- หน้าแรก
- ระบบปล่อยจอย: ยิ่งขี้เกียจ ข้ายิ่งไร้เทียมทาน
- บทที่_19_ธิดาศักดิ์สิทธิ์โรคจิตชอบสะกดรอย_เฉินเสวียนผู้ตกตะลึง
บทที่_19_ธิดาศักดิ์สิทธิ์โรคจิตชอบสะกดรอย_เฉินเสวียนผู้ตกตะลึง
บทที่_19_ธิดาศักดิ์สิทธิ์โรคจิตชอบสะกดรอย_เฉินเสวียนผู้ตกตะลึง
บทที่_19_ธิดาศักดิ์สิทธิ์โรคจิตชอบสะกดรอย_เฉินเสวียนผู้ตกตะลึง
รูม่านตาของเว่ยยุ่นอวี่ขยายกว้าง นางจ้องเขม็งไปที่ทิศทางหนึ่งอย่างไม่วางตา ถึงกับเขย่งปลายเท้าชะเง้อคอมองหาด้วยความร้อนรน
พี่สาวอย่างเว่ยยุ่นเย่ว์เมื่อได้ยินเสียงในใจของเฉินเสวียน ร่างกายก็สั่นสะท้านระริก ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นสีแดงระเรื่อ
ไม่นึกเลยว่าเฉินเสวียนจะล่วงรู้ความในใจของพวกนางสองพี่น้อง
ถึงจะรู้อยู่เต็มอก แต่ก็ไม่ควรพูดออกมาตรงๆ แบบนี้นี่นา
แม้พวกนางจะเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักปีศาจมนตรา แต่ในเรื่องของความรักข้างเดียว ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับหญิงสาวธรรมดาทั่วไป
ต่อให้พยายามเก็บอาการแค่ไหน ความขัดเขินก็ยังฉายชัดอยู่บนใบหน้า
ชั่วพริบตา
ทั้งสองนางต่างรู้สึกทำตัวไม่ถูก แต่ในใจลึกๆ กลับเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
เฉินเสวียนนะเฉินเสวียน ถือว่าเจ้าตายังมีแวว
พวกข้าสองพี่น้องมีตรงไหนที่สู้ยัยท่อนไม้น้ำแข็งพันปีนั่นไม่ได้กัน
แม้จะเสียอาการเพราะเฉินเสวียน แต่ท่วงท่าของทั้งคู่ยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน
ความขัดเขินผสมปนเปกับความปิติยินดี ทำให้ใบหน้าที่งดงามราวกับบุปผาบานสะพรั่งนั้นดูน่าหลงใหลยิ่งขึ้น
ทำเอาผู้คนที่พบเห็นต่างตะลึงตาค้าง หยุดทุกการกระทำ น้ำลายไหลย้อยลงมาเป็นทางยาวโดยไม่รู้ตัว
เย่ชางหลานที่เดินอยู่ตรงกลางเห็นปฏิกิริยาของสองสาวก็ยิ่งได้ใจ หัวใจพองโตแทบระเบิด
ไม่นึกเลยว่าแค่พาออกมาเดินเล่น จะทำให้สองธิดาศักดิ์สิทธิ์ประทับใจในตัวเขาได้ถึงขนาดนี้
ถึงขั้นเสียกิริยาต่อหน้าธารกำนัล
ถ้ามีความใกล้ชิดกันมากกว่านี้ ไม่รู้ว่าสองสาวจะมีปฏิกิริยาน่ารักน่าชังขนาดไหน
เย่ชางหลานยิ้มกริ่ม เก็บเกี่ยวภาพความประทับใจนี้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม รอยยิ้มแห่งผู้ชนะปรากฏบนใบหน้า
เพียงแต่เขาเข้าใจผิดไปถนัด เว่ยยุ่นอวี่และเว่ยยุ่นเย่ว์เสียอาการเพราะเฉินเสวียนต่างหาก ไม่ใช่เพราะเขา
แต่ในฐานะอัจฉริยะแห่งยุคและว่าที่พระบุตรแห่งสำนักชางหลาน ความมั่นใจย่อมเปี่ยมล้น
ความคิดย่อมเข้าข้างตัวเองเป็นธรรมดา
ต้องรู้ก่อนว่าแม้สองธิดาศักดิ์สิทธิ์จะมาจากสำนักปีศาจมนตรา แต่พวกนางเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน
ไม่เคยมีบุรุษใดได้เดินเคียงคู่พวกนาง แต่เขาคือคนแรก แถมยังทำให้พวกนางหวั่นไหวได้
ลองถามทั่วหล้า ใครจะมีเสน่ห์แรงเท่าเขาอีก
"ตอนนี้คือโอกาสทอง ได้ยินมาว่าวิชาบำเพ็ญเพียรคู่หยินหยางของสำนักปีศาจมนตรานั้นเลิศล้ำพิสดาร"
"ถ้าฉวยโอกาสนี้รวบหัวรวบหางได้ ตำแหน่งพระบุตรของข้าก็จะยิ่งมั่นคงดุจขุนเขา"
"แถมยังได้คู่กับสองธิดาศักดิ์สิทธิ์... ไม่สิ สามคนผัวเมีย! แค่คิดก็ฟินจนตัวลอยแล้ว"
เย่ชางหลานวาดฝันหวาน ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องใช้เวลาช่วงที่ตรวจงานไม่กี่วันนี้
พิชิตใจสาวงามให้จงได้ ต้องเผด็จศึกให้สำเร็จ!
"พี่ชายเฉินเสวียน?"
"เจอแล้ว! อยู่ตรงนั้น"
ช่วยไม่ได้ เฉินเสวียนนั้นโดดเด่นเกินไป ในขณะที่คนอื่นน้ำลายไหลย้อย จ้องมองตาเป็นมัน
มีเพียงเฉินเสวียนคนเดียวที่ยืนนิ่งไร้อารมณ์
แถมมุมปากยังกระตุกยิ้มเหมือนกำลังกลั้นขำ
ต่อให้เขากดระดับพลังและซ่อนกลิ่นอายจนมิดชิดเพียงใด ก็ถูกสองธิดาศักดิ์สิทธิ์จับสังเกตได้ในพริบตา ล็อคเป้าหมายได้ทันที
เมื่อเจอตัว เว่ยยุ่นอวี่ก็ดีใจจนเนื้อเต้น ฝีเท้าเร่งเร็วขึ้นกว่าเดิม พี่สาวอย่างเว่ยยุ่นเย่ว์ก็หัวใจพองโต ทั้งคู่มุ่งหน้าตรงไปหาเฉินเสวียนพร้อมกัน
ฝีเท้าแม้จะรวดเร็ว แต่ท่วงท่ายังคงสง่างามเปี่ยมเสน่ห์ ยั่วยวนยิ่งกว่าเก่า
เท้าขาวผ่องในรองเท้าแก้วใสย่ำเดินแต่ละก้าว ทำเอาหัวใจคนมองเต้นระรัว
เสียงอุทานชื่นชมดังระงม พลังวิญญาณของผู้คนปั่นป่วน แม้แต่สายลมที่พัดผ่านยังหอบเอากลิ่นหอมหวานมาแตะจมูก
ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งเหมือนได้ยินเสียงกระซิบจากนางฟ้า ทำเอาเลือดลมสูบฉีด ร่างกายร้อนรุ่ม
ผู้ฝึกตนที่จิตใจอ่อนแอหน่อยถึงกับหน้าแดงก่ำ เลือดกำเดาแทบพุ่ง
"หืม? เดินตรงมาทางข้าเหรอ?"
"ไม่มั้ง หรือว่าข้าจะความแตกอีกแล้ว?"
เฉินเสวียนลองโยกตัวซ้ายทีขวาที ทำท่าสับขาหลอกเหมือนท่าเต้นคุน
แต่ไม่ว่าจะโยกไปทางไหน ก็หนีไม่พ้นสายตาของสองสาวที่ล็อคเป้ามาที่เขา
"ข้าซ่อนกลิ่นอายเนียนขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะความแตก! หรือว่า... หรือว่า!"
"พวกนางกำลังสะกดรอยตามข้า?"
"พวกโรคจิตชอบสะกดรอย! น่าขนลุกชะมัด"
ได้ยินเสียงความคิดของเฉินเสวียน สองสาวถึงกับกำหมัดแน่น
"น่าโมโหที่สุด ใครเป็นโรคจิตชอบสะกดรอยกันยะ ตาบ้าเฉินเสวียนปากเสียชะมัด!"
"นั่นสิ คนบ้าอะไรน่าตียิ่งนัก เดี๋ยวแม่จะจัดหนักให้สาสม คอยดูเถอะ ฮึ่ม!"
