- หน้าแรก
- ผมมีระบบเชฟเทวดา: พลิกชีวิตสู่เถ้าแก่
- บทที่ 830 - เธอก็ท้องงั้นเรอะ?
บทที่ 830 - เธอก็ท้องงั้นเรอะ?
บทที่ 830 - เธอก็ท้องงั้นเรอะ?
บทที่ 830 - เธอก็ท้องงั้นเรอะ?
"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"
พอรู้ข่าวว่าเมียสวี่ต้าเม่าอาจจะตั้งท้อง เจี่ยตงซวี่ก็พร่ำบ่นคำว่า 'เป็นไปไม่ได้' ซ้ำๆ เหมือนคนเสียสติ
ตอนที่เขาโดนสวี่ต้าเม่าซ้อมจนต้องเข้าโรงพยาบาล แม้ในใจจะโกรธแค้นแทบกระอักเลือด แต่พอคิดว่าไอ้สวี่ต้าเม่ามันเป็นหมันไม่มีวันมีลูกสืบสกุล ความโกรธก็ทุเลาลงไปได้บ้าง
แต่ตอนนี้ เมียสวี่ต้าเม่าดันมาส่อแววว่าท้องเสียอย่างนั้น เรื่องนี้เจี่ยตงซวี่รับไม่ได้อย่างแรง
ในสายตาเขาตอนนี้ ถึงขาเขาจะพิการเดินไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็มีลูกชายสืบสกุล ยังไงก็เหนือกว่าไอ้สวี่ต้าเม่าที่เป็นหมันตั้งเยอะ
"อึก..."
ขณะที่เจี่ยตงซวี่กำลังพึมพำสาปแช่งอยู่คนเดียว ฉินหวยหรูที่กำลังป้อนน้ำให้ปั้งเกิ่งจู่ๆ ก็เกิดอาการคลื่นไส้โก่งคอจะอาเจียนออกมา
หืม?
เจี่ยตงซวี่ขมวดคิ้วมองตาม เห็นฉินหวยหรูเอามือปิดปากวิ่งถลารีบออกไปนอกห้อง นั่งยองๆ สูดอากาศบริสุทธิ์อยู่ที่หน้าประตูบ้านเฮือกใหญ่
ผ่านไปพักใหญ่ ฉินหวยหรูถึงลุกเดินกลับเข้ามาในห้อง
สายตาของเจี่ยตงซวี่ที่จ้องเขม็งมาทำให้ฉินหวยหรูรู้สึกขนลุกซู่
เป็นบ้าอะไรอีก?
หรือว่าเจี่ยตงซวี่จะโดนเงินสามพันหยวนนั่นกระตุ้นจนเพี้ยนไปแล้วจริงๆ?
เฮ้อ!
แม่ผัวตัวดีของเธอก็โดนคนในลานค่อนขอดว่าเป็นยายแก่เสียสติไปแล้วคนหนึ่ง ถ้าเจี่ยตงซวี่มาเป็นไปกับเขาอีกคน นี่แปลว่าตระกูลเจี่ยมีกรรมพันธุ์บ้าบอที่เธอไม่รู้อีกหรือเปล่าเนี่ย
"ตงซวี่ เป็นอะไร"
เจี่ยตงซวี่จ้องมองหน้าท้องของฉินหวยหรูเขม็ง ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะเอ่ยปากถาม "ฉินหวยหรู... หรือว่าเธอท้อง?"
"หา?"
ฉินหวยหรูชะงักไปครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน "เป็นไปไม่ได้ สงสัยเมื่อเย็นกินหมั่นโถวแป้งข้าวโพดเยอะไปหน่อย แล้วเมื่อกี้กลิ่นปั้งเกิ่งมันตลบอบอวล ท้องไส้เลยปั่นป่วนขึ้นมา"
ท้องไม่ท้อง คนเคยผ่านการมีลูกมาแล้วอย่างเธอทำไมจะไม่รู้
เมื่อกี้ที่คลื่นไส้ สาเหตุหลักๆ ก็มาจากเจ้าลูกชายตัวดีที่ดันอึแตกใส่กางเกง กลิ่นตุๆ นั่นเล่นเอาเธอแทบพุ่ง
"อืม เข้าใจแล้ว" เจี่ยตงซวี่หยุดซักไซ้ แต่สายตาที่มองฉินหวยหรูยังแฝงแววเคลือบแคลงสงสัยไม่หาย
อีกด้านหนึ่ง เฉินจวินใช้เวลาอยู่ที่ร้านหย่งอันถังสักพัก พอรับเงินเสร็จก็ขอตัวกลับทันที
หมอโจวกับพวกคนในร้านมัวแต่ตื่นเต้นรุมล้อมชื่นชมโสมแก่อายุเกือบสองร้อยปี จนไม่มีใครว่างเดินมาส่ง ซึ่งก็เข้าทางเฉินจวินพอดี พอก้าวพ้นประตูร้านมาได้นิดเดียว เขาก็สะบัดข้อมือวูบหนึ่ง ถุงใส่เงินใบใหญ่ก็หายวับไปกับตา
เดิมทีเฉินจวินวางแผนไว้ว่าคืนนี้จะไปเดินตลาดมืดเพื่อสอยของเก่าที่เล็งไว้สักชุด แต่พอเงยหน้าเห็นหิมะโปรยปรายลงมา เขาเลยกระชับคอเสื้อให้แน่นขึ้นแล้วตัดสินใจกลับบ้านดีกว่า
ยิ่งวันฝนตกหรือหิมะตกหนักแบบนี้ ตลาดมืดแทบจะร้างผู้คน ขืนไปก็คงไม่เจอคนขายของ
หิมะยิ่งตกก็ยิ่งหนัก พอเฉินจวินปั่นจักรยานมาถึงบ้าน ในลานบ้านก็ขาวโพลนไปด้วยหิมะหนาเตอะแล้ว
เขารีบล้างหน้าล้างตาแบบลวกๆ แล้วมุดตัวเข้าไปซุกในผ้าห่มทันที
นาทีนี้เฉินจวินอดคิดถึงเครื่องทำความร้อนในโลกอนาคตไม่ได้ อย่างน้อยๆ ขอแค่มีฮีตเตอร์หรือผ้าห่มไฟฟ้าก็ยังดี หน้าหนาวจะได้ทรมานน้อยลงหน่อย จะนอนเล่นมือถือก็ไม่ต้องคอยสลับมือซุกผ้าห่มให้วุ่นวาย
"พรุ่งนี้ไปดูที่สหกรณ์ร้านค้าหน่อยดีกว่า เผื่อมีเครื่องทำความร้อนขาย"
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังกินข้าวเช้าเสร็จ เฉินจวินก็ลากตัวหลินเหยาที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บ้านให้ออกไปสหกรณ์ด้วยกัน
"พี่คะ ข้างนอกหิมะยังตกอยู่เลยนะ เราจะไปทำอะไรกัน"
หลินเหยานั่งซ้อนท้ายจักรยาน เอาหน้าซุกแผ่นหลังกว้างของเฉินจวินหลบลม วันนี้ลมแรงไม่ใช่เล่น เกล็ดหิมะพัดบาดหน้าเจ็บเหมือนโดนมีดกรีด โชคดีที่เสื้อผ้าหนาพอเลยไม่รู้สึกหนาวเท่าไหร่
"ตอนกลางคืนมันหนาวเกินไป ตื่นเช้ามาแทบไม่อยากลุก พี่ว่าจะไปซื้อเตาผิงสักหน่อย"
ยุคนี้แทบทุกบ้านมีเตาสำหรับทำกับข้าวอยู่แล้ว แต่เตาพวกนั้นให้ความร้อนไม่ทั่วถึง แถมยังทำฝุ่นฟุ้งกระจายเต็มบ้าน เฉินจวินเลยตั้งใจจะไปหาซื้อเตาเหล็กแบบที่มีปล่องระบายควันเพื่อใช้ทำความร้อนโดยเฉพาะ
ครอบครัวทั่วไปอย่าว่าแต่เจียดเงินซื้อเตาเหล็กเลย ต่อให้มีก็ไม่กล้าใช้ เหตุผลเดียวคือมันเปลืองเงินมาก ต้องเผาถ่านหินทั้งวันทั้งคืน วันหนึ่งหมดเงินไปหลายเหมา
ชาวบ้านร้านตลาดแค่หาเช้ากินค่ำให้ท้องอิ่มก็เลือดตาแทบกระเด็น ใครจะกล้าเอาเงินมาเผาเล่นแบบนั้น
"ฮิฮิ งั้นพี่ต้องซื้อขนมเค้กพุทรากวนให้หนูด้วยนะ!" หลินเหยาต่อรองเสียงใส
ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงสหกรณ์ร้านค้าที่ใกล้ที่สุด ต้องยอมรับเลยว่าสหกรณ์นี่ยิ่งใหญ่สมชื่อ แค่ก้าวขาเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงไออุ่น เฉินจวินกวาดตามองไปรอบๆ เห็นเตาเหล็กพร้อมปล่องระบายควันตั้งโชว์อยู่สองตัว
"สหายครับ เตาตัวนี้ราคาเท่าไหร่" เฉินจวินชี้ไปที่เตาแล้วถาม
พนักงานขายที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์โบกมือปฏิเสธ "สหกรณ์เราไม่มีขายหรอกแบบนั้น คุณต้องไปดูที่ห้างสรรพสินค้าโน่น"
พูดจบ พนักงานก็กวาดสายตาสำรวจการแต่งกายของเฉินจวินและหลินเหยา พอเห็นว่าทั้งคู่สวมเสื้อผ้าเนื้อดีหนานุ่มดูมีราคา ก็เลยเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี "เตาพวกนั้นราคาไม่ใช่เล่นๆ นะ เตรียมเงินไปให้พอด้วยล่ะ"
เฉินจวินพยักหน้ารับรู้ แล้วชี้ไปที่ขนมบนเคาน์เตอร์ "งั้นเอาชุดจิงปาเจี้ยนให้ผมห้าชุดครับ"
จิงปาเจี้ยน หรือ ขนมมงคลแปดอย่าง เป็นขนมขึ้นชื่อของปักกิ่ง ต้นกำเนิดมาจากห้องเครื่องในวังสมัยราชวงศ์หมิง ก่อนจะแพร่หลายออกมาสู่ชาวบ้านร้านตลาด
ขนมชุดนี้นอกจากรสชาติจะดีเยี่ยมแล้ว ขนมแต่ละชิ้นยังมีความหมายมงคล ทั้งเรื่องการเรียน การเงิน อายุยืน ความสุข โชคลาภ และยศถาบรรดาศักดิ์ ครบถ้วน
คนทั่วไปซื้อมาไม่กล้ากินเองหรอก ส่วนใหญ่เอาไว้ซื้อเป็นของฝากผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้น
โห ห้าชุดเลยเรอะ?
พนักงานขายเลิกคิ้วสูง รีบกุลีกุจอหยิบของให้ทันที ในใจนึกชมตัวเองว่าตาถึงจริงๆ พ่อหนุ่มตรงหน้านี่กระเป๋าหนักไม่ใช่เล่น
พอได้ขนมครบ เฉินจวินก็พาหลินเหยามุ่งหน้าไปที่ห้างสรรพสินค้าทันที
ที่นี่มีสินค้าให้เลือกหลากหลายกว่า แต่ราคาก็สูงกว่าสหกรณ์ร้านค้าอยู่บ้าง
"สหาย สวัสดีครับ ผมต้องการซื้อเตาเหล็กสำหรับทำความร้อนสองตัว"
พนักงานขายที่นี่มองประเมินอายุเฉินจวินแวบหนึ่ง ก่อนเตือนเสียงเรียบ "เตาเหล็กแพงนะ แถมต้องใช้คูปองอุตสาหกรรมด้วย"
เฉินจวินพยักหน้า เขารู้กติกาดี ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหยิบคูปองอุตสาหกรรมสองใบกับปึกเงินออกมาวาง
คูปองอุตสาหกรรมยุคนี้แบ่งประเภทชัดเจน อย่างจะซื้อจักรยานหรือจักรเย็บผ้าก็ต้องใช้คูปองเฉพาะทาง แต่สำหรับเตาผิงแบบนี้ใช้คูปองอุตสาหกรรมทั่วไปได้ ในฐานะหัวหน้าโรงอาหารโรงงานรีดเหล็ก เขาได้รับแจกมาทุกเดือนสองเดือนอยู่แล้ว
เห็นเฉินจวินอายุน้อยแต่พกเงินฟ่อนใหญ่ แถมแม่หนูข้างหลังก็หิ้วถุงขนมพะรุงพะรัง พนักงานขายครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก เปิดพลิกๆ แล้ววางลงบนเคาน์เตอร์
"ร้านเรามีทั้งหมดสี่แบบนะ แบบถูกสุดสิบห้าหยวน นอกนั้นก็สิบแปด ยี่สิบ แล้วก็ยี่สิบสามหยวน คุณจะเอาแบบไหน"
ตอนแจ้งราคา พนักงานขายคนนี้คอยสังเกตสีหน้าเฉินจวินตลอดเวลา เพราะเขากล้าบวกราคาเพิ่มไปตัวละสองหยวนทุกรุ่น
วิธีนี้เขาทำมาหลายครั้งแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่จ่ายเงินจ่ายคูปองแล้วก็รับของไปเลย ไม่ค่อยมีใครขอใบเสร็จ ยกเว้นพวกหน่วยงานรัฐที่มาจัดซื้อ ของพวกนั้นต้องเอาใบเสร็จไปเบิก
เฉินจวินกวาดตามองปราดเดียว เห็นว่าบนสินค้าไม่ได้ติดป้ายราคาไว้ ก็ตอบกลับไปเรียบๆ "ผมเอาตัวที่แพงที่สุด แต่ทางห้างมีบริการส่งของถึงบ้านไหมครับ"
[จบแล้ว]