เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - ความเสียใจของหลิวชิงหราน

บทที่ 14 - ความเสียใจของหลิวชิงหราน

บทที่ 14 - ความเสียใจของหลิวชิงหราน


บทที่ 14 - ความเสียใจของหลิวชิงหราน

ซี๊ด!

คำพูดของสองพี่น้องทำเอาหลิวชิงหรานชะงัก

หมายความว่ายังไง สายตาที่อยากได้จนตัวสั่นนั่นมันขัดกับท่าทีที่บอกว่าจะยกให้ชัดๆ

ท่าทีของทั้งสองทำเอานางเดาทางไม่ถูก

"คิกๆๆ ดูเหมือนพี่สาวหลิวจะไม่รู้วิธีใช้ปราณเพียวเหมียวห้าธาตุ งั้นน้องสาวจะสงเคราะห์บอกให้เป็นวิทยาทานนะเจ้าคะ"

"ปราณเพียวเหมียวห้าธาตุ หรือเรียกอีกชื่อว่า ปราณเพียวเหมียวหยินหยาง พูดแค่นี้เข้าใจหรือยังเจ้าคะ"

"ต้องอาศัยชายหญิงร่วมบำเพ็ญเพียรเท่านั้น ถึงจะหลอมรวมมันได้อย่างสมบูรณ์"

"มิเช่นนั้นก็ไร้ค่า!"

"พวกข้าสองพี่น้องมีกายศักดิ์สิทธิ์เสน่ห์โดยกำเนิด สามารถร่วมมือกันหลอกล่อปราณนี้ได้ ทำให้ได้ทั้งสืบทอดวิชาและรักษาพรหมจรรย์ไว้"

"แล้วพี่สาวหลิวตัวคนเดียวจะทำยังไงล่ะเจ้าคะ"

"หรือพี่สาวจะยอมไปคว้าผู้ชายข้างถนนที่ไหนมามอบกายให้ คนที่แม้แต่ท่านพระบุตรยังเมิน จะยอมพลีกายให้ชายอื่นเพื่อวิชา ช่างใจเด็ดจริงๆ เจ้าค่ะ"

"แถมถ้าท่านพระบุตรรู้เข้า คงผิดหวังในตัวท่านน่าดู"

เว่ยยุ่นเย่ว์ร่ายยาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ

นางถือไพ่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์

นิสัยของหลิวชิงหรานเป็นที่รู้กันทั่วแดนดิน เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ไม่เคยชายตามองใคร

อย่าว่าแต่เรื่องมอบกายเลย แค่โดนปลายนิ้ว ผู้ชายพวกนั้นก็คงโดนหักแขนแล้ว

แต่ตอนนี้ ในถ้ำมีกันแค่สามคน

หลิวชิงหรานตัวคนเดียวไม่มีทางเอาปราณนี้ไปได้

แต่สำหรับพวกนางชาวสำนักปีศาจมนตรา การร่วมมือกันสองคนเพื่อหลอมรวมปราณนั้นง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ

งง! หลิวชิงหรานงงเป็นไก่ตาแตก!

ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ

จะให้ทำยังไง จะให้นางไปนอนกับผู้ชายเพื่อหลอมรวมพลังงั้นรึ ฆ่านางให้ตายยังง่ายกว่า

"เชิญพี่สาวตามสบายเจ้าค่ะ"

เว่ยยุ่นเย่ว์ผายมือขาวผ่อง เชื้อเชิญให้หลิวชิงหรานลองดู

"...................."

ในเมื่อพี่สาวไม่กล้า เช่นนั้นน้องสาวทั้งสองขอไม่เกรงใจนะเจ้าคะ

พูดจบ สองพี่น้องชุดแดงชุดม่วงก็เดินนวยนาดไปกลางถ้ำ

อาศัยจังหวะที่หลิวชิงหรานกำลังสับสน ใช้วิชาเสน่ห์สะกดนางไว้

(ฉากนี้ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ เกรงว่าท่านผู้อ่านจะใจสั่นเกินไป)

หนึ่งก้านธูปผ่านไป ทั้งสองก็เสร็จสิ้นพิธีกรรม ใบหน้าอิ่มเอิบเปล่งปลั่ง

ผิวพรรณอมชมพูระเรื่อบ่งบอกว่าการหลอมรวมปราณเพียวเหมียวห้าธาตุสำเร็จลุล่วง

เมื่อครู่พวกนางแค่ขู่ไปงั้นแหละ ของดีขนาดนี้ใครจะยอมยกให้คนอื่น

"หนอยแน่! ฝากไว้ก่อนเถอะ!"

หลิวชิงหรานไม่ได้เข้าไปขวางแต่แรกเพราะโดนวิชาลวงตาเข้าครอบงำ

จิตใจนางกำลังสับสนเพราะนึกถึงคำพูดในใจของเฉินเสวียน

นางไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของซูเป่ยเฉิน

และยิ่งไม่อยากสูญเสียความบริสุทธิ์

กว่าจะรู้สึกตัว สองพี่น้องก็หนีหายไปพร้อมกับความสำเร็จแล้ว

ตอนนี้นางเพิ่งจะตาสว่าง ตะกี้ควรจะลองเสี่ยงดูก่อน ถ้าไม่ได้ค่อยว่ากัน

"เจ้าเล่ห์นัก!"

"มรดกตกทอดหายไปแล้ว กายศักดิ์สิทธิ์วั่นสวีเพียวเหมียวก็ชวด"

"จบกัน ไม่เหลืออะไรแล้ว"

ตอนนี้หลิวชิงหรานเข้าใจอย่างถ่องแท้

"ที่แท้เฉินเสวียนไม่ได้วางแผนอะไรทั้งนั้น เป็นข้าเอง... ที่มองเขาผิดไป!"

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจจนยุ่งเหยิง

นางรู้สึกเสียใจเหลือเกิน แต่ความหยิ่งในศักดิ์ศรีทำให้นางไม่กล้ายอมรับความจริง

ทุกอย่างเป็นจริงตามที่เฉินเสวียนพูด นางมันโง่เง่าเต่าตุ่น

เนรคุณคน หลงผิดไปมองผู้มีพระคุณเป็นศัตรู ทั้งหมดนี้คือกรรมที่นางก่อเอง

"ตลอดมาข้าเข้าใจเขาผิดไปจริงๆ!"

คืนนั้นเฉินเสวียนเสี่ยงตายบุกเข้ามาช่วยนางจากกองเพลิง คือความจริงใจที่หาได้ยากยิ่ง

หากไม่มีเขา ป่านนี้นางคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว

ไม่ใช่แค่นั้น นางยังตระหนักได้ว่าหากไม่มีเฉินเสวียนคอยดูแล นางคงไม่มีทางฝึกฝนในแดนศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างราบรื่น

"เฉินเสวียน... ข้าขอโทษ ข้าเข้าใจเจ้าผิดไป ทำไมเจ้าต้องดีกับข้าขนาดนี้! ทำไม!"

หลิวชิงหรานเจ็บปวดรวดร้าว

พอนึกถึงว่าตัวเองมองผู้มีพระคุณสูงสุดเป็นศัตรู ความรู้สึกอัดอั้นตันใจก็จุกอยู่ที่อก แทบจะระเบิดออกมา

มันช่างน่าสมเพชสิ้นดี

เฉินเสวียนดีต่อนางปานนั้น แต่นางกลับตอบแทนเขาด้วยความเกลียดชัง

หลิวชิงหรานสับสน ไม่รู้จะเอาหน้าไปเจอเฉินเสวียนได้อย่างไร

คำปฏิเสธและถ้อยคำเย็นชาที่นางเคยสาดใส่เขาเมื่อวันวาน วันนี้มันย้อนกลับมากรีดแทงหัวใจนางเอง

นางหวังเหลือเกินว่าเฉินเสวียนจะมาปรากฏตัวตรงหน้า แล้วด่านางให้สาสม

แต่คงไม่มีวันนั้นอีกแล้ว เฉินเสวียนตัดใจจากนางไปแล้ว

และทั้งหมดนี้... นางทำตัวเอง!

ผมเปียกชื้นลู่แนบแก้ม

น้ำตาอุ่นๆ ไหลรินอาบใบหน้า หลิวชิงหรานทรุดตัวพิงผนังถ้ำ ความเย็นเยียบของหินดูดซับไออุ่นจากกายนางไปจนหมด

วูบหนึ่งนางคิดอยากจะตายอยู่ที่นี่ให้รู้แล้วรู้รอด

หลิวชิงหรานพาดกระบี่ไว้ที่ลำคอ คมกระบี่บาดลึกจนเลือดไหลซึมออกมา

ในวาระสุดท้าย ภาพของเฉินเสวียนปรากฏขึ้นในแสงสะท้อนของกระบี่

ฉับพลัน สมองนางก็เกิดความคิดบางอย่าง นางลดกระบี่ลง

"ไม่ว่าเฉินเสวียนจะรู้อนาคตได้อย่างไร แต่สุดท้ายคนที่ผิดก็คือข้า"

"จะตายตอนนี้ไม่ได้ ข้าต้องทำให้เฉินเสวียนยกโทษให้ข้าให้ได้ก่อน ถึงตอนนั้นค่อยตายก็ยังไม่สาย!"

"เฉินเสวียน เมื่อก่อนเจ้าทำเพื่อข้าอย่างไร จากนี้ไปข้าจะทำเพื่อเจ้าอย่างนั้น! หวังว่าเจ้าจะยังให้โอกาสข้า!"

หลิวชิงหรานตัดสินใจเด็ดขาด

จากตำหนักพระบุตร สู่เทือกเขาสัตว์อสูร จนถึงสำนักเพียวเหมียว นางผ่านเรื่องราวมามากเกินพอ

นางไม่ควรดื้อรั้น ผลักไสคนที่หวังดีที่สุดออกไป

นางอยากตอบแทนเฉินเสวียน ชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไป แม้สิ่งที่ทำจะร้ายแรงจนยากจะให้อภัย

แต่นางพร้อมจะพยายาม

เฉินเสวียนโดนปฏิเสธเป็นพันครั้งยังไม่ท้อ แล้วนางจะยอมแพ้ได้อย่างไร

เรื่องร้ายๆ ที่เฉินเสวียนเคยทำนายไว้ยังไม่เกิดขึ้น

นางยังแก้ไขมันได้

นางยอมทำทุกอย่างเพื่อเฉินเสวียน ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ยอม

"ขอโทษนะเฉินเสวียน เป็นความผิดของข้าเอง แต่ข้าต้องหาตัวซูซื่อเพื่อล้างแค้นให้ได้!"

"ตอนนี้รู้ความจริงแล้ว ข้าจะไม่โง่เขลาเหมือนเมื่อก่อนอีก"

หลิวชิงหรานค้นพบเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ต่อ

.............................

"ไอ้เวรเอ๊ย กว่าจะเข้ามาได้ พวกนกกระจอกสำนักอ้าวถัว ข้าขอจองเวรกับพวกแก!"

ซูเป่ยเฉินใช้เวลาครึ่งค่อนวันกว่าจะมุดเข้ามาในสำนักเพียวเหมียวได้สำเร็จ

ปากก็พ่นคำด่าสาปแช่งสำนักอ้าวถัวไม่หยุด

"หนี้นี้ ข้าต้องคืนสนองร้อยเท่าพันทวี!"

"หุบเขาลั่วพั่วลมหนาวพัด โคตรเซียนคืนถิ่นผู้คนครั่นคร้าม!"

"ยังมีหน้ามาแต่งกลอนอีกเรอะ ถ้าไม่ทำตัวเด่นเสนอหน้าจะโดนรุมยำตีนไหม"

ผู้เฒ่าฮุนในแหวนทนฟังซูเป่ยเฉินบ่นมาตลอดทางไม่ไหว ต้องเอ่ยปากเตือน

นี่มันโลกความจริง ไม่ใช่ในนิยาย ใครเขาจะมาโอ๋เอ็ง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 14 - ความเสียใจของหลิวชิงหราน

คัดลอกลิงก์แล้ว