เว่ยยุ่นเย่ว์บ่นกระปอดกระแปด
พวกนางก็ไม่ได้อยากจะเจอตัวเร็วนักหรอก เดี๋ยวจะหมดเซอร์ไพรส์
แต่ท่ามกลางฝูงชน มีแค่คนเดียวที่ยืนตีหน้าตาย แถมยังยิ้มกวนประสาท
แล้วยังจะมาโยกตัวส่ายไปส่ายมาเรียกร้องความสนใจอีก มองไม่เห็นก็ตาบอดแล้วย่ะ
แถมเฉินเสวียนยังจงใจส่งกระแสเสียงให้พวกนางได้ยินอีก เหมือนกลัวพวกนางจะหาไม่เจอ
ในเมื่อเฉินเสวียนรู้ใจพวกนาง และพวกนางก็รู้ทันเฉินเสวียน
ก็ไม่มีอะไรต้องเขินอายอีกต่อไป
เดินหน้าลุยโลด
อีกอย่างเมื่อกี้เฉินเสวียนเพิ่งจะชมพวกนางว่าดีกว่ายัยท่อนไม้หลิวชิงหรานตั้งเยอะ
เมื่อเดินมาถึงตรงหน้า เว่ยยุ่นอวี่และเว่ยยุ่นเย่ว์ก็ทิ้งเย่ชางหลานไว้ข้างหลังแบบไม่ไยดี
สองมือเกาะกุมกัน ดวงตาเป็นประกายวิบวับ จ้องมองเฉินเสวียนพร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อย
ราวกับคู่รักที่พลัดพรากจากกันนับพันปีเพิ่งได้กลับมาพบหน้า
แววตาระยิบระยับนั้นแฝงไปด้วยความรักใคร่เสน่หาและจริตมารยาพันเล่มเกวียน สองสาวเอ่ยปากพร้อมกันด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"คุณชายเจ้าคะ มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ไม่ทราบว่าจะช่วยสงเคราะห์พวกเราหน่อยได้ไหมเจ้าคะ เดินเที่ยวในเมืองใหญ่มาทั้งวัน น้องสาวเวียนหัวไปหมดแล้ว หวังว่าคุณชายจะช่วยประคองน้องสักหน่อย"
"ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ข้าเหนื่อยเหลือเกิน เดินจนเท้าพองเป็นตุ่มน้ำหมดแล้ว ไม่ทราบว่าคุณชายจะช่วยนวดให้หน่อยได้ไหมเจ้าคะ หรือถ้าจะกรุณาไปส่งข้าที่ห้องพัก ข้าคงซาบซึ้งใจมิรู้ลืม"
พูดจบ เว่ยยุ่นเย่ว์ก็ทำท่ากุมขมับ แสร้งทำเป็นยืนไม่อยู่ เซถลาจะล้มเข้าไปซบในอ้อมอกเฉินเสวียน หวังให้เขาประคอง
ส่วนเว่ยยุ่นอวี่ค่อยๆ นั่งลงข้างกายเฉินเสวียน ถอดรองเท้าแก้วใสออก เผยให้เห็นเท้าขาวผ่องดุจหยกล้ำค่า เล็กกะทัดรัดน่าทะนุถนอม
"ซี๊ด! คุณพระช่วย!"
"นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย เกิดอะไรขึ้น!"
เฉินเสวียนตกใจจนทำตัวไม่ถูก
"สองคนนี้เป็นถึงธิดาศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เรอะ ไหงจู่ๆ พุ่งเข้ามาหาข้า แถมยังรุกหนักขนาดนี้"
"ความแตกแล้ว!"
ในหัวเฉินเสวียนมีความคิดเดียวผุดขึ้นมา เขาอุตส่าห์ซ่อนตัวอย่างแนบเนียน แต่ก็ยังโดนจับได้
เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! เพื่อความไม่ประมาท เขาถึงกับสวมหน้ากากกันสัมผัสวิญญาณมาด้วย! วิชาตรวจสอบใดๆ ย่อมไร้ผล
เจอลูกอ้อนแบบสายฟ้าแลบเข้าไป ทำเอาเขาตั้งตัวไม่ติด
สองสาวเห็นท่าทางเอ๋อๆ ของเฉินเสวียน ก็หันมาสบตากันแล้วหัวเราะคิกคัก
"พี่หญิง ดูสิเจ้าคะ เฉินเสวียนดูตกใจน่าดู เขาคงไม่รู้ว่าพวกเราได้ยินเสียงในใจเขา"
"ฮึ สมน้ำหน้า ใครใช้ให้ว่าพวกเราเป็นโรคจิต ให้เขาเจอดีซะบ้าง จะได้ไม่กล้าปากดีอีก"
เว่ยยุ่นเย่ว์ยิ้มอย่างผู้มีชัย เห็นเฉินเสวียนตกใจแบบนี้ นางยิ่งมีความสุข
เทียบกับตอนที่เขาตื่นเต้น นางชอบตอนเขาทำหน้าเหวอแบบนี้มากกว่า
"เกรงว่าจะไม่สะดวก แม่นางทั้งสองไปขอให้คนอื่นช่วยเถอะ"
เฉินเสวียนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมแล้วกล่าวปฏิเสธ
เฮ้ย! เอาจริงดิพี่ชาย?
โอกาสได้ดมกลิ่นนางฟ้ามาเสิร์ฟถึงที่ พี่ดันปฏิเสธแล้วใส่หน้ากากเก๊กขรึมเนี่ยนะ
ฝูงชนรอบข้างแทบคลั่ง อิจฉาตาร้อนจนแทบกระอักเลือด อยากจะพุ่งเข้าไปกระชากหน้ากากเฉินเสวียนมาใส่แทน
โอกาสทองฝังเพชรขนาดนี้ดันไม่คว้าไว้ นี่มันธิดาศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ แถมมากันตั้งสองคน
ถ้าเป็นพวกเขานะ จะรีบตอบตกลงทันที จะให้นวดให้คลึงจนตายคาตีนก็ยอม
ได้ยินคำตอบของเฉินเสวียน เหล่าผู้ฝึกตนแทบอยากจะรุมประชาทัณฑ์ฆ่าเขาให้ตายคาที่
ทำบ้าอะไรลงไป โอกาสพันปีมีหนเดียว ดันโยนทิ้งซะงั้น?
[จบแล้ว]