- หน้าแรก
- ผมมีระบบเชฟเทวดา: พลิกชีวิตสู่เถ้าแก่
- บทที่ 602 - วัตถุดิบหิ้วเอง นักเลงพอ
บทที่ 602 - วัตถุดิบหิ้วเอง นักเลงพอ
บทที่ 602 - วัตถุดิบหิ้วเอง นักเลงพอ
บทที่ 602 - วัตถุดิบหิ้วเอง นักเลงพอ
หลังครัวโรงอาหาร
เฉินจวินเพิ่งจะวางแก้วชาลง ตั้งใจว่าจะงีบพักสายตาในห้องทำงานสักงีบ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นผู้จัดการหยางหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเดินเข้ามา
หือ
นี่จะมาแจกถุงยังชีพหรือไง
"ผู้จัดการหยาง นี่คือ..."
"ถุงนี้ตั้งใจเอามาให้คุณโดยเฉพาะเลยนะ" ผู้จัดการหยางยื่นถุงใบเล็กส่งมาให้
เฉินจวินรับมาด้วยความสงสัย พอเปิดออกดูก็ต้องเลิกคิ้ว
โอ้โฮเฮะ ถุงใบกะจิดริดแต่ของข้างในจัดเต็มใช่ย่อย มีทั้งแปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ก้อน แถมยังมีคูปองเนื้อกับคูปองผ้าปึกใหญ่อีกต่างหาก
"ผู้จัดการครับ เนื่องในโอกาสอะไรครับเนี่ย"
ช่วงนี้เขาก็ไม่ได้รางวัลอะไรเป็นพิเศษ ผลงานดีเด่นก็ยังไม่ได้ทำ อยู่ดีๆ เอาของมาประเคนให้เยอะแยะแบบนี้มันชักจะยังไงๆ
"จำกับข้าวสองกะละมังคราวก่อนได้ไหมล่ะ" ผู้จัดการหยางถามยิ้มๆ
เฉินจวินพยักหน้าทันที วีรกรรมสุดแสบของผู้จัดการหยางคราวนั้นใครจะไปลืมลง เพื่อเลี่ยงกฎระเบียบเรื่องมาตรฐานการจัดเลี้ยง พี่แกเล่นสั่งใส่กะละมังยกเสิร์ฟดื้อๆ เลย
"มื้อนั้นทำให้ท่านโหลวปั้นเฉิงทาน ของพวกนี้เขาฝากมาขอบคุณน่ะ"
อ๋อ ที่แท้ก็ป๋าโหลวนี่เอง เฉินจวินถึงบางอ้อทันที
พักหลังมานี้ไม่ค่อยเห็นโหลวปั้นเฉิงโผล่มาให้เห็น สงสัยจะเก็บเนื้อเก็บตัวทำตัวลีบยิ่งกว่าเดิมตามสถานการณ์บ้านเมือง
"แล้วถุงพวกนี้ล่ะครับ" เฉินจวินชี้ไปยังกองถุงที่เหลือ
ผู้จัดการหยางจัดการวางของทั้งหมดลงบนโต๊ะแล้วอธิบาย "ช่วงนี้มาตรฐานการเลี้ยงรับรองของโรงงานเราลดลงฮวบฮาบ ท่านโหลวไม่อยากให้พวกเราลำบากใจ ก็เลยหิ้ววัตถุดิบมาเองซะเลย กะว่ามื้อนี้จะให้คุณโชว์ฝีมือเต็มที่"
อะไรนะ เฉินจวินได้ยินคำว่า "หิ้ววัตถุดิบมาเอง" แล้วคิ้วกระตุกยิกๆ
โหลวปั้นเฉิงนี่เพื่อของกินแล้วทุ่มสุดตัวจริงๆ ถึงขนาดคิดวิธีนี้ออกมาได้
แต่เดี๋ยวนะ ของพวกนี้มันจะเยอะเกินไปไหมเนี่ย อย่าว่าแต่โหลวปั้นเฉิงคนเดียวเลย ต่อให้พาเพื่อนมาอีกห้าหกคนก็กินไม่หมดหรอก
"ให้ทำทั้งหมดนี่เลยเหรอครับ"
"ใช่ ทำหมดนี่แหละ กินไม่หมดเดี๋ยวท่านโหลวเขาห่อกลับบ้านเอง ไม่ต้องกลัวเสียของ มื้อนี้คุณต้องพิถีพิถันหน่อยนะ ท่านโหลวพาครอบครัวมากันครบทีมเลย" ผู้จัดการหยางกำชับเป็นพิเศษ
อ้อ
ที่แท้ก็ยกโขยงกันมาทั้งบ้าน
"วางใจได้เลยครับผู้จัดการ ผมจัดให้เนียนกริบแน่นอน" รับปากเสร็จ เฉินจวินก็ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องถามขึ้นมาดื้อๆ "เอ่อ ผู้จัดการครับ ผมได้ยินเขาซุบซิบกันว่ารองฯ หลี่แกมีปัญหาเรื่องความประพฤติไม่ใช่เหรอครับ เห็นว่าเคยไปตอแยคนงานหญิงในโรงงานจนเกือบโดนด่าเปิงมาแล้ว"
เขาไม่สามารถเอ่ยชื่อเจ้าแว่นออกมาตรงๆ ได้ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าเอาเรื่องโต๊ะจีนมาต่อรอง ก็เลยต้องใช้วิธีเลียบๆ เคียงๆ ถามเรื่องพฤติกรรมฉาวโฉ่ของหลี่หวายเต๋อแทน เผื่อจะล้วงข้อมูลอะไรได้บ้าง
"เฮ้อ... ก็ใช่น่ะสิ เรื่องนี้ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน" ผู้จัดการหยางนวดขมับด้วยความปวดหัว น้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ "แต่มันไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาเป็นเจ้าทุกข์ร้องเรียนน่ะสิ คนอื่นถึงอยากจะเอาเรื่องชู้สาวมาเล่นงานหลี่หวายเต๋อก็หาช่องลงไม่ได้"
เฉินจวินฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว
เรื่องที่หลี่หวายเต๋อไปลวนลามคนงานสาวๆ ในโรงงานนั้นรู้กันให้แซ่ด ขนาดในละครต้นฉบับ แม่ครัวหลิวหลานยังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหมอนี่เลย
แต่ปัญหาก็คือ ใครมันจะกล้าไปร้องเรียน
อย่าว่าแต่ร้องเรียนรองประธานคณะกรรมการปฏิวัติแล้วจะได้ผลไหมเลย สิ่งที่น่าห่วงกว่าคือชื่อเสียงของผู้หญิงฝ่ายเสียหาย ในยุคสมัยนี้ชื่อเสียงสตรีสำคัญยิ่งชีพ ต่อให้หลี่หวายเต๋อโดนลงโทษ แต่ฝ่ายหญิงคงโดนตราหน้าจนไม่มีที่ยืนในสังคมแน่
"ทำไม หรือเธอจะถามเรื่องเมื่อเช้า"
ผู้จัดการหยางเหมือนจะอ่านใจเฉินจวินออก เขากวาดตามองไปรอบๆ ครัวเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครดักฟัง แล้วลดเสียงลงต่ำ "เรื่องนั้นน่ะ เมื่อเช้าหลี่หวายเต๋อหยิบยกขึ้นมาเป็นกรณีตัวอย่างในที่ประชุม"
"ถึงแม้เศษอาหารในโรงครัวจะอนุโลมให้เอากลับบ้านได้เพื่อไม่ให้เสียของ แต่โดยทางนิตินัยแล้วมันก็ยังเป็นทรัพย์สินของโรงงาน หลี่หวายเต๋อเขาจับได้คาหนังคาเขา การสั่งย้ายไปโรงงานสีก็ถือว่าเป็นบทลงโทษที่สมเหตุสมผล"
"ทางที่ดีคุณหาโอกาสเรียกประชุมคนในครัว กำชับเรื่องเศษอาหารหน่อยก็ดี ดูว่าจะมีทางออกยังไงบ้าง"
ผู้จัดการหยางไม่ได้เตือนเฉินจวินให้ระวังตัวเรื่องห่อกับข้าว เพราะเขารู้ดีว่าเฉินจวินไม่ค่อยสนเศษอาหารพวกนี้อยู่แล้ว หลี่หวายเต๋อจ้องจะจับผิดยังไงก็คงคว้าน้ำเหลว
แต่กับคนอื่นในครัวนี่สิ ที่ทำกันจนเป็นความเคยชิน
เศษอาหารพวกนี้มันต่างจากเศษเหล็กในโรงงานที่เอาไปขายไม่ได้ราคาก็จริง แต่มันก็เป็นช่องโหว่ให้หลี่หวายเต๋อใช้เล่นงานได้ การจะไล่ออกเพราะเรื่องแค่นี้อาจจะทำไม่ได้เพราะชามข้าวเหล็กมันเหนียว แต่ถ้าแค่สั่งย้ายไปดองเค็มที่แผนกอื่นน่ะทำได้สบาย
เฉินจวินพยักหน้าหน้ารับ ในใจเริ่มวางแผนบางอย่าง
ในเมื่อหลี่หวายเต๋อใช้กฎระเบียบมาเล่นงานคนของเขา เขาก็จะใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง เล่นงานหลี่หวายเต๋อกลับบ้าง
คนบ้ากามอย่างหมอนั่น สักวันต้องเผยธาตุแท้ออกมาให้จับได้แน่
......
ห้องรับรองวีไอพีในโรงอาหาร
กับข้าวสิบอย่างบนโต๊ะถูกจัดการไปกว่าครึ่ง
คุณนายโหลวเช็ดปากอย่างผู้ดีแล้ววางตะเกียบลง เป็นอันรู้กันว่าอิ่มแล้ว สำหรับนางมื้อนี้ถือว่าจบลงอย่างสมบูรณ์
แต่โหลวปั้นเฉิงยังคงสู้ต่อ เขากำลังละเลียดซดน้ำแกง "เกอตาทัง" (ซุปแป้งต้ม) อย่างพินิจพิเคราะห์รสชาติ
ส่วนโหลวเสี่ยวเอ๋อนั้นฟุบหน้าลงกับโต๊ะ มือหนึ่งกุมท้อง อีกมือทุบโต๊ะเบาๆ ส่งเสียงครวญครางเป็นระยะ
"ทำไงดี ทำยังไงดีล่ะทีนี้!"
โหลวปั้นเฉิงกลืนซุปคำสุดท้ายลงคอแล้วหันมาถามลูกสาว "เป็นอะไรไปลูก"
คุณนายโหลวหัวเราะเบาๆ "ยัยตัวแสบกำลังกลุ้มใจเรื่องปากท้องในอนาคตน่ะสิคะ"
สมกับเป็นแม่ลูกที่มองตาก็รู้ใจ คุณนายโหลวมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งไปถึงตับไตไส้พุงลูกสาว
โหลวเสี่ยวเอ๋อกำลังกังวลเรื่องการกินอยู่จริงๆ "พ่อคะ พ่อเป็นคนดึงตัวเชฟเฉินมาที่โรงงานไม่ใช่เหรอคะ งั้นพ่อก็ย้ายเขาไปเป็นพ่อครัวประจำบ้านเราสิ พ่อเองก็ไม่ค่อยได้เข้าโรงงานแล้ว ถ้าย้ายเขาไปบ้านเรา พ่อจะได้กินของอร่อยทุกวันเลยนะ"
โหลวเสี่ยวเอ๋อทำตาปริบๆ อ้อนวอนผู้เป็นพ่อ
แต่โหลวปั้นเฉิงได้แต่ยิ้มแห้งแล้วส่ายหน้า
จะให้ดึงตัวเฉินจวินไปเป็นพ่อครัวส่วนตัวที่บ้านเนี่ยนะ
อย่าว่าแต่เฉินจวินจะยอมไหมเลย คนในโรงงานรีดเหล็กนี่แหละที่จะลุกฮือขึ้นมาคัดค้านเป็นกลุ่มแรก ตอนนี้เขาถอยฉากออกมาจากการบริหารงานโรงงานแทบจะหมดแล้ว ขืนไปดึงตัวบุคลากรสำคัญออกไป มีหวังได้โดนเพ่งเล็งจนเดือดร้อนกันพอดี
คุณนายโหลวถอนหายใจด้วยความเสียดาย "เฮ้อ ถ้าพ่อหนุ่มเชฟเฉินยังโสดก็ดีสินะ จะได้ให้เสี่ยวเอ๋อของเราจีบมาเป็นลูกเขยซะเลย จะได้กินฝีมือเขาตลอดยันแก่เฒ่า"
"แม่!!!"
โหลวเสี่ยวเอ๋อร้องเสียงหลงด้วยความเขินอาย จริงๆ หล่อนก็เคยแอบคิดเล่นๆ เหมือนกัน แต่ติดที่ฝ่ายชายเขามีเจ้าของจับจองแล้ว จะให้พูดไปก็รังแต่จะช้ำใจเปล่าๆ
"เฮ้อ ไอ้หนุ่มสวี่ต้าเม่าที่เคยมาดูตัวกับลูก ตอนนี้เห็นว่าขาดแคลนเมียอยู่เหมือนกัน แล้วเมื่อไหร่ลูกสาวเราจะเจอเนื้อคู่กับเขาสักทีนะ" โหลวปั้นเฉิงบ่นพึมพำ พอพูดถึงเรื่องแต่งงานของลูกสาวทีไรก็ปวดหัวทุกที
คุณนายโหลวนั่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลองเสนอความเห็น "แล้วพ่อหนุ่มเชฟเฉินเขามีพี่ชายหรือน้องชายบ้างไหมคะ หรือในโรงครัวนี้มีพ่อหนุ่มคนไหนที่หน่วยก้านดีๆ อีกบ้างไหม"
"เรื่องฐานะรวยจนช่างมันเถอะ ขอแค่เป็นคนดีก็พอแล้ว"
คุณนายโหลวตัดสินใจลดสเปกลง ขอแค่หาคนที่คล้ายๆ เฉินจวินได้ก็พอใจแล้ว
เอ๊ะ
คำพูดของคุณนายโหลวทำเอาโหลวปั้นเฉิงตาสว่างวาบ
จริงด้วยสิ!
ทำไมเขาถึงคิดไม่ถึงนะ
ถ้าหาชายหนุ่มที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเฉินจวินได้สักคน ปัญหาเรื่องคู่ครองของลูกสาวก็จะหมดไป แถมเรื่องปากท้องของคนทั้งบ้านก็จะได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม!
[จบแล้ว]