เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 : การใช้พลัง

บทที่ 2 : การใช้พลัง

บทที่ 2 : การใช้พลัง


บทที่ 2 : การใช้พลัง

จัมเปอร์ จอร์จ ลูคัส

ในช่วงอายุ 30 ปลายๆ เขาเป็นฮันเตอร์แรงค์ S ชาวอเมริกันและเป็นหัวหน้ากิลด์ผู้รู้แจ้ง

สกิลเทเลพอร์ตชั่วพริบตานับเป็นเครื่องหมายการค้าของเขา และเขาก็เป็นคนเดียวและคนแรกที่พิชิตดันเจี้ยนหอคอยโอดินซึ่งไม่เคยมีใครทำสำเร็จได้

ในตอนนี้ เขากำลังรับรายงานจากใครบางคนในออฟฟิศ

“...จนถึงขณะนี้ 80% ของคน 3 พันล้านคนทั่วโลกก็ได้ปลุกพลังแล้วค่ะ”

“อืม ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะปลุกพลังครบ 100%?”

“ด้วยแนวโน้มการในปัจจุบัน มันก็จะใช้เวลาอีกประมาณห้าปี”

“ห้าปี...”

ลูคัสมองดูเมืองจากบนตึกสูงเสียดฟ้า

“เราเหลือเวลาไม่มากแล้ว”

....

ในขณะเดียวกัน

ซังวูเปิดโทรศัพท์ที่ได้รับคืนมา

เพื่อความปลอดภัย เขาได้ฝากโทรศัพท์ของเขาไว้กับพนักงานเนื่องจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อาจเสียหายได้เมื่อเขาเคลื่อนผ่านประตูพอร์ทัล

เมื่อซังวูดูโทรศัพท์ เขาก็เห็นข้อความกองหนึ่ง

-[คยองโด]: เฮ้ นายได้สกิลอะไร? ฉันได้มาตั้ง 2 สกิลแหน่ะ

-[คยองโด]: มันเจ๋งใช่มั้ยล่ะ?

-[คยองโด]: แล้วนายทำอะไรอยู่?

-[คยองโด]: เฮ้ ตอบฉันหน่อยสิ?

-[คยองโด]: ...

-[คยองโด]: นายหลับแล้วหรอ?

-[คยองโด]: ....

ส่วนใหญ่เป็นข้อความไร้สาระที่ส่งมาจากเพื่อนสนิทของเขา คิม คยองโด

ซังวูตอบอย่างไม่ใส่ใจ

-[ซังวู]: ฉันไม่บอก

-[คยองโด]: ทำไมล่ะ? นายไม่ได้รับสกิลหรอ?

-[คยองโด]: ตอบฉันมาเร็ว!

-[คยองโด]: ฮัลโหลล!

'เฮ้อ น่ารำคาญจริงแฮะ'

คิมคยองโดเป็นเพื่อนสนิทของเขามาตั้งแต่สมัยประถม

เขามีบุคลิกที่เข้ากับคนง่ายและมีชีวิตชีวา ดังนั้นเขาจึงเข้ากับทุกคนได้ดี แต่ข้อเสียของเขาก็คือเขาพูดมากเกินไป

ขณะที่เขากำลังทะเลาะกับคิม คยองโด เขาก็กลับมาถึงบ้านก่อนที่เขาจะทันรู้ตัว

มันเป็นอพาร์ตเมนต์ห้องเดี่ยวขนาดประมาณ 8 เสื่อและเป็นแหล่งกบดาลของซังวู

น้ำเสียงที่เป็นมิตรของเขาดังขึ้นในทันทีที่เขาเปิดประตูหน้าและเดินเข้าไปข้างใน

วี๊ด-

“ลูกๆ ของฉันเป็นไงบ้างนะ?”

มีคอมพิวเตอร์สองเครื่องกำลังทำงานอยู่ในห้อง และมันก็มีหน้าจอมากถึง 4 จอ

ภายในแต่ละจอภาพ มีหน้าต่างเกมที่เหมือนกันกำลังเปิดอยู่ 16 หน้าต่าง หน้าจอละ 4 หน้า

ในหน้าจอเหล่านี้ ตัวละครในเกมจะเคลื่อนไหวและล่ามอนสเตอร์โดยอัตโนมัติ

พวกมันดำเนินการทำสิ่งต่างๆ รวมถึงการเก็บสิ่งของโดยอัตโนมัติ พวกมันจะวิ่งตรงไปยังเมือง และเก็บของไว้ในโกดัง กิจกรรมทั้งหมดนี้เป็นไปโดยอัตโนมัติทั้งหมด

ใช่แล้ว...

ซังวูกำลังปล่อยให้ตัวละครในเกมทั้ง 16 ตัวของเขาเล่นเองโดยอัตโนมัติ

15 ตัวเป็นตัวละครย่อย และ 1 ตัวเป็นตัวละครหลัก

เพื่อพัฒนาตัวละครหลัก การฟาร์มของ (การรวบรวมไอเทม วัตถุดิบ ค่าประสบการณ์ ฯลฯ) ก็สามารถทำได้โดยใช้ตัวละครย่อย 15 ตัว และไอเทมและเงินก็จะถูกเทลงในกระเป๋าของตัวละครหลัก

ด้วยเหตุนี้เอง พวกมันจึงสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับผู้เล่นโดยทั่วไปที่มีตัวละครเพียงตัวเดียว

เขานั่งลงบนเก้าอี้คอมพิวเตอร์และเริ่มเล่นเกมอย่างจริงจัง

ก่อนอื่น เขาตรวจสอบเงินและไอเทมในโกดังของตัวละครหลัก

อัตราเงินเข้านั้นเกือบจะคงที่ แต่ไอเท็มต่างๆ ก็จะเป็นแบบสุ่ม

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีวัสดุหรือไอเทมหายากให้เห็น

'วันนี้ก็กินแห้วอีกตามเคย~'

รายได้เขามีไม่มากนัก

เขาพยายามขายไอเทมเบ็ดเตล็ดทิ้งไป แต่กำไรก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง

ในที่สุดซังวูก็หมดแรงและนอนลงบนที่นอนเก่าๆ ที่เขาใช้เป็นเตียง

เป็นเวลาสองปีแล้วที่เขาเริ่มสร้างรายได้จากการเล่นเกม

ในช่วงที่เกมที่เขาเล่นได้รับความนิยมสูงสุด เขาก็สามารถสร้างรายได้ได้มากกว่าการทำงานพาร์ทไทม์ส่วนใหญ่

เหตุผลที่เขาสามารถเป็นอิสระได้ทันทีเมื่อเรียนจบชั้นมัธยมก็เป็นเพราะเงินที่เขาได้รับมาจากการเล่นเกมในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อความนิยมในเกมที่เขาเล่นลดลง รายได้คงที่ที่เขาได้รับก็ค่อยๆ ลดลงตาม

คุณไม่สามารถพึ่งพาโอกาสดรอปไอเทมหายากจากการเล่นเกมได้

' ฉันยังต้องจ่ายค่าเทอมด้วย... ลองไปเล่นเกมอื่นๆ ก่อนดีกว่าไหมนะ’

' แต่ถึงงั้นการสร้างมาโครก็เป็นเรื่องยุ่งยากจริงๆ'

มาโคร

สิ่งนี้หมายถึงโปรแกรมอัตโนมัติ เกือบทุกสิ่งที่คุณทำบนคอมพิวเตอร์สามารถทำให้มันกลายเป็นอัตโนมัติได้ด้วยการสร้างมาโคร

ในแง่ของการทำงานเป็นระบบ มาโครก็เหมาะกับบุคลิกของซังวูเป็นที่สุด แม้ว่าเขาจะชอบเกม แต่เขาก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะอดทนพอที่จะทำงานหนักได้ ในท้ายที่สุดแล้ว มันก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาที่จะตกหลุมมาโคร

แต่การจะทำแบบนั้นได้มันก็ไม่ได้ง่ายเลย

นี่เป็นเพราะเขาต้องเรียนรู้การเขียนโปรแกรมในภาษาต่างๆ เพื่อสร้างมาโครขึ้นมา

แน่นอนว่าด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงได้รับรายได้ที่นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาไม่สามารถจะหาได้ และใบรับรองการเขียนโปรแกรมต่างๆ ที่เขาได้รับมาในระหว่างการศึกษาก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยโซลได้

ด้วยเหตุนี้เอง พ่อแม่ของเขาซึ่งในตอนแรกไม่เห็นด้วยกับซังวูที่เล่นเกมและไม่ค่อยออกจากบ้านเลยรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกชายเมื่อได้ยินว่าเขาสามารถหาเงินเพื่อเป็นอิสระและจ่ายค่าเล่าเรียนเองได้

' แล้วฉันจะทำยังไงต่อดี?’

' เกมนี้มันกำลังจะจบลงแล้ว'

ผู้คนมักบอกว่าไม่มีอะไรที่คงอยู่ตลอดไป และตลาดเกมก็ไวต่อกระแสนิยมมาก ดังนั้นมันจึงอยู่ได้ไม่ค่อยนาน

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อใดก็ตามที่กระแสความนิยมในการเล่นเกมเปลี่ยนไป เกมที่ประสบความสำเร็จและเกมที่ล้มเหลวจึงปรากฎออกมาให้เห็น

ในท้ายที่สุด ผู้ใช้อย่างซังวูที่สามารถสร้างรายได้ผ่านเกมก็ต้องติดตามเทรนด์นี้ไปด้วย เขาจะต้องย้ายจากเกมหนึ่งไปอีกเกมหนึ่งเหมือนกับนกย้ายถิ่น และกระบวนการนี้ก็ทำให้ซังวูเหนื่อยล้ามาก

' ฉันควรมองหางานปกติและมั่นคงดีไหมนะ? แต่การทำงานในชีวิตจริงมันก็น่าเบื่อและน่ารำคาญจะตาย... เฮ้อ~ ฉันอยากจะให้มีใครสักคนมาช่วยทำงานแทนฉันบ้างจังเลย...'

ในขณะนั้นเอง ซังวูก็นึกถึงสกิลที่เขาเพิ่งจะได้รับมาจากการปลุกพลัง

'ร่างโคลน!'

ถ้าสกิลร่างโคลนสามารถใช้งานตามที่เขาคิดได้จริงๆ ล่ะก็...

เขาตัดสินใจลองใช้มันดู

ซังวูยืนอยู่กลางพื้นที่ว่างในห้องของเขา

หลังจากหายใจเข้าลึกๆ สักสองสามครั้ง เขาก็ใช้สกิลร่างโคลน ราวกับว่าเขากำลังทำพิธีกรรมอันยิ่งใหญ่บางอย่างอยู่

'อัญเชิญร่างโคลน'

ขณะที่เขาคิดถึงการใช้สกิลและตั้งใจที่จะใช้สกิลนั้น ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่ในตัวกำลังไหลออกมาจากร่างกายของเขาและหมุนวนไปมารอบๆ ตัวเขา

สิ่งนี้น่าจะเป็น 'มานา' ซึ่งเป็นพลังที่พบได้ในทุกสิ่งบนโลก

มานาที่แผ่ออกมาจากร่างของซังวูเริ่มรวมตัวกับมานาที่อยู่รอบๆ และก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น

มานาเริ่มเรืองแสงและมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ในไม่ช้า มานาก็ขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเท่ากับซังวู จากนั้นมันก็ปรากฏตัวเป็นรูปร่างพร่ามัวเหมือนกับภาพโฮโลแกรม

ในที่สุดรูปร่างนั้นก็ค่อยๆ ดูชัดเจนขึ้นและเปิดเผยตัวตนออกมา

'นี่คือฉันเองงั้นหรอ?'

เขาสูงประมาณ 175 ซม. มีรูปร่างอวบพอสมควร และมีดวงตาโตและใบหน้ากลม

มันดูเหมือนกับจองซังวูทุกประการเลยจริงๆ

“เอ่อ...เอ่อ”

“···”

“...แกคือร่างโคลนของฉันใช่ไหม?”

“ใช่ครับ”

แม้แต่เสียงที่ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาก็ยังฟังดูเหมือนกับเสียงเขาไม่มีผิด

มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังฟังเสียงบันทึกของตัวเองเลย

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ซังวูขนลุก

นี่เป็นเพราะมันทำให้เขานึกถึงความเชื่อโบราณที่เขาเคยได้ยินมาก่อน

มันเป็นตำนานเมืองที่บอกว่าถ้าคุณพบคนที่ดูเหมือนคุณ คุณจะต้องตาย

ซังวูรู้สึกกลัวอยู่ครู่หนึ่งด้วยเหตุนี้

แต่ในที่สุดเขาก็รวบรวมความกล้าได้สำเร็จ

' เขาว่ากันว่าคนจะตายเมื่อเห็นคนที่หน้าตาเหมือนพวกเขา... แต่นี่เป็นร่างโคลนที่ฉันสร้างขึ้นมา ดังนั้นมันจึงไม่น่าจะเป็นอะไรหรอก”

จากนั้นเขาก็ตรวจสอบร่างโคลนที่ถูกอัญเชิญมาอย่างระมัดระวัง

เนื่องจากอีกฝ่ายกำลังโป๊เปลือยและไม่ได้สวมใส่อะไรเลย ดังนั้นเขาจึงสามารถมองดูร่างโคลนของตัวเองได้อย่างชัดเจนเต็มสองตา

นี่เป็นภาพที่เขามักจะเห็นในกระจกตอนอาบน้ำ

ความแตกต่างเดียวก็คือเขาสามารถมองดูได้รอบทิศ 360 องศา

“เฮ้ ฉันสัมผัสมันได้ไหม”

“ได้ครับนาย”

ตอบได้เข้าหูดีเหมือนกันแฮะ

เมื่อซังวูได้ยินคำพูดเหล่านั้น เขาก็สัมผัสร่างกายของร่างโคลน

เนื้อสัมผัสนุ่มเหมือนกับผิวหนังมนุษย์ทุกประการ

' แต่ร่างกายของฉันดูย่ำแย่ขนาดนี้เลยหรอ?'

แม้ว่าเขาจะรู้สึกเหมือนได้ทำร้ายตัวเองไป แต่ซังวูก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ และความอยากรู้อยากเห็นของเขาก็เพิ่มขึ้น

“ฉันสั่งนายตอนนี้ได้เลยไหม?”

“ได้ครับนาย”

ซังวูกำลังสงสัยว่าเขาจะสั่งอะไรดี ในท้ายที่สุด เขาก็ตัดสินใจออกคำสั่งง่ายๆ ให้อีกฝ่ายนั่งลง

ทันทีที่เขาคิดขึ้นในใจ ร่างโคลนของเขาก็นั่งยองๆ ลงบนพื้น

“เอ่อ... แค่คิดก็สั่งได้แล้วหรอ?”

ซังวูรู้สึกประทับใจ

มันดีที่สุดถ้าเขาไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งด้วยคำพูด

'นอนลง'

เมื่อเขาคิด ร่างโคลนของเขาก็นอนราบลงกับพื้นในทันที

'ยืนขึ้น'

ร่างโคลนกระโดดขึ้นมาในทันใด

'ทำซ้ำ'

จากนั้นร่างโคลนก็นอนหมอบและกระโดดลุกขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่มันจะทำได้ถึง 10 ครั้ง มันก็เริ่มทนทุกข์ทรมาน หายใจไม่ออกและเหงื่อก็เริ่มออกราวกับสายฝน

' อะไรกัน... มันเป็นแบบนี้เพราะร่างโคลนฉันอ้วนเกินไปอย่างงั้นหรอ?'

ถึงอย่างนั้น ซังวูก็ยังดูมันทำต่อไปเพราะเขาไม่ได้รู้สึกผิดปกติใดๆ

เขาอยากจะรู้ว่าความสามารถของร่างโคลนนั้นสัมพันธ์กับความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาอย่างไร และมันจะอยู่ได้นานแค่ไหน

หลังจากดูมันปฎิบัติไปได้ประมาณ 10 นาที จู่ๆ ข้อความก็ปรากฎขึ้นมาในใจของเขา

[ ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 0.001 ]

' หื้ม? นี่คืออะไรกัน'

จบบทที่ บทที่ 2 : การใช้พลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว