- หน้าแรก
- ผมมีระบบเชฟเทวดา: พลิกชีวิตสู่เถ้าแก่
- บทที่ 132 - ซ่าจู้... ตงซวี่ของแม่หายไปไหนไม่รู้
บทที่ 132 - ซ่าจู้... ตงซวี่ของแม่หายไปไหนไม่รู้
บทที่ 132 - ซ่าจู้... ตงซวี่ของแม่หายไปไหนไม่รู้
บทที่ 132 - ซ่าจู้... ตงซวี่ของแม่หายไปไหนไม่รู้
เหยียนปู้กุ้ยคือสมุห์บัญชีขาประจำของลานสี่เรือน ทุกงานแต่งงานศพต้องมีแกไปนั่งจดซอง เพื่อจะได้ฉวยโอกาสกอบโกยถั่วลิสง เมล็ดแตงโม และลูกอมเข้ากระเป๋า ถ้าดวงเฮงหน่อยก็ได้ซองแดงเป็นค่าเสียเวลา
พอได้ยินว่าซ่าจู้จะแต่งงาน แกก็เนื้อเต้นยิบๆ
"สาวบ้านไหนตอนนี้บอกไม่ได้ แต่ตำแหน่งคนทำบัญชี ผมจองตัวลุงสามไว้แล้ว!" ซ่าจู้ทำท่าลับลมคมใน
เรื่องพี่ฮวาต้องเก็บเป็นความลับสุดยอดไว้ก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์
เหยียนปู้กุ้ยยิ้มแก้มปริ "ได้เลยๆ ลุงสามคนนี้จะจัดการให้เนี๊ยบกริบ"
คุยไปคุยมา เหยียนปู้กุ้ยก็ชี้ไปที่ช่อดอกไม้ "ซื้อดอกไม้มาขนาดนี้ กะจะเผด็จศึกคืนนี้เลยเหรอ?"
"แม่นแล้วลุง เดี๋ยวผมจะไปเกณฑ์คนมาให้ครบ แล้วจะสารภาพรักต่อหน้าธารกำนัลเลย" ซ่าจู้ฉีกยิ้มกว้างจนปากจะถึงหู
เขาอยากประกาศให้โลกรู้ว่าเขารักพี่ฮวาแค่ไหน ให้พี่ฮวารู้สึกว่าเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในลานสี่เรือน
เอ๊ะ?
สารภาพรัก?
เหยียนปู้กุ้ยเกาหัวแกรกๆ เริ่มงง
ฟังดูเหมือนสาวเจ้าจะอาศัยอยู่ในลานนี้นะ?
ใครหว่า?
เหยียนปู้กุ้ยไล่ชื่อสาวๆ ในลานจนครบก็ยังนึกไม่ออก
คงไม่ใช่ฉินหวยหรูหรอกมั้ง?
ความคิดนี้ผุดขึ้นมา เหยียนปู้กุ้ยก็รีบปัดทิ้งทันที
ฉินหวยหรูท้องโย้ใกล้คลอดขนาดนั้น ซ่าจู้ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถ้าจะไปจีบ
แถมเจี่ยตงซวี่ผัวเขาก็ยังอยู่ทนโท่ ขืนไปยุ่งมีหวังโดนกระทืบตาย
แต่ถ้าไม่ใช่ฉินหวยหรู... แล้วจะเป็นใครได้อีก?
ซ่าจู้ไม่รอให้ลุงสามหายสงสัย รีบเดินดุ่มๆ ไปเรือนกลางเพื่อหาอี้จงไห่
แต่บ้านอี้จงไห่เงียบกริบ ซ่าจู้เลยแบกช่อดอกไม้เดินเลยไปเรือนหลัง
บังเอิญจริงๆ ไปเจอกับเฉินจวินและหลินเหยาที่กำลังเดินย่อยอาหารอยู่
หลินเหยาทำตาโตมองซ่าจู้ รู้สึกว่าวันนี้พี่แกดูแปลกๆ
"พี่คะ หัวพี่ซ่าจู้... ทำไมมันมันแผล็บแบบนั้นล่ะคะ?"
หลินเหยาเด็กใสซื่อ ไม่รู้จักหรอกน้ำมันใส่ผม
เฉินจวินหัวเราะก๊าก "สงสัยเอากีวีขัดรองเท้ามาทาหัวมั้ง หลินเหยาไปยกเก้าอี้มาสองตัว เดี๋ยวมีลิเกโรงใหญ่ให้ดู"
"ลิเก? เรื่องอะไรคะพี่?" หลินเหยาถามตาแป๋ว
"ฮ่าๆๆๆ อย่าเพิ่งถาม รอดูเดี๋ยวรู้เอง รับรองมันส์หยด" เฉินจวินทำท่ารู้ดี แต่ในใจเดาทางซ่าจู้ออกหมดไส้หมดพุง
ไอ้ทึ่มนี่ถึงกับลงทุนซื้อดอกไม้ สงสัยสวี่ต้าเม่าเป่าหูมาแหงๆ
โธ่เอ๊ย... จัดเต็มซะขนาดนี้ เดี๋ยวคงได้ฮากันกลิ้งทั้งลาน
"อ้าว ลุงใหญ่ ป้าใหญ่ อยู่บ้านย่าเฒ่านี่เอง" ซ่าจู้เดินยิ้มร่าเข้ามาในบ้านย่าเฒ่าหูหนวก
อี้จงไห่มองสภาพซ่าจู้แล้วตะลึง มองดอกไม้ในอ้อมกอดแล้วอดถามไม่ได้ "เฮ้ยซ่าจู้ นี่เอ็งไปดูตัวมาเหรอ?"
เขาเคยได้ยินพวกวัยรุ่นในโรงงานคุยกันว่าเดี๋ยวนี้จีบสาวต้องมีดอกไม้
ซ่าจู้แต่งตัวเลียนแบบมนุษย์ปกติ แถมมีดอกไม้ กลับมาก็ดึกดื่น ป่านนี้คงไปเดทมาชัวร์
แต่ย่าเฒ่าหูหนวกกลับเอาไม้เท้าเคาะพื้นปังๆ "ดูตัวก็ดูตัวสิ จะซื้อดอกไม้มาทำไม เปลืองตังค์!"
"ไม่ได้เสียตังค์ครับย่า นี่ดอกไม้ปลอม ผมขโมย... เอ้ย เอามาจากร้าน แล้วห่อหนังสือพิมพ์เอา!" ซ่าจู้ยื่นดอกไม้ให้ย่าดู
ย่าเฒ่าถึงค่อยยิ้มออก
นึกไม่ถึงว่าหลานรักจะรู้จักมีความรักกับเขาบ้างแล้ว
เมื่อก่อนเห็นเอาแต่ไปวนเวียนอยู่รอบตัวฉินหวยหรู ย่าล่ะกลุ้มใจแทบตาย
นึกไม่ถึงว่าบทจะเลิกก็เลิก ไปหาใหม่ได้แถมยังโรแมนติกซะด้วย
"ดีๆๆ ซ่าจู้หลานรัก ในที่สุดก็โตเป็นผู้ใหญ่สักที!" ย่าเฒ่าหัวเราะชอบใจ
แต่อี้จงไห่กับป้าใหญ่หน้าตาดูไม่ค่อยจืด
พวกเขาไม่อยากให้ซ่าจู้แต่งงานเร็วขนาดนี้
พ่อมันหนีตามผู้หญิงไปแล้ว ซ่าจู้ก็เหมือนลูกในไส้ที่จะมาเลี้ยงดูพวกเขาตอนแก่
ถ้าซ่าจู้ไปคว้าผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาทำเมีย เกิดเมียมันไม่เอาญาติผู้ใหญ่ขึ้นมา พวกเขาจะลำบาก
"ย่าครับ ผมไม่แค่โตแล้วนะ ผมเจอคนที่ใช่แล้วด้วย เดี๋ยวรบกวนย่าช่วยเป็นสักขีพยานให้หน่อย ผมจะประกาศความในใจต่อหน้าคนทั้งลานเลย" ซ่าจู้ยิ้มแก้มปริ
"ได้สิ! ย่ายินดีเป็นพยานให้!" ย่าเฒ่ายิ่งดีใจใหญ่
ในลานนี้ย่ารักซ่าจู้ที่สุดแล้ว
กลัวหลานจะไปหลงแม่ม่ายฉินจนโงหัวไม่ขึ้น อนาคตจะหาเมียลำบาก
ที่ไหนได้ เปลี่ยนรสนิยมปุบปับเฉยเลย
อี้จงไห่ขมวดคิ้ว ถามเสียงเครียด "ซ่าจู้ ผู้หญิงคนนั้น... คนในลานเราเหรอ?"
ซ่าจู้พยักหน้า
"ใคร? ลูกสาวบ้านไหน?" ป้าใหญ่ถามแทรก
"ความลับครับ เดี๋ยวพวกป้าก็รู้เอง"
พูดจบ ซ่าจู้วางดอกไม้ลง จัดทรงผมให้เข้าที่ แล้วบอกย่าเฒ่า "รอกันเดี๋ยวนะครับ ผมไปเกณฑ์คนแป๊บ"
จะเล่นทั้งที ต้องเล่นใหญ่ไฟกระพริบ
แต่พอซ่าจู้ก้าวขาพ้นประตูบ้านย่าเฒ่า ก็จ๊ะเอ๋กับเจี่ยจางซื่อที่ยืนอยู่กลางลาน
เจี่ยจางซื่อทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ ถามเฉินจวินว่า "นายไม่เห็นตงซวี่จริงๆ เหรอ?"
"เจี่ยจางซื่อ ป้าประสาทกลับหรือเปล่า?" เฉินจวินสวนกลับ "ดึกป่านนี้มาเดินหาลูกชายในเรือนหลังเนี่ยนะ?"
เมื่อกี้เฉินจวินกำลังเล่านิทานให้หลินเหยาฟังเพลินๆ จู่ๆ เจี่ยจางซื่อก็โผล่มาจากความมืดเหมือนผี ถามหาเจี่ยตงซวี่เสียงเยือกเย็น
ทำเอาหลอนไปเลย
"นี่! ทำไมต้องด่ากันด้วย ฉันถามว่าเห็นตงซวี่มั้ย ดึกป่านนี้มันยังไม่กลับบ้านเลย" เจี่ยจางซื่อโวยวาย
วันนี้มันวันวิปโยคอะไร ลูกชายก็หาย ไอ้หนุ่มซ่าจู้ก็หาย
"ไปถามอี้จงไห่สิ พ่อลูกบุญธรรมคู่นั้นตัวติดกันจะตาย" เฉินจวินโบกมือไล่
พอได้ยินชื่ออี้จงไห่ เจี่ยจางซื่อก็ของขึ้น
ตาแก่นั่นมันไม่ได้เรื่อง นางถามแล้วก็ไม่ยอมบอกอะไรสักอย่าง
กำลังจะหันหลังกลับบ้าน ซ่าจู้ก็เดินทำหน้าเคลิ้มเข้ามาโบกมือทักทาย
"พี่ฮวาคร้าบ!"
เสียงเรียก 'พี่ฮวา' ทำเอาเจี่ยจางซื่อสะท้านไปทั้งร่าง รีบหันขวับไปมอง
"ว้าย ซ่าจู้! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกพี่ล่ะจ๊ะ"
เฉินจวินได้ยินเสียงสองของป้าจางแล้วขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เชี่ย... เจี่ยจางซื่อดัดเสียงเป็นสาวน้อย!
คลื่นไส้ชิบเป๋ง!
แต่สำหรับซ่าจู้ เสียงนี้มันคือเสียงสวรรค์ ทำเอาเขาระทวยไปทั้งตัว
"ผมเพิ่งกลับครับพี่ฮวา เกิดอะไรขึ้นครับ ตงซวี่ยังไม่กลับบ้านเหรอ?" ซ่าจู้ถามด้วยความเป็นห่วง
เดี๋ยวเขาจะต้องสารภาพรักแล้ว ถ้าเจี่ยตงซวี่ลูกรักไม่อยู่เป็นพยาน งานคงกร่อยน่าดู
เจี่ยจางซื่อทำหน้าเศร้า บีบน้ำตา "ซ่าจู้อ่า... ตงซวี่ของแม่หายไปไหนไม่รู้..."
เห็นน้ำตาของสาวคนรัก ซ่าจู้ใจสลาย รีบปรี่เข้าไปใช้นิ้วปาดน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม ปลอบเสียงนุ่ม
"พี่ฮวาอย่าร้องนะครับ เดี๋ยวผมจะเกณฑ์คนทั้งลานออกไปช่วยตามหา"
"เราต้องหาตงซวี่เจอแน่นอน เชื่อผมนะ"
"อื้ม!" เจี่ยจางซื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือซ่าจู้ แล้วก็ยืนบิดไปมาด้วยความเขิน
ซ่าจู้นี่... แมนจังเลยอะ!
[จบแล้ว]