เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 : ทะลุขีดจำกัด ขนส่งเสบียง

บทที่ 33 : ทะลุขีดจำกัด ขนส่งเสบียง

บทที่ 33 : ทะลุขีดจำกัด ขนส่งเสบียง


บทที่ 33 : ทะลุขีดจำกัด ขนส่งเสบียง

เงินตอบแทนที่กิลด์เคนัสมอบให้คือหนึ่งพันล้านวอน

ซังวูได้รับครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้นมาก่อนเป็น 5,000 อัญมณีมูลค่า 500 ล้านวอนในทันทีที่เซ็นสัญญา

พัควอนแทดูจมอยู่กับความคิดในขณะที่เขามองดูซังวูและคังจุนโมเดินออกไปจากกิลด์พร้อมกับถุงที่บรรจุอัญมณี

' ฉันยิงนกสองตัวด้วยปืนนัดเดียวเพราะฉันสามารถทิ้งสิ่งของเบ็ดเตล็ดที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ไปได้ แต่ถึงอย่างนั้น...'

ท้ายที่สุดแล้ว ท่าทีดีใจของซังวูในขณะที่เขารับอัญมณีเหล่านั้นไปนั้นก็ดูเหมือนกับว่าเขาจะไม่ได้รับความสูญเสียใดๆ เลย

นั่นเป็นเหตุผลที่พัควอนแทเอาแต่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

“อัญมณีไม่สามารถใช้กับคนได้ เห็นได้ชัดว่าเขาอาจจะพยายามใช้มันเพื่อเปลี่ยนร่างโคลนของเขาเอง”

อัญมณีถูกละเลยเนื่องจากมันมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถใช้กับคนได้ และผลข้างเคียงจากการใช้ก็ทำให้ผู้ใช้กลายเป็นมอนสเตอร์ได้

“หรือของพวกนี้จะไม่ส่งผลข้างเคียวสำหรับเขา? หัวหน้าทีม 2 จับตาดูจองซังวูไว้”

หากการตัดสินของเขาถูกต้อง มันก็จะมีการเปลี่ยนแปลงในการจัดอันดับฮันเตอร์อย่างแน่นอน

* * *

ซังวูใช้อัญมณีทันทีที่เขากลับบ้าน

อัญมณีระดับต่ำสุดที่เขาได้รับมามีดังนี้:

───────────────

อัญมณีแห่งความแข็งแกร่ง: 1200

อัญมณีแห่งความว่องไว: 1,000

อัญมณีแห่งแรงกาย: 900

อัญมณีแห่งความอดทน: 800

อัญมณีแห่งมานา: 450

อัญมณีแห่งพลังฟื้นฟู: 650

───────────────

อัญมณีทั้งเจ็ดประเภทจัดเรียงอย่างประณีตในบรรจุภัณฑ์พลาสติก ถุงละ 100 ชิ้น

ซังวูหยิบถุงอัญมณีแห่งความแข็งแกร่งออกมาและใช้มันกับร่างโคลนของเขา

ในขณะที่หมายเลข 1 กินอัญมณีเข้าไปทีละชิ้น กล้ามเนื้อของหมายเลข 1 ก็พองโตและดูน่าขยะแขยงยิ่งขึ้น

ในเวลาเดียวกัน กล้ามเนื้อของซังวูก็เริ่มบวมเล็กน้อยเช่นกัน

นอกจากความรู้สึกแสบร้อนแล้ว บาดแผลเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นในกล้ามเนื้อของซังวู ถึงอย่างนั้นมันก็หายอย่างรวดเร็วและมีขนาดใหญ่ขึ้น เส้นใยกล้ามเนื้อแต่ละเส้นบิดเบี้ยวปูดโปนและแข็งแรงขึ้น

เขากำลังแข็งแกร่งขึ้น!

อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกายของเขาโตขึ้นมาแบบนั้น เขาก็เริ่มรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังเป็นหวัด

' อ้า มันเจ็บกว่าที่ฉันคิดไว้แหะ'

เขาเคยประสบเหตุการณ์นี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้มันก็รุนแรงเป็นพิเศษ

[ ระดับความแข็งแกร่งถึงขีดจำกัดของมนุษย์ 1 แล้ว ]

[ ระดับความแข็งแกร่งเกินขีดจำกัดแรกแล้ว ]

[ เลเวลสกิลเสริมแกร่งร่างโคลนเพิ่มขึ้น ]

ข้อความที่ปรากฎขึ้นมาในใจของเขาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้มันก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น กล้ามเนื้อของซังวูที่โตขึ้นเหมือนนักเพาะกายเริ่มถูกบีบอัดลงทีละน้อย

เส้นใยกล้ามเนื้อแต่ละเส้นมีความเหนียวและถูกบีบอัดอย่างหนาแน่น

ซังวูกำหมัดแน่

ว้าว-

เขารู้สึกมั่นใจในพลังของเขา

' นี่คือพลัง!'

แม้ว่าค่าสถานะจะถึงแค่ 1 เท่านั้น แต่เขาก็ได้รับพลังมามหาศาลแล้ว

นี่คือขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดา

' แต่มันยังไม่เพียงพอ!'

ซังวูป้อนอัญมณีให้ร่างโคลนของเขากินมากขึ้นไปอีก

ความแข็งแกร่ง ความว่องไว แรกงาย ความอดทน พลังฟื้นฟู มานา

มากขึ้น! มากขึ้นอีก! มากขึ้นกว่านี้อีก!

ในเวลาเดียวกัน ร่างกายของซังวูก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

อวัยวะภายในของเขาแข็งแรงขึ้น และกล้ามเนื้อหน้าท้องจางๆ ที่ซังวูมีก็ดูชัดเจนขึ้น

กล้ามเนื้อหน้าอกขยายใหญ่ขึ้นและโครงร่างของเขาก็ดูชัดเจนขึ้น แม้แต่กล้ามเนื้อหลังก็ยังค่อยๆ ขยายกว้างขึ้นเช่นกัน

ไหล่และต้นขาของเขาพองเหมือนเสาหิน

ความสูงของซังวูเพิ่มขึ้นทีละน้อย และร่างกายของเขาก็กลายเป็นเหมือนรูปปั้นกรีกที่สร้างขึ้นมาอย่างประณีต

มีพัฒนาการเกิดขึ้นทั่วทั้งร่างกาย

ด้วยวิธีนี้ ซังวูจึงสามารถดูดซับอัญมณีทั้งหมด 5,000 เม็ดได้ภายในเวลาไม่กี่วัน

เหตุผลที่เขาใช้เวลานานมากก็เพราะเขาจะสูญเสียการควบคุมร่างโคลนของเขาเมื่อเขาใช้อัญมณีมากกว่า 1,000 เม็ดในคราวเดียว

───────────────

[ ค่าสถานะ ]

• ความแข็งแกร่ง: 0.850 → 1.450
• ความว่องไว: 0.660 → 1.160
• แรงกาย: 0.791 → 1.241
• ความอดทน: 0.688 → 1.088
• มานา: 1.153 → 1.407
• พลังชีวิต: 0.336 → 0.339
• พลังฟื้นฟู: 0.423 → 0.774

───────────────

แม้แต่ในขณะที่ใช้อัญมณี ร่างโคลนก็ยังต้องออกไปล่าและฝึกฝน

ด้วยเหตุนี้เอง ตัวเลขจึงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

' คงจะดีไม่น้อยหากมันเพิ่มเป็น 5.0 ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเลเวลของสกิลเสริมแกร่งร่างโคลนก็ยังต่ำอยู่ ดังนั้นมันจึงสะท้อนกลับมาเพียง 50% กว่าเท่านั้น...'

ถึงกระนั้น ค่าสถานะส่วนใหญ่ของเขาก็เกิน 1 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยสำหรับฮันเตอร์แรงค์ E ไปแล้ว

สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือพลังฟื้นฟู

เนื่องจากความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน เขาจึงต้องตัดผมและโกนเคราบ่อยขึ้น แต่ก็อาจเป็นเพราะพลังฟื้นฟูที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน บาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาได้รับมาจึงหายสนิทภายในหนึ่งวัน

แต่เมื่อร่างกายเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น ร่างกายของเขาก็ต้องการสารอาหารเพื่อตอบสนองต่อการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

ซังวูคิดในขณะที่เขากินอาหารเสริมโปรตีนและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆ

' ตอนนี้ทั้งหมดเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น'

ตราบใดที่เขาเคลียร์ดันเจี้ยนแรงค์ E ได้สักสองสามครั้งและผ่านมาตรฐานของสมาคมได้ เขาก็จะสามารถเลื่อนแรงค์ได้โดยทันที

หลังจากกินข้าวและอาบน้ำในขณะที่คิดเรื่องต่างๆ ซังวูก็เริ่มแต่งตัว

เมื่อถึงคราวใส่เสื้อยืด เขาก็พบว่าเสื้อยืดของเขาฉีกขาดเล็กน้อย

นี่เป็นเพราะร่างกายของฉันโตขึ้นหรือเพราะฉันแข็งแกร่งขึ้นรึเปล่านะ?

