เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 - เวลาใกล้หมดแล้วนะ

บทที่ 25 - เวลาใกล้หมดแล้วนะ

บทที่ 25 - เวลาใกล้หมดแล้วนะ


บทที่ 25 - เวลาใกล้หมดแล้วนะ

ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ คาดเดากันไปต่างๆ นานา

ถกเถียงกันอย่างดุเดือดในบรรดาตัวเลือกที่เป็นไปได้

แน่นอนว่าเสียงที่เทไปทางแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่นั้นดังที่สุด

ส่วนลู่ซีจือและเซียนจิ่วหยวนจะอยู่หรือตาย ไม่มีใครสนใจอีกต่อไป พวกเขาแค่รอเสพเรื่องสนุกเท่านั้น

ทันใดนั้น น้ำเสียงทุ้มกังวานดุจระฆังใบใหญ่ก็ดังขึ้น

ชายวัยกลางคนสวมชุดนักพรตสีดำเดินเข้ามาหาเฉินเสวียนด้วยท่าทีนอบน้อม แล้วประสานมือคารวะ

เอ่ยปากว่า "ท่านพระบุตรโปรดระงับโทสะ ข้าน้อยหวังเทียนสือ เป็นผู้รับผิดชอบงานประมูลแห่งนี้"

"เมื่อครู่คนทั้งสองล่วงเกินท่านพระบุตร ข้าขออภัยแทนพวกเขาด้วย"

"ข้าในนามของตำหนักเสินเสวียน ใคร่ขอความเมตตาจากท่านพระบุตร โปรดละเว้นชีวิตพวกเขาสักครั้งเถิด"

"งานประมูลกำลังจะเริ่มแล้ว ตำหนักเสินเสวียนไม่อยากให้พวกเขาสองคนทำลายอรรถรสในการชมงานของท่าน"

"มิใช่ว่าข้าจะปกป้องพวกเขา เพียงแต่อยากขอร้องท่านพระบุตร รอให้งานจบลงก่อนค่อยตัดสินใจ ถึงตอนนั้นเราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด"

"ของกำนัลเล็กน้อย ไม่ถือเป็นสิ่งมีค่าอันใด"

"หากคุณชายยินยอม ท่านและแม่นางทั้งสอง สามารถเลือกหินเสินเสวียนในโถงนี้ได้คนละหนึ่งก้อนตามใจชอบ ทางเราไม่คิดเงินแม้แต่แดงเดียว!"

หวังเทียนสือกล่าวอย่างนอบน้อม ตอนที่พูดประโยคสุดท้ายว่าไม่คิดเงิน หัวใจเขาเจ็บปวดรวดร้าว

แต่ก็จนปัญญา พวกเขาเพิ่งจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นขุมกำลังระดับท็อปได้ไม่นาน

เผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิวและเผ่าจิ้งจอกเซียน พวกเขาตอแยไม่ไหว

เสียงวิจารณ์เมื่อครู่เขาก็ได้ยินเต็มสองหู

เบื้องหลังของเฉินเสวียนยิ่งใหญ่คับฟ้า ยิ่งแตะต้องไม่ได้ เข้าไปแทรกตรงกลางนี่มันลำบากใจแท้ๆ

หากปล่อยให้สองอัจฉริยะมาตายในงานของตำหนักเสินเสวียนจริงๆ ธุรกิจนี้คงไม่ต้องทำกันแล้ว

แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ ทางเผ่าจิ้งจอกย่อมไม่กล้าไปหาเรื่อง

ถึงตอนนั้นถ้าหันมาลงที่ตำหนักเสินเสวียนเป็นกระสอบทรายระบายแค้นจะทำอย่างไร

แม้พวกเขาจะมีเบื้องหลังอยู่บ้าง แต่ถ้าสองขุมกำลังระดับท็อปจับมือกันถล่ม ใครหน้าไหนก็ช่วยไม่ได้

ได้แต่ยอมเสียทรัพย์เพื่อขจัดภัย แต่การตัดสินใจสุดท้ายก็ยังอยู่ที่เฉินเสวียน

ถ้าเขาจะฆ่าไอ้สองตัวนี้จริงๆ ตำหนักเสินเสวียนก็คงต้องก้มหน้ารับกรรม

จะให้ทำไงได้ ก็มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่หว่า!

"อืม! ดูมีความจริงใจดีนี่ แต่เรื่องที่พวกข้าสามคนโดนด่าฟรีๆ จะว่ายังไง"

"ถ้าอยากรอด ก็ต้องดูว่าท่าทีของสองคนนั้นจริงใจแค่ไหนแล้วล่ะ"

เฉินเสวียนไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว

ความแค้นนี้ถ้าไม่ได้ระบาย เรื่องก็ไม่จบ

หา!

หวังเทียนสือหน้าซีดเผือด อัจฉริยะพวกนี้ตามปกติตาอยู่บนกระหม่อม ใช้รูจมูกมองคน

บวกกับทางสำนักสปอยล์จนเสียคน ปกป้องไข่ในหินตลอดเวลา

แค่นิดหน่อยก็ทนไม่ได้ จะให้พวกเขาแสดงท่าทีจริงใจ

สู้ฆ่าพวกมันให้ตายเสียยังง่ายกว่า

หวังเทียนสือขนลุกซู่ เขารู้ว่าเฉินเสวียนต้องการระบายโทสะ ไอ้สองคนที่กองอยู่บนพื้นนั่นต้องก้มหัวขอขมาถึงจะจบเรื่องได้

แต่เรื่องนี้เขาจนปัญญาจริงๆ ไอ้อัจฉริยะพวกนี้ไม่มีฝีมือแต่เก่งเรื่องวางมาด ยอมตายไม่ยอมเสียหน้า

จะให้ขอโทษเหรอ ฝันไปเถอะ

เหนื่อยแล้ว ช่างหัวมันเถอะ อยากพังก็พังไป

และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่เฉินเสวียนเอ่ยปาก

เสียงโวยวายก็ดังลั่นขึ้นมาทันที

"ผายลม!"

"เจ้าดูหมิ่นเผ่าศักดิ์สิทธิ์ของข้า ทำร้ายพี่น้องข้า ฆ่าองครักษ์ข้า แล้วจะให้ข้าขอโทษ? ฝันกลางวันอยู่รึไง!"

พระบุตรชิงชิวแค้นจนกระอักเลือด ด่ากราดเฉินเสวียนอย่างบ้าคลั่ง พร่ำบรรยายความผิดของอีกฝ่ายไม่หยุด

ฝันไปเถอะ? เขาเสียเปรียบขนาดนี้

ยังจะให้ไปขอโทษคนอื่นอีก เป็นไปไม่ได้

วันหน้าเดินไปไหนก็มีแต่คนสมเพช ขายขี้หน้าไปทั่วหล้า

แม้เรื่องทั้งหมดตัวเองจะเป็นคนก่อ แต่ในใจลู่ซีจือไม่คิดเช่นนั้น

เขาคิดว่าทั้งหมดเป็นความผิดของเฉินเสวียน ไม่มีทางที่เขาจะขอโทษศัตรู

"พวกเรา? น้องหญิง เมื่อกี้เฉินเสวียนหมายถึงพวกเราด้วยใช่ไหม?"

"แน่นอนสิ พี่เฉินเสวียนดีจริงๆ ช่วยทวงคืนความบริสุทธิ์ให้พวกเราด้วย"

"อื้ม ตาไม่ถั่วจริงๆ ไม่เสียแรงที่พวกเราพี่น้องเฝ้ารอเขามาหลายปี"

ปกติมักต้องกล้ำกลืนฝืนทนจนชิน

เจอกับคำครหาข่าวลือก็ได้แต่ยิ้มสู้ด้วยความจนใจ

ทั้งที่ร่างกายบริสุทธิ์ผุดผ่องแต่กลับต้องแบกรับคำด่าว่าหญิงแพศยา

ไม่รู้ว่ายามดึกดื่น สองพี่น้องต้องแอบร้องไห้มากี่ครั้ง

โอกาสที่จะได้เชิดหน้าชูตาแบบนี้ หาได้ยากยิ่งนัก ใบหน้าของสองสาวเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบ ความสุขล้นปรี่

ตัดสินใจแล้ว ชาตินี้จะเกาะติดเฉินเสวียนเป็นตังเม ไปไหนไปกัน

"ลงมือสิ! แน่จริงก็ลงมือเลย! กลัวเจ้าก็ไม่ใช่คนของเผ่าจิ้งจอกเซียนแล้ว!"

เซียนจิ่วหยวนบาดเจ็บหนักที่สุด เพิ่งจะแค่นเสียงออกมาได้ตอนนี้

จ้องมองตาขวาง จิตสังหารพลุ่งพล่าน

วาจาแข็งกร้าว ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย

เขากับลู่ซีจือ ไม่มีใครยอมก้มหัวให้ใครทั้งนั้น

เดิมพันด้วยหน้าตาและศักดิ์ศรีของเผ่าจิ้งจอก!

รากฐานนับพันปี จะมาพังทลายในมือพวกเขาไม่ได้

เฉินเสวียนหันไปมองหวังเทียนสือด้วยสายตาจนใจ เป็นเชิงบอกว่าช่วยไม่ได้นะ

ให้โอกาสแล้ว แต่พวกมันไม่รับเอง

หัวใจหวังเทียนสือแทบระเบิด เขาทำเต็มที่แล้ว แต่มันแบกไม่ไหวจริงๆ

จากนั้นจึงตีหน้าเคร่งกล่าวว่า "รบกวนท่านพระบุตรแล้ว เชิญท่านตามสบาย"

ความอดทนของผู้ยิ่งใหญ่ระดับนี้ย่อมมีขีดจำกัด ที่อีกฝ่ายยอมฟังข้อเสนอของเขา

ก็เพราะเขาถ่อมตัวบวกกับเห็นแก่หินเสินเสวียน

ต่อให้เขาพูดอะไรไปอีก ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

เผ่าจิ้งจอกคงไม่ขอบคุณเขาที่ช่วยชีวิตสองคนนี้ เผลอๆ จะหาโอกาสเล่นงานเขาข้อหาทำให้เสียหน้าด้วยซ้ำ

แถมถ้าพูดมากไป อาจจะไปสะกิดต่อมโมโหของท่านพระบุตรตรงหน้าเข้า

งานนี้ได้ไม่คุ้มเสีย ขุมกำลังระดับท็อปที่คนพูดถึงกันเมื่อครู่

ตำหนักเสินเสวียนตอแยไม่ได้สักราย

ยิ่งต่อหน้าแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ที่เป็นระดับสุดยอด ยิ่งเป็นได้แค่ลูกเจี๊ยบ

สถานการณ์ตอนนี้ พูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์ พระบุตรแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ไม่มีทางยอมถอยแน่

ช่วยไม่ได้ คงต้องปล่อยให้เผ่าจิ้งจอกจัดงานศพเบิ้ลสองงานซะแล้ว

สิ่งที่เขาทำได้คงมีแค่ไปช่วยใส่ซองในงานศพของเหล่าอัจฉริยะเท่านั้น

"เวลาใกล้หมดแล้วนะ พวกเจ้ายังยืนยันคำเดิม?"

เฉินเสวียนก้มตัวลงถามช้าๆ จิตใจสงบนิ่ง น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว

"หึ! ตามสบาย!"

ลู่ซีจือไม่ลังเลแม้แต่น้อย วินาทีที่ได้รับเลือกเป็นพระบุตร

เขาก็เป็นตัวแทนของเผ่าชิงชิว ชีวิตของตนเทียบกับหน้าตาของเผ่าแล้วไร้ค่าสิ้นดี

หากยอมรับปาก เขาต้องถูกปลดจากตำแหน่งพระบุตรแน่นอน

อีกอย่าง สตรีสำนักปีศาจมนตราทำตัวเองไม่รักนวลสงวนตัว โดนดูถูกก็สมควรแล้ว จะมาโทษพวกเขาได้อย่างไร

"ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร ถ้าเจ้ากล้าฆ่าข้า สองเผ่าจิ้งจอกไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่"

เขาเอ่ยปากขู่ ที่นี่คือแดนรกร้าง เผ่าศักดิ์สิทธิ์ชิงชิวและเผ่าจิ้งจอกล้วนเป็นขุมกำลังระดับท็อป

ต่อให้มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่แค่ไหน การต้องรับมือกับสองขุมกำลังระดับท็อปพร้อมกัน

ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ดังนั้นลู่ซีจือจึงขู่เฉินเสวียน เขาเดิมพันว่าเฉินเสวียนจะต้องเกรงใจเบื้องหลังของเขา และไม่กล้าลงมือสังหาร

"อ้อ งั้นเหรอ?"

เฉินเสวียนไม่ใส่ใจ ย้อนถามกลับไป

"เฮ้อ เป็นพระบุตรแล้วไง เผ่าจิ้งจอกจะยอมเปิดศึกเพื่อคนพิการอย่างเจ้ารึ?"

"หึ พวกเขาไม่ทำแน่ และไม่กล้าด้วย!"

เฉินเสวียนนึกขำ มุกเอาเบื้องหลังมาขู่คนแบบนี้ เขาที่เป็นตัวร้ายตัวพ่อยังไม่เคยคิดจะใช้เลย

มันดูราคาถูกเกินไป ตอนนี้จะเชือดพวกมันทิ้งหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความคิดชั่ววูบของเขาเท่านั้น

เผ่าจิ้งจอกไม่มีทางเปิดศึกกับขุมกำลังเบื้องหลังเขาเพื่อคนพิการสองคนแน่นอน

เพราะมันไม่คุ้มค่า เสียแรงเปล่าเพื่อคนไร้ประโยชน์ เผ่าจิ้งจอกไม่ได้โง่

รากฐานนับพันปีจะมาพังทลายไม่ได้

อีกอย่าง เผ่าจิ้งจอกห่วงหน้าตาเป็นที่สุด

เรื่องของเด็กๆ ก็ต้องให้เด็กจัดการเอง ผู้ใหญ่จะยื่นมือเข้ามาแทรกแซงได้อย่างไร

ขืนทำแบบนั้นได้โดนคนทั่วหล้าหัวเราะเยาะตาย

แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่กินเจก็จริง แต่ไม่ได้กินแค่เจอย่างเดียว หากมีการเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า

วันรุ่งขึ้นแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่คงยกทัพมาประชิดชายแดนเพื่อปกป้องความปลอดภัยของเฉินเสวียนแน่

ถึงตอนนั้นเผ่าจิ้งจอกจะกลายเป็นคนบาปผู้จุดชนวนสงคราม และขุมกำลังต่างๆ ก็จะรุมกินโต๊ะทันที

"เวลาใกล้หมดแล้วนะ ไม่ขอโทษจริงๆ เหรอ?"

เฉินเสวียนถามย้ำช้าๆ หลังจากเข้าโหมดปล่อยจอย เขาก็ใจเย็นขึ้นเยอะจริงๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 25 - เวลาใกล้หมดแล้วนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว