เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 970 - บ้านสี่ลานเฮงซวย

บทที่ 970 - บ้านสี่ลานเฮงซวย

บทที่ 970 - บ้านสี่ลานเฮงซวย


บทที่ 970 - บ้านสี่ลานเฮงซวย

"แกกล้าด่าพ่อฉันเรอะ!"

เจี่ยตงซวี่โกรธจนเลือดขึ้นหน้าเหมือนหมูป่าตกมัน เขาออกแรงเข็นรถเข็นพุ่งเข้าใส่หมายจะชนสวี่ต้าเม่าให้ตายคาที่ แต่สวี่ต้าเม่ากลับไม่ยี่หระสักนิดแถมยังยืนด่ากราดสวนกลับไปทันควัน

"สภาพอย่างนายแค่เดินยังจะสะดุดขามดตาย ยังกล้าฝันหวานอยากได้ของฟรี ถ้าฉันเป็นนายนะ จะรีบเอาเงินใส่ซองคืนเจ้าภาพแล้วมุดหัวไปนอนสำนึกผิดในเล้าไก่โน่น"

"บ้านตัวเองทำไฟไหม้แล้วจะมาหน้าด้านยึดเรือนหอชาวบ้าน ถุย!"

"ลุงสอง! ลุงจะไม่จัดการไอ้สวี่ต้าเม่าหน่อยเหรอ" เจี่ยตงซวี่ทำอะไรสวี่ต้าเม่าไม่ได้ จึงหันไปโวยวายหาความยุติธรรมจากลุงสองแทน

แต่หลิวไห่จงเพียงแค่โบกมือปัดอย่างรำคาญใจ

"พอได้แล้ว สวี่ต้าเม่ามันพูดก็เพราะหวังดีกับนายทั้งนั้น บ้านนายไฟไหม้มันเกี่ยวอะไรกับเรือนหอคนอื่น เฉินจวินเขาใจกว้างแค่ไหนแล้วที่ไม่ลุกมาเตะนาย ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้นายคงโดนกระทืบจมดินไปแล้ว"

พูดจบเขาก็ยื่นคำขาดทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เจี่ยตงซวี่ได้เถียง

"ถ้านายยอมเช่าบ้าน ฉันจะช่วยเป็นธุระติดต่อหาบ้านเช่าให้ แต่ถ้าคิดจะอยู่ฟรีก็ไปหาวิธีเอาเอง ฉันช่วยพวกนายไม่ได้แล้ว"

ถ้าเจี่ยตงซวี่ไม่ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงิน เขาก็หมดสิทธิ์ซุกหัวนอนในย่านนี้ ต่อให้อี้จงไห่ออกหน้ามาไกล่เกลี่ยก็ไร้ประโยชน์ ยกเว้นเสียแต่ว่าอี้จงไห่จะยอมควักเนื้อจ่ายค่าเช่าแทน แต่ดูจากความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานระหว่างอี้จงไห่กับบ้านเจี่ยตอนนี้ เรื่องนั้นคงเป็นได้แค่ฝันกลางวัน หลิวไห่จงจึงยื่นคำขาดทิ้งท้ายไว้อย่างชัดเจน

ฉินหวยหรูเห็นท่าไม่ดีกลัววงแตก จึงรีบกระตุกแขนเสื้อเจี่ยตงซวี่เบาๆ

"ตงซวี่ ฉันว่าเราไปนอนเบียดกันในห้องปีกไม้สักสองสามวันก่อนเถอะ"

เรื่องจะไปขอนอนบ้านคนอื่นฟรีๆ ถ้าเป็นเมื่อสองสามปีก่อนอาจจะพอมีหวัง บีบน้ำตาหน่อยซ่าจู้ก็คงใจอ่อนยกห้องให้แล้ว แต่ตอนนี้ชื่อเสียงของตระกูลเจี่ยเน่าเฟะจนเหม็นโฉ่ไปทั่วซอย อย่าว่าแต่ขออยู่ฟรีเลย แค่ขอความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ยังยาก ฉินหวยหรูจึงมองว่ามีที่ให้ซุกหัวนอนฟรีๆ ก็บุญโขแล้ว อย่าไปเรื่องมากเลือกที่นอนนักเลย

เจี่ยตงซวี่ตวัดสายตาขุ่นเคืองมองเมียตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์

ห้องปีกไม้ที่ว่านั่นมันเล็กยิ่งกว่ารูหนู ให้คนสามคนเข้าไปอัดกันอยู่สภาพคงไม่ต่างจากนอนในกรงหมา แต่ทำไงได้ ในเมื่อที่บ้านถังแตกไม่มีเงินสักแดง จะให้นอนกรงหมาก็ต้องยอม

"เออๆ ก็ได้ งั้นไปนอนห้องปีกไม้แก้ขัดไปก่อน" เจี่ยตงซวี่เบ้ปากพลางพยักหน้าส่งๆ

แต่ทว่า...

"เดี๋ยวๆ ใครบอกให้อยู่ฟรี นอนห้องปีกไม้ก็ต้องจ่ายค่าเช่านะเว้ย"

จู่ๆ ลุงสามเหยียนปู้กุ้ยที่เงียบอยู่นานก็กระแอมไอขัดขึ้นมา ห้องปีกไม้นั่นเดิมทีเอาไว้เก็บของสัพเพเหระ ขืนปล่อยให้บ้านเจี่ยเข้าไปอยู่ฟรี เผลอแป๊บเดียวคงโดนยึดครองถาวรตามสันดาน ดังนั้นการเก็บค่าเช่าจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ถ้าเจี่ยตงซวี่กล้าจ่าย เขาก็ได้ค่าขนมเพิ่ม ถ้าไม่จ่าย เขาก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกลัวโดนยึดที่

"เฮ้ย! ลุงสามหมายความว่าไง ห้องรูหนูแค่นั้นยังจะหน้าเลือดเก็บค่าเช่าอีกเหรอ" เจี่ยตงซวี่ถามเสียงหลงด้วยความเหลือเชื่อ

"อ้าว ก็ใครเขาห้ามเก็บค่าเช่าห้องปีกไม้ล่ะ ถ้าไม่อยากจ่ายก็ไม่ต้องอยู่ เชิญ!" เหยียนปู้กุ้ยตอบหน้าตาย

เยี่ยม!

เจี่ยตงซวี่เห็นความงกของลุงสามแล้วก็ได้แต่สบถด่าในใจ ก่อนจะหันไปตวาดใส่ฉินหวยหรูด้วยความโมโหเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย

"ไป! พวกเราไป ฉันตาสว่างแล้ว ไอ้น้ำใจเพื่อนบ้านบ้าบออะไรนั่นมันเรื่องโกหกทั้งเพ พวกเห็นแก่เงิน!"

ไป?

ฉินหวยหรูหน้าถอดสีทันที คนสามคนจะหอบลูกหอบเต้าไปนอนที่ไหน ไปนอนข้างถนน หรือไปนอนใต้สะพานลอย

"ตงซวี่ แล้วเราจะไปไหนกันล่ะ"

"ไปศูนย์สงเคราะห์! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าขาดความช่วยเหลือจากไอ้พวกแล้งน้ำใจพวกนี้แล้วครอบครัวเราจะไม่มีที่ซุกหัวนอน" เจี่ยตงซวี่ประกาศก้องด้วยความคับแค้นใจ

ศูนย์สงเคราะห์?

คำนี้ทำเอาชาวบ้านในลานต่างพากันเลิกคิ้วสูง ตั้งแต่ยุบกองอำนวยการทหารไป พวกเขาก็แทบไม่ได้ยินชื่อนี้อีกเลย สถานที่นั่นอยู่ติดกับกองอำนวยการเดิม เป็นที่พักพิงสำหรับพวกคนเร่ร่อนไร้บ้าน มีที่ซุกหัวนอนกับอาหารประทังชีวิตให้ แต่สภาพความเป็นอยู่จัดว่าย่ำแย่เข้าขั้นเลวร้าย ใครที่พอจะลืมตาอ้าปากได้ต่างก็รีบหนีออกมาจากที่นั่นกันหมด ดังนั้นคนในบ้านสี่ลานจึงแทบไม่มีใครพูดถึงที่นั่นอีกเลย

ฉินหวยหรูเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรกจึงถามด้วยความกังวล "ตงซวี่ มันคือที่ไหน เขาจะรับพวกเราเหรอ"

"ก็ที่สำหรับคนไร้บ้านไงล่ะ วางใจเถอะ ไปนอนที่นั่นยังไงก็ดีกว่านอนในเล้าไก่แน่ๆ"

พูดจบเจี่ยตงซวี่ก็หันไปกราดเกรี้ยวใส่พวกลุงสามอีกรอบ "ต่อให้ฉันเจี่ยตงซวี่ต้องอดตาย หนาวตายอยู่ข้างถนน ฉันก็จะไม่ยอมรับเศษเงินหรือความช่วยเหลือจากพวกแกแม้แต่นิดเดียว!"

"ไป เราไปกันเดี๋ยวนี้!"

ฉินหวยหรูไม่รู้อีโหน่อีเหน่ว่าศูนย์สงเคราะห์สภาพเป็นยังไง แต่เห็นผัวทำท่าขึงขังมั่นใจขนาดนั้นจึงไม่กล้าซักไซ้ เธอรีบเก็บข้าวของที่พอหยิบฉวยได้ แล้วเข็นรถพาเจี่ยตงซวี่เดินออกจากบ้านสี่ลานไปอย่างทุลักทุเล

มองแผ่นหลังของครอบครัวตัวปัญหาที่ค่อยๆ ลับสายตาไป เหยียนปู้กุ้ยก็เกาหัวแกรกๆ

"กองอำนวยการยุบไปตั้งหลายปีแล้ว ป่านนี้ศูนย์สงเคราะห์มันยังมีคนอยู่เรอะ"

"โอ๊ย ลุงสามจะไปสนมันทำไม เจี่ยตงซวี่มันประกาศปาวๆ ว่ายอมตายดีกว่ารับความช่วยเหลือจากพวกเรา ก็ปล่อยมันไปสิ แยกย้ายๆ กลับบ้านนอนดีกว่า" สวี่ต้าเม่าโบกมือไล่ เขาไม่ได้สนใจชะตากรรมของเจี่ยตงซวี่แม้แต่น้อย แค่ไอ้ตัวซวยนี่ไม่อยู่ขวางหูขวางตาก็ถือเป็นเรื่องมงคลชีวิตแล้ว

"สวี่ต้าเม่าพูดถูก แยกย้ายกันได้แล้ว"

หลิวไห่จงโบกมือไล่ลูกบ้าน เป็นอันปิดจบเรื่องวุ่นวายโดยที่อี้จงไห่ไม่มีโอกาสได้เสนอหน้าออกมาทำคะแนนเลยสักนิด

เฉินจวินเห็นเรื่องสงบลงแล้วก็จูงมือเมียรักเดินกลับเรือนหลัง

"ถุย ไอ้เป๋นั่นหน้าไม่อายชะมัด กล้าดียังไงมาเล็งบ้านเรา" ระหว่างเดินกลับห้อง เฉินเสวี่ยหรูอดบ่นอุบอิบไม่ได้ ส่งลูกมาร่วมโต๊ะกินฟรีไม่พอยังจะมาวางแผนยึดบ้านคนอื่นอีก ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเจอใครหน้าหนาเท่าเจี่ยตงซวี่มาก่อน

"บ้านนี้สันดานเหมือนกันทั้งตระกูลนั่นแหละ จริงๆ ยังมีตัวเทพกว่านี้อีกนะ แต่โดนจับไปเข้าค่ายดัดสันดานแล้ว เดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง"

พอกลับถึงห้องและปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย เฉินจวินก็เริ่มเปิดตำนานวีรกรรมสุดแสบของ "เจี่ยจางซื่อ" ให้เมียฟังอย่างออกรส ฟังจบเฉินเสวี่ยหรูถึงกับนั่งอ้าปากค้าง

คุณพระช่วย! ครอบครัวนี้มันรวมดาวชาวนรกชัดๆ

คุยกันไปคุยกันมา เฉินจวินก็เอื้อมมือไปกระตุกเชือกปิดไฟพรึ่บ

"อ้าว ปิดไฟทำไมคะ เพิ่งจะค่ำเอง" เฉินเสวี่ยหรูถามด้วยความงุนงง มองไม่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของสามีในความมืด

"โธ่ทูนหัว ลืมแล้วเหรอว่าวันนี้วันอะไร เราต้องรีบเข้านอนกันนะจ๊ะ"

"จำที่แม่พูดตอนกินข้าวเย็นไม่ได้เหรอ ตระกูลเฉินจะขยายกิ่งก้านสาขาได้ก็พึ่งเธอแล้วนะ"

"ผู้ใหญ่บอกต้องเชื่อฟัง เพราะงั้นเราต้องรีบ... ปฏิบัติภารกิจ"

เฉินจวินฉีกยิ้มกว้างก่อนจะคว้าตัวภรรยาสาวมุดเข้าใต้ผ้าห่ม เฉินเสวี่ยหรูขัดขืนด้วยความเขินอายในช่วงแรก แต่ด้วยชั้นเชิงของเฉินจวิน ไม่นานความขัดขืนก็แปรเปลี่ยนเป็นความโอนอ่อนผ่อนตาม...

(ตัดภาพไปที่โคมไฟหัวเตียง... จินตนาการเอาเองนะครับ )

สองชั่วโมงผ่านไป ทั้งคู่ก็นอนกอดก่ายกันหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 970 - บ้านสี่ลานเฮงซวย

คัดลอกลิงก์แล้ว