เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 - หกร้อยหยวนเข้ากระเป๋า อี้จงไห่อกแตกตาย

บทที่ 35 - หกร้อยหยวนเข้ากระเป๋า อี้จงไห่อกแตกตาย

บทที่ 35 - หกร้อยหยวนเข้ากระเป๋า อี้จงไห่อกแตกตาย


บทที่ 35 - หกร้อยหยวนเข้ากระเป๋า อี้จงไห่อกแตกตาย

"ทำไมไม่แต่งชุดทำงาน?"

สายตาอันแหลมคมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจับจ้องมาที่เฉินจวิน ก่อนจะกวักมือเรียกเขาออกมาจากกลุ่มคนงาน

ในโรงงานรีดเหล็กอาจจะมีบางคนที่ได้รับอนุญาตให้ไม่ใส่เครื่องแบบ แต่เฉินจวินไม่ใช่หนึ่งในนั้นแน่นอน

ก็เขาเพิ่งจะอายุสิบเจ็ด หน้าตายังละอ่อนขนาดนี้

เห็นสายตาหวาดระแวงของเจ้าหน้าที่ เฉินจวินก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เขารีบยื่นเอกสารที่เตรียมมาให้ดู

"น้าครับ ผมชื่อเฉินจวิน บ้านอยู่เลขที่ 95 ตรอกหนานหลัวกู่เซียง พ่อผมเสียสละชีวิตในสนามรบทางเหนือเมื่อหลายปีก่อน ทางเขตกับโรงงานเลยให้โควตาเข้าทำงานมาเพื่อช่วยเหลือครอบครัว"

"ปีหน้าผมจะอายุครบสิบแปด วันนี้เลยถือเอกสารมาขอพบผู้บริหารเพื่อสอบถามรายละเอียดหน่อยครับ"

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชะงักไปเล็กน้อย มองหน้าเฉินจวินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ก่อนจะรับเอกสารไปตรวจสอบอย่างรวดเร็ว

พอมั่นใจว่าเด็กหนุ่มไม่ได้โกหก แววตาที่เคยแข็งกร้าวก็เปลี่ยนเป็นความเอ็นดูและเคารพทันที

"พ่อหนุ่มเป็นลูกชายของวีรชนนี่เอง ตามมาสิ เดี๋ยวพาเข้าไป"

ดูท่าทางแล้วน้ายามคนนี้น่าจะเป็นทหารปลดประจำการ ถึงได้เข้าใจหัวอกคนในเครื่องแบบ

ฝ่ายรักษาความปลอดภัยในยุคนี้แม้ขอบเขตอำนาจจะไม่เท่าสถานีตำรวจ แต่ก็มีสิทธิ์จับกุมและพกอาวุธได้

ตั้งแต่เรื่องความปลอดภัยในโรงงานยันของหายในบ้านพักคนงาน พวกเขามีสิทธิ์สอบสวนได้หมด

ต่อให้เป็นระดับผู้บริหารโรงงานทำผิด ก็ยังโดนฝ่ายรักษาความปลอดภัยคุมตัวได้เหมือนกัน

ด้วยการนำทางของเจ้าหน้าที่ เฉินจวินกับแม่ก็ได้พบกับผู้จัดการโรงงานอย่างรวดเร็ว

ในยุคนี้ผู้จัดการโรงงานยังเป็นคนแซ่หยาง คนที่จะมีความสัมพันธ์อันดีกับซ่าจู้ในอนาคต ก่อนจะโดนปลดไปกวาดถนนแล้วให้รองผู้จัดการหลี่ขึ้นมาแทน

แต่เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกับเฉินจวิน ใครจะเป็นใหญ่ในโรงงานเขาก็ไม่สน

นี่เป็นสิทธิ์ที่แลกมาด้วยชีวิตพ่อเขา ไม่ว่าใครเป็นผู้จัดการก็ต้องยอมรับเรื่องนี้

ก๊อก ก๊อก

เมื่อได้รับอนุญาต เฉินจวินก็ผลักประตูเข้าไป

เห็นเด็กหนุ่มหน้าตาไม่คุ้นเคย ผู้จัดการหยางก็ทำหน้างงเล็กน้อย

แต่พอได้ฟังเฉินจวินแนะนำตัว ผู้จัดการหยางก็รีบเชิญสองแม่ลูกนั่งลงอย่างกระตือรือร้น แถมยังชงชาร้อนๆ มารับรองด้วยตัวเอง

"เอ่อ.. เฉินจวินสินะ ปีหน้าจะอายุสิบแปด งั้นเดี๋ยวฉันเรียกหัวหน้าฝ่ายบุคคลมาทำเรื่องไว้ก่อน พอถึงวันเกิดปุ๊บเธอก็ไปรายงานตัวได้เลย เดี๋ยวพวกเขาจะจัดลงตำแหน่งให้"

แต่เฉินจวินกลับส่ายหน้าเบาๆ

"ผู้จัดการหยางครับ วันนี้ผมไม่ได้มาขอทำเรื่องเข้าทำงานครับ"

"ผมอยากจะถามว่า โควตาเข้าทำงานอันนี้... ผมขอโอนสิทธิ์ให้คนอื่นได้ไหมครับ?"

โอนสิทธิ์?

ได้ยินแบบนั้นผู้จัดการหยางถึงกับอึ้ง

เขารู้ประวัติครอบครัวตระกูลเฉินดี ตอนนี้แม่หวังเสียก็เป็นคนงานอยู่แล้ว ถ้าเฉินจวินเข้ามาอีกคน ก็จะกลายเป็นครอบครัวที่มีรายได้สองทาง ชีวิตน่าจะสุขสบายขึ้นเยอะ

แถมตอนนี้ประชากรในเมืองปักกิ่งก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานการหายากจะตาย คนทั่วไปมีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อโควตาเข้าโรงงานได้ แต่เฉินจวินกลับจะเอาโควตานี้ไปขายต่อ?

เห็นสีหน้าสงสัยของผู้จัดการหยาง เฉินจวินเลยอธิบาย "เรื่องเป็นแบบนี้ครับผู้จัดการ ตอนนี้ผมกำลังเรียนทำอาหารอยู่ ผมอยากเอาดีทางด้านเชฟครับ"

"งานช่างฟิตหรือช่างตีเหล็กในโรงงานมันไม่ตรงกับเป้าหมายของผม เก็บโควตานี้ไว้กับผมก็เสียของเปล่าๆ สู้โอนให้คนที่เขาจำเป็นจริงๆ ดีกว่า"

ผู้จัดการหยางพยักหน้า เขาไม่สนใจหรอกว่าเหตุผลของเฉินจวินจะจริงหรือเท็จ

ในมุมมองของเขา เป็นกุ๊กจะไปสู้เป็นคนงานโรงงานได้ยังไง มีเงินเดือนกินทุกเดือน มั่นคง มีหน้ามีตา เวลาไปจีบสาว สถานะคนงานโรงงานเหล็กนี่แต้มต่อเพียบ

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ลึกๆ ผู้จัดการหยางกลับดีใจ

เพราะการตัดสินใจของเฉินจวินดันมาช่วยแก้ปัญหาให้เขาพอดี

เขาเลยถามตรงๆ ไม่อ้อมค้อม "เธอแน่ใจนะว่าจะโอนสิทธิ์?"

เฉินจวินพยักหน้ายืนยัน

"งั้นเอาอย่างนี้ ถ้าเธอไม่อยากทำ เธอขายสิทธิ์นี้ให้ฉันเลย หลานชายฉันกำลังอยากได้งานทำพอดี แต่ช่วงนี้โรงงานไม่มีแผนรับคนเพิ่ม ฉันกำลังปวดหัวอยู่เลย"

"ฉันไม่เอาเปรียบเธอหรอก ให้หกร้อยหยวน เธอว่าไง?"

หกร้อย?

ราคานี้ทำเอาเฉินจวินตกใจเหมือนกัน

โรงงานขนาดใหญ่อย่างนี้ โควตาคนงานทั่วไปซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณห้าร้อยถึงห้าร้อยห้าสิบ ถ้าเป็นตำแหน่งจัดซื้อหรือหลังบ้านอาจจะแพงกว่าหน่อย

ผู้จัดการหยางเสนอให้หกร้อยถือว่าให้ราคางามมาก

เฉินจวินไม่คิดว่าการขายโควตาจะราบรื่นขนาดนี้ แค่อ้าปากก็ปิดดีลกับผู้จัดการโรงงานได้เลย

สงสัยตำแหน่งงานคงจะขาดแคลนหนักจริงๆ ขนาดญาติผู้จัดการยังต้องหาทางหนีทีไล่

แต่ช่างเถอะ ขายออกได้ก็พอใจแล้ว จะได้ไม่ต้องมีใครมาคอยจ้องตะครุบอีก

ทั้งสองฝ่ายเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์การทำงาน ยื่นหมูยื่นแมว เซ็นปุ๊บจ่ายปั๊บ ภารกิจเยือนโรงงานของเฉินจวินก็เสร็จสิ้นอย่างงดงาม

หลังจากขอบคุณผู้จัดการหยางเสร็จ สองแม่ลูกก็ขอตัวลา

จังหวะที่เดินออกมาจากตึกอำนวยการ ก็จ๊ะเอ๋กับอี้จงไห่ที่กำลังจะเดินขึ้นตึกพอดี

โลกกลมพรหมลิขิตจริงๆ

อี้จงไห่เหลือบมองเฉินจวิน แล้วก็หลุดปากถามออกมา "เฉินจวิน เมื่อกี้แกไปฝ่ายบุคคลมาเหรอ?"

ถามเสร็จอี้จงไห่ก็นึกอยากตบปากตัวเอง

ถามแบบนี้มันเท่ากับร้อนตัวว่าเขามีส่วนรู้เห็นกับเรื่องโควตานี้ไม่ใช่หรือไง

แต่เฉินจวินที่เพิ่งขายสิทธิ์รับเงินหกร้อยหยวนมาตุงกระเป๋า กำลังอารมณ์ดีขี้เกียจจะถือสาหาความอี้จงไห่

เขาเลยตอบไปตรงๆ "เปล่าครับไม่ได้ไปฝ่ายบุคคล ผมไปห้องผู้จัดการโรงงานมา"

"ไปห้องผู้จัดการโรงงานทำไม?" อี้จงไห่เริ่มงง

หรือว่าเฉินจวินจะยังไม่รู้เรื่องโควตา?

ยังไม่ทันจะได้ดีใจ ประโยคต่อมาของเฉินจวินก็ทำเอาเขาแทบกระอักเลือด

"ก็ช่วงนี้ผมขายของยุ่งจะตาย โควตาเข้าทำงานที่โรงงานให้มาผมคงไม่ได้ใช้ ผมเลยไปคุยกับผู้จัดการหยาง ขายสิทธิ์ทิ้งไปแล้วครับ"

น้ำเสียงเฉินจวินฟังดูชิลมาก แต่อี้จงไห่แทบจะหน้ามืด

ขายแล้ว?

โควตาเข้าทำงานถูกขายไปแล้ว?

เขาอุตส่าห์หมกเม็ดเรื่องนี้มาตั้งนาน วางแผนดิบดีรอให้หวังเสียตาย แล้วจะเล่นแร่แปรธาตุเอาโควตานี้ไปให้ฉินหวยหรู

ด้วยเส้นสายในโรงงานของเขา แค่จ่ายเงินนิดหน่อยก็น่าจะจัดการได้

ถึงตอนนั้นพอหวังเสียตาย เด็กเมื่อวานซืนอย่างเฉินจวินกับหลินเหยาก็ทำอะไรเขาไม่ได้แล้ว

ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ อาการป่วยของหวังเสียก็ดีขึ้น แถมโควตายังถูกเฉินจวินชิงขายตัดหน้าไปซะงั้น

จะขายทำไมไม่บอกกันก่อนวะ!

ถ้าอี้จงไห่รู้ว่าแค่กำเงินมาซื้อก็ได้โควตาแล้ว เขาจะเสียเวลาวางแผนชั่วร้ายมาตั้งนานทำซากอะไร?

มันทำให้เขาดูโง่บรมโง่!

ถ้าสถานการณ์อำนวย อี้จงไห่คงอยากจะกระโดดตบหน้าเฉินจวินสักฉาด

มันน่าโมโหนัก!

เหมือนกับเขาลงแรงไปตั้งเยอะเพื่อสร้างของวิเศษขึ้นมาสักชิ้น พอเดินออกจากบ้านดันไปเจอเขาวางขายกันเกลื่อนตลาดในราคาสลึงเดียว

ความดันขึ้นสิครับรออะไร

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 35 - หกร้อยหยวนเข้ากระเป๋า อี้จงไห่อกแตกตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว