- หน้าแรก
- ผมมีระบบเชฟเทวดา: พลิกชีวิตสู่เถ้าแก่
- บทที่ 1000 - เงื่อนไขแลกเวลา
บทที่ 1000 - เงื่อนไขแลกเวลา
บทที่ 1000 - เงื่อนไขแลกเวลา
บทที่ 1000 - เงื่อนไขแลกเวลา
เอะอะก็คุกเข่าโขกหัว นี่มันมัดมือชกด้วยศีลธรรมชัดๆ
ลำพังความสัมพันธ์ระหว่างสองบ้าน เฉินจวินไม่กระทืบซ้ำก็ถือว่าบุญโขแล้ว จะให้ยื่นมือมาช่วยเจี่ยตงซวี่คงเป็นไปไม่ได้
ส่วนเรื่องบ้านตระกูลเจี่ย เฉินจวินเคยสนใจอยู่บ้าง แต่ติดที่เจี่ยตงซวี่ตะกละตะกลามเกินเหตุ กะจะฟันกำไรเลือดสาด เห็นเขาเป็นไอ้งั่งกระเป๋าหนัก ตอนที่มีการประมูลบ้านคราวก่อนเขาเลยเมินเฉยไม่เข้าร่วม
"เฉินจวิน ได้โปรดช่วยฉันด้วยเถอะ!" เจี่ยตงซวี่ทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี ร่วมวงอ้อนวอนเฉินจวินไปพร้อมกับฉินหวยหรู
คนในลานบ้านที่พอจะมีเงินถุงเงินถังจ่ายสดได้ทันทีมีไม่กี่คน ในเมื่ออี๋จงไห่กับหลิวไห่จงปฏิเสธ ความหวังเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเฉินจวิน
สายตาของไทยมุงรอบด้านต่างพากันจับจ้องไปที่เศรษฐีหนุ่ม
อี๋จงไห่อ้าปากพะงาบๆ ก่อนจะเอ่ยปากกล่อม "เฉินจวิน ไหนๆ ก็เพื่อนบ้านรั้วเดียวกัน ถ้าคุณสนใจบ้านตระกูลเจี่ย ก็ช่วยซื้อไว้เถอะ ถือว่าทำบุญทำทาน"
ที่พูดนี่ไม่ได้หวังดีกับตระกูลเจี่ยหรอกนะ แค่อยากสร้างภาพให้ตัวเองดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีต่อหน้าธารกำนัลเท่านั้น
"ซื้อบ้านก็ส่วนซื้อบ้านสิ แต่เจี่ยทำแบบนี้มันบีบบังคับกันเกินไปหน่อยมั้ง"
"แล้วจะให้ทำไงได้ เจี่ยตงซวี่มันจนตรอกแล้วนี่นา"
"นั่นสิ ไม่รู้เฉินจวินจะยอมซื้อหรือเปล่า"
ฟังเสียงนกเสียงกาจบลลง เฉินจวินก็ปรายตามองฉินหวยหรูที่ยังคุกเข่าอยู่ "ลุกขึ้นเถอะ"
"เรื่องบ้านฉันซื้อได้ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าอย่าหวังจะโขกราคา"
พอได้ยินว่าเฉินจวินยอมรับซื้อบ้าน ฉินหวยหรูรีบผุดลุกขึ้นกล่าวขอบคุณรัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร
พี่กวงเห็นช่องทางได้เงินก็ยืนกอดอกรออย่างใจเย็น บ้านหนึ่งหลังขายได้หลายร้อยหยวน ได้เงินก้อนนี้มาก็พอจะเอาไปตบตาพี่เสือได้บ้าง
ส่วนส่วนต่างที่เหลือ ค่อยหาวิธีรีดไถเอาทีหลัง
สายตาของพี่กวงลอบสำรวจชายหนุ่มที่ประกาศตัวซื้อบ้านอย่างพินิจพิเคราะห์
อายุยังน้อยแต่ควักเงินหลายร้อยหยวนได้สบายๆ หมอนี่ไม่ธรรมดา
แถมเสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูดีมีรสนิยม เนื้อผ้าเกรดเอแบบนี้ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปไม่มีปัญญาหามาใส่หรอก
แสดงว่าไอ้หนุ่มนี่กระเป๋าตุงน่าดู เหมาะจะเป็นหมูตัวต่อไปให้พวกเขาล่อมาเชือด
"บ้านหลังนี้ฉันซื้อคืนมาหกร้อยหยวน แถมซ่อมหลังคาให้ใหม่เอี่ยมแล้วด้วย" เจี่ยตงซวี่ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันบอกราคา "ขอขายที่หกร้อยแล้วกัน"
นี่คือสมบัติชิ้นสุดท้ายในชีวิต ขายได้มากเท่าไหร่ ก็ลดหนี้ได้มากเท่านั้น
"ถ้าจะขายหกร้อย ก็เชิญไปขายคนอื่นเถอะ"
เฉินจวินโบกมือปัดทันที ราคานี้มันราคาคุยที่เจี่ยตงซวี่เอาไว้เบ่งทับอี๋จงไห่ ราคาตลาดจริงๆ มันอยู่ที่ห้าร้อยกว่าหยวน
เขาอุตส่าห์ยอมเป็นธุระซื้อให้ ยังจะมาหน้าด้านฟันกำไรกับเขาอีก
"ห้าร้อยห้าสิบ!"
