เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 : การแก้แค้นและการฝึกหนัก!

บทที่ 14 : การแก้แค้นและการฝึกหนัก!

บทที่ 14 : การแก้แค้นและการฝึกหนัก!


บทที่ 14 : การแก้แค้นและการฝึกหนัก!

“อะไรนะครับ? คุณอยากให้ผมโทรเรียกทีมเก็บกู้ซากงั้นหรอครับ?”

“อะไรนะครับ? มันมีซากกระต่ายเขาเดียวเยอะมากด้วย?”

เวลาเย็น

เมื่อคังจุนโมวางสายซังวู เขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังภูเขาอูจังซานโดยทันที

' เขาบอกให้ฉันโทรเรียกทีมเก็บกู้ซากเลยหรอ? นี่เขาจะต้องล่าได้เยอะขนาดไหนกัน?'

ฮันเตอร์ทำอะไรกับซากของมอนสเตอร์หลังจากที่พวกมันตายแล้ว?

ฮันเตอร์ส่วนใหญ่ที่ออกล่าตามลำพังหรือฮันเตอร์รายย่อยมักจะขนย้ายและนำพวกมันไปขายด้วยตัวเอง แม้ว่าพวกเขาจะสามารถจัดการเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเองได้ แต่กระบวนการก็ค่อนข้างยุ่งยาก

ด้วยเหตุนี้เอ ฮันเตอร์แรงค์ E ขึ้นไปหรือฮันเตอร์บริษัทใหญ่จึงมักจะมีการโทรติดต่อบริษัทเก็บกู้ซากมอนสเตอร์มืออาชีพ หรือไม่ก็สมัครใช้บริการผ่านแอปของกิลด์ฮันเตอร์โดยเฉพาะ

ซากศพของมอนเตอร์ที่เก็บรวบรวมมาด้วยวิธีนี้จะถูกส่งไปยังโรงชำแหละโดยตรง ซึ่งพวกมันก็จะถูกแยกส่วนอย่างประณีตและขายเป็นไอเทม

แต่ฮันเตอร์แรงค์ F เพียงคนเดียวจะถึงขั้นต้องเรียกทีมเก็บกู้ซากเลยหรอ?

เมื่อเขาโทรหาทีมเก็บกู้ซาก เขาก็จะต้องจ่าย 200,000 วอนต่อคน ดังนั้นเมื่อพิจารณาว่าราคาตลาดของซากกระต่ายเขาเดียวอยู่ที่ประมาณ 100,000 ถึง 120,000 วอนต่อตัว หากคุณเรียกพวกเจาเข้ามา คุณก็มีแนวโน้มว่าจะขาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้วยเหตุนี้เอง ในท้ายที่สุดแล้ว คังจุนโมจึงไม่ได้โทรหาทีมเก็บกู้ซากโดยทันทีแม้ว่าซังวูจะร้องขอแล้วก็ตาม

จนกว่าฉันจะได้เห็นด้วยตาของฉันเอง!

หลังจากมาถึงภูเขาอูจังซานแล้ว คังจุนโมก็มุ่งหน้าตรงไปที่ชั้นสาม

' ให้ตายเถอะ พวกแม่งเก็บค่าเข้ากูอีกแล้ว ;-; '

“ขออนุญาตนะครับ เอ่อ ขอโทษนะครับ ผมขอผ่านทางหน่อยครับ”

คังจุนโมฝ่าฝูงฮันเตอร์ไปได้และมาถึงที่ตั้งของซังวูกับร่างโคลน

เขาอ้าปากค้างทันทีเมื่อเห็นฉากที่น่ามหัศจรรย์นี้

“โอ้พระเจ้า...”

ซากกระต่ายเขาเดียวกองพะเนินอยู่เต็มโถงทางเดิน

เลือดที่ไหลนองลงมาผ่านรูกระสุนในร่างกายของพวกมันทำให้โถงทางเดินเปียกโชกไปด้วยเลือด

“คุณฮันเตอร์.. เอ่อ? มันคือหมายเลข 2 หรอ?”

คังจุนโมเดินเข้าไปหาชายที่สวมหน้ากากอนามัยและแว่นกันแดด

จากนั้นชายคนนั้นหรือหมายเลข 2 ก็หันกล้องสมาร์ทโฟนไปที่คังจุนโม แล้วหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “คุณมาถึงแล้วหรอครับ?”

“เอ่อ? คุณฮันเตอร์นี่เอง มันเกิดอะไรขึ้นครับ?”

คังจุนโมมองคนในจอสมาร์ทโฟนและจำอีกฝ่ายได้ในทันที อย่างไรก็ตาม เสียงพูดก็มาจากหมายเลข 2 แทนที่จะดังมาจากในสมาร์ทโฟน

“คุณตัวแทน  จริงๆ แล้วตอนนี้ผมเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน ผมรู้แค่ว่านี่คือสิ่งที่หมายเลข 2 ล่ามาได้ ยิ่งไปกว่านั้น คุณตัวแทน ทีมเก็บกู้ซากจะมาถึงเมื่อไหร่กันครับ?”

“เอ่อ ทีมเก็บกู้ซาก? อ้า! สักครู่นะครับ กรุณารอสักครู่!”

จากนั้นคังจุนโมก็รีบโทรหาบริษัทเก็บกู้ซากมอนสเตอร์ที่เขารู้จัก

“เอ่อผู้จัดการคิม นี่ผมเองครับ ไม่ครับ ฉันไม่ได้โทรมาชวนคุณดื่ม ตอนนี้คุณช่วยส่งทีมเก็บกู้ซากมาที่สนามล่าอูจังซานหน่อยได้ไหมครับ? ครับ? จำนวนคนในทีมหรอครับ...”

คังจุนโมจ้องมองภูเขากระต่าย(?)อยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเปิดปากของเขา

“เอาคนงานมาประมาณ 10 คนก็ได้ครับ ไม่มีคนพอหรอครับ? เอ่อ...งั้นตอนนี้มีกี่คนครับ? ตกลงครับ กรุณาส่งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ทีนะครับ”

จากนั้นเขาก็วางสาย

ฮันเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆ พูดกับคังจุนโม

“ขอโทษนะครับ คุณคือผู้จัดการของฮันเตอร์คนนั้นใช่รึเปล่า?”

“ใช่ครับ มีอะไรรึเปล่าครับ?”

“อ่า ยินดีที่ได้รู้จักครับ ชายคนนั้นเขานิ่งมากจนผมไม่รู้จะพูดกับเขายังไงดี”

ชายคนนั้นหยิบนามบัตรออกมาแล้วมอบให้คังจุนโม

นามบัตรนี้มีคำว่า 'สมาคมฮันเตอร์มหาวิทยาลัยซองซิล' เขียนอยู่

คังจุนโมตระหนักได้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายคนนี้คือการรับสมัคร

“ผมอยากรับสมัครเขาเข้ามาร่วมทีมด้วยน่ะครับ ขอผมทราบชื่อฮันเตอร์คนนั้นหน่อยจะได้ไหมครับ?”

“เฮ้ เราก็เหมือนกัน...”

“กรุณาเอานามบัตรของผมไปด้วย”

เมื่อคังจุนโมบอกว่าเขาเป็นผู้จัดการของซังวู นามบัตรก็หลั่งไหลเข้ามาจากทั่วทุกมุม

ในสถานการณ์ที่วุ่นวายนี้ คังจุนโมก็รู้สึกว่าเขาจำเป็นต้องควบคุมมันให้อยู่มือ

“ทุกคนโปรดเงียบด้วย!”

จากนั้นทุกอย่างก็หยุดอยู่ในความสงบ

คังจุนโมพูดกับพวกเขา

“บุคคลนี้อยู่ภายใต้นามบริษัท JM เอเจนซี่ของเรา ผมไม่สามารถเปิดเผยชื่อของเขาได้ และมันก็จะไม่มีการรับสมัครใดๆ เกิดขึ้นกับคนของเรา”

คังจุนโมพูดออกมาอย่างมั่นใจ

มีรอยยิ้มปรากฎขึ้นบนมุมปากของเขา

* * *

ห้องของฮายอนตกแต่งอย่างน่ารักด้วยตุ๊กตา

ซังวูและฮายอนนั่งเคียงข้างกันที่หน้าโต๊ะเรียน

ซังวูกำลังดูสมาร์ทโฟนของเขา ขณะที่ฮายอนกำลังแก้ไขโจทย์ปัญหา

หน้าจอสมาร์ทโฟนกำลังแสดงภาพคังจุนโมที่กำลังควบคุมฝูงชนอยู่

ใช่.

ซังวูกำลังวิดีโอคอลกับหมายเลข 2 เขาเฝ้าดูสถานการณ์โดยรอบหมายเลข 2 แบบเรียลไทม์ และสั่งการระยะไกลเกี่ยวกับสิ่งที่หมายเลข 2 ควรพูดและควรเคลื่อนไหวอย่างไร

“พี่ซังวู พี่กำลังดูอะไรอยู่”

ในเวลานั้นเอง ฮายอนก็เงยหน้าขึ้นมองซังวูราวกับว่าเธอได้แก้ไขโจทย์ปัญหาทั้งหมดเสร็จแล้ว

ทันใดนั้น ซังวูก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของฮายอนที่อยู่ข้างๆ เขากดวางสายลงโดยทันที

“โอ้ มันไม่มีอะไรเลย ฮ่าฮ่าฮ่า”

ในเวลาเดียวกัน เขาก็ออกคำสั่งให้หมายเลข 2 ทำตามคำสั่งของคังจุนโม

“ไม่จริง! เห็นๆ กันอยู่ว่าพี่เอาแต่ดูสมาร์ทโฟน”

“ฮ่าฮ่า ขอโทษที... พอดีฉันมีเรื่องเร่งด่วนน่ะ”

“มันเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ หรอ?”

ในเวลาเดียวกัน ฮายอนก็เริ่มแสดงสีหน้าชั่วร้าย

“พี่กำลังดูอะไรลามกอยู่ใช่ไหม?”

“ห้ะ? เปล่า! ฉันไม่ได้ดูอะไรพวกนั้นซะหน่อย”

“โอ้โห นี่พี่มาติวหนูแล้วก็ดูหนังโป๊ไปด้วยเนี่ยนะ! ว้าย คนโรคจิต!”

“เปล่านะ!”

“ไม่เป็นไรนะพี่ หนูเป็นคนใจกว้างและเข้าใจทุกอย่าง”

“ห้ะ! เธออยากโดนตีใช่ไหม?”

“ตีเลย ตีเลย~ คิคิ พี่ตีหนูไม่ได้หรอก”

ฮายอนแลบลิ้นออกมาและยั่วโมโหซังวู

ซังวูคว้าหัวของเธอเข้ามาในทันทีและล็อคหัวเธอไว้

“อ้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!”

“หนูจะไม่ทำอีกแล้ว พอแล้ว”

“หึ! ดูวิธีที่เธอพูดกับผู้ใหญ่สิ!”

“หนูยอมแพ้แล้ว หนูยอมแพ้แล้ว!”

จางฮายอนประกาศยอมแพ้ขณะพยายามดิ้นรนขัดขืน

จากนั้นซังวูก็ปล่อยเธอออกไป

ผมยาวตรงของฮายอนพันกันยุ่งเหยิงเป็นกระจุก

อย่างไรก็ตาม ซังวูก็ไม่แสดงอาการใดๆ เลยและแสดงสีหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากพูดคุยและหัวเราะกันสักพัก พวกเขาก็เติมพลังและเริ่มเรียนหนักอีกครั้ง

หลังจากสอนเสร็จก็เป็นเวลาเกือบ 22.00 น.

ที่บ้านของฮายอน ซังวูกำลังนั่งอยู่ด้วยกันในห้องนั่งเล่นกับฮายอนและคิมอ๊กจอง พวกเขากำลังนั่งกินไก่ทอดกันอยู่

“ขอบคุณนะซังวู ฉันจะกินให้อร่อยเลย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็ได้รับค่าสอนพิเศษมาเยอะแล้ว แค่นี้ไม่ได้มากมายอะไรเลย”

“ช่ายช่าย ถูกต้องแล้ว พี่ซังวูไม่ได้สอนหนักอะไรเลย.. แอ่ก!”

ซังวูยัดขาไก่เข้าไปในปากของฮายอนอย่างรวดเร็ว

“ฮ่าฮ่าฮ่า ผมเป็นคนทุ่มเทให้กับงานอยู่แล้วครับ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องห่วงเลย คุณแม่กินเยอะๆ เถอะครับ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ซังวูเองก็กินเยอะๆ เถอะจ่ะ”

ขณะที่เขากำลังกินไก่ทอดอยู่นั้น เขาก็ได้รับสายโทรเรียกเข้า

ซังวูลุกขึ้นและเดินออกไปรับโทรศัพท์

“สวัสดีครับ?”

-ลูกชาย~

ลีแอซุกแม่ของซังวูพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“เอ่อ.. แม่”

- ขอบใจนะลูกสำหรับไก่ทอด ว้าว~

จริงๆ แล้ว ในตอนที่ซังวูสั่งไก่มากินที่นี่ เขาก็ได้สั่งไก่ไปให้ที่บ้านของเขาที่บูชอนด้วย

เนื่องจากเขาไม่ได้กลับไปบ้านพ่อแม่ในช่วงวันหยุด เขาจึงคิดว่าเขาควรจะติดต่อพวกเขากลับไปบ้าง ด้วยเหตุนี้เอง มันจะมีการติดต่อไหนที่ดีกว่าไปกว่าการส่งไก่ทอดไปให้กัน?

“ฮ่าฮ่า ดีใจครับที่แม่ชอบ”

-แน่นอนสิลูก~ ตั้งใตเรียนนะลูก~ แล้วก็กลับมาบ้านบ้าง~

“ เอ่อ.. แม่ครับ ผมกำลังออกกำลังกายอยู่ เดี๋ยวผมต้องไปก่อนแล้วนะครับ

-แม่! นั่นแม่กำลังคุยกับพี่ชายหนูอยู่หรอ?

ขณะนั้นเอง เสียงคนอื่นก็ดังเข้ามาในสาย จากนั้นเสียงผู้หญิงอีกคนก็ดังชัดขึ้น

นั่นคือจองจีวู น้องสาวของซังวู

-พี่ชาย! ขอบคุณนะสำหรับไก่!

" จ้า~”

-แต่พี่คะ คือเงินในกระเป๋าตัง...

ทันทีที่ซังวูได้ยินคำว่า 'เงิน' กับ 'กระเป๋าตัง' เขาก็กดวางสายลงในทันที

พวกเขาเป็นพี่น้องที่ดีจริงๆ

เสียงโทรเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง แต่ซังวูก็ปรับเป็นโหมดเงียบโดยทันที

' ถ้าอยากได้รับก็ต้องพยายามหามาด้วยตัวเองนะน้องสาว~'

ในความเป็นจริง ซังวูผู้ซึ่งมีปรัชญาแปลกๆ ก็กำลังทำสิ่งที่ขัดกับคำพูดของเขาโดยการสั่งให้ร่างโคลนของเขาไปทำทุกอย่างแทน

ซังวูกลับมาดูทีวีและกินไก่

ขณะที่ฮายอนและเขากำลังคุยกันอย่างมีความสุข จู่ๆ ข้อความก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา

[ ความว่องไวเพิ่มขึ้น 0.001 ]

จากนั้นซังวูก็นึกถึงหมายเลข 1 ที่กำลังเรียนศิลปะการต่อสู้ที่ไฮเปอร์ยิม

' มันก็ผ่านมาสักระยะแล้วที่ค่าความว่องไวของฉันเพิ่มขึ้น โอ้ใช่ คิดดูอีกที ฉันก็ลืมหมายเลข 1 ไปเลย โดยปกติแล้วการฝึกจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง ดังนั้นตอนนี้เขาก็คงจะฝึกเสร็จแล้วสินะ'

เนื่องจากผลงานอันน่าตกใจของหมายเลข 2 ในวันนี้ เขาจึงลืมเรื่องหมายเลข 1 ไปโดยสิ้นเชิง

ในตอนนี้ หมายเลข 1 ก็อยู่ที่ยิม เขากำลัง ‘ฟังครูฝึกอย่างระมัดระวังและฝึกซ้อมอย่างหนัก’ เขาจะต้องฝึกฝนอย่างหนักตามคำสั่งที่ได้รับและ 'ตอบให้เสียงดังฟังชัด'

'หมายเลข 1 หลังจากฝึกเสร็จแล้วก็ไปออกกำลังกายในยิมต่อเลย'

ซังวูออกคำสั่งในใจอีกครั้งและกลับมาใช้กินไก่ทอดต่อ

เขาไม่ได้รู้เลยว่าหมายเลข 1 เองก็ได้สร้างเรื่องเอาไว้เหมือนกัน

* * *

ณ ไฮเปอร์ยิม

ลีจงฮุนที่กำลังฝึกหมายเลข 1 อยู่รู้สึกประหลาดใจ

' อะไรกัน? ทำไมการเคลื่อนไหวของคุณถึงช้าเป็นเต่าแบบนั้นกัน?'

ตอนแรกเขาต้องการจะแก้เผ็ดทัศนคติที่เย่อหยิ่งของซังวูจากเมื่อวันก่อน ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อหมายเลข 1 มาถึง เขาจึงได้เริ่มการฝึกฝนอย่างหนักโดยทันที

การฝึกนี้คือการกลิ้งเพื่อฝึกหลบหลีก

นี่เป็นการฝึกต่อจากการฝึกครั้งเมื่อวาน

การฝึกนี้เป็นการฝึกที่สำคัญมาก แต่มันก็เป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังมากกว่าที่คิดด้วยเช่นกัน นี่เป็นเพราะคุณต้องเหวี่ยงตัวและกลิ้งตัวไปมาบนพื้น

เหนือสิ่งอื่นใด ความรู้สึกของการทำร้ายตัวเอง(?) ที่เกิดจากการกลิ้งตัวลงบนพื้นยังส่งผลต่อสภาพจิตใจด้วย ด้วยเหตุนี้เอง นี่จึงเป็นการฝึกฝนที่เข้ากันได้ดีกับแผนการอันชั่วร้ายของลีจงฮุน

แต่แล้วนี่คืออะไร?

ทันทีที่เขาเริ่มฝึก ลีจงฮุนรู้สึกได้ทันทีว่าการเคลื่อนไหวของหมายเลข 1 นั้นช้ากว่าเมื่อวานแบบครึ่งๆ

แน่นอนว่าลีจงฮุนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับร่างโคลน ดังนั้นเขาจึงคิดว่านี่เป็นกลอุบายหนึ่งของซังวู

“คุณซังวู นี่มันไม่ช้ากว่าเมื่อวานมากไปหน่อยหรอครับ? คุณไม่สบายตรงไหนรึเปล่า?”

“ผมทำได้เท่านี้ครับ”

“นั่นคือทั้งหมดที่คุณสามารถทำได้แล้วหรอ? เร็วขึ้นอีก! ขยับให้เร็วขึ้นอีก! พวกมอนสเตอร์ไม่มาสนใจคุณหรอกนะ! ทำให้การเคลื่อนไหวของคุณรวดเร็วขึ้นซะ! ออกแรงที่เท้าของคุณให้มากขึ้นไปอีกเมื่อคุณกระโดด!”

ท้ายที่สุดแล้ว เนื่องจากเขาเป็นโค้ช เขาจึงดำเนินการแก้ไขการเคลื่อนไหวและวิธีการกลิ้งของหมายเลข 1 ต่อไปอีกประมาณ 10 นาที

ลีจงฮุนไม่รู้ว่าผ่านไปกี่นาทีแล้วเพราะซังวูหรือหมายเลข 1 กำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก ถึงอย่างนั้น อีกฝ่ายก็กลับไม่เคยแสดงอาการหยุดและยังคงดำเนินการฝึกฝนต่อไปโดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ

เมื่อเห็นดังนี้ ในที่สุดเขาก็มองดูนาฬิกา

' โอ้ ผ่านไป 10 นาทีแล้วหรอเนี่ย? 'ฉันใช้เวลานานเกินไปรึเปล่านะ?'

การกระโดดไปด้านข้าง กระโดดไปข้างหน้า และกลิ้งสุดกำลังนั้นเป็นการเคลื่อนไหวที่ยากกว่าที่คุณคิด

จากประสบการณ์ของลีจงฮุน ผู้เริ่มต้นส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถยืนหยัดได้นานถึง 5 นาที พวกเขามักจะเส้นยึดและขยับต่อไม่ไหวกันซะก่อน

อย่างไรก็ตาม หมายเลข 1 ก็ยังทำตามได้โดยปกติ และลีจงฮุนก็ตัดสินใจที่จะแสร้งทำเป็นไม่รู้ต่อไปเพื่อแก้แค้นที่ซังวูทำไว้เมื่อวันก่อนหน้า

' เอาล่ะ กลิ้งต่อไปอีกสัก 5 นาทีแล้วค่อยให้พักก็แล้วกัน นายจะได้ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของศิลปะการต่อสู้อย่างแท้จริง และนายจะได้รู้ไว้ว่าคำสั่งของโค้ชนั้นเด็ดขาดแค่ไหน!’

แม้ว่าเขาอยากจะจงใจแก้แค้นซังวู แต่เขาก็ยังทำงานหนักเพื่อพยายามเคี่ยวเข็นหมายเลข 1 อย่างเอาเป็นเอาตายเช่นกัน

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว?

การเคลื่อนไหวของหมายเลข 1 ค่อยๆ ดีขึ้น แต่ลีจงฮุนก็เริ่มกังวลขึ้นมาหลังจากเห็นว่าหมายเลข 1 ยังคงไม่พูดอะไรเลย

“เฮ้ คุณซังวู คุณเหนื่อยรึเปล่าครับ?”

“ฮะ ฮะ ใช่ครับ”

“งั้นเราจะหยุดกันก่อนดีไหมครับ? เรายังมีการฝึกอื่นๆ อยู่อีกด้วย”

“ได้ครับ ฮะฮะ”

จากนั้นหมายเลข 1 ก็หยุดลง

ลีจงฮุนไม่รู้ว่าซังวูหรือหมายเลข 1 มีสกิลด้านความอดทนหรือเป็นเพราะเขามีความอุตสาหะอย่างยิ่งกันแน่

‘ เมื่อวานเขาดูเย่อหยิ่ง แต่วันนี้เขากลับกลายเป็นคนเชื่อฟังคำสั่งซะแล้ว?’

ลีจงฮุนมอบน้ำให้กับหมายเลข 1

“เฮ้ คุณซังวู ผมรู้สึกประหลาดใจจริงๆ นะครับที่เห็นคุณฝึกหนัก นี่ครับ ดื่มน้ำหน่อย”

“ได้ครับ”

หมายเลข 1 ดื่มน้ำหมดภายในครั้งเดียว

“คุณคงจะกระหายน้ำมากสินะครับ.. การฝึกก่อนหน้านี้ไม่ได้มีไว้สำหรับผู้เริ่มต้น แต่คุณก็ผ่านมันมาได้ ตอนนี้คุณอยากจะฝึกกันต่อเลยไหมครับ?”

“ได้ครับ”

ต่างจากซังวูคนเมื่อวานที่ลีจงฮุนพบ เขาคิดว่ามันแปลกเล็กน้อยที่คำตอบของซังวู(?)นั้นสั้นและกระชับ ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไร

“เอาล่ะครับ ครั้งนี้ผมจะฝึกในหัวข้ออื่นต่อเลยนะครับ”

จบบทที่ บทที่ 14 : การแก้แค้นและการฝึกหนัก!

คัดลอกลิงก์แล้ว