เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 : ออกล่าครั้งแรก

บทที่ 9 : ออกล่าครั้งแรก

บทที่ 9 : ออกล่าครั้งแรก  


บทที่ 9 : ออกล่าครั้งแรก

ในถ้ำมืด ที่นั่นมีผู้ชายหลายคนกำลังทุบตีอะไรบางอย่างอย่างแรงอยู่ขณะที่สวมหน้ากากป้องกันแก๊สพิษ

ในกลุ่มนี้ มีชายคนหนึ่งที่แยกตัวออกมาจากพวก มือขวาของเขากำลังถือค้อนขนาดใหญ่และกำลังฟาดกระแทกอะไรบางอย่างอยู่

โป้ะ! โป้ะ! โป้ะ!

หลังจากใช้ค้อนทุบอยู่หลายครั้ง ก้อนเมือกเหลวสีใสก็ระเบิดออก

ของเหลวพุ่งกระจายออกมาและขณะเดียวกันมันก็ปล่อยพลังงานที่จับต้องไม่ได้ออกมา

ของเหลวในร่างเมือกบางส่วนกระเด็นมาติดอยู่ที่ชายเสื้อผ้าของชายคนนั้นขณะที่เขาฟาดค้อนต่อไม่หยุด

ของเหลวที่กระเด็นออกมานี้ส่งเสียงฟู่ราวกับมันกำลังกัดกร่อนชุดของเขาอยู่ แต่กระนั้นมันก็โชคดีที่ชุดป้องกันไม่มีรูและมีเพียงรอยสึกเล็กน้อยเท่านั้น

แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมด มีก๊าซพิษพุ่งออกมาเมื่อสไลม์ตาย ก๊าซพิษนี้ทำให้บรรยากาศที่อบอ้าวและเหม็นอับยิ่งขึ้นในถ้ำ

อย่างไรก็ตาม มันก็ดูเหมือนว่าก๊าซพิษจะไม่สามารถเจาะทะลุหน้ากากป้องกันแก๊สพิษของชายคนนั้นได้ ด้วยเหตุนี้เอง ชายคนนั้นจึงไม่ได้สนใจและชี้ท่อโลหะในมือซ้ายไปทางซากสไลม์ที่ตายแล้ว

ซูบ~ ซูบ~

ของเหลวในร่างกายของสไลม์ถูกดูดผ่านท่อโลหะพร้อมกับเสียงดูด พวกมันถูกดูดเข้าไปกองรวมกันอยู่ในถังเก็บของเหลวขนาดใหญ่ที่ถูกแบกไว้อยู่บนหลังของชายคนนั้น

ชายคนนั้นยังคงทำซ้ำการกระทำนั้นต่อไป

เวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว?

เมื่อภาชนะเก็บเมือกเต็ม ชายคนนั้นก็เดินออกมาจากถ้ำ เมื่อเขาไปถึงทางเข้าถ้ำและเดินผ่านประตูพอร์ทัลไป เขาก็มาปรากฎตัวอีกครั้งในอาคารคอนกรีตขนาดใหญ่

อาคารแห่งนี้เป็นสถานีรักษาความปลอดภัยที่สร้างขึ้นมาล้อมรอบประตูพอร์ทัล

ทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ที่ทางเข้ามองดูชายคนนั้นและเดินเข้ามาหาเขา

“หยุดก่อน โปรดระบุตัวตนของคุณด้วยครับ”

“ฮันเตอร์แรงค์ F จองซังวู”

“ฮันเตอร์จองซังวูสินะครับ”

หลังจากทราบชื่อ นายทหารก็ตรวจสอบรายชื่อเป็นระยะเวลาสั้นๆ และให้สัญญาณว่า “ผ่านได้”

ซังวูหรือหมายเลข 1 ทำตามที่ทหารบอก และเมื่อเขาเดินผ่านทหารไป ทหารคนหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่ก็ส่ายหัว

“ฮันเตอร์จองซังวูอีกแล้วหรอ? เขาไม่เหนื่อยบ้างรึไงนะ?”

“ถูกต้อง เขาทำงานหนักมากแม้แต่ในดันเจี้ยนเล็กๆ แบบนี้”

“นายบอกว่าหน้ากากกันก๊าซพิษมันกันได้ไม่หมดไม่ใช่หรอ? แบบนี้แล้วเราควรหยุดเขาหน่อยดีไหม?”

“ปล่อยเขาไปเถอะ เขาดูแลตัวเองได้”

มันมีเพียงข้อมูลประจำตัวเท่านั้นที่ลงทะเบียนไว้ในพื้นที่ล่า ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงไม่สามารถทราบได้ว่าคุณมีสกิลอะไรบ้าง

นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น นี่เป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าคนที่กำลังออกล่าอยู่นั้นไม่ใช่ซังวูแต่เป็นร่างโคลนของเขา

ในขณะนี้ หมายเลข 1 ก็กำลังเดินไปที่ล็อกเกอร์เก็บของตรงอีกด้านหนึ่งของป้อมยาม

เมื่อเขาเปิดตู้ล็อคเกอร์ เขาก็พบเห็นถังหลายใบเรียงซ้อนกัน

หมายเลข 1 วางถังที่เขาสะพายอยู่ลงแล้วเปลี่ยนเป็นถังใบใหม่

จากนั้นหมายเลข 1 ก็มุ่งหน้ากลับไปที่ประตูพอร์ทัล

เมื่อเขาเข้าไปใกล้ทางเข้าดันเจี้ยนอีกครั้ง ทหารที่เฝ้าอยู่ก็ต่างถอนหายใจ

“คุณฮันเตอร์ครับ คุณล่าสไลม์พวกนี้มาเกือบ 20 ชั่วโมงแล้วนะครับ ทำไมคุณไม่พักสักหน่อยล่ะครับ?”

เมื่อทหารพูดความในใจออกไป หมายเลข 1 ก็มองดูทหารคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง

“ถ้าล่านานเกินไปชุดคุณจะเสียหายเอาได้นะ... พักผ่อนซะเถอะ พรุ่งนี้ค่อยกลับมาทำใหม่”

แม้ว่าทหารจะห้ามปรามเขายังไง แต่หมายเลข 1 ก็ยังรออย่างเงียบๆ ราวกับกำลังขออนุญาตเข้าไป

ในที่สุดหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็ต้องยอมอนุญาต

เมื่ออุปสรรคที่ขวางเส้นทางของเขาถูกเคลียร์ออกไปแล้ว หมายเลข 1 ก็เข้าไปในประตูพอร์ทัลราวกับกำลังเดินเข้าประตูบ้าน

' บ้าไปแล้ว เขาไม่ง่วงบ้างรึไงกันนะ?'

เหล่ายามและฮันเตอร์ต่างก็มองดูเขาด้วยความตกใจ

อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการล่าของหมายเลข 1 นั้นจะดำเนินต่อเนื่องไปแบบนี้จนถึง 48 ชั่วโมง!

* * *

ร้านโทรมๆ ในซอยด้านหลังของตลาดนัมแดมุน

คังจุนโมกำลังมองดูเครื่องชั่งกับเจ้าของร้านอย่างเงียบๆ

[ 12กก. ]

“12 กิโลพอดีเป้ะ! ส่วนถังมีน้ำหนัก 2 กิโล มาดูกันซิว่าราคาตลาดในปัจจุบันของน้ำเมือกนี่อยู่ที่เท่าไหร่... 19,000 วอนต่อกิโลกรัม ฉะนั้นมันก็จะอยู่ที่ 190,000 วอนต่อถัง”

มีถังอยู่ทั้งหมดแปดถัง

“มีทั้งหมด 8 ถัง รวมเป็น 1.52 ล้านวอน”

“เฮ้หัวหน้า เราทำธุรกิจกันมานานกี่ปีแล้ว ทำไมคุณถึงใจร้ายกับผมขนาดนี้กันล่ะ? ช่วยๆ ผมหน่อยสิ สัก 1.55 ล้านได้ไหม?”

“ไม่นะประธานคัง คุณก็รู้ว่าราคามัน...”

“งั้นผมไปถามร้านข้างๆ นะ?”

“ก็ได้! ก็ได้! ตกลงที่ 1.55 ล้านนะ ไอ้คนขี้เหนียวเอ้ย!”

ด้วยเหตุนี้เอง คังจุนโมจึงขายเมือกสไลม์ได้ในราคา 1.55 ล้านวอน ในจำนวนนี้ 20% หรือ 310,000 วอน ก็เป็นของคังจุนโม

เขามอบเงิน 50,000 วอนให้กับคนขับรถบรรทุกที่ขนถังทั้ง 8 ใบนี้มา

“ขอบคุณระประธานคัง ไว้เรียกใช้ผมอีกนะ!”

“ครับ แล้วผมจะติดต่อคุณไป!”

เงินที่เหลือให้เขาทั้งหมดคือ 260,000 วอน นี่คือกำไรที่เขาได้รับมาในช่วงสองวันที่ผ่านมา

' ค่าเช่าชุดอุปกรณ์อยู่ที่ 500,000 วอน... อืม ฉันควรจะอัพเกรดพวกอุปกรณ์ให้เขาดีไหมนะ?'

เมื่อสองวันก่อน คังจุนโมได้พาจองซังวูไปยังพื้นที่ล่าสไลม์ที่ตั้งอยู่บนภูเขาโดบงซาน

ก่อนไป เขาได้เช่าอุปกรณ์พื้นฐานง่ายๆ จากบริษัทที่เขารู้จักและให้จอง ซังวูทำความคุ้นเคยกับคู่มือการล่าสไลม์ตลอดทาง

ในความเป็นจริง การล่าสไลม์นั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก ดังนั้นแค่คำพูดก็เพียงพอแล้วที่จะสอนให้เขาล่าเป็น

แต่ปัญหาหลักคือก๊าซพิษ

“ขีดจำกัดสูงสุดคือ 6 ชั่วโมงนะครับ เมื่อครบเวลาแล้วคุณก็ค่อยออกมา หากคุณต้องการจะทำต่อ คุณก็สามารถพักสักหนึ่งถึงสองชั่วโมงก่อนแล้วจึงค่อยกลับไปได้ หากคุณคิดว่าอุปกรณ์ใดๆ มีปัญหาก็ให้รีบออกมาโดยทันที”

“ถังเก็บซากสไลม์จะถูกเก็บไว้ในล็อกเกอร์นะครับ ดังนั้นคุณสามารถเปลี่ยนมันได้ที่นี่”

“เข้าใจแล้วครับ”

“โอเคครับ งั้นถ้าล่าเสร็จแล้วก็ติดต่อผมมานะครับ”

คังจุนโมออกจากพื้นที่ล่าและลงมาจากภูเขา จากนั้นเขาก็มีช่วงเวลาที่ยุ่งวุ่นวายในการสรรหาฮันเตอร์คนอื่นๆ จนลืมการมีอยู่ของจองซังวูไปโดยสิ้นเชิง

จากนั้นสองวันต่อมา จู่ๆ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากจองซังวู

การล่าได้สิ้นสุดลงแล้วเนื่องจากถังเก็บเมือกเต็ม และเขาก็จะต้องการนำถังเก็บไปขาย

' ถังเก็บซากเมือกทั้งหมดเต็มภายในสองวันงั้นหรอ? ไร้สาระชัดๆ!'

เมื่อพิจารณาถึงพลังชีวิตของสไลม์และความเล็กของเมือกแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเติมภาชนะสักถังหนึ่งให้เต็มได้ในหนึ่งวัน อย่างไรก็ตาม คังจุนโมก็ไม่อยากจะเชื่อเลยเมื่อเขาเห็นถังทั้งแปดเต็ม

อย่างไรก็ตาม เขาก็เชื่อสิ่งนี้หลังจากได้เห็นมันจริงๆ กับตาตัวเอง

' เขาบอกว่าสกิลของเขาคือร่างโคลนงั้นหรอ?'

เมื่อมองไปที่ถังเก็บเมือกที่เต็มไปด้วยของเหลวใส คังจุนโมก็ตระหนักได้ว่าเขาคิดผิดมหันต์

เขามีอคติเกี่ยวกับสกิลร่างโคลนเหมือนกับคนอื่นๆ

เขาคิดผิดว่าสกิลร่างโคลนนี้เป็นร่างโคลนมายา

' มันจะสมเหตุสมผลแน่นอนถ้าร่างโคลนนั่นไม่ใช่ภาพมายา’

ไม่เช่นนั้น มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะรวบรวมเมือกได้มากขนาดนี้ภายในระยะเวลาอันสั้น

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์นี้ คังจุนโมก็ตระหนักได้ว่าการเซ็นสัญญากับฮันเตอร์แรงค์ F จองซังวูคนนี้ถือเป็นโชคดีมากกว่าที่เขาคิด

ด้วยความเร็วในการล่าสไลม์ระดับนี้ เขาก็จะทำเงินได้มากมายแม้จะรวมค่าเช่าอุปกรณ์แล้วก็ตาม

' ถ้าเขาเป็นฮันเตอร์ที่สามารถสร้างร่างโคลนกายภาพได้... เขาก็จะต้องไม่ใช่ฮันเตอร์แรงค์ F ธรรมดาๆ แน่นอน ศักยภาพในการเติบโตของเขาจะกว้างไกลมหาศาล ฉันต้องดูแลเขาให้ดี และฉันก็จะต้องตรวจสอบสกิลของเขาอย่างละเอียด'

ด้วยความหวังดังกล่าว คังจุนโมจึงส่งข้อความถึงจองซังวูเพื่อแจ้งให้ทราบถึงรายได้

* * *

[ ยอดคงเหลือ: 7,032,100 วอน ]

เป็นเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่เขาเริ่มออกล่าในฐานะฮันเตอร์ บัญชีธนาคารของซังวูมียอดคงเหลือมากถึง 7 ล้านวอน แม้ว่าเขาจะใช้เงิน 3.5 ล้านวอนไปกับค่าเล่าเรียนแล้วก็ตาม

' ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าฉันทำแบบนี้ต่อไป ฉันก็จะต้องรวยในไม่ช้าก็เร็ว!'

ซังวูกำลังดูยอดเงินในบัญชีธนาคารของเขา

จางฮายอนที่กำลังแก้ไขโจทย์อยู่ข้างๆ เขามองดูซังวูราวกับว่าเธอกำลังถูกรบกวนจากมัน

“ครูกำลังดูอะไรอยู่หรอ?”

“โอ้ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก”

“นี่ครูกำลังดูอะไรลามกอยู่รึเปล่า?”

“เปล่า มันไม่ใช่แบบนั้น ว่าแต่เธอล่ะ เธอแก้โจทย์ปัญหาทั้งหมดเสร็จแล้วรึยัง?”

“ครูอย่ามาเปลี่ยนเรื่องสิ!”

ซังวูปิดโทรศัพท์ของเขาและพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของอีกฝ่ายในขณะที่เขาตรวจคำตอบของฮายอน

มันเป็นวิชาภาษา และจากคำถามทั้งหมด 10 ข้อ ฮายอนก็ตอบถูก 6 ข้อ

“ครั้งที่แล้วเธอถูก 4 ข้อ แต่ครั้งนี้เธอถูก 6 ข้อ เห็นไหม เธอสามารถทำมันได้”

“จริงๆ แล้วหนูก็ฉลาดนิดหน่อยเวลาหนูใช้สมองล่ะนะ ^^”

ฮายอนพูดเรื่องน่าอายได้อย่างไม่เขินอาย ซังวูมองเธอราวกับว่าเขากำลังตกตะลึง

“จุ๊จุ๊ งั้นก็ใช้สมองบ้างเถอะ อย่าทำให้พ่อแม่ของเธอเสียใจ ไม่อย่างนั้นแล้วจบไปเธอจะทำอะไร?”

“หนูอยากเป็นฮันเตอร์...”

“ฮันเตอร์? เธอปลุกพลังแล้วหรอ?”

“ใช่แล้ว หนูเองก็มีสกิลเหมือนกัน”

ฮายอนกางมือข้างหนึ่งออก จากนั้นลูกบอลมานาก็ก่อตัวขึ้นเหนือฝ่ามือของเธอ

“ดูสิ มันไม่เจ๋งหรอ?”

“ว้าว นี่คือสกิลอะไรกัน?”

“ชื่อสกิลของมันคือ บอลมานา มันสร้างมาจากพลังมานา และคุณก็สามารถใช้มันโจมตีได้ด้วยการขว้าง”

“ดูเหมือนว่ามันจะเป็นความสามารถที่ดีนะ แต่ทำไมเธอถึงไม่ลองไปออกล่าดูล่ะ?”

“หนูก็ไปสอบเอาใบรับรองมาแล้ว แต่หนูก็กลัวที่จะต้องไปพื้นที่ล่าเพียงลำพัง...”

