เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - หนึ่งกระบวนท่าสังหาร? จบแล้วเรอะ

บทที่ 50 - หนึ่งกระบวนท่าสังหาร? จบแล้วเรอะ

บทที่ 50 - หนึ่งกระบวนท่าสังหาร? จบแล้วเรอะ


บทที่ 50 - หนึ่งกระบวนท่าสังหาร? จบแล้วเรอะ

ศิษย์ทุกคนต่างจับจ้องไปที่ภาพฉายด้วยใจจดจ่อ คาดหวังผลการต่อสู้อย่างใจจดใจจ่อ

"เคล็ดวิชาห้วงมิติ!"

เว่ยยุ่นเย่ว์เรียกกระจกเวิ้งว้างเก้าสวรรค์ออกมา แสงสีม่วงลึกลับแผ่ซ่านออกจากร่างของนาง

ตึง!

ท้องฟ้าภายในค่ายกลแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงทมิฬ กระจกศักดิ์สิทธิ์ลอยขึ้นสู่เวหา กลืนหายไปในหมู่เมฆ ก่อนจะปลดปล่อยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวลงมา ไอสังหารห้วงมิติทะลักทลายราวกับเขื่อนแตก!

ไอสังหารทุกสายอัดแน่นไปด้วยพลังแห่งความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด กดดันจนแทบหายใจไม่ออก!

มันสามารถสร้างความเสียหายโดยตรงต่อดวงวิญญาณ ภายในค่ายกลถูกโจมตีแบบปูพรมไม่มีที่ให้หลบเลี่ยง ซูเป่ยเฉินยืนตะลึงงัน ไม่สนใจจะซ่อนไพ่ตายอีกต่อไป เขากรอกหนอนสุราห้าตัวเข้าปากรวดเดียว

ความร้อนแรงจากหนอนสุราระเบิดพล่านในท้องน้อย พลังยุทธ์ของซูเป่ยเฉินพุ่งพรวดขึ้นเป็นทวีคูณ จนแตะระดับห้าเท่าของพลังเดิม!

เผชิญหน้ากับไอสังหารห้วงมิติจากฟากฟ้า ซูเป่ยเฉินไพล่มือไว้ด้านหลัง ไม่คิดจะหลบเลี่ยง เตรียมใช้ร่างเนื้อรับการโจมตีตรงๆ

ตูม!

ทันทีที่ปะทะกับไอสังหาร เขาระเบิดพลังวิญญาณทั้งหมดออกมาต้านทาน แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของเขาก็ปลิวว่อนราวกับใบไม้แห้งต้องลมพายุ ก่อนจะร่วงกระแทกพื้นดังแอ้ก โดยที่ยื้อไว้ไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

เพียงแค่ไอสังหารไม่กี่สาย ก็ฉีกกระชากดวงวิญญาณของเขาจนยับเยิน

ซูเป่ยเฉินหมดสภาพการต่อสู้ทันที สลบเหมือดคาที่

ตุบ!

เสียงเดียวสั้นๆ จบข่าว!

ซูเป่ยเฉินพ่ายแพ้!

ศิษย์บางคนยังไม่ทันมองหาตัวเขาในม่านหมอกสีม่วงด้วยซ้ำ การต่อสู้ก็จบลงเสียแล้ว

เวลาผ่านไปรวดเร็วเกินจนทุกคนมึนงง แม้แต่เว่ยยุ่นเย่ว์ที่ยืนสวยๆ อยู่ก็ยังงุนงง นางสงสัยว่าทำไมซูเป่ยเฉินไม่ต่อต้าน แต่พอไอสังหารจางลงถึงได้รู้ว่า... เขาต่อต้านแล้ว แต่ต้านไม่อยู่ แค่โดนสะกิดนิดเดียวก็ร่วงแล้ว

"แค่นี้?"

"น่าเบื่อชะมัด"

เว่ยยุ่นเย่ว์ผิดหวังอย่างแรง เดิมทีนึกว่าจะได้ออกแรงยืดเส้นยืดสาย ที่ไหนได้ยังไม่ทันเริ่มก็จบเห่เสียแล้ว

พอนึกย้อนไปถึงท่าทีโอหังวางก้ามก่อนหน้านี้ของซูเป่ยเฉิน นางก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้

นอกจากนักแสดงตลกในคณะละครสัตว์ นางก็นึกไม่ออกแล้วว่าซูเป่ยเฉินเหมาะกับอาชีพอะไร

เมื่อไอสังหารจางหาย ภายในค่ายกลก็กลับคืนสู่ความสงบ

ศิษย์ภายนอกต่างพากันทำหน้าเลิ่กลั่ก สมองประมวลผลไม่ทัน เดิมทีเห็นซูเป่ยเฉินโม้ไว้เยอะ ก็นึกว่าพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง ถึงไม่ชนะก็คงไม่แพ้หมดรูปขนาดนี้

ใครจะไปคิดว่าพอขึ้นเวทีปุ๊บก็เข่าอ่อนปั๊บ

แพ้แบบหมดสภาพ!

กากเกินบรรยายจริงๆ

เว่ยยุ่นเย่ว์เดินออกจากสนามไปก่อนแล้ว นางเองก็คาดไม่ถึงที่สุด คนที่กล้าวิจารณ์เฉินเสวียนควรจะมีดีอะไรบ้าง นางแค่อยากลองเชิงดูเฉยๆ เพราะคงไม่มีใครโง่ขนาดไม่มีฝีมือแล้วริอาจจะชิงตำแหน่งพระบุตร

ปรากฏว่า... มีจริงๆ

นางแค่ลองแหย่ๆ ปลดปล่อยไอสังหารจากกระจกออกมาแค่ครึ่งเดียว ไม่นึกว่าจะวัดอะไรไม่ได้เลย เพราะอีกฝ่ายไม่มีอะไรให้วัด

แค่ไอสังหารไม่กี่สายก็ทนไม่ไหว ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงซะแล้ว เรื่องแบบนี้เพิ่งเคยเจอ

"เสียเวลาจริงๆ!"

"จืดชืดสิ้นดี"

"ไม่เล่นแล้ว น่าเบื่อ"

เว่ยยุ่นเย่ว์เบ้ปากด้วยความดูแคลน เดินควงแขนน้องสาวจากไปอย่างไม่ไยดี ปล่อยให้ซูเป่ยเฉินนอนสลบไสลอยู่บนพื้น ซึ่งดูทรงแล้วคงไม่ตื่นง่ายๆ

"ฝีมือแค่นี้ยังกล้าเหยียบหัวข้าขึ้นไปเก๊กหล่อ?"

"น้ำหน้าอย่างแกน่ะเรอะคู่ควร?"

ลู่ผิงอันที่อัดอั้นมานานระเบิดเสียงเยาะเย้ยออกมาเต็มที่

เหล่าศิษย์เริ่มได้สติ ที่แท้ไม่ใช่ยังไม่เริ่ม แต่จบไปแล้วต่างหาก

"เชี่ยเอ๊ย! ข้าจ่ายหินวิญญาณไปยี่สิบก้อนเพื่อจองที่นั่ง แล้วให้ข้ามาดูอะไรเนี่ย!"

"ข้าจ่ายไปห้าสิบ! ไอ้เวรซูเป่ยเฉิน คืนเงินมา!"

"คื๊นนนนน เงินนนนนน!"

"ไอ้หมอนี่มันตัวตลกชัดๆ ฟลุ๊คชนะคนอื่นมาได้หน่อยก็ทำเป็นซ่า พระบุตรเฉินเสวียนยังไม่ขี้โม้เท่าครึ่งของมันเลย"

"เสียเวลาทำมาหากินชิบหาย ข้ารู้ข่าวปุ๊บก็รีบซิ่งมาเลย นึกว่าจะได้ดูศึกหยุดโลก ที่ไหนได้ดูตลกคาเฟ่"

"มั่นหน้าแต่น้ำยาบูด โคตรน่ารังเกียจ เทียบพี่ชายเขาไม่ติดฝุ่น"

"แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่มีเรื่องโจ๊กเพิ่มอีกเรื่องแล้ว ดีนะที่รู้กันแค่คนใน ถ้าเรื่องนี้แดงออกไปข้างนอก ข้าไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

"นั่นน่ะสิ ที่บอกว่าเป็นที่หนึ่งของรุ่นเยาว์ ข้าว่าเป็นที่หนึ่งของสำนักก็อตแธมมากกว่ามั้ง"

โลกเซียนคือโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้แข็งแกร่งคือพระเจ้า

หากซูเป่ยเฉินมีปัญญาเอาชนะเฉินเสวียนได้จริง ความหยิ่งยโสย่อมถูกมองว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครไม่ชอบก็ต้องหุบปาก

มีฝีมือจะทำอะไรก็ได้ แต่ถ้าไร้ฝีมือแล้วยังทำซ่า อันนี้สังคมไม่ให้อภัย ทุกคนต่างเป็นอัจฉริยะ ใครจะยอมทนให้แกมาเก๊กใส่

ที่สำคัญคือมันเสียชื่อสถาบัน!

เวลาออกไปข้างนอก แค่บอกว่าเป็นศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ก็ยืดอกได้อย่างภาคภูมิ แต่พอมีซูเป่ยเฉินโผล่มา ต่อไปใครจะกล้าอ้างชื่อสำนักอีก อายเขาตายชัก

ผ่านไปพักใหญ่

ซูเป่ยเฉินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นมาจากพื้นด้วยอาการมึนงง

"เข้ามาเลย!"

เขารีบตั้งท่าป้องกัน เตรียมรับมือศัตรูท่ามกลางลานประลองที่ว่างเปล่า

...

เงียบกริบ... ในค่ายกลเงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก

ฉับพลันความทรงจำก็แล่นเข้ามาในสมอง เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า... เขาแพ้แล้วนี่หว่า

แพ้ยับเยินจนหาทางกลับบ้านไม่ถูก ค่ายกลค่อยๆ หรี่แสงลงและจางหายไป

ซูเป่ยเฉินยืนเหม่อมองผู้คนรอบสนามที่กำลังส่งสายตาเยาะเย้ยมาให้

มองเขาเหมือนมองตัวตลกในคณะละครสัตว์

คำถากถางและเสียงหัวเราะเยาะถาโถมเข้าใส่ราวกับสึนามิ ซูเป่ยเฉินกำหมัดแน่น ยืนตัวแข็งทื่อ

ช่วยไม่ได้

เขาแพ้แล้ว แพ้ทั้งที่ยังไม่ได้แตะตัวคู่ต่อสู้ด้วยซ้ำ

ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว ได้ชื่อเสียงในแดนศักดิ์สิทธิ์สมใจ

ดังกว่าเฉินเสวียนซะอีก แต่เป็นชื่อเสียงในทางลบล้วนๆ

กลายเป็นตัวตลกในวงสนทนาของทุกคน

"มุทะลุเกินไปแล้ว"

"ข้าบอกแล้วไงว่าให้วางแผนระยะยาว ให้รู้จักซ่อนคมรอเวลา"

"ดันดื้อด้านทำตามใจตัวเอง คิดเหรอว่าพระบุตรจะลดตัวลงมาสู้กับเจ้า"

ผู้เฒ่าฮุนบ่นอุบด้วยความผิดหวัง

เขาอุตส่าห์วางโรดแมปให้ซูเป่ยเฉินเดินสวยๆ แค่เก็บเวลเงียบๆ ก็รุ่งแล้ว แต่ไอ้เด็กนี่ดันอวดดี ไม่ฟังคำเตือน มักใหญ่ใฝ่สูงเกินตัว

วันๆ ไม่คิดเรื่องหญิงก็คิดเรื่องอำนาจ น่าผิดหวังจริงๆ

ตั้งแต่แรกเขาก็ตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่แล้ว ไม่นึกว่าหวยจะออกหน้านี้จริงๆ

ถ้าเชื่อฟังเขา อนาคตในแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องรุ่งโรจน์แน่ แค่อยู่นิ่งๆ ของดีๆ ก็จะลอยมาเอง ดันหาเรื่องอยากเป็นพระบุตร

ตอนนี้เป็นไงล่ะ เป็นตัวตลกสมใจ

การท้าดวลที่ไม่มีใครได้ประโยชน์ ใครเขาจะไปรับคำท้า

เจ้ามันบ้าหรือเปล่า?

ถ้าเฉินเสวียนเมินเฉย แผนการทั้งหมดก็เป็นแค่ลมปาก

ถ้าไม่สู้ก็จบแค่นั้น อย่างน้อยก็ได้ชื่อเสียงติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง

วันหน้าอาจมีข่าวลือว่าเฉินเสวียนกลัวจนหัวหด แค่นั้นก็คุ้มแล้ว

แต่ดันรั้นจะเอาชนะ จนมาแพ้ธิดาศักดิ์สิทธิ์ราบคาบ กลายเป็นตัวตลกโปกฮา แล้วจะเอาอะไรไปพลิกเกม?

ซูเป่ยเฉินกวาดตามองไปทั่วแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่โดยไม่เอ่ยวาจา

ความสุขและความเศร้าของมนุษย์ช่างไม่เชื่อมโยงกัน เขาเพียงแค่รู้สึกว่า... พวกนี้มันหนวกหูชะมัด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 50 - หนึ่งกระบวนท่าสังหาร? จบแล้วเรอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว