู้แพ้ชนะ กรรมการจึงจำต้องตัดสินให้เสมอกัน
สถานการณ์ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างมีสถิติ ชนะหนึ่ง เสมอสอง จุดตัดสินจึงไปตกอยู่ที่คู่สุดท้าย ใครที่คว้าชัยชนะในรอบนี้ไปได้ เผ่าพันธุ์นั้นจะเป็นผู้ชนะในงานชุมนุมหมื่นเผ่าทันที!
เดิมพันครั้งนี้มิใช่เพียงศาสตราวุธจักรพรรดิ แต่ยังรวมถึงศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์ อัจฉริยะทุกคนในที่นี้ต่างให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่การชุมนุม จักรพรรดิไท่ชูได้ออกราชโองการว่าศึกครั้งนี้ต้องรู้ผลแพ้ชนะ ห้ามมีการเสมอเด็ดขาด นั่นหมายความว่าต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกสยบจนราบคาบ หรือไม่ก็ต้องสู้กันไปจนกว่าจะตายกันไปข้าง เว้นแต่จะยอมจำนนเอง!
สิ้นเสียงประกาศ เหล่าผู้ฝึกตนทั้งสนามต่างฮือฮา ฝั่งเผ่าพันธุ์หมื่นอสูรต่างยิ้มกริ่ม สีหน้าเปี่ยมด้วยความลำพองใจ
"เผ่ากิเลนล่ะ คนของเผ่ากิเลนยังมาไม่ถึงอีกหรือ"
"ตามเวลาแล้วน่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ พวกมนุษย์คงดีใจได้อีกไม่นานหรอก"
"ฮ่าฮ่าฮ่า กิเลนออกศึกใครจะกล้าต่อกร! งานชุมนุมครั้งนี้พวกเราชนะเห็นๆ"
"มนุษย์เอ๋ย อย่าดิ้นรนให้เปลืองแรงเลย ผลลัพธ์มันถูกกำหนดไว้แล้ว!"
เย่ว์ซาน อัจฉริยะเผ่าเต่าดำผู้สุขุมดั่งขุนเขา ยังอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มเย็นชา ความมั่นใจฉายชัดบนใบหน้า
เหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว คู่ต่อสู้ที่มนุษย์ต้องเผชิญในรอบสุดท้ายคือเผ่าพันธุ์ที่ลึกลับและแข็งแกร่งที่สุด... เผ่ากิเลน บุตรแห่งกิเลนทุกตนต้องผ่านด่านวัฏสงสารหกวิถีมาก่อนจึงจะถือกำเนิดได้ ความแข็งแกร่งนั้นเรียกได้ว่าระดับนรกแตก
ซูมมม!
ฉับพลันทันใด ท้องฟ้าพลันมืดมิด เสียงจอแจเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องไปยังท้องนภาอันกว้างใหญ่ สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณอันรุนแรงที่ปั่นป่วนอยู่เบื้องบน
ท้องฟ้าถูกฉีกกระชากเป็นรอยแยกขนาดมหึมา ไอสังหารบรรพกาลสีแดงดำพวยพุ่งออกมาดั่งคลื่นยักษ์ กิเลนตัวมหึมาที่บดบังแสงตะวันก้าวเดินออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างอหังการ สายตาเย็นชาจ้องมองลงมายังฝูงชนเบื้องล่าง
บนหลังกิเลนปรากฏร่างชายหนุ่มผู้มีขนสีแดงสดปกคลุมกาย ยืนกอดอกด้วยแววตาไร้ความรู้สึก
เผ่าพันธุ์หมื่นอสูรต่างหยุดนิ่ง เงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความตื่นตะลึง ก่อนที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะจะปรากฏขึ้นที่มุมปาก ฝั่งมนุษย์หรี่ตาลงแน่น จ้องมองกิเลนบนฟ้าด้วยความรู้สึกถูกกดดันอย่างหนักหน่วง
นี่คืออัจฉริยะพระบุตรแห่งเผ่ากิเลน... จวินหลิน
ตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์หมื่นอสูร ณ ที่แห่งนี้ อันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย แม้แต่อัจฉริยะอย่างพระบุตรเต่าดำหรือธิดาหงส์แดงยังต้องยอมรับความจริงข้อนี้ ต่อหน้ากิเลน อัจฉริยะเผ่าอื่นล้วนดูหมองหม่นไร้รัศมี
กิเลนแสงศักดิ์สิทธิ์ยึดครองน่านฟ้า เพียงขยับตัว พลังแห่งความโกลาหลก็พลิกตลบ ไอสังหารบรรพกาลทะลักทลาย ท้องนภาสั่นสะเทือน ดวงดาวที่เคยส่องสว่างกลับริบหรี่และร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิด
แรงกดดันดั่งขุนเขาถล่มทลายลงมาทั่วแปดทิศ สิ่งมีชีวิตทั่วทั้งเมืองหลวงต่างสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ราวกับถูกยอดเขาบททับจนหายใจไม่ออก
ชายหนุ่มขนแดงบนหลังกิเลนกวาดตามองทุกคนอย่างไร้ปรานี พลังบรรพกาลรอบกายปิดกั้นแสงดารา เขาดูราวกับมหาจักรพรรดิผู้จุติลงมาเพื่อมอบความสิ้นหวัง ไอสังหารแผ่ซ่าน แรงกดดันกระจายตัว
ผู้ฝึกตนจำนวนมากกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวดทรมาน ผู้ที่มีพลังตบะอ่อนด้อยถึงกับรู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชากและแผดเผา
การปรากฏตัวของเผ่ากิเลนสร้างความตื่นตระหนกให้แก่เหล่าอัจฉริยะฝ่ายมนุษย์ แม้แต่ผู้อาวุโสของแต่ละสำนักยังรู้สึกถึงความสิ้นหวังที่เกาะกุมจิตใจ
ชื่อเสียงที่เล่าขานมานับร้อยปี สะท้านสะเทือนหกอาณาเขต นี่คืออัจฉริยะที่ท้าทายสวรรค์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา จวินหลินแห่งเผ่ากิเลนผู้ลึกลับ นับตั้งแต่เริ่มฝึกตน เขาบดขยี้คู่ต่อสู้ข้ามระดับมาตลอดทาง ไม่เคยพ่ายแพ้แม้แต่ครั้งเดียว!
ก้าวสู่ขอบเขตนักบุญด้วยวัยเพียงยี่สิบสองปี เป็นตัวตนระดับปีศาจที่สุดในหกอาณาเขต เมื่ออายุร้อยปี สามารถต่อกรกับยอดคนระดับนักบุญขั้นปลายได้นับสิบคนเพียงลำพัง!
ภายในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป เขาฆ่าล้างบางศัตรูทั้งหมดโดยไร้รอยขีดข่วน ความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ผู้คนขวัญผวา ภายหลังมียอดฝีมือระดับกึ่งจักรพรรดิมาแก้แค้น ก็ถูกเขาสังหารสิ้นอย่างไร้ความลังเล
ระดับสายเลือดและพรสวรรค์ของเขาจัดอยู่ในท็อปสองของเผ่าพันธุ์หมื่นอสูร มีเพียงเผ่ามังกรผู้สูงส่งเท่านั้นที่พอจะเทียบเคียงได้ สายเลือดอื่นใดนอกจากนี้ล้วนเป็นเพียงมดปลวกในสายตาเขา
ตัวตนระดับตำนานเช่นนี้ ในหกอาณาเขตจะมีก็เพียง "เฉินเสวียน" แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่เท่านั้นที่เหนือกว่าเล็กน้อย ด้วยการทะลวงขอบเขตนักบุญในวัยยี่สิบเอ็ดปี
แต่ทว่า... เฉินเสวียนเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตนี้ ในขณะที่อัจฉริยะเผ่ากิเลนผู้นี้บรรลุขอบเขตนักบุญมานับร้อยปีแล้ว
เหล่าผู้อาวุโสเริ่มรู้สึกหมดหวัง ไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร และยิ่งไม่รู้ว่าจะเอาชนะจวินหลินได้อย่างไร
"มิน่าล่ะ พวกเผ่าอสูรถึงได้มั่นใจนัก ที่แท้คนสุดท้ายก็คือเผ่ากิเลน"
"ขนาดเย่ว์ซานเผ่าเต่าดำยังออกมาตัดหน้า เราน่าจะเอะใจได้ตั้งนานแล้ว"
"จบกัน จะเอาอะไรไปชนะ มนุษย์เรายังมีความหวังเหลืออยู่อีกหรือ"
"เฮ้อ... ความหวังน่ะหรือ..."
"เสียดายที่เฉินเสวียนแห่งเผ่าเราเพิ่งเลื่อนระดับ ถ้าให้เวลาเขาอีกสักหน่อย คงพอจะต่อกรกับจวินหลินได้ เวลา... เราขาดแค่เวลาจริงๆ"
"ช่วยไม่ได้ เวลาไม่เคยรอใคร คงต้องกัดฟันสู้แล้วล่ะ"
"ทำได้เพียงเชื่อมั่นในตัวพระบุตรฮวงกู่เท่านั้น"
บรรยากาศฝั่งมนุษย์เงียบงันและกดดัน ความมั่นใจที่มีต่อเฉินเสวียนเริ่มสั่นคลอนเมื่อได้เห็นความยิ่งใหญ่ของเผ่ากิเลน จวินหลินผู้นี้คือตัวตนที่ทัดเทียมกับเผ่ามังกร ทั้งระดับพลัง พรสวรรค์ และความแข็งแกร่ง ล้วนไร้ผู้ต้านทาน
นับแต่ถือกำเนิด รากฐานของทั้งสองเผ่าพันธุ์ยิ่งมั่นคงแข็งแกร่ง อัจฉริยะมนุษย์เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขาช่างดูซีดจาง แม้แต่องค์ชายใหญ่อิ๋งเทียน หากต้องเผชิญหน้าก็ยังตึงมือ
อัจฉริยะตระกูลถังผู้ระลึกชาติร้อยภพอาจพอมีความหวังอันริบหรี่ แต่เขาก็มิได้มาร่วมงานในครั้งนี้
เบื้องหน้าพวกเขา... เหลือเพียงคนเดียวเท่านั้นให้ฝากความหวัง
[จบแล้ว]