- หน้าแรก
- ผมมีระบบเชฟเทวดา: พลิกชีวิตสู่เถ้าแก่
- บทที่ 1040 - แกนั่นแหละขโมยสามล้อ
บทที่ 1040 - แกนั่นแหละขโมยสามล้อ
บทที่ 1040 - แกนั่นแหละขโมยสามล้อ
บทที่ 1040 - แกนั่นแหละขโมยสามล้อ
"ย่า!"
"ผมเก็บของดีได้ด้วย!"
จู่ๆ ป้างเกิ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ข้างทาง ในมือทั้งสองข้างประคองก้อนอะไรบางอย่างไว้แน่น
ขนาดของมันไม่ใช่น้อยๆ ต้องใช้สองมือโอบถึงจะรอบ
เจี่ยจางซื่อหรี่ตามองฝ่าความมืด แต่ก็มองไม่ชัดว่าเป็นอะไร
ช่างหัวมันปะไร ในเมื่อหลานรักบอกว่าเป็นของดี มันก็ต้องเป็นของดีวันยังค่ำ
"หลานย่าเก่งจริงๆ ไหนเอามาให้ย่าดูซิว่าได้อะไรมา" เจี่ยจางซื่อยิ้มร่า วิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา
"ย่ารับนะ!"
สิ้นเสียง ป้างเกิ่งก็เกร็งแขนส่งแรงเหวี่ยงวัตถุปริศนาลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงาม มุ่งหน้าเข้าหาใบหน้าของผู้เป็นย่า
"ว้าย! แม่ร่วง!"
วินาทีที่มันลอยเข้ามาในระยะสายตา เจี่ยจางซื่อถึงได้เห็นชัดเต็มสองตา
ของดีบ้านแกสิ!
นี่มันคางคกยักษ์ตะปุ่มตะป่ำชัดๆ!
แต่จะหลบก็สายเกินการณ์ เจ้าสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำลอยมาปะทะใบหน้าเหี่ยวย่นของเจี่ยจางซื่อดัง แปะ!
"อ๊บ!"
เจ้าคางคกตกใจที่โดนปาทิ้ง ร้องเสียงหลง แล้วใช้ขาหลังถีบหน้าเจี่ยจางซื่อเต็มแรงเพื่อดีดตัวหนี
ป้างเกิ่งเห็นของเล่นจะหนีก็ทำท่าจะวิ่งไล่ตะครุบ แต่ถูกเจี่ยจางซื่อที่กำลังคลื่นไส้คว้าตัวไว้
"อ้วก...!"
"หลาน... หลานจับตัวอะไรมาเนี่ย... อ้วก..."
"มันกินไม่ได้ลูก!"
กินไม่ได้?
ป้างเกิ่งมองเจ้าคางคกที่กระโดดหนีเข้าป่าไปด้วยความเสียดาย
"เนื้อตั้งเยอะ ทำไมกินไม่ได้ล่ะ? เมื่อกี้ผมลองเลียดูรสชาติก็แปลกๆ ดี"
"อ้วก..."
ได้ยินว่าหลานเลียคางคก เจี่ยจางซื่อยิ่งพะอืดพะอม เกาะต้นไม้อาเจียนจนตัวโยน
"พอ... พอแล้ว มืดแล้ว รีบกลับบ้านกันเถอะ"
หลังจากขย้อนของเก่าออกมาจนหมดไส้หมดพุง เจี่ยจางซื่อก็ลากแขนป้างเกิ่งเดินโซซัดโซเซออกจากป่า
พอกลับมาถึงจุดจอดรถ จักรยานของเฉินจวินหายไปแล้ว แสดงว่าฝ่ายนั้นคงกลับไปนานแล้ว
"ป้างเกิ่ง นั่งดีๆ นะลูก ย่าจะซิ่งกลับบ้านแล้ว"
ขากลับแม้จะมืดตึ๊ดตื๋อและไม่มีไฟหน้ารถ แต่ด้วยสัญชาตญาณและความชำนาญเส้นทาง เจี่ยจางซื่อก็พาหลานกลับมาถึงตรอกหนานหลัวกู่เซี่ยงได้อย่างปลอดภัย
แต่ทว่า...
