เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 : อาวุธต้องสาป

บทที่ 20 : อาวุธต้องสาป

บทที่ 20 : อาวุธต้องสาป


บทที่ 20 : อาวุธต้องสาป

ซังวูรู้สึกว่าเสียงที่ดังก้องอยู่ภายในหัวของหมายเลข 1 นั้นดังมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ภาษาที่ได้ยินนั้นก็ยังไม่ใช่ภาษาเกาหลีอีกด้วย แต่กระนั้นเขาก็กลับสามารถเข้าใจมันได้อย่างน่าประหลาดใจ

' มันเป็นคำสาปหรอ? มันเอาแต่พูดเรื่องที่น่ากลัวและน่าขนลุกออกมา'

ซังวูสั่งให้หมายเลข 1 วางดาบลง

จากนั้นเสียงกระซิบหลอนหูก็หายไปในทันที

เมื่อเขาถือมันไว้ในมืออีกครั้ง เขาก็ได้ยินเสียงกระซิบหลอนหูนั้นอีกครั้ง

' นี่มันดาบอะไรกันเนี่ย? มันคืออาวุธต้องสาปหรอ?'

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่ามันมีเสียงกระซิบหลอนหูแล้ว มันก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีอันตรายใดๆ ต่อซังวูอีก

ในทางกลับกัน เมื่อเสียงกระซิบดังขึ้นในจิตใจของหมายเลข 1 ซังวูก็รับรู้ได้ทันทีว่าพลังของหมายเลข 1 นั้นเพิ่มขึ้นมาสูงขึ้น

ดูเหมือนมันจะเป็นไอเทมเวทย์มนตร์ที่มีผลเสริมพลังบางอย่างด้วย

ถ้าจะชี้ให้เห็นข้อเสีย มันก็คงมีเพียงความหมายของเสียงกระซิบที่น่าขนลุกนั่น

'โอ้ใช่ หากมันมีความสามารถพิเศษ มันก็จะมีราคาแพงมากอย่างแน่นอน ก่อนอื่นฉันต้องดูแลมันแล้วค่อยเอามันไปขายผ่านคุณตัวแทน หมายเลข 1 กลับมาที่โมเทลได้เลย วิ่งหน้าวิ่ง!'

ซังวูสั่งให้หมายเลข 1 หยิบดาบขึ้นสนิมแล้ววิ่งกลับออกมาทางพอร์ทัล

' ฉันควรฝึกฝนเพื่อเพิ่มค่าสถานะทุกครั้งที่มีโอกาส'

เขาไม่ได้จบสกิลแฟมิเลียเพราะเขาพยายามจะอัพเลเวลมัน

หลังจากตรวจสอบเบื้องต้นที่สถานีตามปกติแล้ว หมายเลข 1 ก็กำลังจะเดินออกมา

อย่างไรก็ตาม มันก็เกิดปัญหาขึ้นเมื่อเขาเดินผ่านเครื่องสแกน

ปี๊บ-

สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นแล้ว

' เอ่อ.. มีอะไรอีกเนี่ย?'

เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาได้รับสิทธิ์การเข้าถึงซ้ำซ้อน นั่นจึงไม่น่าจะเป็นปัญหาใดๆ

กระบวนการเข้าพอร์ทัลนั้นไม่เพียงแต่ต้องมีกำไลข้อมือประจำตัวเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงหมายเลขทะเบียนผู้อยู่อาศัยและการสแกนลายนิ้วมือด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง ซังวูจึงคิดว่ามันน่าจะมีปัญหากับดาบที่เขาหยิบขึ้นมา

' เป็นเพราะดาบนี่งั้นหรอ?'

เครื่องสแกนนี้ไม่ใช่อุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้ตรวจจับวัตถุที่เป็นโลหะ

มันเป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ตรวจจับการเคลื่อนไหวของมานาเทียมหรือปฏิกิริยาชีวิตซึ่งอาจเป็นอันตราย

ซังวูถึงกับผงะไปเมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้

“คุณครับ ช่วยออกมาตรงนี้สักครู่หน่อยจะได้ไหมครับ?”