เจี่ยตงซวี่หน้าถอดสี รีบหั่นราคาตัวเองลงมาทันควัน
"เฉินจวิน คุณอย่าเพิ่งโมโห ตงซวี่สมองไม่ค่อยดี บ้านนี้เราขายห้าร้อยสามสิบ คุณโอเคไหม"
ฉินหวยหรูกลัวเฉินจวินจะเปลี่ยนใจ เลยชิงตัดราคาลงไปอีก
ห้าร้อยสามสิบหยวน ถูกกว่าตอนประมูลคราวก่อนตั้งยี่สิบหยวน ถือเป็นราคาแห่งความจริงใจของตระกูลเจี่ย
"ตกลง ถือว่าช่วยสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์"
เฉินจวินกะราคาไว้ในใจที่ห้าร้อยห้าสิบ ในเมื่อฉินหวยหรูเสนอราคาถูกกว่า มีหรือเขาจะปฏิเสธ
ยุคนี้บ้านราคาหลักร้อย อีกไม่กี่สิบปีข้างหน้ามูลค่าจะพุ่งทะยานจนต้องเติมศูนย์ต่อท้ายอีกสี่ห้าตัว
งานนี้กำไรเห็นๆ
"ลุงสาม ช่วยร่างสัญญาซื้อขายให้หน่อยเถอะค่ะ" ฉินหวยหรูไม่รอช้า รีบหันไปขอแรงเหยียนปู้กุ้ย
"เฮ้อ... วันนี้จะสงเคราะห์เขียนให้ฟรีๆ สักครั้งแล้วกัน"
เหยียนปู้กุ้ยบ่นอุบอิบแล้วเดินกลับไปหยิบกระดาษปากกาในบ้าน
ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาต้องเรียกเก็บค่าหมึกค่าเสียเวลาตามธรรมเนียม แต่สถานการณ์หน้าสิหน้าขวานแบบนี้ ขืนอ้าปากขอเงินคงโดนชาวบ้านนินทาไปเจ็ดชั่วโคตร
เหยียนปู้กุ้ยงกก็จริง แต่ก็รู้จักกาละเทศะ
พอลายเซ็นกับรอยนิ้วมือประทับลงบนสัญญาเรียบร้อย เฉินจวินก็กลับไปหยิบเงินสดห้าร้อยสามสิบหยวนออกมา
ทว่าเงินยังไม่ทันจะอุ่นในมือฉินหวยหรู พี่กวงก็พุ่งเข้ามาคว้าหมับแย่งไปหน้าตาเฉย
"เอามานี่!"
พี่กวงบรรจงนับธนบัตรทีละใบอย่างละเอียด พอครบจำนวนก็ยัดใส่อกเสื้ออย่างทะนุถนอม
"ให้เงินไปแล้ว ปล่อยคนได้หรือยัง" ฉินหวยหรูทวงถาม
พี่กวงทำหูทวนลม ล้วงเอาปึกสัญญาเงินกู้ออกมา คัดใบละสองร้อยสองใบ กับใบละร้อยหนึ่งใบ โยนใส่หน้าฉินหวยหรู
"กฎวงการนักเลง ยื่นหมูยื่นแมว ได้เงินมาห้าร้อยก็คืนสัญญาไปห้าร้อย เอาไป!"
พูดจบ พี่กวงก็ดีดลูกคิดในสมองอย่างรวดเร็ว "หักยอดห้าร้อยสามสิบออก เจี่ยตงซวี่ยังเหลือหนี้อีกเก้าร้อยเจ็ดสิบหยวน พวกมึงรีบไปหามาจ่ายซะ กูต้องรีบกลับไปปิดบัญชี"
ฉินหวยหรูรับสัญญาเงินกู้มาด้วยมือที่สั่นเทา พอได้ยินยอดหนี้คงเหลือ หล่อนก็หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
ยังขาดอีกเก้าร้อยเจ็ดสิบ?
ทำไมมันเยอะขนาดนี้!
บ้านก็ขายไปแล้ว สมบัติชิ้นสุดท้ายหลุดมือไปแล้ว เหลือแต่เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ กับหม้อไหกะละมังแตก
ของพวกนี้ต่อให้มัดรวมขายชั่งกิโล ก็ได้เงินไม่ถึงสิบหยวน
"ลุงสอง ลุงสาม ฮือ... ช่วยพวกเราด้วยเถอะค่ะ เรายอมเซ็นสัญญาเป็นลูกหนี้พวกคุณก็ได้ เราไม่เบี้ยวแน่ๆ" ฉินหวยหรูหันไปกราบกรานหลิวไห่จงกับเหยียนปู้กุ้ยอีกรอบ
ขอแค่คนในลานบ้านช่วยกันระดมทุนคนละนิดละหน่อย ก็น่าจะพออุดรอยรั่วนี้ได้
แต่หลิวไห่จงยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ทำเพียงส่ายหน้าช้าๆ
เขารู้ทันความคิดฉินหวยหรู ยัยนี่กะจะให้เขาใช้อำนาจผู้ดูแลลานบ้านไปบีบลูกบ้านให้ปล่อยกู้
ลำพังความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านก็แย่อยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ตระกูลเจี่ยไม่มีรายได้ทางไหนเลย ใครหน้าโง่ที่ไหนจะกล้าให้ยืม
"ลุงสาม!" ฉินหวยหรูน้ำตาแตกพราก
เหยียนปู้กุ้ยมีปฏิกิริยาเหมือนหลิวไห่จงเปี๊ยบ ส่ายหน้าดิก "เพื่อนบ้านแต่ละคนก็ปากกัดตีนถีบ หาเช้ากินค่ำ คงไม่มีใครช่วยพวกเธอได้หรอก"
"ลองไปขอยืมญาติพี่น้องดูไหม"
ญาติ?
ฉินหวยหรูยิ้มทั้งน้ำตา
ญาติฝั่งตระกูลเจี่ยหนีหายไปหมดตั้งแต่แม่เฒ่าจางก่อวีรกรรมไว้ ส่วนญาติฝั่งหล่อนที่บ้านนอกก็จนกรอบจนต้องมาขอข้าวกิน จะเอาปัญญาที่ไหนมาช่วย
"ไม่มีเงินใช่ไหม งั้นก็ไปกับพวกกู!" พี่กวงประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าตระกูลเจี่ยหมดหนทางเยียวยา
นอกจากพวกชอบมุงดูความฉิบหาย ก็ไม่มีใครจริงใจกับครอบครัวนี้เลย
"อย่านะ! อย่าเพิ่ง!"
เจี่ยตงซวี่ผวากอดขาพี่กวงแน่น ร้องโหยหวน "พี่กวง ผมคืนไปตั้งห้าร้อยกว่าแล้วนะ พี่ช่วยผ่อนผันให้ผมสักสองสามวันไม่ได้เหรอ"
"แค่ไม่กี่วัน ผมสัญญาว่าจะไปกราบกรานญาติพี่น้องหาเงินมาคืนให้ครบ"
ผ่อนผัน?
พี่กวงเลิกคิ้วสูง สายตากลิ้งกลอกอย่างเจ้าเล่ห์ เขาเลียริมฝีปากแผล็บพลางลูบหัวโล้นมันเลื่อม "จะให้เวลาหายใจสักหน่อย... ก็พอได้นะ"
เจี่ยตงซวี่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความดีใจ รีบโขกหัวให้พี่กวงรัวๆ "ขอบคุณครับพี่กวง ขอบคุณครับพ่อพระ"
อย่าว่าแต่ไม่กี่วันเลย ขอแค่ยืดเวลาไปสักวันเดียว เขาก็มีช่องทางพาฉินหวยหรูหนีกลับบ้านนอกได้แล้ว
แต่รอยยิ้มของเจี่ยตงซวี่ยังไม่ทันจะบานเต็มที่ คำพูดต่อมาของพี่กวงก็แช่แข็งเขาจนเย็นยะเยือก
"แต่กูกลัวมึงจะหอบลูกเมียหนีไปน่ะสิ โลกกว้างใหญ่ขนาดนี้ ขืนมึงมุดดินหนี กูจะไปตามหาที่ไหน"
"เอาอย่างนี้แล้วกัน ให้เมียมึงไปกับพวกกู ส่วนมึงก็ไปวิ่งเต้นหาเงินมาไถ่ตัว"
[จบแล้ว]