- หน้าแรก
- ผมมีระบบเชฟเทวดา: พลิกชีวิตสู่เถ้าแก่
- บทที่ 470 - ซ่าจู้โดนค้นตัว
บทที่ 470 - ซ่าจู้โดนค้นตัว
บทที่ 470 - ซ่าจู้โดนค้นตัว
บทที่ 470 - ซ่าจู้โดนค้นตัว
"ลูกแม่! แม่ก็แค่หิวอยากกินข้าวโรงงานแค่มื้อเดียว พวกมันถึงกับจับแม่มาขังคุกขังตาราง พาแม่กลับบ้านทีลูก!"
พอเห็นหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เจี่ยจางซื่อก็ยิ่งดราม่าหนักกว่าเดิม
"แม่ไม่อยู่เฉยๆ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ เลย" เจี่ยตงซวี่บ่นอุบอย่างเอือมระอา ก่อนจะหันไปเจรจากับเจ้าหน้าที่หนุ่มที่เฝ้าอยู่ "พี่ชายครับ แม่ผมแกเป็นชาวบ้านตาสีตาสาไม่รู้ประสีประสา วันนี้คงเข้าใจผิดกันนิดหน่อย"
"เอาเป็นว่าพี่ปล่อยแม่ผมไปเถอะครับ ไว้ว่างๆ ผมเลี้ยงข้าวพี่สักมื้อ"
เจ้าหน้าที่หนุ่มปรายตามองเจี่ยตงซวี่แวบหนึ่ง ก่อนจะโบกมือปฏิเสธ "เรื่องกินข้าวเอาไว้ก่อน ตอนนี้คุณจ่ายค่าข้าวของแม่คุณมาก่อนดีกว่า หัวหน้าลวี่สั่งคำขาดมา ไม่จ่ายห้ามปล่อย"
"บ้านผมไม่มีเงินจริงๆ ครับพี่!" เจี่ยตงซวี่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ วันนี้เขาซึ้งถึงคำว่า 'หนึ่งอีแปะล้มวีรบุรุษ' อย่างแท้จริง
เขา เจี่ยตงซวี่แห่งลานบ้านสี่ประสาน ต้องมาจนตรอกเพราะค่าข้าวแค่ไม่กี่หยวน ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูชาวบ้าน มีหวังต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินถนนแน่
"ค่าข้าวแค่ไม่เท่าไหร่ บอกไม่มีจ่ายเนี่ยนะ?" เจ้าหน้าที่หนุ่มมองเจี่ยตงซวี่ด้วยสายตาเหลือเชื่อ หมอนี่มันจะเล่นลูกไม้อะไรหรือเปล่า
"สาบานได้ ทั้งตัวผมไม่มีสักเหมาเดียว" เจี่ยตงซวี่แบะกระเป๋าเสื้อกระเป๋ากางเกงให้ดู มันว่างเปล่ายิ่งกว่าอนาคตของเขาเสียอีก
"ก็ไปขอยืมเพื่อนในโรงงานก่อนสิ เงินแค่นิดเดียว"
"ยืมใครไม่ได้เลยครับ"
เจ้าหน้าที่หนุ่มถึงกับพูดไม่ออก สภาพแบบนี้น่าเวทนาชะมัด เขาจึงถอนหายใจแล้วเสนอทางออก "งั้นผมแนะนำนะ รีบไปยืมมาจ่ายแค่ค่าข้าวเรื่องจะได้จบๆ ไม่อย่างนั้นถ้าต้องทำเรื่องตามระเบียบหัวหน้าลวี่ แกโดนค่าปรับบานแน่"
"หรือถ้าไม่มีจริงๆ ก็ให้หักจากเงินเดือนได้"
เจี่ยตงซวี่หูผึ่งทันที "หักเงินเดือนได้เหรอครับ"
ในเมื่อตอนนี้ถังแตก การหักเงินเดือนในอนาคตจึงเป็นทางเลือกที่สว่างไสวที่สุด อย่างน้อยก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้ก่อน ส่วนเรื่องเงินเดือนจะออกเมื่อไหร่ช่างหัวมัน
เจ้าหน้าที่หนุ่มพยักหน้า
"งั้นให้หัวหน้าลวี่หักเงินเดือนผมเลยครับ ผมยอมแพ้แล้ว ตอนนี้ไม่มีเงินสดสักแดงเดียว" เจี่ยตงซวี่ตัดบทแบบยอมจำนน
เอาเถอะ...
เจ้าหน้าที่หนุ่มมองเจี่ยตงซวี่ด้วยความทึ่ง หมอนี่ใจเด็ดใช้ได้ เขาหยิบใบสั่งปรับออกมาจากลิ้นชัก ให้เจี่ยตงซวี่เซ็นชื่อรับทราบข้อกล่าวหา จากนั้นจึงไขกุญแจปล่อยตัวเจี่ยจางซื่อออกมา
ค่าไถ่ตัวครั้งนี้แลกมาด้วยการโดนหักเงินเดือนไปอีกสิบหยวน
พอพ้นประตูฝ่ายรักษาความปลอดภัย เจี่ยจางซื่อก็สบถด่ากราดตลอดทาง ก่อนจะไล่เจี่ยตงซวี่กลับไปทำงาน ส่วนตัวเองที่ท้องกิ่วจนตาลายเพราะไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน ในหัวตอนนี้มีแต่ภาพบะหมี่เนื้อชามโตกับหมั่นโถวขาวอวบอ้วนลอยวนเวียนอยู่
ถึงแผนกินฟรีจะล่มไม่เป็นท่า แต่เจี่ยจางซื่อกลับมองโลกในแง่ดีว่าอย่างน้อยก็ได้รู้ทางหนีทีไล่ของโรงงานบ้างแล้ว
"อีนังหลิวหลานตัวดี คอยดูเถอะ เป็นเพื่อนบ้านภาษาอะไรทวงค่าข้าวอยู่ได้"
"แอบตักให้ฉันสักหน่อย ผอ.โรงงานเขาไม่ตรัสรู้หรอกย่ะ"
"เอ๊ะ... แล้วนี่ฉันเดินมาโผล่ที่ไหนเนี่ย"
เพราะไม่คุ้นเคยกับผังโรงงาน เจี่ยจางซื่อเดินหลงมาจนถึงโกดังแห่งหนึ่ง มันคือโกดังเก็บอุปกรณ์ป้องกันภัยและชุดทำงาน เนื่องจากมีการเบิกจ่ายของเข้าออกตลอดเวลา ที่ประตูจึงแค่คล้องแม่กุญแจไว้เฉยๆ ไม่ได้กดล็อค
ดวงตาของยายเฒ่าเป็นประกายวูบวาบ หันซ้ายแลขวาเมื่อเห็นปลอดคน ไอเดียหาเงินทางลัดก็ผุดขึ้นมาในสมองทันที
นางอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครเห็น แอบเปิดประตูโกดังแล้วแทรกตัวเข้าไปเงียบๆ
...
ยามเย็นเสียงออดเลิกงานดังสนั่นหวั่นไหว ฝูงชนคนงานเริ่มทยอยเดินออกจากโรงงาน
ซ่าจู้กับหลิวหลานในฐานะคู่ข้าวใหม่ปลามัน วันนี้เลยรีบกลับบ้านไม่คิดจะอยู่ทำโอที แต่พอเดินมาถึงหน้าประตูใหญ่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก้าวเข้ามาขวางทางซ่าจู้ไว้
"สวัสดีครับเชฟเหอ ขอตรวจค้นหน่อยครับ"
หือ?
ซ่าจู้ทำหน้าเซ็ง นึกว่าเรื่องเมื่อตอนเที่ยงจะจบไปแล้ว ไม่คิดว่าจะโดนหมายหัวขนาดนี้
"ตรวจอะไรของพวกนายวะ" ซ่าจู้น้ำเสียงเริ่มขุ่น
"มีคนร้องเรียนว่าเชฟเหอเบียดบังทรัพย์สินโรงงานกลับบ้านครับ"
"คนอย่างเฮียจู้ไม่เคยโกงใครโว้ย เอ้า! จะค้นก็ค้นเลย เอาให้พอใจ!" ซ่าจู้บ่นอุบแต่ก็ยอมปลดกระเป๋าสะพายข้างส่งให้อีกฝ่ายแต่โดยดี
อันที่จริงซ่าจู้เลิกนิสัยห่อของกลับบ้านไปนานแล้ว ยิ่งเมื่อเที่ยงเฉินจวินเพิ่งเตือนสติมาหมาดๆ ยิ่งไม่มีทางทำเด็ดขาด แต่ที่โมโหคือทำไมฝ่ายรักษาความปลอดภัยต้องมาค้นตัวประเจิดประเจ้อต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้ ถ้าเกิดเจออะไรขึ้นมาจริงๆ มีหวังชื่อเสียงป่นปี้กันพอดี
เจ้าหน้าที่รับกระเป๋าไปเปิดดู พลิกซ้ายพลิกขวาแล้วหยิบกล่องข้าวออกมาใบนึง
แค่น้ำหนักมือที่สัมผัสก็รู้แล้วว่าข้างในว่างเปล่า เพราะมันเบาหวิว
"เจอหลักฐานไหมล่ะพ่อคุณ!" ซ่าจู้ตะคอกถามเสียงดัง เรียกสายตาคนงานรอบข้างให้หันมามุงดู
"ฮ่าๆ เชฟเหออย่าเพิ่งของขึ้นสิครับ เราแค่ทำตามหน้าที่ ตรวจตามระเบียบเฉยๆ"
เจ้าหน้าที่ส่งกระเป๋าคืนให้ซ่าจู้ ก่อนจะหันไปยิ้มแก้เก้อกับไทยมุงรอบๆ "เชฟเหอสะอาดบริสุทธิ์ครับ วันนี้ไม่มีการนำของออก เป็นการเข้าใจผิดกันนิดหน่อย"
ซ่าจู้กระชากกระเป๋ากลับมาสะพาย ไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้าหน้าที่คนนั้น เดินกระฟัดกระเฟียดออกจากโรงงานไปทันที
ชัดเจนเลยว่างานนี้ซ่าจู้โกรธจนควันออกหู
ไอ้ยายเฒ่าเจี่ย! เลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ อุตส่าห์เคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมา พอไม่ได้ดั่งใจก็แว้งกัด แจ้งจับหาว่าเขาขโมยของหลวง
แจ้งจับไม่ว่า ดันมาแจ้งที่โรงงานเหล็กเนี่ยนะ สมองกลับหรือไง ตอนนั้นเขาเอามาจากร้านอาหารเฟิงเติงโหลวโว้ย ไม่ใช่ที่นี่!
ทุเรศที่สุด!
พอเดินกลับมาถึงลานบ้านสี่ประสาน ก็จ๊ะเอ๋เข้ากับฉินหวยหรูที่กำลังยืนชะเง้อคอรออยู่อย่างกระวนกระวาย
"พี่จู้! พี่จู้กลับมาแล้ว!"
พอเห็นซ่าจู้เดินมา ฉินหวยหรูก็รีบปรี่เข้าไปหาทันที แต่ยังก้าวไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง หลิวหลานก็ก้าวมายืนขวางลำหน้าซ่าจู้ไว้ มือเท้าสะเอวถามเสียงเขียว "นี่แม่สะใภ้เจี่ย มาตะโกนเรียกผัวชาวบ้านซะเสียงหวานเชียวนะ มีธุระอะไรไม่ทราบ"
ฉินหวยหรูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบปั้นหน้าเศร้าอธิบาย "คือ... เมื่อตอนกลางวันแม่สามีฉันไปกินข้าวที่โรงงาน แล้วโดนปรับเงินไปตั้งสิบหยวน พวกพี่พอจะช่วยฉันคิดหาทางออกหน่อยได้ไหมคะ บ้านฉันยินดีจ่ายค่าข้าวคืนให้ค่ะ แต่ค่าปรับสิบหยวนนี่ไม่ไหวจริงๆ"
ตอนบ่ายเจี่ยจางซื่อเดินกลับมาพร้อมถุงแป้งถุงเล็กๆ พอกินอิ่มก็นอนตีพุงสบายใจเฉิบ ทิ้งภาระหนักอึ้งไว้ให้คนข้างหลัง
ฉินหวยหรูถึงกับมึนตึ้บ มีเงินซื้อแป้งแต่ไม่มีเงินจ่ายค่าข้าว?
เงินตั้งสิบหยวน สำหรับครอบครัวเธอตอนนี้ใช้ประทังชีวิตได้เกือบครึ่งเดือน หวังพึ่งแม่สามีก็คงป่วยการ อี้จงไห่ก็นอนซมอยู่ที่บ้าน ฉินหวยหรูเลยต้องมาดักรอความหวังจากซ่าจู้ หลิวไห่จง หรือไม่ก็เฉินจวิน
เผื่อใครสักคนจะใจดีช่วยจ่ายค่าข้าวให้ จะได้ไม่ต้องโดนหักเงินเดือน
ลำพังเงินเดือนเจี่ยตงซวี่ก็น้อยนิดอยู่แล้ว โดนหักนั่นหักนี่จนแทบจะไม่เหลืออะไรให้ยาไส้
"ไปให้พ้นหน้าฉันเลยไป! ต่อให้แม่ผัวหล่อนโดนกระทืบตายคาถนน ฉันก็จะไม่แลตามองแม้แต่หางตาเดียว!"
ซ่าจู้ตวาดลั่นด้วยความแค้นที่สุมอก แล้วเดินปึงปังเข้าบ้านไปโดยไม่หันมามองอีก
"พี่จู้ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ..."
ฉินหวยหรูตกใจจนหน้าถอดสี
เกิดอะไรขึ้น ปกติซ่าจู้ไม่เคยเกรี้ยวกราดใส่เธอขนาดนี้นี่นา
[จบแล้ว]