อันดับแรก ตามคำแนะนำของทหารที่รับผิดชอบการตรวจสอบ ซังวูได้ย้ายหมายเลข 1 ไปไว้ข้างทีมตรวจสอบ

“คุณช่วยบอกชื่อของคุณมาหน่อยได้ไหมครับ?”

“ฮันเตอร์แรงค์ F จองซังวู”

ทหารตรวจสอบรายชื่อตามคำตอบของหมายเลข 1

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็ได้สั่งให้ถอดอุปกรณ์ออกจากร่างของหมายเลข 1

“กรุณาปลดอุปกรณ์ที่คุณสวมใส่อยู่แล้ววางมันไว้ในล็อคเกอร์ข้างๆ คุณด้วยครับ”

“ครับ”

“กรุณากลับเข้าสู่เครื่องสแกนอีกครั้งทีครับ”

เมื่อหมายเลข 1 เดินผ่านเคลื่อนสแกนอีกครั้ง ครั้งนี้มันก็ไม่มีเสียงเตือนดังขึ้น

“นี่คืออุปกรณ์ที่คุณได้รับมาจากในพอร์ทัลใช่ไหมครับ?”

“ใช่ครับ”

“ผมคิดว่ามันมีบางอย่างผิดปกติกับอุปกรณ์นะครับ กรุณารอสักครู่”

ตามคำแนะนำของทหาร หมายเลข 1 ยืนรออย่างเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง

ในขณะนี้ นายทหารที่กำลังตรวจสอบรายชื่ออยู่ก็ตะโกนใส่นายทหารที่อยู่ข้างๆ เขา

“อะไรเนี่ย! ทำไมบันทึกการเข้าของเขาถึงมีสองครั้ง?”

“นั่นเป็นไปไม่ได้ เขาแค่มีชื่อเหมือนกันรึเปล่า?”

“เวลาถูกประทับไว้ห่างจากครั้งแรกสองชั่วโมง ดูสิ ทั้งคู่มีวันเกิดเหมือนกันด้วย”

“เอ่อ..? นี่มันไม่ใช่ข้อผิดพลาดของระบบใช่ไหม?”

ซังวูที่ฟังความโกลาหลผ่านหมายเลข 1 ที่อยู่ข้างๆ กำลังตกตะลึง

' เอ๊ะ? ฉันสมัครขอสิทธิ์การเข้าถึงซ้ำซ้อนไปแล้วนี่'

อาจเป็นเพราะซังวูได้รับการอนุมัติเพียงชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้นข้อมูลจึงดูยากที่จะตรวจสอบ

“...นี่คือสิบเอกลีพิลฮวานแห่งสถานีรักษาความปลอดภัยหมายเลข 33  เราเจอปัญหาเข้าให้แล้ว”

นายทหารซึ่งเป็นคนตรวจสอบในทีแรกเดินกลับเข้ามาหาหมายเลข 1 หลังจากคุยกับนายทหารอีกคนเสร็จ

“ฮันเตอร์จองซังวู? เราต้องทำการตรวจสอบอะไรบางอย่าง เชิญไปกับพวกเราด้วยครับ”

“...จริงๆ แล้ว ผมได้สมัครขอสิทธิ์การเข้าถึงซ้ำซ้อนเอาไว้ ถ้าตรวจสอบกับสมาคมมันก็จะขึ้นเองครับ”

“สิทธิ์การเข้าถึงซ้ำซ้อน? นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินมันเลย”

เห็นได้ชัดว่าเนื่องจากไม่ใช่ทุกคนที่จะสมัครขอรับสิทธิ์ประเภทนี้ ดังนั้นมันจึงเกิดข้อผิดพลาดในกระบวนการตรวจสอบเป็นครั้งคราว

ซังวูไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องให้ความร่วมมือ

“เอาล่ะ งั้นผมจะไปกับพวกคุณก่อนก็ได้ แต่มันจะเกิดอะไรขึ้นกับอุปกรณ์ของผมครับ?”

“หลังจากการตรวจสอบแล้วหากไม่มีปัญหาใดๆ เราก็จะส่งคืนมันให้กับคุณ ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยตามผมมาด้วยครับ”

“เข้าใจแล้วครับ”

ซังวูเริ่มกังวลเกี่ยวกับดาบ

“แต่เดี๋ยวก่อนนะ ดาบเล่มนั้นดูแปลกนิดหน่อย ผมรู้สึกเหมือนถูกมันสาป”

“ถูกสาปหรอครับ? ผมจะบันทึกมันไว้”

อย่างไรก็ตาม นายทหารก็ดูไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

หมายเลข 1 เข้าไปในอาคารรักษาความปลอดภัยที่อยู่ข้างๆ

นายทหารให้หมายเลข 1 นั่งรอบนเก้าอี้หน้าโต๊ะและรายงานไปยังหน่วยงานระดับสูงเพื่อขอการยืนยันตัวตนและดูว่ามีข้อผิดพลาดในระบบหรือไม่

จากนั้นนายทหารก็เริ่มการซักถามสั้นๆ

มันไม่ใช่บรรยากาศที่ตึงเครียดอะไรมากนัก

“ฮันเตอร์แรงค์ F จองซังวู นี่คือคุณใช่ไหม?”

“ถูกต้องเลย”

“ผมชื่อสิบเอกลีพิลฮวาน จากกองร้อยรักษาความปลอดภัยที่ 17 ตอนที่ผมตรวจสอบ มันมีบันทึกการเข้าใช้งานที่นี่สองครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน”

“ใช่ครับ จริงๆ แล้วผมมีสกิลร่างโคลน ดังนั้นผมเลยออกล่าโดยใช้ร่างโคลนของผม ดังนั้นผมจึงยื่นขอสิทธิ์การเข้าถึงซ้ำซ้อนกับสมาคมและได้รับการอนุมัติชั่วคราว ถ้าคุณดูบันทึกประวัติของผม มันก็น่าจะแสดงให้เห็นแล้ว”

หมายเลข 1 หรือซังวูตอบกลับไปอย่างชัดเจน

“สกิลร่างโคลนงั้นหรอ?”

“ใช่ครับ ผมสามารถสร้างร่างกายที่เหมือนกันกับตัวผมและใช้งานมันทำสิ่งต่างๆ ได้”

สิบเอกลีพิลฮวานยังคงดูสงสัยในตัวเขา

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดภัยพิบัติครั้งนั้นขึ้น ผู้คนที่มีความสามารถเหนือธรรมชาติทุกประเภทก็ได้ปรากฎตัวขึ้นมาบนโลก ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เชื่อ

“...ถ้าอย่างนั้น คุณช่วยแสดงสกิลของคุณให้ผมดูหน่อยจะได้ไหมครับ?”

“มันมีคูลดาวน์น่ะครับ ดังนั้นผมจึงยังใช้มันไม่ได้ในตอนนี้”

เมื่อเขาบอกอีกฝ่ายว่าเขาไม่สามารถใช้สกิลร่างโคลนได้ในขณะนี้ ลีพิลฮวานก็ดูสงสัยเขาขึ้นมาโดยทันที

ซังวูรู้สึกหงุดหงิดเพราะเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกสงสัยโดยไม่มีเหตุผล

“เอาล่ะ ก่อนอื่นอาจเป็นข้อผิดพลาดของระบบ ดังนั้นเราจึงขอตรวจสอบบันทึกในคอมพิวเตอร์และกล้องวงจรปิดดูก่อน อย่างไรก็ตาม มันก็ยืนยันได้ยากเนื่องจากเป็นช่วงเช้าตรู่และไม่มีผู้รับผิดชอบ คุณคงจะต้องรอสักหน่อย”

จ่าลีพิลฮวานพูดอย่างใจเย็น

' เวรกรรม เสียเวลาชะมัด'

เขาสามารถเรียกหมายเลข 1 กลับมาได้เลย แต่ซังวูก็ไม่ได้ทำอย่างนั้นเพราะเขาคิดว่ามันจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากขึ้นเอาภายหลัง

ซังวูตัดสินใจรอและสั่งให้หมายเลข 1 ตอบคำถามที่ได้รับไปอย่างเหมาะสม จากนั้นเขาจึงปลดสกิลแฟมิเลียของเขา

เมื่อวิสัยทัศน์ของเขากลับมา เขาก็เห็นเพดานของโมเทล

เวลาที่แสดงอยู่บนนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ของโมเทลคือ [04:41]

ในเวลานั้น จู่ๆ คังจุนโมก็โผล่เข้ามาในความคิดของเขา

ในฐานะพระผู้ช่วยของเขา คังจุนโมก็น่าจะมีวิธีแก้ปัญหาให้กับเขาแน่

ด้วยเหตุนี้เอง แม้ว่าจะเป็นการรบกวนเพราะนี่เป็นช่วงเวลาเช้าตรู่ แต่ซังวูก็ยังพยายามโทรหาคังจุนโม

หลังจากนั้นสักพักสัญญาณปลายสายก็ดังขึ้น

คังจุนโมรับโทรศัพท์ด้วยเสียงง่วงนอน

“สวัสดีครับคุณตัวแทน นี่ผมจองซังวูนะครับ”

-ครับคุณฮันเตอร์ การล่าปลาสองขาของคุณเป็นไปด้วยดีไหมครับ?

ดูเหมือนว่าคังจุนโมจะหลับไปแล้วหลังจากส่งหมายเลข 2 ไปที่บ้านของซังวูหลังจากล่าเสร็จ

ซังวูอธิบายเรื่องราวทั้งหมด

“...ครับ การล่าเป็นไปด้วยดี แต่ผมก็ประสบกับปัญหานิดหน่อยน่ะครับ”

-ครับ? ปัญหาหรอ?

“ครับ ดูเหมือนจะมีปัญหากับสิทธิ์การเข้าถึงซ้ำซ้อน ดังนั้นตอนนี้ผมเลยถูกกักอยู่ที่อาคารรักษาความปลอดภัย”

-ดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับการอนุมัติชั่วคราวสินะครับ เอาล่ะ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ!

คังจุนโมที่ตื่นจากการหลับใหลต้องประหลาดใจเมื่อได้ยินซังวูบอกว่าขณะนี้เขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่อาคารรักษาความปลอดภัย

‘อย่าคิดมาทำลายแหล่งรายได้ของฉันนะโว้ย!’

หลังจากวางสาย ซังวูก็หลับตาลงครู่หนึ่ง

ฉันดูนาฬิกาอีกครั้ง [5:10]

ผ่านไปประมาณ 30 นาที

' เออใช่ ฉันควรจะบอกนายทหารเอาไว้ล่วงหน้าด้วยว่าคุณตัวแทนกำลังจะมา'

ซังวูใช้สกิลแฟมิเลียกับหมายเลข 1 อีกครั้งเพื่อบอกจ่าลีพิลฮวานว่ามีตัวแทนกำลังจะเข้าไป

จากนั้นภายในอาคารรักษาความปลอดภัยก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา

“ย้ากกก!”

“...หยุดนะ!”

อย่างไรก็ตาม จ่าลีพิลฮวานก็ไม่ได้ปรากฎตัวขึ้นในสายตาของเขา กลับกัน มันกลับมีความโกลาหลเกิดขึ้นที่ด้านนอก

' อะไรน่ะ?'

ซังวูย้ายหมายเลข 1 และสั่งให้เขาออกไปนอกอาคารรักษาความปลอดภัย

จากนั้นจุดตรวจพอร์ทัลก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

เกิดความวุ่นวายขึ้นที่นั่น

ทหารคนหนึ่งถือดาบและเหวี่ยงมันอย่างบ้าคลั่งไปทุกทิศทาง

'อะ.. อะไรกันเนี่ย!'

ทหารดูเหมือนจะเสียสติไปแล้ว ดวงตาของเขาแดงก่ำเป็นสีเลือด

นอกจากนี้ มันก็มีทหารคนหนึ่งนอนอยู่ มันมีเลือดไหลออกมาจากหน้าอกของเขา

“สิบโทคิม คุณบ้าไปแล้วหรอ!”

“ขา! ยิงเขาที่ขา!”

นี่มันบ้าไปแล้ว!

เสียงปืนดังขึ้นจนหนวกหู

ในเวลาไม่นาน สิบโทคิมก็ถูกยิงกระสุนหลายนัดเข้าที่ขา

เขาสูญเสียการควบคุมร่างกายส่วนล่างและล้มลงกับพื้น

อย่างไรก็ตาม บางทีอาจเป็นเพราะเขาบ้าไปแล้วจริงๆ เขาจึงพยายามโจมตีด้วยการคลานโดยใช้เพียงความแข็งแกร่งของร่างกายส่วนบนเท่านั้นต่อไป

เป้าหมายของเขาคือหมายเลข 1 ที่เพิ่งเดินออกมาจากอาคารรักษาความปลอดภัย

หมายเลข 1 หรือซังวูที่เพิ่งเดินออกมาจากอาคารรักษาความปลอดภัย ไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ เขารู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นทหารที่มีลักษณะคล้ายกับซอมบี้เปื้อนเลือดกำลังพยายามคลานเข้ามาโจมตีเขา

'เชี่ยเชี่ยเชี่ย! นี่มันอะไรกันเนี่ย!'

โชคดีที่หมายเลข 1 สามารถหลบหนีออกมาจากระยะการโจมตีได้อย่างง่ายดาย

เมื่อซังวูขยายระยะห่างออกไปเล็กน้อย สถานการณ์ก็เริ่มชัดเจนขึ้น

' หรือว่าเขาจะกลายเป็นบ้าเพราะดาบเล่มนั้น?'

ดาบขึ้นสนิมอยู่ในมือของทหารชื่อสิบโทคิม

ซังวูรู้ว่าดาบเล่มนั้นแปลกแค่ไหนเพราะเขาสัมผัสมันมาแล้วผ่านหมายเลข 1

' ถ้าเขาถูกสาปเพราะดาบเล่มนั้น...'

สื่อคือดาบ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นก็แค่ปลดดาบออก

ในขณะที่ซังวูกำลังตัดสินใจ ทหารรอบตัวเขาก็เถียงกันเสียงดังว่าพวกเขาควรจะฆ่าหรือพยายามหยุดสิบโทคิมดี

“มันกำลังมาทางนี้แล้ว!”

“รักษาระยะห่างไว้! ไปร้องขอการสนับสนุน!”

“จ่า คุณจะยิงผมหรอ? คุณจะฆ่าผมหรอ?”

หัวหน้าทหารทำอะไรไม่ถูก นี่เป็นเพราะคำสั่งของเขาคือสิ่งที่จะกำหนดว่าบุคคลนั้นจะมีชีวิตอยู่หรือตาย

อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นแอง หมายเลข 1 ก็ได้กระโดดเข้าหาสิบโทคิม

สิบโทคิมที่ได้ยินเสียงวิ่งดังเข้ามาใกล้ได้ขยับร่างกายส่วนบนของเขาแล้วเหวี่ยงดาบขึ้นสนิมไปทางหมายเลข 1

วิถีดาบนั้นต่ำมาก มันฟันได้ถึงแค่น่องเท่านั้น

หมายเลข 1 หลบมันได้อย่างหวุดหวิด เขากระโดดสูงขึ้นและไปปรากฎตัวอีกทีที่ด้านหลังของสิบโทคิม

จากนั้นเขาก็โจมตีสิบโทคิมจากด้านบนในทันทีและคว้าแขนขวาของสิบโทคิมเอาไว้

“อ้าก!”

สิบโทคิมต่อสู้ดิ้นรนอย่างดุเดือด

อาจเป็นเพราะความแข็งแกร่งของหมายเลข 1 ที่อ่อนแอ หรือเป็นเพราะสิบโทคิมนั้นแข็งแกร่ง ร่างกายของหมายเลข 1 จึงสั่นแม้ว่าเขาจะจับแขนข้างหนึ่งและเกาะร่างไว้ทั้งตัวแล้วก็ตาม

ซังวูที่กำลังบังคับร่างหมายเลข 1อยู่รีบสั่งให้คนอื่นเข้ามาช่วย

“พวกคุณทำอะไรกันอยู่! อย่ามัวแต่ดูสิ ช่วยกันด้วย!”

จากนั้นทหารที่กำลังกระสับกระส่ายขณะเฝ้าดูก็รีบรุดไปข้างหน้า

ทหารแต่ละคนพยายามล็อคแขนขา ลำตัวและศีรษะของสิบโทคิมเอาไว้

หลังจากที่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของสิบโทคิมได้ในที่สุด ทหารคนหนึ่งก็พยายามที่จะเอาดาบขึ้นสนิมออกไปจากมือของสิบโทคิม

“ไม่! อย่าแตะต้องดาบนั่น!”

ซังวูตกใจมากจึงขยับหมายเลข 1 ไปหยุดทหารคนนั้น

'ถ้าดาบเล่มนี้เป็นดาบต้องสาป มันก็จะอันตรายมากสำหรับคนธรรมดาที่จะไปสัมผัสมัน'

จากนั้นมือของหมายเลข 1 ก็แย่งดาบขึ้นสนิมไปจากสิบโทคิม

ไม่นานหลังจากนั้นสิบโทคิมก็เป็นลมและมีน้ำลายฟูมปาก

“โอเค มันจบแล้วหรอ?”

ถึงกระนั้น เหล่าทหารก็ยังคงจับสิบโทคิมล็อคต่อไปอีกหลายนาทีจนกระทั่งพวกเขามั่นใจแล้วว่ามันไม่มีอะไรแล้ว

“จ่าลี! สิบโทคิมเป็นลมไปแล้วครับ!”

“มัดไอ้เวรนั่นไว้!”

“รับทราบครับ!”

“รีบติดต่อทีมแพทย์และไปดูแลบยองซิกด้วย.. ไม่สิ! แกไม่รู้วิธีปฐมพยาบาลนี่หว่า ไอ้ควายเอ้ย!”

จ่าสิบเอกลีพิลฮวานนำทหารไปมัดสิบโทคิมและควบคุมเขา เขาปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปนอนพัก

เมื่อความปั่นป่วนสงบลง จ่าลีพิลฮวานก็เดินเข้ามาหาหมายเลข 1 หรือก็คือซังวู เขาจ้องมองหมายเลข 1 อย่างว่างเปล่าและเหนื่อยล้า

“ขอบคุณครับสำหรับความช่วยเหลือของคุณ”

“ไม่เลยครับ แน่นอนว่าผมควรช่วยอยู่แล้ว แต่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?”

“จู่ๆ สถานการณ์นี้ก็เกิดขึ้นในขณะที่ผมกำลังคุยกับฮันเตอร์คนอื่นอยู่ ดังนั้นผมจึงไม่ทราบแน่ชัดด้วยเหมือนกัน”

“ด้วยเหตุผลบางอย่าง ดาบที่ผมนำมาจากดันเจี้ยนก็ดูเหมือนจะเป็นตัวปัญหาสินะครับ”

“...แล้วคุณถูกสาปรึเปล่าครับ?”

“...ไม่ครับ ยิ่งไปกว่านั้น ผมก็อยากพักผ่อนแล้ว ผมจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่ครับ?”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ คุณสามารถไปได้หลังจากการสอบสวนสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น”

จ่าสิบเอกลีพิลฮวานเป็นผู้ที่หนักแน่นในหน้าที่มาก

เขาบอกให้ซังวูรออยู่ในอาคารเพราะเขาต้องออกไปเก็บกวาดเรื่องที่เกิดขึ้นก่อน

'ไอ้ฟักทองหวาน น่ารำคาญจริง ถ้าไม่ใช่เพราะดาบนั่นนะ ฉันก็คงจะอัญเชิญหมายเลข 1 กลับมาและกลับบ้านไปพักผ่อนตั้งนานแล้ว”

เนื่องจากเขาใช้สกิลแฟมิเลียอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นความเหนื่อยล้าของเขาจึงรุนแรงมาก

‘รู้สึกเหมือนกับการเมารถเลย’

ก่อนอื่น เนื่องจากยังเป็นเวลาเช้าตรู่และอากาศก็ยังหนาวเย็น ซังวูจึงปล่อยให้หมายเลข 1 เข้าไปพักอยู่ในอาคาร

ซังวูที่กำลังมึนงงกำลังฆ่าเวลาโดยสั่งให้หมายเลข 2 ที่กำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านอย่างสบายๆ (?) ออกกำลังกายเนื่องจากเขายังไม่มีคำสั่งพิเศษ

ไม่นานหลังจากนั้น ประตูอาคารก็เปิดออก

“คุณฮันเตอร์!”

จบบทที่ บทที่ 20 : อาวุธต้องสาป

คัดลอกลิงก์แล้ว