- หน้าแรก
- ผมมีระบบเชฟเทวดา: พลิกชีวิตสู่เถ้าแก่
- บทที่ 660 - สันดานเจี่ยจางซื่อ
บทที่ 660 - สันดานเจี่ยจางซื่อ
บทที่ 660 - สันดานเจี่ยจางซื่อ
บทที่ 660 - สันดานเจี่ยจางซื่อ
พอเดินพ้นประตูโรงงานเหล็กออกมา เฉินจวินก็ยื่นกล่องข้าวในมือส่งให้ลูกน้องสองคน
"วันนี้พวกนายลำบากกันมาทั้งวัน เอาพวกนี้กลับไปกินกับคนที่บ้านให้อิ่มหนำนะ"
คนงานรับจ้างชั่วคราวสองคนนั้นยืนอึ้งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะรีบยกมือไหว้รับกล่องข้าวมาด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณครับหัวหน้าเฉิน ขอบคุณครับ!"
"เดี๋ยวดิ แล้วของฉันล่ะ?"
ซ่าจู้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองกล่องข้าวตาละห้อย รีบท้วงขึ้นมาด้วยความงุนงง
ตั๋วอาหารของเขาขายกินไปแล้วสองใบ ตอนห่อข้าวกลับบ้านเขาเลยมือเปล่า ในขณะที่คนอื่นมีติดไม้ติดมือกันคนละสองกล่อง ถ้าเฉินจวินไม่อยากกินหมูน้ำแดงกับลูกชิ้น ก็ควรจะยกให้เขาไม่ใช่หรือไง
เฉินจวินปรายตามองเพื่อนตัวดี "ระดับนายยังขาดแคลนเนื้อสัตว์อีกเหรอ"
"ขาดสิ ทำไมจะไม่ขาด!"
"แล้วทำไมเอ็งถึงขายตั๋วแลกข้าวให้แม่ม่ายคนนั้นไปวะ!" เฉินจวินสวนกลับประโยคเดียวเล่นเอาซ่าจู้จุกจนพูดไม่ออก
"เอ่อ... คือ... หล่อนเป็นแม่ม่ายเหรอ?" จู่ ๆ ความสนใจของซ่าจู้ก็เปลี่ยนจากเรื่องกินไปเป็นเรื่องผู้หญิงทันที เขาถามด้วยความสงสัย "นายรู้ได้ไงว่าเขาเป็นแม่ม่าย ฉันดูไม่ออกเลยนะเนี่ย"
เฉินจวินคร้านจะต่อล้อต่อเถียงด้วย เขาถีบจักรยานพุ่งออกไปทันที
"เฮ้ย! เฉินจวิน รอฉันด้วย!" ซ่าจู้ตะโกนลั่น รีบสับตีนแตกวิ่งตามหลังไป
ระยะทางจากโรงงานเหล็กกลับไปบ้านสี่ลานไม่ใช่ใกล้ ๆ ขืนให้เดินกลับคงขาลาก เฉินจวินแค่แกล้งแหย่เล่นเฉย ๆ ไม่ได้ใจร้ายไส้ระกำขนาดทิ้งเพื่อนไว้กลางทางจริง ๆ หรอก
...
ณ บ้านสี่ลาน
วันนี้เหยียนปู้กุ้ย หรือลุงสาม เดินยืดอกหน้าบานเป็นจานดาวเทียม ที่แฮนด์จักรยานมีปลาตัวเบ้อเริ่มแขวนโตงเตง เขาปั่นวนโชว์รอบตรอกหนานหลัวกู่เซี่ยงไปสามสี่รอบกว่าจะยอมเลี้ยวเข้าบ้าน
"ตายแล้วตาแก่! วันนี้ผีเข้าหรือไง ไปตกได้ตัวใหญ่ขนาดนี้มาได้!" ป้าสามรู้ดีว่าผัวตัวเองฝีมือแค่ไหน ลำพังถ้าไม่มีเหยื่อสูตรเด็ดของเฉินจวิน อย่างมากก็ได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย
แต่ปลาตัวตรงหน้านี่หนักตั้งสี่ห้าจิน ตุ๋นหม้อเดียวพอกินกันทั้งบ้าน
เหยียนปู้กุ้ยเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ "วันนี้มือมันขึ้น เพิ่งหย่อนเบ็ดลงไปแป๊บเดียวก็กินเบ็ดแล้ว พวกตัวเล็ก ๆ ฉันปล่อยไปหมด คัดมาแต่ตัวใหญ่เน้น ๆ"
ปากก็คุยโวไปอย่างนั้น แต่ในใจเหยียนปู้กุ้ยรู้อยู่เต็มอกว่าความจริงคืออะไร
ปลานี่ไม่ได้ตกได้ แต่วันนี้เขาโดดงานแอบไปตกปลา แล้วเจอไอ้ปลาซื่อบื้อตัวนี้ว่ายวนเวียนอยู่ริมตลิ่งน้ำตื้น ทั้งที่มีคนยืนหัวโด่อยู่มันก็ไม่หนี
เหยียนปู้กุ้ยเห็นท่าไม่ดีกลัวมันจะว่ายหนี เลยคว้าก้อนอิฐครึ่งก้อนปาใส่เปรี้ยงเข้าให้
แม่นยังกับจับวาง อิฐกระแทกหัวปลาจนน็อคคาที่ ลอยเท้งเต้งให้เขาช้อนขึ้นมาสบาย ๆ
"แหม ถ้าตกได้ตัวใหญ่แบบนี้ทุกวันก็ดีสิ!" ป้าสามยิ้มแก้มปริ รีบรับปลาไปจัดการที่ก๊อกน้ำรวม
เหยียนปู้กุ้ยยืนลูบคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสั่งความ "ปลานี่เอาไปทำน้ำแดงนะ เสร็จแล้วแบ่งเอาไปให้บ้านเฉินด้วย"
"หา? ให้บ้านเฉินเนี่ยนะ?"
ป้าสามหันขวับมามองผัวอย่างไม่เชื่อหู ไม่ใช่ว่าหล่อนขี้งกไม่อยากแบ่ง แต่คนทั้งลานบ้านรู้กันดีว่าเฉินจวินคือเซียนตกปลา ออกไปทีไรหิ้วกลับมาเป็นถัง บ้านใครจะขาดแคลนปลาไม่รู้ แต่บ้านเฉินไม่มีทางขาดแน่นอน
"เฉินจวินไม่ได้ชวนฉันไปตกปลานานแล้ว" เหยียนปู้กุ้ยถอนหายใจ "เอาปลาไปกำนัลหน่อย ครั้งหน้าถ้าเขาจะไปตกปลาจะได้มาชวนฉัน ถึงตอนนั้นแค่ขอแบ่งเหยื่อสูตรเด็ดมานิดหน่อย บ้านเราก็ได้กินปลาฟรีไปทั้งเดือนแล้ว!"
ป้าสามฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย จริงของแก ช่วงนี้เฉินจวินไม่ได้มาชวนตาแก่ไปตกปลาเลย
แต่สิ่งที่สองผัวเมียไม่รู้ก็คือ เหตุผลที่เฉินจวินไม่ชวน เพราะช่วงนี้อากาศมันร้อนบรรลัย วันหยุดทั้งทีเฉินจวินขอนอนตากพัดลมอยู่บ้านดีกว่า
แดดเปรี้ยงขนาดนี้ ออกไปนั่งตกปลาคงได้ลอกคราบเป็นงูแน่!
"มีเหตุผล!" ป้าสามพยักหน้าหงึก ๆ แล้วหันไปตั้งหน้าตั้งตาขูดเกล็ดปลาต่อ
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เฉินจวินกับซ่าจู้ก็มาถึงปากตรอก
ซ่าจู้เป็นคนปั่นจักรยาน เหงื่อท่วมตัวจนเสื้อเปียกชุ่ม ส่วนเฉินจวินนั่งซ้อนท้ายกินแอปเปิ้ลสบายใจเฉิบ
"โอย... ถึงสักทีเว้ย!"
ปั่นมาตลอดทางทำเอาซ่าจู้แทบหมดแรงข้าวต้ม แถมวันนี้ยืนหน้าเตามาทั้งวัน เขาเลยกะว่าจะรีบกลับไปอาบน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจ
แต่พอเท้าแตะพื้นหน้าประตูใหญ่ เฉินจวินก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
หืม?
ทำไมเหมือนมีเสียงร้องไห้แว่วมาจากในลาน แถมเสียงคุ้น ๆ เหมือนเสียงยัยหนูหลินเหยาเลย
คิดได้ดังนั้น เฉินจวินก็รีบสาวเท้ากึ่งวิ่งตรงดิ่งไปยังลานหลังทันที
พอไปถึงภาพที่เห็นคือหลินเหยากำลังยืนปาดน้ำตาป้อย ๆ โดยมีป้าสามยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ข้าง ๆ ที่พื้นมีชิ้นปลาและน้ำแกงหกเรี่ยราดเลอะเทอะ
พอเห็นพี่ชายกลับมา หลินเหยาก็เบะปาก น้ำตาแตกพรูออกมาอีกรอบ "พี่... พี่กลับมาแล้ว"
"เกิดอะไรขึ้น?" เฉินจวินเดินเข้าไปลูบหัวน้องสาวเบา ๆ แล้วถามเสียงเข้ม "มีใครรังแกเธอหรือเปล่า"
ป้าสามรีบแทรกขึ้นมาทันควัน "เฉินจวิน ไม่มีใครรังแกหรอก..."
แต่ยังไม่ทันที่ป้าสามจะแก้ตัวจบ หลินเหยาก็สะอึกสะอื้นเล่าความจริงออกมา
"เมื่อกี้หนูหุงข้าวอยู่ ป้าสามก็เอาปลาใส่ชามมาให้ บอกว่าลุงสามตกได้เมื่อบ่าย... หนู... หนูเกรงใจไม่อยากรับ เลยบอกให้ป้าสามเอาคืนไป"
"แต่จู่ ๆ ยายเฒ่าเจี่ยจางซื่อก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ ตะโกนด่าป้าสามว่าแล้งน้ำใจ เห็นบ้านแกจนกรอบทำไมไม่เอาปลาไปให้กินบ้าง..."
พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เฉินจวินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ยังดีที่หลินเหยาไม่เจ็บเนื้อเจ็บตัว แค่โดนยายแก่ปากตะไกรนั่นด่าว่าเป็น 'ตัวล้างผลาญ' จนร้องไห้ ส่วนเศษปลาบนพื้นก็น่าจะเป็นฝีมือเจี่ยจางซื่อที่พยายามจะแย่งชามปลาจนหก
"เฉินจวิน นิสัยยายเจี่ยจางซื่อเป็นยังไงเธอก็รู้ อย่าไปถือสาหาความแกเลย" ป้าสามแม้จะเสียดายเนื้อปลาจับใจ แต่ก็ไม่อยากให้เรื่องบานปลาย อีกอย่างหลินเหยาก็ไม่ได้โดนน้ำแกงลวก
เฉินจวินสูดหายใจลึก หันไปบอกป้าสาม "ผมเข้าใจครับ ขอบคุณป้าสามมากที่อุตส่าห์เอาปลามาแบ่ง บ้านผมก็ไม่ได้กินปลามาพักใหญ่แล้วเหมือนกัน"
"ป้ากลับไปก่อนเถอะครับ ไว้ว่าง ๆ ผมจะมาชวนลุงสามไปตกปลา"
พูดจบเขาก็หันมาลูบหัวน้องสาวอีกครั้ง "แล้วแม่ล่ะ?"
"แม่ออกไปซื้อของจ้ะ" หลินเหยาตอบเสียงเครือ
"แค่โดนด่านิดหน่อยถึงกับต้องร้องไห้เลยเหรอเรา" เฉินจวินบีบแก้มยุ้ย ๆ ของน้องสาวอย่างเอ็นดู
ปกติยัยหนูคนนี้ถึงจะดูหัวอ่อน แต่บทจะสู้คนก็เคยต่อปากต่อคำกับเจี่ยจางซื่อมาแล้ว ไหงคราวนี้ถึงได้ยืนร้องไห้เป็นเผาเต่าแบบนี้
หลินเหยามองพี่ชายด้วยสายตาหวาด ๆ "ก็คนในลานเขาพูดกันว่า... ยายเจี่ยแกเป็นโรคจิต เป็นยายแก่บ้า..."
อ๋อ!
ได้ยินแบบนี้เฉินจวินก็ร้องอ๋อทันที
ตอนเด็ก ๆ ในตรอกเคยมีตาแก่สติไม่ดีชอบไล่กวดเด็ก ๆ หลินเหยาเคยโดนวิ่งไล่จนขวัญเสียกลายเป็นปมฝังใจ
ประกอบกับช่วงนี้เจี่ยตงซวี่ขาเป๋ เจี่ยจางซื่อก็เลยมีอาการประสาทแดก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนชาวบ้านลือกันว่าแกเป็นบ้า
ดังนั้นพอต้องเผชิญหน้ากับเสียงด่าทอของเจี่ยจางซื่อ หลินเหยาเลยอดที่จะรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่ได้
[จบแล้ว]