- หน้าแรก
- ผมมีระบบเชฟเทวดา: พลิกชีวิตสู่เถ้าแก่
- บทที่ 510 - ขนาดแม่เลี้ยงใจร้ายยังไม่กล้าทำขนาดนี้
บทที่ 510 - ขนาดแม่เลี้ยงใจร้ายยังไม่กล้าทำขนาดนี้
บทที่ 510 - ขนาดแม่เลี้ยงใจร้ายยังไม่กล้าทำขนาดนี้
บทที่ 510 - ขนาดแม่เลี้ยงใจร้ายยังไม่กล้าทำขนาดนี้
เสียงตวาดแว้ดของเจ้าสาวทำเอาคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอาจเข้าใจผิด คิดว่าบ้านเจ้าบ่าวเป็นพวกบ้านป่าเมืองเถื่อน ไร้มารยาท
แต่สำหรับแขกเหรื่อกว่าร้อยชีวิตที่มาเป็นสักขีพยาน ทั้งคนในหมู่บ้านและญาติมิตร ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า... บ้านนี้มันบ้าไปแล้ว! แม้ฝ่ายชายจะยอมกัดฟันจ่ายหกสิบหยวนเพื่อจบปัญหา แต่ศักดิ์ศรีของสือเต๋อลู่ก็ถูกว่าที่เมียเหยียบย่ำจนจมดินไปเรียบร้อยแล้ว
"หูเสี่ยวลี่! เธอพูดอะไรออกมาน่ะ!" สือเต๋อลู่สติแตก ตะโกนสวนกลับเสียงสั่น
พวกญาติๆ ฝั่งเจ้าบ่าวเห็นท่าจะบานปลาย รีบเข้ามาดึงตัวสือเต๋อลู่ออกห่างจากรถ ขืนปล่อยให้ปะทะคารมกันต่อ มีหวังได้วางมวยกันกลางงานแต่ง เรื่องคงยิ่งงามหน้าไปกันใหญ่
บรรยากาศที่ควรจะอบอวลด้วยความสุข ตอนนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นดินปืน พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ญาติฝั่งเจ้าสาวเองก็ใช่ย่อย ยืนจ้องหน้าฝ่ายชายตาเขียวปั้ด เหมือนเตรียมจะกระโดดเข้าใส่
"ว้าว... ดุเดือดเลือดพล่านดีแท้"
เฉินจวินที่ยืนกอดอกดูอยู่รอบนอก เกาคาดพลางส่ายหัว
นึกว่าเรื่องดราม่าเรียกค่าสินสอดเพิ่มหน้างานแบบนี้จะมีแค่ในคลิปไวรัลยุค 2020 ซะอีก ที่ไหนได้ ยุค 60 ก็มีถมเถไป ประเภทเพื่อนเจ้าสาวกั้นประตูเรียกซองหนักๆ หรือญาติฝ่ายหญิงขนเด็กมาทั้งหมู่บ้านเพื่อไถเงินเจ้าบ่าว
ไม่นึกว่าจะมาเจอแจ็คพอตกับตาตัวเองที่นี่ หกสิบหยวนในยุคนี้มันมหาศาลนะ
"เฮ้ย ซ่าจู้ ตอนนายแต่งงาน จ่ายค่าสินสอดให้หลิวหลานไปเท่าไหร่?" เฉินจวินศอกกลับไปถามซ่าจู้
ซ่าจู้ยิ้มแฉ่ง ชูสองนิ้วอย่างภาคภูมิใจ "ยี่สิบหยวนถ้วน! พ่อตาฉันยิ้มแก้มปริจนปากจะฉีกถึงหู"
ตอนแรกหลิวหลานบอกว่าสิบหยวนก็หรูแล้ว แต่ซ่าจู้สายป๋า อยากโชว์พาวเลยเบิ้ลให้เป็นยี่สิบ เพื่อนบ้านอิจฉากันตาร้อนผ่าว แถมซ่าจู้ยังจัดเต็มเรื่องข้าวของเครื่องใช้ ชีวิตคู่เลยราบรื่นไร้อุปสรรค
"ฉันก็ให้ยี่สิบเหมือนกัน!" สวี่ต้าเม่ารีบเกทับ
"งั้นนายก็กำไรเละเลยดิ" ซ่าจู้สวนกลับ
"หมายความว่าไงวะ?" สวี่ต้าเม่ายังงงๆ แต่ซ่าจู้ตัดบท "ช่างเถอะๆ ขยับเข้าไปดูใกล้ๆ ดีกว่า กำลังมันส์เลย"
สองหนุ่มคู่หูคู่ฮา ไม่ได้มีความเดือดร้อนอะไรกับเขาด้วย ถือคติ 'ไทยมุง' ที่ดี ยืนดูความฉิบหายของชาวบ้านเป็นมหรสพ
"หูเสี่ยวลี่! ตกลงเธอจะลงหรือไม่ลง!"
"สินสอดฉันก็ให้ครบ เสื้อผ้า ข้าวของ บ้านช่อง จักรยาน ฉันเตรียมให้เธอไม่ขาดตกบกพร่อง ขนาดรองเท้าแต่งงานฉันยังซื้อให้ใหม่" สือเต๋อลู่ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างอัดอั้น "จะเข้าบ้านอยู่รอมร่อยังจะมาเรียกเงินอีกหกสิบหยวน เดี๋ยวพอจะไหว้ฟ้าดิน จะเรียกค่าธูปค่าเทียนอีกไหม! จะเข้าหอต้องจ่ายค่าเตียงด้วยหรือเปล่า!"
คำถามประชดประชันของสือเต๋อลู่โดนใจกองเชียร์ฝั่งเจ้าบ่าวอย่างจัง
แต่แม่ยายสายแทงค์ไม่สะทกสะท้าน กระโดดชี้หน้าด่ากราด "ไอ้เด็กเวร! แกหมายความว่าไง ห๊ะ! แกดูถูกลูกสาวฉันเรอะ!"
"ไปถามใครเขาก็ได้ แต่งเมียใครเขาไม่ใช้เงินกัน! ลูกสาวฉันยอมตกร่องปล่องชิ้นกับแก ถือว่าเป็นบุญหัวของตระกูลสือแล้ว!"
"จะเอายังไงก็ว่ามา จ่ายหรือไม่จ่าย! ถ้าไม่จ่าย วันนี้อย่าหวังว่าเสี่ยวลี่จะเหยียบบ้านแก!"
ลีลาการด่าของนางช่างเหมือนเจี่ยจางซื่อร่างสองไม่มีผิด
เฉินจวินมองแล้วก็อดสังเวชใจไม่ได้ ถ้าบอกว่าเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายยังจะน่าเชื่อกว่า นี่แม่แท้ๆ นะ ทำไมถึงทำกับลูกสาวตัวเองได้ลงคอ
บ้านสือเขาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ ออกจะฐานะดีกว่าชาวบ้านทั่วไปด้วยซ้ำ สือเต๋อลู่ก็หน้าที่การงานมั่นคง หาผู้ชายโปรไฟล์ดีแบบนี้ในชนบทยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร หูเสี่ยวลี่ได้แต่งเข้ามาก็สบายไปทั้งชาติ ไม่ต้องทนลำบากทำไร่ไถนา
เทียบกับฉินหวยหรูแล้ว หูเสี่ยวลี่โชคดีกว่าหลายขุม ฉินหวยหรูต้องเจอแม่ผัวมหาประลัย ผัวก็ไม่ได้เรื่อง วันๆ ต้องมานั่งกลุ้มว่าจะหาอะไรกรอกหม้อ
นี่มันเรียกว่า 'หนูตกถังข้าวสาร' ชัดๆ
แต่สมองเจ้าสาวคงมีปัญหา ถึงได้ร่วมมือกับแม่ตัวเองมาพังงานแต่งซะเละเทะแบบนี้ ถ้าวันนี้งานล่ม รับรองชื่อเสีย(ง)จะขจรขจายไปไกล ใครจะกล้ามาสู่ขออีก
สือเต๋อลู่หมดความอดทนจะคุยกับแม่ยายมหาภัย เขาพยายามจะแทรกตัวเข้าไปคุยกับเจ้าสาวให้รู้เรื่อง ว่าจะเอายังไงกันแน่ จะลงดีๆ หรือจะให้ฉุด แต่ยังไม่ทันถึงตัวรถ บรรดาป้าๆ น้าๆ องครักษ์พิทักษ์ซองแดงก็กรูเข้ามาผลักอกเขาออกมา
"อย่ามาแตะต้องนะ!"
"ถอยไป! ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!"
ฝั่งผู้ชายเห็นเจ้าบ่าวโดนรุมก็ยอมไม่ได้ กรูเข้าไปช่วยกันกันท่า ความชุลมุนวุ่นวายจึงบังเกิด เสียงด่าทอผสมโรงกับเสียงผลักดันกันอุตลุด
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่น ท่ามกลางความชุลมุน ไม่รู้มือใครลอยมาตบหน้าเจ้าบ่าวเข้าเต็มรัก
ยังไม่ทันหายมึน อีกมือหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ใบหน้า คราวนี้ไม่ได้แค่ตบ แต่จิกเล็บลงไปด้วย เล็บยาวๆ ของใครสักคนกรีดลงบนแก้มสือเต๋อลู่เป็นทางยาว
"โอ๊ย!"
สือเต๋อลู่ร้องลั่น ยกมือขึ้นจับหน้า พอแบมือออกมาดูก็เห็นเลือดสีแดงสดติดมือมา
เลือดตกยางออก! ในวันแต่งงาน!
นี่มันลางร้ายชัดๆ!
แม้รัฐบาลจะรณรงค์ให้เลิกงมงาย แต่ชาวบ้านร้านตลาดเขายังถือเรื่องฤกษ์ยามและลางบอกเหตุกันเคร่งครัด การที่มีเลือดตกยางออกในงานมงคล ถือเป็นเรื่องอัปมงคลสุดขีด
ญาติฝั่งเจ้าบ่าวที่กำลังฮึดฮัดจะเอาเรื่อง พอเห็นเลือดก็ชะงักกึกกันเป็นแถว
เลขาฯ สือ ที่พยายามปั้นหน้ายิ้มมาตลอด พอเห็นลูกชายโดนตบจนเลือดสาด รอยยิ้มบนใบหน้าก็เลือนหายไปทันที แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมา
บรรยากาศงานมงคลอันสดใส กลับกลายเป็นเย็นเยียบจับขั้วหัวใจในพริบตา
[จบแล้ว]