เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 - นมใหญ่ไร้สมอง หลิวชิงหรานงงเป็นไก่ตาแตก

บทที่ 2 - นมใหญ่ไร้สมอง หลิวชิงหรานงงเป็นไก่ตาแตก

บทที่ 2 - นมใหญ่ไร้สมอง หลิวชิงหรานงงเป็นไก่ตาแตก


บทที่ 2 - นมใหญ่ไร้สมอง หลิวชิงหรานงงเป็นไก่ตาแตก

"เฉินเสวียน เจ้าเลิกมารบกวนข้าได้แล้ว"

"เอาของของเจ้าคืนไป หากยังกล้ามาตอแยอีก ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งซะ!"

หลิวชิงหรานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก แววตาไร้เยื่อใย

นับตั้งแต่เฉินเสวียนช่วยชีวิตนางไว้ นางก็ปักใจเชื่อมาตลอดว่าทุกอย่างเป็นแผนการที่เฉินเสวียนจัดฉากขึ้น

ตั้งแต่นั้นมานางจึงมุ่งมั่นออกเดินทางฝึกฝนตนเอง เพื่อรอวันที่จะได้สังหารเฉินเสวียนล้างแค้นให้ตระกูล ให้วิญญาณคนในครอบครัวได้ตายตาหลับ

แต่เฉินเสวียนคนเก่าไหนเลยจะรู้เรื่องพวกนี้ เขายังคงแวะเวียนไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอยู่ทุกสามวันเจ็ดวัน ขนของวิเศษหายากระดับพลิกฟ้าคว่ำดินไปประเคนให้ไม่ขาด

ยิ่งทำแบบนั้น นางก็ยิ่งรังเกียจเฉินเสวียนมากขึ้นทุกที

พูดจบนางก็หยิบกล่องใบเล็กออกมา พลันกลิ่นอายพลังวิญญาณเข้มข้นก็ระเบิดออกมาจากกล่องไม้โบราณ

ทั่วทั้งตำหนักพระบุตรส่องสว่างด้วยรัศมีแห่งจิตวิญญาณ

ซี๊ด!

เห็ดหลินจือเซียนแสนปี?

เฉินเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ความทรงจำก็แล่นเข้ามาทันที นี่คือของรางวัลที่แดนศักดิ์สิทธิ์มอบให้ตอนเขาได้รับแต่งตั้งเป็นพระบุตร

เห็ดหลินจือหมื่นปีก็ว่าหายากแล้ว เพราะมีอยู่แค่ในดินแดนโบราณเท่านั้น แต่นี่คือเห็ดหลินจือแสนปีที่ดูดซับปราณบริสุทธิ์จากดินแดนโบราณมาทั้งลูก ไม่ว่าจะไปอยู่ที่แดนศักดิ์สิทธิ์ไหนก็นับเป็นสมบัติล้ำค่าระดับตำนาน

การที่แดนศักดิ์สิทธิ์มอบของสำคัญระดับนี้ให้เฉินเสวียน แสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเขามากเพียงใด

ตอนนั้นพอได้ยินว่าหลิวชิงหรานติดขัดเรื่องการบำเพ็ญเพียร ทันทีที่เฉินเสวียนได้เห็ดหลินจือมาก็รีบควบม้าเร็วแปดร้อยลี้ส่งไปให้นางทันที

น่าเสียดายที่โดนค่ายกลหน้าประตูกันไว้ แม้แต่ธรณีประตูยังไม่ได้ข้ามเข้าไป

แต่เขาก็ยังวางของทิ้งไว้ให้...

ในเมื่อวันนี้นางเอามาคืนด้วยตัวเอง ดวงตาของเฉินเสวียนก็เป็นประกายวาววับ

"ในเมื่อศิษย์พี่หญิงหลิวไม่ได้ใช้ เช่นนั้นศิษย์น้องอย่างข้าก็ขอรับคืนแล้วกัน"

พูดจบ เฉินเสวียนก็ยิ้มกริ่ม

ตอนนั้นเขาโง่เองที่ยอมวางทิ้งไว้กับพื้นไม่อยากเก็บกลับมา

นี่มันเห็ดหลินจือแสนปีนะเฮ้ย ไม่ใช่ผักกาดขาวตามตลาดสด

เขาไม่ได้เป็นทาสรักแล้ว ได้ของคืนมาถือว่าลาภลอยชัดๆ

วาสนาระดับนี้ไม่ธรรมดา เก็บไว้ใช้เองมีแต่ได้กับได้

ได้ยินคำตอบของเฉินเสวียน

หลิวชิงหรานถึงกับตะลึงงัน ผิดคาดไปมากโข

นางเตรียมใจมาแล้วว่าจะต้องเจอฉากเฉินเสวียนร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนให้นางรับไว้

แม้แต่คำพูดด่าทออันเย็นชาที่เตรียมมายังจุกอยู่ที่คอหอย

ไม่นึกเลยว่าเฉินเสวียนจะไม่เกรงใจสักนิด นึกถึงตอนนั้นสิ เขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางรับของชิ้นนี้ไว้แท้ๆ

นางมองเฉินเสวียนด้วยสายตาแปลกประหลาด

ทันใดนั้น เสียงประหลาดก็ดังขึ้นอีกครั้ง

'เอาคืนมาก็ดีแล้ว'

'เห็ดหลินจือระดับนี้เอามาใช้เองไม่อร่อยกว่าเรอะ จะเอาหน้าอุ่นๆ ไปแนบก้นเย็นๆ ของคนอื่นทำซากอะไร'

'ยัยนมใหญ่ไร้สมองของแท้'

'คนอย่างข้าไปชอบผู้หญิงพรรค์นี้ได้ยังไงนะ'

'ถึงขนาดเพ้อหา กินไม่ได้นอนไม่หลับ บ้าบอคอแตกสิ้นดี'

'นึกถึงตอนนั้นข้าอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปช่วยนาง คำขอบคุณสักคำก็ไม่มีไม่ว่ากัน แต่นี่ยังมาแทงข้างหลัง มองข้าเป็นศัตรู คิดจะร่วมมือกับศัตรูตัวจริงอย่างซูเป่ยเฉินมาฆ่าข้าอีก'

'ถือว่าข้าตาบอดเองแล้วกัน'

'สวยก็สวยอยู่หรอก พรสวรรค์ก็พอไหว แต่น่าเสียดายที่สมองทึบเกินไป คิดเองไม่เป็น ตระกูลหลิวโดนซูซื่อพี่ชายของไอ้พระเอกซูเป่ยเฉินฆ่าล้างโคตรแท้ๆ พ่อบ้านอุตส่าห์เสี่ยงตายเอาความจริงมาบอก ดันเชื่อคำแก้ตัวมั่วซั่วของซูเป่ยเฉินเฉยเลย แถมยังหันไปปลอบใจมันอีก นี่เป็นสิ่งที่เฉินเสวียนคนนี้คาดไม่ถึงจริงๆ'

'นี่ถ้าถึงวันสารทจีน บรรพบุรุษตระกูลหลิวคงต้องเข้าฝันนางทีละคน ด่าจนโลงศพกระเด้ง ต่อให้หมอผีมาสะกดก็เอาไม่อยู่'

เฉินเสวียนเบ้ปาก บ่นอุบในใจ

นางเอกคนนี้แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่เป็น ขาดวิจารณญาณอย่างแรง ให้ชอบยังไงก็ชอบไม่ลง

แถมยังเป็นพวกคลั่งรักจนสมองกลับ พอเฉินเสวียนเตือนสติ นางก็หาว่าเขาใส่ร้ายซูเป่ยเฉิน

"ไอ้คนเลวเฉินเสวียน"

"กล้าแอบด่าข้าในใจว่านมใหญ่ไร้สมองงั้นรึ"

"ฮึ เจตนาไม่ดีจริงๆ ด้วย!"

หลิวชิงหรานเริ่มทำตัวไม่ถูก

เสียงความคิดของเฉินเสวียนเหมือนเข็มแหลมทิ่มแทงหัวใจ

ถึงเฉินเสวียนจะชอบมาก่อกวนนาง แต่ดูเหมือนเขาไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไรจริงๆ สักครั้ง

เขาเป็นถึงพระบุตรศักดิ์สิทธิ์แต่กลับไม่ถือตัว ไม่ว่าจะเป็นพลังฝีมือ พรสวรรค์ หน้าตา หรือชาติตระกูล แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ

แถมยังวางตัวสุขุมนุ่มลึก จิตใจดีงาม คนแบบนี้ต่อให้อยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นก็ยังหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

แต่เฉินเสวียนในตอนนี้ดูแปลกไป ไม่เหลือเค้าความสุภาพอ่อนโยนแบบเมื่อก่อน กล้าวิจารณ์นางเสียๆ หายๆ

หลิวชิงหรานรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก

ท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้าของเฉินเสวียนทำให้นางปรับตัวไม่ทัน

ราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่เฉินเสวียนที่นางเคยรู้จัก

ถึงจะโดนเฉินเสวียนค่อนขอดขนาดนั้น หลิวชิงหรานก็เพียงแค่รู้สึกโกรธเคืองเล็กน้อย

นางไม่ใช่คนไร้สมองสักหน่อย

แต่ไม่นานความสงสัยก็เข้ามาแทนที่

"ซูเป่ยเฉินที่เขาพูดถึงเมื่อกี้คือใคร"

"หรือว่าเจ้านั่นคือศัตรูที่ฆ่าล้างตระกูลข้าตัวจริง?"

"ข้าเข้าใจเฉินเสวียนผิดไปหรือ"

"เป็นไปไม่ได้! ตอนที่ข้าโดนศัตรูล้อม เฉินเสวียนโผล่มาช่วยได้ทันเวลาพอดี มันต้องมีการวางแผนมาก่อนแน่นอน"

หลิวชิงหรานปักใจเชื่อฝังหัวไปแล้วว่าเฉินเสวียนคือคนบงการ

เพียงแต่ตอนนี้ฝีมือยังไม่ถึงขั้น นางถึงยังไม่ลงมือ

แต่เสียงความคิดเมื่อครู่ กลับทำให้นางเริ่มไม่มั่นใจ

แถมยังดูเหมือนเป็นเสียงจากใจจริงของเฉินเสวียน

นางแปลกใจเหลือเกินว่าทำไมถึงได้ยินความคิดของเขา

หลิวชิงหรานโยนถุงเก็บของอันวิจิตรบรรจงออกมาอีกใบ

พลังวิญญาณภายในตำหนักหนาแน่นขึ้นอีกระดับ

"ของทุกอย่างที่เจ้าเคยให้ข้า ข้าไม่เคยแตะต้องแม้แต่ชิ้นเดียว!"

"คืนให้เจ้าทั้งหมด"

"จากนี้ไปอย่ามาก่อกวนข้าอีก และไม่ต้องมาเล่นละครตบตา"

"เจ้ากับข้า ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลย!"

พูดจบหลิวชิงหรานก็จ้องมองเฉินเสวียนด้วยสายตาเย็นชา นางชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะเสริมขึ้นมาว่า

"ซูเป่ยเฉินคือใคร"

นางจำเป็นต้องถามชื่อนี้ออกมา เพราะเมื่อครู่ที่ได้ยินความคิดของเฉินเสวียน นางถึงได้รู้ว่า

ซูเป่ยเฉินคนนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนางในอนาคต แถมความสัมพันธ์ยังไม่ธรรมดาเสียด้วย

เฉินเสวียนรับถุงเก็บของกลับมา กวาดตามองคร่าวๆ ก็เห็นว่าของทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์

"ซูเป่ยเฉินอะไรนั่น ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับข้า"

"ศิษย์พี่หญิง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วป้ายผ่านทางยอดเขาหลินเซียนของข้าล่ะ"

เฉินเสวียนกระพริบตาตาปริบๆ สีหน้าเรียบเฉยไม่มีพิรุธ

เพียงแต่ตอนได้ยินชื่อนั้นออกจากปากหลิวชิงหราน เขาแอบแปลกใจอยู่ลึกๆ

แต่ก็กลบเกลื่อนร่องรอยได้อย่างแนบเนียน ทว่าก็ยังไม่พ้นสายตาจับผิดของหลิวชิงหราน

ฮึ สันดานเดิมไม่เปลี่ยน

ยังจะเล่นละครอีก

คนจอมปลอมก็คือคนจอมปลอมวันยังค่ำ!

หลิวชิงหรามหรี่ตาหงส์ลง มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม

"ข้าไม่ต้องการมันหรอก! เอาคืนไป!"

หลิวชิงหรานปลดป้ายหยกที่ส่องแสงระยิบระยับข้างเอวโยนคืนให้

ไม่มีความอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะตอนนั้นเฉินเสวียนยัดเยียดให้นาง นางก็ไม่คิดจะรับไว้แต่แรก

แต่สิ่งที่นางไม่รู้คือ เพราะป้ายหยกที่เฉินเสวียนให้นางชิ้นนี้แหละที่ทำให้นางสามารถบำเพ็ญเพียรในแดนศักดิ์สิทธิ์ฮวงกู่ได้อย่างราบรื่น

ไม่มีใครกล้ามารบกวน

สถานที่ฝึกตนก็มีพลังวิญญาณหนาแน่นที่สุด ทรัพยากรประจำเดือนก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวอย่างน่าประหลาด

แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสเจอนางยังต้องพูดจาอ่อนหวาน

ป้ายนี้เป็นตัวแทนของเฉินเสวียน มันคือยันต์กันภัยชั้นดี

เฉินเสวียนรับป้ายมาด้วยความงุนงง

'นางไปรู้จักซูเป่ยเฉินได้ยังไง ข้าจำได้ว่าตามเนื้อเรื่องในเกม อีกเจ็ดวันหลิวชิงหรานถึงจะไปเจอกับซูเป่ยเฉินที่เทือกเขาสัตว์อสูรไม่ใช่เรอะ'

'การพบกันครั้งแรกนั่นแหละที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่รุดหน้าไปไกล'

'เฮ้อ น่าเสียดายที่แม่ผู้หญิงไร้สมองคนนี้ไม่เคยฉุกคิดเลยว่า การพบกันของนางกับซูเป่ยเฉินอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ'

'เรื่องบังเอิญทั้งหมด มันก็แค่แผนการส่วนหนึ่งของซูเป่ยเฉินเท่านั้นแหละ'

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 2 - นมใหญ่ไร้สมอง หลิวชิงหรานงงเป็นไก่ตาแตก

คัดลอกลิงก์แล้ว