จากนั้นซังวูก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าฮายอนยังเป็นเด็กอยู่

“งั้นก็ทำคะแนนสอบให้ได้ดีๆ แล้วเดี๋ยวพี่จะพาเธอไปที่พื้นที่ล่าเอง”

“จริงหรอ?”

“จริงสิ พี่รู้จักพื้นที่ล่าอยู่ ที่นั่นทั้งปลอดภัยและล่าง่ายมาก ดังนั้นมันจึงค่อนข้างดีเลย”

“เอาล่ะ พี่สัญญาแล้วนะ!”

ฮายอนยื่นนิ้วก้อยของเธอให้ซังวู ซังวูหัวเราะเบาๆ และชูนิ้วก้อยของเขาออกมาและเกี่ยวมันเข้าด้วยกัน

“พี่สัญญาแล้ว ดังนั้นอย่าเอาไปบอกใครนะ!”

“เข้าใจแล้ว หนูจะเชื่อใจพี่นะ”

ซังวูและฮายอนมองหน้ากันและยิ้ม

* * *

สองสัปดาห์ผ่านไปเช่นนั้น

วันนี้เป็นวันเปิดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยคยองกุก

ซังวูก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยคยองกุกเป็นครั้งแรกในรอบระยะเวลานาน

เขากำลังจะเข้าเรียนคาบแรกเพื่อเรียนวิชาเอก และถึงแม้ว่าเขาจะเจอกับรุ่นน้องปีหนึ่งที่เขารู้จัก แต่มันก็ไม่มีใครทักทายเขาเลย

ซังวู นักศึกษาชั้นปีที่สองกำลังถูกเมิน

' ฉันเป็นรุ่นพี่ที่ทุกคนลืมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?'

ขณะที่เขากำลังบ่นอยู่สักพัก เขาก็มาถึงห้องบรรยาย

เขาเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในทันทีที่เขาเดินเข้ามา

นั่นคือคิมคยองโด เพื่อนสนิทของเขา

ในภาคการศึกษานี้ เขาลงทะเบียนเรียนวิชาเดียวกับคยองโด ดังนั้นเขาจึงมีเวลาเรียนร่วมกัน

ซังวูเดินไปนั่งข้างคยองโด

“ว่าไง! ซังวู!”

“อ่า คยองโด”

จากนั้นนักเรียนที่อยู่รอบๆ พวกเขาก็เริ่มพูดคุยกัน

“อะไรนะ รุ่นพี่ซังวูหรอ?”

“รุ่นพี่ซังวูคนนั้นน่ะหรอ?”

“ซังวูคนอ้วนอ่ะนะ?”

จากนั้นรุ่นน้องปีหนึ่งที่ใกล้ชิดกับซังวูก็แห่พุ่งเข้ามาหาเขากันหมด

“ว่าไงซังวู ฉันจำนายไม่ได้เลย ดังนั้นฉันเลยไม่ได้ทักทายนาย”

“ไม่เป็นไร นายล่ะเป็นไงบ้าง?”

“เฮ้ นายไปออกกำลังกายที่ไหนมาเนี่ย?”

“ไม่หรอก ฉันแค่อยู่บ้านเฉยๆ...”

“ฉันว่าตัวนายสูงขึ้นรึเปล่า?”

“ถูกต้อง เขาสูงพอๆ กันกับฉันเลย”

ทันใดนั้นพื้นที่รอบๆ ซังวูก็เริ่มมีเสียงดัง

ที่จริงแล้ว ความสูงของซังวูก็อยู่ที่ 175 ซม. มันเพิ่มขึ้นมาประมาณ 3 ซม. หลังจากที่เขาได้รับสกิลร่างโคลนมา

แม้ว่าเขาจะอายุ 21 ปีแล้ว แต่ระดับการเจริญเติบโตของเขาก็ยังไม่ได้หยุดลง และร่างกายของเขาก็เติบโตขึ้นด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ด้วยเหตุนี้เอง ตั้งแต่วันแรกที่ไปมหาวิทยาลัย ซังวูจึงถูกเพื่อนๆ รุมรังควานไม่เลิก

และแน่นอนว่าการเป็นคนดังก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร

* * *

ในขณะเดียวกันนั้นเอง

ณ ดันเจี้ยนสไลม์โดบงซาน

สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในถ้ำอันมืดมิด...

จบบทที่ บทที่ 9 : ออกล่าครั้งแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว