- หน้าแรก
- ระบบปล่อยจอย: ยิ่งขี้เกียจ ข้ายิ่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 12 - เก๊กหล่อไม่ทันไร ก็บรรลัยเสียก่อน
บทที่ 12 - เก๊กหล่อไม่ทันไร ก็บรรลัยเสียก่อน
บทที่ 12 - เก๊กหล่อไม่ทันไร ก็บรรลัยเสียก่อน
บทที่ 12 - เก๊กหล่อไม่ทันไร ก็บรรลัยเสียก่อน
"อยากให้เฉินเสวียนเป็นเตาหลอมมนุษย์ของพวกเจ้า? ฝันไปเถอะ ลองดูสิ"
หลิวชิงหรานเบะปากด้วยความดูแคลน
คิดจะจับเฉินเสวียนมาฝึกคู่... ไม่สิ ฝึกสาม?
ต่อให้เฉินเสวียนยอม แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ไม่มีทางยอมแน่
วันรุ่งขึ้นสำนักปีศาจมนตราคงโดนเหล่าผู้อาวุโสยกทัพไปถล่มราบเป็นหน้ากลอง
เฉินเสวียนคือลูกรักของสวรรค์ เป็นความหวังที่จะสืบทอดตำแหน่งเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์
ขืนข่าวหลุดออกไปว่าพระบุตรไปมั่วสุมฝึกวิชากับนางมารสำนักปีศาจมนตรา จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่มีพลังอำนาจเหนือโลก รากฐานมั่นคง ยืนหยัดในดินแดนรกร้างมานับหมื่นปี
แม้แต่ขุมอำนาจระดับท็อปอย่างสำนักปีศาจมนตรา ก็สามารถกวาดล้างให้หายไปได้ในชั่วข้ามคืน
นี่คืออานุภาพแห่งรากฐานนับหมื่นปี ไม่ใช่สิ่งที่สำนักระดับท็อปดาษดื่นจะเพ้อฝันเทียบชั้นได้
"ฮิๆ พวกเราไม่ได้จะเอาเฉินเสวียนมาเป็นเตาหลอมสักหน่อย แค่ได้เป็นคู่บำเพ็ญเพียรของเขาก็พอแล้ว"
เว่ยยุ่นอวี่ป้องปากหัวเราะ เยาะเย้ยที่หลิวชิงหรานคิดมากไปเอง
"คิกๆๆ พวกข้ายังบริสุทธิ์อยู่นะ อย่างแย่ที่สุดก็แค่ไปปรนนิบัติข้างกายเฉินเสวียน
ทางแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่คงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง เทพธิดาหลิวร้อนตัวจังเลยนะเจ้าคะ"
เว่ยยุ่นเย่ว์โบกไม้โบกมือ เห็นหลิวชิงหรานกระวนกระวายใจ นางก็ยิ้มร่าอย่างสะใจ
"พวกเจ้า! ฮึ!"
"ดีแต่ขายอ่อยไปวันๆ"
"เทพธิดาหลิวอิจฉาแล้วล่ะสิ"
ทั้งสองฝ่ายต่างสาดวาจาเชือดเฉือน ไม่มีใครยอมใคร
"ตั้งสมาธิ สำนักศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมียวกำลังจะปรากฏแล้ว"
ทันใดนั้น เสียงอันหนักแน่นของเจ้ายอดเขาอู๋จี๋ก็ดังขึ้นข้างหูศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ทุกคน
เรื่องของผู้หญิงทะเลาะกัน เขาไม่อยากจะเข้าไปยุ่งย่าม
เดี๋ยวจะหาว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก
แต่เห็นหลิวชิงหรานเริ่มจะเพลี่ยงพล้ำ เพื่อรักษาเกียรติภูมิของแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่
เขาจึงต้องเอ่ยเตือนเพื่อตัดบท
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ซากปรักหักพัง
ครืนนน!
แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงสรวงสวรรค์
มิติราวกับแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ศาลาและตำหนักน้อยใหญ่ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ลมพายุและสายฟ้าก่อตัวขึ้นพร้อมกัน ฟ้าดินแปรปรวน
ลำแสงเคลื่อนย้ายนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาฝูงชน
สำนักศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมียวปรากฏขึ้นอย่างเป็นทางการ ภายในนั้นมีเมฆหมอกเซียนปกคลุม แสงวิญญาณล่องลอย ขาวโพลนไปทั่วราวกับแดนสวรรค์บนดิน
มีเพียงซากอาคารผุพังที่ยืนยันว่ามหาสงครามแห่งสำนักเพียวเหมียวนั้นเคยเกิดขึ้นจริง
ฝูงชนที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็ไม่อาจอดทนรอได้อีกต่อไป
"รออะไรอยู่ ใครดีใครได้ ลุย!"
"บุก!"
ภายใต้สัญญาณของเจ้ายอดเขาอู๋จี๋ ศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ตอบสนองไวที่สุด พุ่งตัวเข้าไปเป็นกลุ่มแรก
ในบรรดาศิษย์ทั้งหมด หลิวชิงหรานพุ่งทะยานอย่างห้าวหาญ นำหน้าขบวนไปติดๆ
ผู้ฝึกตนที่ถือหอกยาวบางคนพยายามจะขัดขวางนาง แต่โดนสายตาพิฆาตของหลิวชิงหรานจ้องกลับจนต้องถอยกรูด
ช่วยไม่ได้ หลิวชิงหรานแข็งแกร่งเกินไป แถมยังมีแบ็คอัพเป็นพระบุตรแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่หนุนหลัง
ปล่อยนางไปเถอะ
แต่คนอื่นนี่สิ ลำบากแน่
ชายฉกรรจ์เจ็ดคนยืนเรียงหน้ากระดาน ขวางทางเข้าเอาไว้ ทำเอาคนอื่นขยับไปไหนไม่ได้
กลิ่นอายเจ็ดสายระเบิดออกมาตูมตาม ล้วนเป็นยอดฝีมือขอบเขตลักษณ์ธรรม แถมเกินครึ่งยังอยู่ขั้นปลาย พลังฝีมือจัดว่าน่ากลัว
"จะเข้าไปไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ทำตามกฎเดิม!"
ชายร่างยักษ์กล้ามโต ใบหน้าดุดันถือหอกเงินกล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลน
"จั่วเฟย อย่ามารังแกกันให้มากนัก!"
เหล่าผู้ฝึกตนโกรธจนควันออกหู โอกาสวาสนาอยู่ตรงหน้าแต่โดนขวาง จะให้ชักช้าแม้แต่วินาทีเดียวก็ยอมไม่ได้
เหมือนปวดขี้จะเข้าส้วมแล้วเจอคนขวางประตู ใครบ้างจะไม่โกรธ?
"สำนักอ้าวถัว ทำตัวกร่างเกินไปแล้ว กล้าดียังไงมาดักปล้นกลางทาง!"
"สหายเต๋า ลุยมันเลย!"
"อย่าใจร้อน เจ็ดพี่น้องอ้าวถัว วิชาประหลาดพิสดาร ฝีมือร้ายกาจ เคยร่วมมือกันสังหารยอดฝีมือขอบเขตธรณีพิฆาตมาแล้ว"
"บัดซบเอ๊ย ร้อนใจจะตายอยู่แล้ว โผล่มาขวางทางแบบนี้ต้องการอะไรวะเนี่ย"
กลุ่มผู้ฝึกตนจ้องตาเขียวปัด
มองคนอื่นวิ่งจู๊ดๆ เข้าไป แต่ตัวเองกลับโดนกัก
แทบจะอกแตกตาย
เจ็ดพี่น้องอ้าวถัวไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก พวกเขารู้ลิมิตดี ห้ามไปแหย่รังแตน ห้ามไปยุ่งกับยอดฝีมือ
เลือกบี้เฉพาะลูกพลับนิ่มก็พอ
พวกยอดฝีมือเก่งๆ ปล่อยผ่านไปให้หมด พวกตัวปัญหาจัดการยากก็ไม่ต้องไปยุ่ง
กักเฉพาะพวกไก่อ่อนที่จัดการง่ายๆ เอาไว้
ถูกต้องแล้ว นี่ก็เป็นฉากในเกมเช่นกัน
เดิมทีบทนี้เตรียมไว้ให้ซูเป่ยเฉินออกโรง โชว์เทพเดี่ยวไมโครโฟนตบเจ็ดคนรวด สวมบทวีรบุรุษกู้สถานการณ์
การกระทำนี้แหละที่จะปูทางสู่การสร้างชื่อเสียง
แต่ตอนนี้เพราะชีวิตราบรื่นเกินไป ขาดไพ่ตายไปหลายใบ
พลังฝีมือเลยตามหลังชาวบ้านเขาอยู่โข เพิ่งจะแตะขอบเขตกงล้อสมุทรขั้นปลายแบบคาบเส้น
แต่เจ้าตัวดูเหมือนจะไม่รู้ตัวสักนิด
เดิมทีก็หงุดหงิดที่โดนหลิวชิงหรานปฏิเสธมาหมาดๆ ตอนนี้ยังมาโดนขวางประตูอีก ความโกรธเลยทวีคูณ
"ไสหัวไป!"
ซูเป่ยเฉินตวัดกระบี่ฟาดฟัน คมกระบี่แหลมคมพกพาพลังกระบี่อันหนักหน่วง ระเบิดอานุภาพน่าเกรงขาม
ตูม ตูม!
"ไอ้เวรเอ๊ย มีแต่มึงเนี่ยแหละที่เสือกโผล่หัวออกมา!"
"รนหาที่ตาย!"
จั่วเฟยไม่แม้แต่จะขยับหอก เขาปล่อยหมัดสวนออกไปตูมเดียว กระแทกหน้าอกซูเป่ยเฉินเต็มรัก
จากนั้นกำปั้นขนาดเท่ากระสอบทรายก็ระดมทุบลงบนร่างซูเป่ยเฉินราวกับพายุฝน ร้องโอดโอยไม่เป็นภาษา
"แม่งรนหาที่ตายจริงๆ ขอบเขตกงล้อสมุทรริอ่านจะมาซ่าแถวนี้"
"ถุย!"
ซูเป่ยเฉินกุมร่างกายที่บอบช้ำ นอนกองอยู่กับพื้น
นอกจากความเจ็บปวดแล้ว เขายังไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมถึงแพ้ ทั้งที่เขามั่นใจว่าน่าจะชนะแท้ๆ
แต่กลับโดนกระทืบฝ่ายเดียว
ผู้ฝึกตนด้านหลังเห็นสภาพของซูเป่ยเฉิน ก็รีบถอยกรูดไปหลายก้าว
ไม่มีใครชื่นชม มีแต่ความสมเพชเวทนา
แค่กงล้อสมุทรคิดจะไปเดี่ยวกับเจ็ดยอดฝีมือขอบเขตลักษณ์ธรรม ขอบเขตธรณีพิฆาตมาเองยังต้องคิดหนักเลย
จั่วเฟย พี่ใหญ่แห่งเจ็ดพี่น้องอ้าวถัว มองซูเป่ยเฉินแล้วกระทืบซ้ำไปอีกที
"ก็มึงชื่อซูเป่ยเฉินไง!"
"มึงนี่มันซ่าเหลือเกินนะ!"
"แม่ม ไม่เห็นหัวพวกกูเจ็ดพี่น้องเลยรึไง คิดว่าเป็นบุตรแห่งโชคชะตา หนึ่งคนสู้สิบคนได้เรอะ"
"ข้าจะบอกอะไรให้!"
"ข้าคือศิษย์อัจฉริยะแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่!"
เห็นท่าไม่ดี ซูเป่ยเฉินรีบงัดชื่อแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่มาอ้าง หวังจะกู้หน้าคืนมาบ้าง
แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่อยู่ยั้งยืนยงมาหมื่นปี ชื่อเสียงระบือไกล
ปกติเวลาอยู่ข้างนอก แค่บอกฐานะ ถ้าไม่ใช่ความแค้นฆ่าล้างโคตร ก็มักจะคุยกันง่ายขึ้น
"ขู่ใครวะ! ใครมันจะไม่มีแบ็คบ้าง!"
จั่วเฟยทำหน้าโหด ทุบกำปั้นข่มขวัญ
ชูต้าย พี่รอง ก้าวออกมามองซูเป่ยเฉินด้วยสายตาเหยียดหยาม
"จะบ้าอำนาจอะไร แถวนี้ไม่ไปสืบดูบ้างว่ามีใครไม่รู้จักพี่ใหญ่จั่วเฟยของข้า!"
"มีแต่เอ็งที่มีแบ็คเรอะ ใครเขาไม่มีกันบ้าง!"
"แดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่แล้วไงวะ ข้าฆ่าศิษย์แดนศักดิ์สิทธิ์มาไม่รู้กี่ศพแล้ว!"
"แค่ได้เข้าแดนศักดิ์สิทธิ์ นึกว่าเป็นพระบุตรไปแล้วรึไง ถึงกล้าเอาชื่อแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่มาขู่พวกข้า?"
"น้ำหน้าอย่างมึงคู่ควรเหรอวะ!"
ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง เจ็ดพี่น้องอ้าวถัวไม่ให้ราคาแม้แต่น้อย
คนประเภทนี้พวกเขาเจอมาเยอะ
อีกอย่างสำนักอ้าวถัวของพวกเขาก็ไม่ได้กระจอก พ่อแม่ของพวกเขาก็เป็นยอดฝีมือระดับท็อป
ราชาแห่งสำนักก็เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียร
แม้จะเทียบชั้นแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ไม่ได้ แต่ก็ไม่มีทางที่แดนศักดิ์สิทธิ์จะลดตัวลงมาจัดการพวกเขาเพียงเพราะศิษย์ธรรมดาๆ ไม่กี่คน
ความแค้นของคนรุ่นใหม่ ผู้ใหญ่ไม่ยุ่ง นี่คือกฎเหล็กที่รู้กันในหมู่สำนักและแดนศักดิ์สิทธิ์
ถ้าเป็นระดับอัจฉริยะ หรือพระบุตร ห้ามลบหลู่เด็ดขาด
แต่ถ้าเป็นศิษย์ดาดๆ ใครเขาจะมาสน
ต่อให้ตายก็ไม่มีใครแคร์
"รังแกกันเกินไปแล้ว เจ้ากล้าลบหลู่พระบุตรแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ของพวกเรางั้นรึ!"
เสียงตะโกนอย่างเดือดดาลของผู้ฝึกตนคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากฝูงชน
[จบแล้ว]