ทันทีที่เลี้ยวรถเข้าปากตรอก บรรยากาศมันดูมาคุชอบกล
ทำไมมีตำรวจยืนอยู่หน้าบ้าน?
แถมลุงสามเหยียนปู้กุ้ยที่น่าจะกลับมาถึงตั้งนานแล้ว ยังยืนคุยจ้ออยู่หน้าประตู
เอ๊ะ?
หรือว่ามีใครขโมยของในลาน?
ต่อมความอยากรู้อยากเห็นทำงานทันที เจี่ยจางซื่อเตรียมจะถีบรถเข้าไปมุงดูเรื่องชาวบ้าน
แต่ทว่าเสียงเหยียนปู้กุ้ยกลับดังแทรกขึ้นมาแหลมปรี๊ด
"นั่นไง! พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา! เจี่ยจางซื่อกลับมาแล้ว!"
สิ้นเสียงชี้เป้า ตำรวจสองนายที่ยืนอยู่ก็หันขวับมาจ้องเขม็งเป็นตาเดียว
หือ?
เจี่ยจางซื่อสะดุ้งเฮือก สัญชาตญาณนักโทษเก่าทำงานอัตโนมัติ
เผ่นสิครับรออะไร!
ไม่รู้แหละว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าไอ้เหยียนปู้กุ้ยปากปีจอพูดถึงนางต่อหน้าตำรวจ มันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
คิดได้ดังนั้น เจี่ยจางซื่อก็หักแฮนด์รถสามล้อกลับหลังหัน เตรียมโกยแน่บ
"หยุดนะ!"
ตำรวจสายตรวจผู้มากประสบการณ์มองปราดเดียวก็รู้เจตนา พุ่งตัวออกจากจุดสตาร์ทราวกับนักวิ่งร้อยเมตร
เจี่ยจางซื่อที่กำลังจะกลับรถด้วยความทุลักทุเล ยังไม่ทันได้ตั้งลำ ก็โดนตำรวจวิ่งมาดักหน้าไว้เสียก่อน
"อย่าจับฉัน! ฉันเป็นคนดี! ฉันเป็นพลเมืองดีนะ!"
พอรู้ว่าหนีไม่รอด เจี่ยจางซื่อก็ยกมือขึ้นกุมหัว ร้องโวยวายตามสูตรที่เคยฝึกมาจากค่ายแรงงาน
"คนดีบ้านป้าสิ!" ตำรวจหนุ่มแค่นเสียง "คนดีที่ไหนขโมยรถสามล้อชาวบ้าน? แล้วคนดีที่ไหนเห็นตำรวจแล้ววิ่งหนี?"
"สามล้อ?"
พอได้ยินคำนี้ ความกล้าของเจี่ยจางซื่อก็ฟื้นคืนชีพทันที นางชี้ไปที่เบาะรถสามล้อแล้วตะแบงเสียงเถียง
"ใครขโมยยะ? แหกตาดูให้ดีๆ นี่ฉันยืมมาต่างหาก!"
"ยืม? แล้วทำไมเจ้าของรถเขาถึงไปแจ้งความรถหาย?" ตำรวจไม่หลงกลง่ายๆ
จากคำให้การของพยานแวดล้อม รถคันนี้เจ้าของเพิ่งซื้อมาหมาดๆ ชาวบ้านทั้งลานเป็นพยานได้
"ก็มันประสาทกลับน่ะสิ!"
เจี่ยจางซื่อหัวเสีย ไม่นึกว่าแค่เอารถออกมาขี่เล่นแป๊บเดียว สองพี่น้องตระกูลเหอจะถึงขั้นแจ้งตำรวจจับ
อะไรวะ?
หรือว่าจะไม่เอาแม่ม่ายแล้ว?
"ลงมา! ตามผมมาทางนี้!"
ตำรวจคุมตัวเจี่ยจางซื่อลงจากรถ แล้วเข็นสามล้อของกลางไปที่หน้าประตูใหญ่
เหอต้าชิงกับไช่เฉวียนอู๋ที่ยืนกระวนกระวายอยู่ พอเห็นรถสามล้อสุดที่รักกลับมาในสภาพครบ 32 ก็รีบถลันเข้าไปดู
"โธ่เอ๊ย! เบาะบุบหมดแล้ว!"
"ดูสิ โคลนเลอะเทอะไปหมด ฉันเพิ่งเช็ดจนเงาวับเมื่อเย็นนี้เอง!"
ไช่เฉวียนอู๋ลูบรถสามล้อด้วยความปวดร้าว ราวกับลูกสาวโดนย่ำยี
รถคันนี้เขาถนอมยิ่งกว่าไข่ในหิน แต่นี่โดนยายแก่เอาไปปู้ยี่ปู้ยำจนหมดสภาพ
"ไช่เฉวียนอู๋! แกหมายความว่ายังไงยะ? ตกลงกันแล้วว่าจะให้ยืมรถ แล้วทำไมแจ้งตำรวจจับฉัน? แกไม่อยากได้เมียแล้วใช่ไหม?"
เจี่ยจางซื่อเปิดฉากด่าก่อนเพื่อชิงความได้เปรียบ หวังจะเอาเรื่องหาคู่มาอุดปากอีกฝ่าย
แต่หารู้ไม่ว่า สำหรับไช่เฉวียนอู๋ รถสามล้อสำคัญยิ่งกว่าเมียร้อยคน
รถคือเครื่องมือทำมาหากิน คือศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย
เพราะงั้นเรื่องหาเมียเอาไว้ทีหลัง เรื่องรถต้องมาก่อน!
"พี่ชาย! ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้ให้ยืม ยายนี่ขโมยรถผมไปชัดๆ" ไช่เฉวียนอู๋หันไปฟ้องพี่ชายโดยไม่สนคำขู่ของเจี่ยจางซื่อ
"ฉันเชื่อแก" เหอต้าชิงตบไหล่น้องชาย แล้วหันไปพูดกับตำรวจด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"คุณตำรวจครับ รถคันนี้คือคันที่หายไป เอกสารการซื้อขายผมมีครบ เรากับยายแก่นี่ไม่ได้สนิทกัน และไม่มีทางให้ยืมรถทำมาหากินแน่นอน เพราะฉะนั้น เจี่ยจางซื่อขโมยรถครับ!"
"รบกวนคุณตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด!"
การที่เจี่ยจางซื่อขโมยรถไปทำให้แผนการหาเงินคืนนี้พังไม่เป็นท่า
แถมตอนเจอตำรวจยังจะหนีอีก เจตนาทุจริตชัดเจนขนาดนี้ เหอต้าชิงกะจะเอาให้เข็ดหลาบ
"เฮ้ยๆๆ เหอต้าชิง อย่ามาใส่ร้ายกันนะโว้ย! ฉันยืม! ยืมโว้ย!" เจี่ยจางซื่อถลึงตาโปน
แต่เหอต้าชิงทำหูทวนลม "ยืมโดยไม่บอกเจ้าของ เขาเรียกว่าขโมย!"
"ไม่ว่าจะขโมยเข็มหรือขโมยรถ มันก็คือขโมย!"
"เหลวไหล!"
เจี่ยจางซื่อเต้นผาง "ถ้าฉันขโมย ฉันจะขี่รถกลับมาให้พวกแกจับทำซากอะไร? ฉันไม่ขี่หนีไปขายเซียงไฮ้เลยล่ะ?"
"ก็เพราะคุณตำรวจเขาดักจับป้าได้ไง!"
เหอต้าชิงตอกกลับนิ่มๆ ยืนกรานจะให้ตำรวจลากตัวไปโรงพักให้ได้
ต้องกำราบให้หลาบจำ ไม่อย่างนั้นวันหลังเผลอเป็นหายอีกแน่
"ใจเย็นๆ ครับป้า ผมเชื่อว่าป้าไม่ได้ตั้งใจขโมย..." ตำรวจพยายามไกล่เกลี่ย
"ไช่เฉวียนอู๋! แกพูดอะไรบ้างสิ! ถ้าแกไม่อนุญาต ฉันจะกล้าขี่ออกมาได้ยังไง?"
เจี่ยจางซื่อหันไปบีบน้ำตาใส่ไช่เฉวียนอู๋ หวังจะใช้ไม้อ่อน
แต่น่าเสียดาย ตอนนี้ไช่เฉวียนอู๋กำลังใช้ชายเสื้อเช็ดโคลนออกจากบังโคลนรถอย่างขะมักเขม้น ไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกาแม้แต่น้อย
[จบแล้ว]