' โอ้... ฉันเดาว่าฉันจะต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่อีกครั้งแล้วสินะ'

เขาต้องการเวลาในการปรับตัวและทดลองร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของเขา

แต่กระนั้นเขาก็ไม่มีเวลา

เพราะวันนี้เป็นวันที่เราจะออกเดินทางไปยังหอคอยโอดิน!

* * *

หลังจากบินเป็นเวลาหลายสิบชั่วโมง พวกเขาก็มาถึงไอซ์แลนด์

ที่นี่มีพอร์ทัลวัลฮาล่าที่นำไปสู่หอคอยโอดินตั้งอยู่

' มันใหญ่มาก!'

รัศมีความกว้างของมันคือ 1 กม.

พอร์ทัลนี้มีขนาดใหญ่กว่าพอร์ทัลปกติมาก มันตั้งอยู่เพียงลำพังในทุ่งหญ้ากว้าง

ซังวูรู้สึกทึ่งกับขนาดที่ใหญ่โตของมัน

ราวกับได้เห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันลึกลับและน่าตื่นตาตื่นใจ

“ไปกันเถอะครับ”

อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่มีเวลาที่จะล่าช้า

ซังวูกลืนน้ำลายของเขาและติดตามคังจุนโมไปผ่านพอร์ทัลพร้อมกับสมาชิกกิลด์เคนัส

เมื่อเขาเดินผ่านพอร์ทัล สิ่งที่เขาเห็นก็คืออวกาศ

แท้จริงแล้ว จักรวาลก็เปรียบเสมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิดซึ่งมีดวงดาวระยิบระยับจำนวนนับไม่ถ้วน

“ห้ะ?”

มันคืออวกาศจริงๆ

ซังวูได้รับการเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในนี้อยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ยังแปลกใจมากอยู่ดี

“จะยังไงก็เถอะ แค่เราสามารถหายใจในนี้ได้ก็พอแล้ว”

ยูซีวูหัวหน้าทีมจู่โจมที่ 2 กล่าว

จากนั้นสิ่งรอบข้างก็ปรากฏให้เห็น

พื้นหินสีขาวทึบขนาดยักษ์กำลังลอยอยู่ตรงหน้าพวกเขา

มันดูแบนมากราวกับว่ามีคนมาปรับระดับพวกมันเอาไว้

ขณะเดียวกัน หอคอยสีดำก็ตั้งอยู่บนพื้นหินสีขาวที่แตกร้าว

“นี่คือหอคอยโอดินสินะ”

หอคอยโอดิน

ในที่สุดเราก็มาถึงดันเจี้ยนที่เลวร้ายและเคลียร์ยากที่สุด

พวกเขาไปถึงทางเข้าชั้น 1 ที่ด้านล่างของหอคอยสีดำ

ทางเข้าถูกปกคลุมไปด้วยม่านของเหลวสีดำแวววาว

“นี่คือทางเข้าอย่างที่คุณเห็น...”

ยูซีวูขว้างก้อนหินไปที่ทางเข้า

อย่างไรก็ตาม หินก็จมเข้าไปในม่านของเหลวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะกระเด้งกลับขึ้นมา

“วัตถุธรรมดาไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ อย่างไรก็ตาม มันก็อนุญาตให้อุปกรณ์หรือสิ่งของสวมใส่ที่ติดอยู่กับมนุษย์สามารถผ่านเข้าไปได้ด้วย”

ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงไม่สามารถส่งเสบียงเข้าไปได้เพียงลำพังได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราส่งทีมกู้ภัยไปพร้อมทรัพยากร มันก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่แม้แต่ทีมกู้ภัยเองก็จะยังติดอยู่ในดันเจี้ยน

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากร่างโคลนของซังวู

ตอนนี้ถึงคราวของซังวูที่จะได้ออกโรงแล้ว

“เอาล่ะ... งั้นผมจะเข้าไปแล้วนะครับ”

หลังจากปักหลักเรียบร้อยแล้ว ซังวูก็ใช้สกิลแฟมิเลียกับหมายเลข 1 ที่มากับเขา

วิสัยทัศน์ของซังวูเปลี่ยนแปลงไปและเขาก็มองเห็นทุกสิ่งผ่านดวงตาของหมายเลข 1

ร่างกายของหมายเลข 1 ถูกห่อหุ้มด้วยชุดสูทกันหนาวหนาๆ ดังนั้นมันจึงให้ความรู้สึกค่อนข้างอบอุ่นและชื้นในเวลาเดียวกัน

เขาสั่งให้หมายเลข 1 ถือเป้ทรัพยากรและส่งเขาเข้าไปในหอคอยโอดิน

เมื่อเขาสัมผัสพื้นผิวของเหลวสีดำที่หน้าทางเข้า คราวนี้ หมายเลข 1 ก็จมหายเข้าไปในหอคอยโอดินพร้อมกับกระเป๋าเป้ของเขาได้โดยไม่มีการต่อต้านใดๆ

สกิลแฟมิเลียยังคงทำงานได้ภายในนั้น

มันเป็นความจริงที่ทราบกันดีอยู่แล้วเพราะซัมมอนเนอร์คนอื่นๆ เองก็เคยท้าทายหอคอยโอดินด้วยการทดลองใช้สัตว์อัญเชิญมาก่อนแล้ว

“สำเร็จ!”

หูของซังวูได้ยินเสียงเชียร์จากกิลด์เคนัส

ดูเหมือนพวกเขาจะมีความสุขมากที่หมายเลข 1 สามารถผ่านเข้าไปได้

' มาโฟกัสหน้างานกันดีกว่า'

เขาพยายามที่จะไม่ใส่ใจและมุ่งความสนใจไปที่วิสัยทัศน์ของหมายเลข 1

ภายในชั้นหนึ่งของหอคอยโอดินนั้นเรียบง่าย

มันเป็นทุ่งน้ำแข็งที่ไม่มีที่สิ้นสุด

แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เขาก็กลับไม่เห็นทางเข้าที่ควรจะอยู่ตรงนั้นเลย

' นี่คือสาเหตุที่ฉันไม่สามารถหลบหนีกลับออกมาได้งั้นสินะ'

แถมที่นี่ก็ยังหนาวเป็นบ้าเลย

แม้ว่าเขาจะสวมชุดกันหนาวแล้ว แต่หมายเลข 1 ก็ยังรู้สึกหนาวเย็นจนนิ้ว นิ้วเท้า หู จมูกและแขนขาของเขารู้สึกชาไปหมด

' เอาล่ะ หมายเลข 1 ดำเนินการตามแผน A'

จากนั้นหมายเลข 1 ก็รีบหยิบสิ่งของต่างๆ ออกมาจากกระเป๋าเป้สะพายหลังของเขา

บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับพลังใจของหมายเลข 1 แต่ร่างกายของหมายเลข 1 ก็ยังสั่นไหวในขณะที่เขาค้นหาผ่านกระเป๋าเป้สะพายหลังของเขา

ซังวูที่แบ่งปันความรู้สึกด้วยเองก็เจ็บปวดอย่างมากเช่นกัน

' อ้า...'

ซังวูเฝ้าดูหมายเลข 1 สร้างบังเกอร์แบบพกพาโดยใช้สิ่งของที่กิลด์เคนัสเตรียมเอาไว้ให้ เขาวางยาแก้พิษ ที่ทำความร้อนและเสบียงอาหารต่างๆ ไว้ที่นั่น

ประการแรก แผนแรกคือการจัดเตรียมสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ตำแหน่งทางเข้าให้เสร็จสมบูรณ์

หลังจากนั้น หมายเลข 1 ก็จะยิงพลุสัญญาณเพื่อแสดงให้เห็นการเข้ามา

ปิง- บูม!

ข้อความเวทย์มนตร์ถูกจารึกไว้บนท้องฟ้าสีขาวของบริเวณน้ำแข็งขั้วโลกซึ่งมีแสงสว่างแม้ว่าจะไม่มีดวงอาทิตย์ก็ตาม

[ ผู้รอดชีวิตจากกิลด์เคนัสจงไปที่ตำแหน่งเริ่มต้น ]

ข้อความเวทย์มนตร์ที่เขียนด้วยภาษาเกาหลีส่องสว่างบนท้องฟ้า

หลังจากเงยหน้าขึ้นและยืนยันว่าพลุสัญญาณทำงานอย่างถูกต้อง หมายเลข 1 ก็เคลื่อนย้ายและเริ่มติดตั้งป้ายนำทาง

' ทำดีมาก ตอนนี้เราก็มาเริ่มการค้นหากันเลยดีกว่า'

ถึงตอนนี้ มันก็ถึงเวลาค้นหาผู้รอดชีวิตจากทีมจู่โจมที่ 1 แล้ว

แม้ว่าหิมะจะไม่ได้ตกหนัก แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะหาผู้รอดชีวิตได้อย่างไรในสถานที่ซึ่งมีหิมะและน้ำแข็งสีขาวโพลนอยู่เต็มไปหมดแบบนี้

ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงตัดสินใจที่จะก้าวตรงไปข้างหน้า

เมื่อเขาเดินผ่านระยะ 3 กม. ซึ่งเป็นระยะห่างสูงสุดของสกิลแฟมิเลีย เขาก็รู้สึกเหมือนการควบคุมของเขากำลังจะหยุดลง

มุมมองของเขาสั่นไหว..

' มาได้แค่นี้งั้นหรอ?'

ถึงเวลานำหมายเลข 1 กลับมาแล้ว

ขาของหมายเลข 1 เริ่มแข็งอย่างรวดเร็ว

' เอ่อ.. ห้ะ?'

จากนั้นร่างของหมายเลข 1 ก็หยุดนิ่งในทันที

เนื่องจากประสาทสัมผัสของเขาถูกแบ่งปันกับหมายเลข 1 ผ่านสกิลแฟมิเลีย ดังนั้นซังวูจึงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดอันแสนสาหัสจากการที่ร่างกายของหมายเลข 1 แข็งตัวจนขยับไม่ได้

และในเวลานั้นเอง เงาประหลาดก็กระโดดออกมาและกระโจนเข้าใส่ร่างของหมายเลข 1

ตู้ม!

ร่างที่แข็งราวกับหินของหมายเลข 1 แตกสลายเป็นชิ้นๆ โดยทันที

“อ้าาา-!”

การมองเห็นของซังวูกลับมาสู่ร่างเดิมของเขา

ทันใดนั้น ซังวูก็หมอบลงและเริ่มตัวสั่นอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเห็นดังนี้ สมาชิกกิลด์เคนัสที่รออยู่ใกล้ๆ ก็เดินเข้ามาดูอาการเขา

“หนาว…หนาว…”

ความเจ็บปวดอันสาหัสทำให้ร่างกายของเขาแข็งทื่อ

ความเจ็บปวดที่เขาประสบมาจนกระทั่งร่างโคลนของเขาถูกเรียกกลับทำให้ซังวูตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนกอยู่พักหนึ่ง

“เราประสบความสำเร็จในการเติมเสบียงแล้ว ดังนั้นเราออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ”

เมื่อเห็นซังวูหมดสติไป กิลด์เคนัสจึงตัดสินใจถอนตัวกลับไปก่อน

กลุ่มสนับสนุนซังวูและออกไปยังพอร์ทัลวัลฮัลลาตามลำดับที่สมบูรณ์แบบ

นั่นคือหลังจากที่พวกเขาจากไปแล้ว

ในชั้นหนึ่งของหอคอยโอดินซึ่งดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพื้นที่น้ำแข็งขั้วโลก

พื้นที่ว่างเปล่าจู่ๆ ก็ปรากฎรอยแตกและมีแสงแวววาวส่องออกมาจากภายในนั้น

จากนั้นใบหน้าเล็กๆ น่ารักก็โผล่ออกมาจากรอยแตกนั้น

เธอมองไปรอบๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ จากนั้นเธอก็หายตัวไปอีกครั้ง

สักพักรอยแตกก็ปรากฎขึ้นอีกครั้ง

กลุ่มคนที่สวมเสื้อผ้ากันหนาวกระโดดออกมาจากที่นั่น

“ดูเหมือนว่าผู้พิทักษ์น้ำแข็งจะออกไปแล้วนะ”

“ขอบคุณพระเจ้า อ้า มันหนาวจัง”

“ไม่ว่าความต้านทานความเย็นของฉันจะเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน แต่ฉันก็ยังไม่ชินกับความหนาวเย็นนี้อยู่ดี”

“รีบไปกันเถอะ ไว้เราค่อยคุยกันทีหลัง”

“ตกลง แล้ววันนี้เราจะไปทางไหนกันดีล่ะ?”

เข็มทิศไม่สามารถทำงานได้ภายในดันเจี้ยน

พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาสัญชาตญาณของผู้นำโดยสิ้นเชิง

“เอ่อ...นั่นสินะ”

พัคยูน่าเริ่มมองไปรอบๆ เพื่อดูว่าจะไปที่ไหนดี

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ร่องรอยสัญญาณที่ยิงออกมาโดยหมายเลข 1 บนท้องฟ้าก็ได้หายไปหมดแล้ว

ในไม่ช้า พัคยูนาก็เลือกเส้นทางหนึ่ง

น่าเสียดายที่เส้นทางนี้อยู่ตรงกันข้ามกับตำแหน่งเริ่มต้นซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดส่งเสบียง

“สำหรับตอนนี้ เราไปทางนี้กันเถอะ”

พวกเขาเริ่มเดินผ่านภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งอย่างเงียบๆ

พวกเขาก้าวไปหนึ่งก้าว สองก้าว

เครื่องหมายกิลเคนัสถูกสลักไว้อย่างชัดเจนบนเสื้อผ้าฤดูหนาวของพวกเขา

พวกเขาดูเหนื่อยล้ามากหลังจากเดินวนไปมาในชั้น 1 อยู่เป็นเวลานาน

* * *

หลังจากส่งเสบียงไปยังหอคอยโอดินเสร็จแล้ว

ซังวูก็ส่งร่างโคลนของเขาไปที่หอคอยโอดินอยู่อีกหลายครั้ง

อาจเป็นเพราะร่างโคลนของเขาได้สัมผัสกับความหนาวเย็นของชั้นหนึ่ง ดังนั้นค่าสถานะความต้านทานความหนาวของเขาจึงถูกปลดล็อค

อย่างไรก็ตาม ตามที่คาดไว้ การพัฒนานี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเขามากนัก

ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากส่งเสบียงเข้าไปวันละครั้งเป็นเวลา 10 วัน กิลด์เคนัสก็ตัดสินใจถอนตัวกลับมา

หลังจากนั้น ซังวูก็เดินทางกลับเกาหลี

จากนั้นเขาก็ไปพบพัควอนแทโดยทันที

“สถานการณ์ภายในชั้นหนึ่งของหอคอยโอดินตรงกับข้อมูลที่เราได้รับมา มันถูกคุ้มกันโดยมอนสเตอร์ที่เรียกว่า ‘ผู้พิทักษ์น้ำแข็ง’”

“ใช่ครับ ถ้าผมแข็งแกร่งกว่านี้ ผมก็คงจะได้เห็นมัน แต่น่าเสียดายที่ผมมองไม่เห็นมันเลย”

“แล้วมีร่องรอยของทีมจู่โจมที่ 1 บ้างไหมครับ?”

“ ไม่เลยครับ

ซังวูส่ายหัว

“ถ้างั้น...”

พัควอนแทถอนหายใจ

' เขาเคยบอกว่าน้องสาวของเขาติดอยู่ข้างในนั้นใช่ไหมนะ.. เวรเอ้ย'

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาอยากจะช่วยมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังอ่อนแอมากเกินไป

นอกจากนี้ เขาก็ยังไม่สามารถช่วยน้องสาวของเขาเองได้ด้วยซ้ำ

นับตั้งแต่เขาให้สัญญากับตัวเองมา ซังวูก็พยายามอย่างเต็มที่มาโดยตลอด

“นั่นคือทั้งหมดที่ผมรู้ หากคุณต้องการความช่วยเหลืออีกครั้ง โปรดติดต่อผมมาได้เลยครับ สัญญายังคงมีผลอยู่ และผมก็ยินดีที่จะช่วย”

ซังวูกำลังจะลุกขึ้นในทันทีที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลจบลง

“คุณจองซังวูครับ รอสักครู่ มันยังไม่จบครับ”

“ครับ?”

พัควอนแทพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ยังมีการฝึกสอนเหลืออยู่ตามเงื่อนไขของสัญญานะครับ ผมจะช่วยฝึกคุณให้เอง”

พัควอนแทมองซังวูด้วยสายตาจริงจัง

เขารู้ดีว่าความหวังเดียวของกิลด์เคนัสหรือความหวังเดียวในการช่วยน้องสาวของเขากลับมาก็คือจองซังวู

' ผมจะขัดเกลาคุณให้เป็นดาบชั้นเลิศให้ได้'

พัควอนแทตัดสินใจทุ่มสุดแรงของเขา

เขาจะยกระดับซังวูให้เก่งขึ้นไปอีกขั้นให้จงได้!

จบบทที่ บทที่ 33 : ทะลุขีดจำกัด ขนส่งเสบียง

คัดลอกลิงก์แล้ว