เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 : มิตรภาพที่ดีไม่มีแบ่งปัน!

บทที่ 6 : มิตรภาพที่ดีไม่มีแบ่งปัน!

บทที่ 6 : มิตรภาพที่ดีไม่มีแบ่งปัน!  


บทที่ 6 : มิตรภาพที่ดีไม่มีแบ่งปัน!

ทั้งสองเข้าไปในยิมฟิสเนส

เสียงดนตรีอันน่าตื่นเต้นดังขึ้นปลุกเร้าอารมณ์ของคนที่เดินเข้ามา

เมื่อซังวูและคยองโดเดินไปถึงที่เคาน์เตอร์และยืนอยู่ที่นั่นอย่างประหม่า ชายร่างกำยำที่กำลังกัดอกไก่รมควันในมืออยู่ก็กระโดดขึ้นมา

“จุ๊จุ๊... ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว 555 ยินดีต้อนรับครับ นี่เป็นครั้งแรกที่คุณมาเยี่ยมชม 'ยิมแกร่ง' ใช่ไหม?”

“ใช่ครับ ผมอยากจะมาเดินดูรอบๆ สักหน่อยนะ”

“ยินดีต้อนรับๆ นี่คือยิมที่ดีที่สุดในระแวกนี้แล้ว ผมจะช่วยแนะนำพวกคุณเอง เชิญตามมาได้เลยครับ”

ฉันไม่แน่ใจว่าเขาเป็นเจ้าของที่นี่รึเปล่า แต่นอกเหนือจากกล้ามเขาแล้ว ที่นี่มันก็ใหญ่กว่าที่คาดเอาไว้มาก และอุปกรณ์ออกกำลังกายต่างๆ ก็ดึงดูดสายตาของฉันมาก

ผู้ชายบ้ากล้ามกำลังยกดัมเบลขณะเหงื่อออก ส่วนผู้หญิงร่างอ้วนก็วิ่งอยู่บนลู่วิ่งและหอบหายใจอย่างหนัก นอกจากนี้ มันยังมีคุณปู่คุณตาที่กำลังเดินไปทางเครื่องออกกำลังกาย.... ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะออกกำลังกายกันไหวหรอกนะ...

“คยองโด มันอยู่หน้ามหาวิทยาลัยขนาดนี้ ทำไมมันถึงไม่เห็นมีสาวๆ เลยวะ!”

' ฉันก็ไม่รู้ เชี่ยเอ้ย นี่พวกเราถูกหลอกรึเปล่าเนี่ย?'

ซังวูและคยองโดบ่นและคุยกันด้วยหางตา

ความผิดหวังเล็กน้อยแล่นผ่านจิตใจของซังวู ถึงแม้จุดประสงค์เดิมของเขาจะเป็นการฝึกร่างกายก็ตาม

“นี่คือโซนยกน้ำหนักและยังมีลู่วิ่งสำหรับออกกำลังกายแบบแอโรบิค อย่างที่พวกคุณเห็น พวกมันทั้งหมดล้วนทำมาจากหินเวทย์ ดังนั้นมันจึงสามารถรับน้ำหนักที่หนักกว่าเครื่องออกกำลังกายโลหะทั่วไปได้ และตรงนั้นก็เป็นโซนแอโรบิก…”

นอกจากนี้ ผู้ชายคนนี้ก็ยังพูดมากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้อีก

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฉันมายิม แต่ถึงงั้นฉันก็กลับรู้สึกเหมือนรู้ว่ามันคืออะไรจากการเพียงแค่มองดูมัน

“ที่นี่มีคนไม่ค่อยเยอะเลยนะครับ”

“อ่า~ มันเพิ่งจะเปิดได้ไม่นานน่ะครับ ดังนั้นก็เลย... ฮ่าฮ่าฮ่า ยังไงซะคนออกกำลังกายน้อยๆ มันก็ดีกว่าใช่ไหมล่ะครับ คุณจะได้ไม่ต้องไปแย่งเครื่องกับคนอื่นไง”

“ผมก็ว่างั้นแหละ ถ้างั้นผมจะลงทะเบียนที่นี่ก็แล้วกัน สามเดือนราคาเท่าไหร่หรอครับ?”

“ตอนนี้เรากำลังลดราคาอยู่ครับ ดังนั้นถ้าคุณสมัคร 3 เดือน มันก็จะเป็นเงิน 160,000 วอน คุณคิดว่ายังไงครับ?”

' 160,000 วอนหรอ? แต่บนอินเทอร์เน็ตบอกว่าแค่ 90,000 วอนเองนี่'

ซังวูคิดว่ามันแพงกว่าที่คาดไว้

คยองโดเองก็ส่ายหัวเช่นกัน

“ใช่แล้ว ที่ดูมาในอินเทอร์เน็ตก็บอกว่า 90,000 วอน งั้นผมไปที่อื่นดีกว่า”

“โอ้เดี๋ยวก่อน นั่นเป็นโปรโมชั่นพิเศษตอนเปิดร้านน่ะครับ ฮ่าฮ่า... เนื่องจากพวกคุณเป็นนักเรียน งั้นผมจะลดเพิ่มให้อีก 40,000 วอนรวมเป็นเงิน 120,000 วอน แบบนี้ดีขึ้นไหมครับ?”

“เอาให้มัน 90,000 วอนไปเลยเถอะ ถ้าคุณลดราคาตอนนี้ ผมก็จ่ายตอนนี้เลย”

“...เฮ้อ~  งั้นโปรดเก็บเป็นความลับไม่ให้สมาชิกคนอื่นรู้ด้วยก็แล้วกันนะครับ…”

จากนั้นซังวูและคยองโดก็ตรงไปเปลี่ยนชุดออกกำลังกายที่ยิมจัดให้แล้วออกมา เมื่อเห็นพวกเขาเดินออกมา เทรนเนอร์ก็ดูประหลาดใจเล็กน้อย

“โอ้~ ผมเดาว่าพวกคุณคงจะออกกำลังกายกันมานิดหน่อยแล้วใช่ไหม?”

ฉันรู้ดีว่ามันเป็นคำชมการตลาด แต่ถึงงั้นฉันก็ยังอดยิ้มมุมปากไม่ได้

“ฮ่าฮ่า พอดีผมออกกำลังกายแบบบอดี้เวทคนเดียวที่บ้านมาน่ะครับ”

“คุณมีพุงนิดหน่อยนะ แต่ไหล่ของคุณก็กว้างและต้นขาก็กระชับ... อืมม คุณมีสรีระที่ดีเลย พูดได้เลยว่ายอดเยี่ยม! ถ้าอย่างนั้น ให้ผมช่วยบอกวิธีการใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายหน่อยดีได้ไหมครับ?”

“ได้ครับ ถ้าแบบนั้นจะช่วยได้มากเลย”

เทรนเนอร์เริ่มจากการอธิบายชื่ออุปกรณ์ วิธีออกกำลังกาย และวิธีการสร้างกล้ามเนื้อทีละขั้นตอน

“นี่คือเครื่องยกน้ำหนักแบบเอียง มันเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยกระตุ้นหน้าอกส่วนบน เราจะยกบาร์เบลขึ้นแบบนี้ จากนั้นก็หยุดชั่วคราวที่ด้านบนเพื่อให้รู้สึกถึงแรงที่กดลงมา จากนั้นเราจึงจะค่อยๆ เอามันลงและทำซ้ำไปเรื่อยๆ คุณอยากจะลองดูไหม?”

น้ำหนักบาร์เบลทั้ง 2 ข้างรวมกันคือ 20 กก.

ซังวูลองทำตามที่เทรนเนอร์บอก

ฟิว.. ฟิว..

' หยุดที่ด้านบนสักครู่เพื่อให้รู้สึกถึงแรงที่กดลงมา จากนั้นก็กลับสู่ตำแหน่งเดิม'

“คุณทำได้ดีเลย คุณทำมันครั้งแรกใช่ไหม? เมื่อคุณใช้พลังตรงจุดนั้น ให้ทำมันอย่างรวดเร็วและแข็งแรง ใช่แล้ว แบบนั้นเลย และเมื่อคุณออกแรงผลักคุณก็หายใจออก และเมื่อคุณยกมันลง คุณก็หายใจเข้า ใช่แล้ว ยอดเยี่ยม ฮ่าฮ่า!”

มันง่ายกว่าที่ฉันคิด

ฉันยักไหล่แล้วมองดูคยองโดที่ทำคนเดียวโดยไม่มีเทรนเนอร์

“ชิ!”

เขายกบาร์เบลที่มีน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ด้วยแขนทั้งสองข้าง

การเคลื่อนไหวของเขาคล่องแคล่วราวกับเป็นนักยกน้ำหนัก

ในที่สุดเขาก็หมดแรงและทิ้งมันลงบนพื้น

ปัง!

เมื่อได้ยินเสียงนั้น ทุกคนก็มองไปที่คยองโด

“ว้าว คุณน่าทึ่งมาก คุณเคยออกกำลังกายมาก่อนหรอ?”

“ฮ่าฮ่า ไม่เลย นี่เป็นครั้งแรกของผม”

“อ่า ดูเหมือนว่าคุณจะมีค่าสถานะความแข็งแกร่งสูงมากเลยสินะ”

“มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก~ ความแข็งแกร่งของผมคือ 2.1 เอง ฮ่าฮ่าฮ่า~”

“เฮ้... ตอนผมเริ่มออกกำลังกายแรงๆ ผมยังมีค่าสถานะไม่มากเท่าคุณเลย… ผมชักจะอิจฉาคุณซะแล้วสิ”

จากนั้นซังวูก็จำได้

' ในตอนนั้น ฉันก็ได้ยินมาว่าเขาได้รับสกิลมาด้วย ดูเหมือนว่ามันจะเกี่ยวข้องกับค่าความแข็งแกร่งงั้นสินะ'

ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นสกิลประเภทเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่นั่นก็เป็นสกิลของฮันเตอร์ที่ธรรมดามาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นคยองโดเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าผู้ปลุกพลังคนอื่นๆ จะน่าทึ่งกันขนาดไหน

เมื่อปลุกพลังขึ้นมาแล้ว คนส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ในระดับคนธรรมดา แต่มันก็มีบางกรณีที่พวกเขาได้รับสกิลเหนือมนุษย์มาอย่างคยองโด

ในบรรดาสกิลเหล่านี้ ผู้คนก็เรียกสกิลที่มีไว้สำหรับการล่ามอนสเตอร์ว่า ‘สกิลฮันเตอร์’

และผู้ปลุกพลังซึ่งได้รับสกิลฮันเตอร์เหล่านี้ก็มักจะประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะฮันเตอร์

ตอนนี้ฮันเตอร์กำลังตกเป็นที่สนใจมากกว่าอาชีพอื่นๆ มันชนะแซงหน้าผู้พิพากษา อัยการและแพทย์ไปแบบไม่ทิ้งฝุ่น

แน่นอน แม้ว่าคุณจะไม่มีสกิลฮันเตอร์ แต่คุณก็ยังสามารถทำงานเป็นฮันเตอร์ได้โดยใช้อาวุธปืน

' นั่นเป็นเพราะว่ามันยังอันตรายไม่แพ้กัน'

ด้วยเหตุนี้เอง เช่นเดียวกับคยองโด สกิลฮันเตอร์จึงค่อนข้างมีความสำคัญมาก

และเมื่อเห็นคยองโดแสดงความแข็งแกร่งอันทรงพลังออกมาในทันทีที่เขาปลุกพลังขึ้น ซังวูจึงรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย

แน่นอน ฉันคิดว่าสกิลร่างโคลนของฉันซึ่งมีความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุดนั้นยังดีที่สุด

' เมื่อถึงเวลา ฉันก็จะสามารถกลายเป็นคนที่สุดยอดได้อย่างแน่นอน'

ในช่วงเวลานี้ ซังวูก็กำลังปลอบใจตัวเองโดยคิดว่าเขาไม่ได้อิจฉาเลย

เทรนเนอร์ที่กำลังคุยกับคยองโดอยู่ตอนนี้ก็กลับมาหาซังวูแล้ว

“คุณทำหนึ่งชุดและพักผ่อนนะ ตอนนี้เราจะพักและค่อยมาทำต่อให้ครบ 12 ชุด”

“ไม่เป็นไร พอแค่นี้ก่อน”

ซังวูยืนขึ้นและปฏิเสธ

“ทำไมล่ะ? เราควรจะออกกำลังกายให้สม่ำเสมอนะ”

“วันนี้ผมออกมาเพื่อเรียนรู้วิธีการออกกำลังกาย ผมวางแผนที่จะใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายทั้งหมดที่นี่และเรียนรู้วิธีใช้มัน”

“ท่าทางนั่นจะยากกว่าที่คุณคิดนะ ผมว่าคุณควรจะเรียนรู้มันทีละขั้นจะได้ผลมากกว่านะ…”

“แค่บอกผมมาก็พอ”

เทรนเนอร์มองเขาด้วยความสับสนอยู่ครู่หนึ่ง แต่มันก็ไม่สำคัญ

เขาเพียงแค่อยากจะรู้วิธีการใช้งาน มันไม่ได้มีอันตรายอะไร

* * *

คยองโดลงเอยด้วยการไม่ได้ลงทะเบียนเข้ายิม เหตุผลที่เห็นได้ชัดเลยก็คือเขาคิดว่ามันไม่ได้สำคัญอะไร

' อืม แต่ฉันคิดว่ามันอาจเป็นเพราะที่นี่ไม่มีเทรนเนอร์สาวสวยมากกว่านะ'

คิม คยองโดเกิดมาเพื่อผู้หญิง เพราะงั้นเขาจึงไม่สามารถอยู่ได้หากขาดพวกเธอ...

ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม มันก็ต้องขอบคุณความจริงที่ว่าไม่มีผู้คนอยู่รอบๆ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลกับการถูกจับได้ และมันก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะส่งร่างโคลนเข้ามาออกกำลังกายแทน

“เอาล่ะ วันนี้เรามากินไก่และเบียร์กันเถอะ!”

“ไม่เอาอ่ะ ฉันมีธุระ”

ฉันแยกทางกับคยองโดที่หน้ายิมและเดินทางกลับบ้านในทันที

เมื่อฉันเลี้ยวตรงหัวมุม มันก็มีสาวงามสวยโดดเด่นสะดุดตายืนอยู่ตรงหน้าฉัน

ผมของเธอถูกรวบเป็นหางม้า ใบหน้าขาวราวกับหิมะและมีริมฝีปากสีแดง เธอสวมเสื้อกันลมสีขาวในท่อนบน แต่สะโพกที่โดดเด่นของเธอก็ดูเหมือนจะถูกรัดเอาไว้ด้วยกางเกงโยคะรัดรูปที่น่าประทับใจและน่าดึงดูด

' ว้าว สวยสุดยอด!'

ซังวูจ้องมองเธอพร้อมกับอ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว

เธอยิ้มให้ซังวูราวกับว่าเธอคุ้นเคยกับการจ้องมองแบบนี้แล้ว จากนั้นเธอก็เดินผ่านเขาและเข้าไปในอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของยิมแกร่ง

เขามีลางสังหรณ์ว่าเธอจะเป็นเทรนเนอร์สาวสวยที่คยองโดพูดถึง

' นั่นคือเธอหรอ? ถ้าเธอคนนั้นเป็นเทรนเนอร์ งั้นฉันก็ควรไปออกกำลังกายเองดีไหมนะ?'

และแล้วก็มาถึงจุดที่เขาต้องคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับแผนการฝึกร่างโคลนของเขา

ไม่ได้ ฉันจะมาออกกำลังกายเองไม่ได้ นั่นมันยุ่งยากเกินไป

' ใช่แล้ว ฉันไม่ควรบอกเรื่องนี้กับคยองโดด้วย'

มิตรภาพที่ดีไม่มีแบ่งปัน!

ซังวูมองไปทางอื่นครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ตรงไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อทำภารกิจของวันนี้ให้เสร็จ เขาวางแผนจะซื้อเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้เพื่อเสริมสารอาหารให้แก่ตัวเอง

ตอนนี้ฉันมีเงินเหลือเพียงพอแล้ว

' ไหนดูหน่อยสิ... เอาอกไก่แล้วก็...'

ฉันกำลังช็อปปิ้งทีละขั้นตอนตามรายการสิ่งของที่ฉันทำไว้

วี้ดด-

หน้าจอโทรเข้าปรากฏขึ้นโดยระบุว่ามีสายเข้าจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก

เนื่องจากคนที่รู้เบอร์ฉันนั้นมีเพียงแม่กับคยองโด ดังนั้นฉันจึงรับสายเพราะคิดว่ามันเป็นสแปม

“สวัสดีครับ?”

-สวัสดีครับ นี่ใช่เบอร์โทรศัพท์ของจองซังวูรึเปล่า?

“ถูกต้องแล้วครับ  ขอโทษนะครับ ว่าแต่คุณเป็นใครหรอครับ?”

-ฮ่าฮ่าฮ่า ซังวู ฉันเอง ลุงจางด็อกชิล

“โอ้! สวัสดีครับ”

-สวัสดีๆ ฉันเล่าให้ลูกสาวและภรรยาฟังเรื่องการเรียนพิเศษแล้ว และพวกเขาก็โอเคกันหมดแล้ว ตอนนี้เธอพอจะมีเวลาไหม? ถ้ามันสะดวก ฉันก็อยากจะให้เธอมาคุยกันที่บ้านฉันแบบเห็นหน้ากันหน่อยน่ะ

“ตอนนี้หรอครับ?”

ขณะนี้เวลาประมาณห้าโมงเย็นแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะโทรหาฉันเพราะเขาคิดว่ายังมีเวลาเหลือก่อนงานพาร์ทไทม์จะเริ่ม

“ได้เลยครับ แล้วผมต้องไปที่ไหนหรอครับ?”

- มาตามที่อยู่นี้เลย กังโกคู, โซล... ฉันจะส่งข้อความบอกเธออีกที

“  ได้ครับ ถ้าคุณส่งมาแล้วผมจะรีบไปทันทีเลยครับ”

หลังจากวางสายเสร็จ จางด็อกชิลก็ส่งที่อยู่ของเขามาให้ฉันทางข้อความ

มันใช้เวลานั่งรถบัส 20 นาทีจากมหาวิทยาลัยคยองกุกไปหาอีกฝ่าย

‘ อืม ดูเหมือนฉันจะเอาข้าวของไปเก็บที่ห้องทันอยู่สินะ’

* * *

ซังวูรีบจ่ายเงินและมุ่งหน้ากลับไปที่ห้องก่อน

เมื่อเขาไปถึงบ้าน หมายเลข 1 ก็กำลังทำสควอทอยู่ในห้อง

เหงื่อหยดลงมาอาบแก้มหมายเลข 1

เสื้อผ้าของเขาเองก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

เดือนสิงหาคม ปลายฤดูร้อนและอากาศก็ร้อนอยู่แล้ว ดังนั้นการออกกำลังกายในห้องจึงถือเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์

บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ห้องเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อ

“พุทโธ่ๆ ฉันไม่ได้บอกให้นายออกไปออกกำลังกายข้างนอกหรอ?”

ฉันไม่ได้ให้คำสั่งโดยละเอียด ดังนั้นหมายเลข 1 จึงออกกำลังกายที่บ้าน

แต่ถึงกระนั้น ฉันก็แค่บอกให้เขาออกกำลังกาย แต่ฉันไม่ได้บอกให้เขาทำสควอตเพิ่มด้วย ดังนั้นการเห็นเขาทำสควอชจึงเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์มากสำหรับเขา

“เฮ้ ดื่มนี่ซะหน่อยสิ”

“ครับนาย”

ฉันยื่นเครื่องดื่มเกลือแร่เย็นๆ ที่ฉันเพิ่งซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตให้กับเขา และแล้วหมายเลข 1 ก็รับมันไปดื่มจนหมด

' ...ขวดนั้นคือ 1 ลิตรเลยนะ แต่ฉันเดาว่านายคงจะหิวน้ำมากเลยสินะ พอมาคิดดู การออกกำลังกายของเขามันก็ซ้ำซากจำเจขนาดนั้นเลยหรอ? ในตอนที่ฉันฟังเทรนเนอร์ที่ยิมพูดก่อนหน้านี้ ฉันก็ได้ยินมาว่าฉันต้องเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของฉันด้วยหากอยากออกกำลังกายให้ได้ผล'

ฉันรู้สึกเหมือนค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นของฉันกำลังค่อยๆ เพิ่มขึ้นช้าลง

ถึงกระนั้น มันก็ยังเติบโตได้เร็วอยู่ แต่หากการเติบโตช้าลงแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ มันก็จะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบรรลุค่าสถานะชั้นยอดอย่างที่ซังวูใฝ่ฝัน

' ฉันจะไม่มีทางปล่อยให้ไอ้เจ้าคยองโดมันแซงหน้าฉันอย่างแน่นอน!'

ซังวูไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ จิตใจของเขาเล็กแคบและไม่มีที่ว่างให้สำหรับมัน

' ด้วยการออกกำลังกายในปัจจุบัน ฉันก็จะสามารถพัฒนาได้เฉพาะความแข็งแกร่ง ความว่องไว แรงกายและความอดทนเท่านั้น โชคดีที่ความว่องไวของฉันยังสามารถเพิ่มขึ้นมาได้ แต่ฉันก็ยังไม่สามารถสัมผัสพลังเวทย์ได้เลย ฉันได้ยินมาว่าเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ เราก็จะต้องได้รับสกิลเฉพาะหรือไม่ก็ฆ่ามอนสเตอร์เอา อ้า... ฉันอยากจะมีร่างโคลนเพิ่มขึ้นมาอีกสักตัวจังเลย ’

ซังวูรู้สึกกังวลหลังจากไปยิม แต่แล้วดวงตาของเขาก็สบเข้ากับนาฬิกา

[ 17:33 ]

ขณะที่เขากำลังจมอยู่กับความคิดอื่นอยู่ครู่หนึ่ง เวลาก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หากช้าไปกว่านี้ เขาก็จะไปสายได้ในที่สุด

“เอ่อ ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว! ก่อนอื่นฉันต้องไปสอนพิเศษก่อน หมายเลข 1 อย่าลืมไปทำงานพาร์ทไทม์ด้วยล่ะ โชคดี!”

จากนั้นซังวูก็รีบออกไป...

จบบทที่ บทที่ 6 : มิตรภาพที่ดีไม่มีแบ่งปัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว