เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 350 - สิ่งของล้ำยุคสมัยมากมายปรากฏขึ้น! ความใฝ่ฝันของจูอิ้ง!

บทที่ 350 - สิ่งของล้ำยุคสมัยมากมายปรากฏขึ้น! ความใฝ่ฝันของจูอิ้ง!

บทที่ 350 - สิ่งของล้ำยุคสมัยมากมายปรากฏขึ้น! ความใฝ่ฝันของจูอิ้ง!


บทที่ 350 - สิ่งของล้ำยุคสมัยมากมายปรากฏขึ้น! ความใฝ่ฝันของจูอิ้ง!

ได้ยินว่าจูอิ้งจะปฏิรูปการสอบขุนนาง

จูหยวนจางและจูเปียวมิได้แปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้เคยพูดถึงเรื่องนี้ไปแล้ว

"เจ้าว่ามาเลยดีกว่า นอกจากสอบขุนนางแล้ว ยังจะดำเนินนโยบายอะไรอีก"

"ปีนี้ภาษีมากกว่าปีก่อนๆ ในท้องพระคลังมีเงินและเสบียงเพียงพอ" จูหยวนจางตรัสยิ้มๆ

"มีหลายเรื่องที่ต้องทำขอรับ"

"ปฏิรูปการสอบขุนนางเป็นเพียงก้าวหนึ่ง"

"ยังมีถนนหลวง ชลประทาน หรือแม้แต่การศึกษาของราษฎร เหล่านี้ล้วนต้องทำ"

"จริงสิ ยังมีการเปลี่ยนแปลงกองทัพ"

"ต่อไปต้าหมิงของเราไม่ได้ต้องการแค่กองทัพที่ตั้งรับ แต่ต้องการกองทัพที่รุกขยายดินแดน"

"สรุปคือ"

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะเริ่มวางแผนอย่างจริงจังแล้ว" จูอิ้งยิ้มกล่าว

ฟังจากคำพูดนี้ดูเหมือนสบายๆ แต่หากนโยบายที่จูอิ้งพูดถูกนำไปปฏิบัติจริง จะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรากฐานของประเทศอย่างแท้จริงแน่นอน

"ไม่รู้จริงๆ ว่าสมองเจ้าโตมายังไง ถึงได้มีความคิดมากมายขนาดนี้" จูหยวนจางเอ่ยอย่างทอดถอนใจ

"โสงอิง"

"เจ้ามีความคิดอะไรก็ไปทำเถอะ พ่อจะสั่งหกกรม ให้พวกเขาฟังคำสั่งเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร สนับสนุนเต็มที่"

"ถ้าเจ้าไม่มีเวลาไปจัดการเอง พ่อจะไปกำกับดูแลให้" จูเปียวแสดงท่าทีสนับสนุนทันที

"ท่านพ่อ ขอบคุณขอรับ"

จูอิ้งมองจูเปียวแล้วกล่าวขอบคุณ

"พ่อลูกกัน ไม่ต้องเกรงใจ" จูเปียวยิ้ม โบกมือ

"จริงสิ"

"ท่านปู่"

"เมื่อก่อนท่านเคยร่างรายชื่อแคว้นที่ไม่รุกรานไว้ใช่ไหมขอรับ?" จูอิ้งนึกขึ้นได้ หันไปถามจูหยวนจาง

"เมื่อก่อนเคยให้กรมพิธีการร่างไว้จริง เดิมทีก็กะจะประกาศในหนึ่งหรือสองปีนี้ แต่ดูจากความหมายของเจ้า แคว้นที่ไม่รุกรานนี้คงไม่ควรมีสินะ" จูหยวนจางเข้าใจความหมายทันที

"ข้าจะรวบรวมใต้หล้าเป็นหนึ่งเดียว ไอ้แคว้นที่ไม่รุกรานอะไรนั่นถ้าท่านปู่ประกาศออกไปจริงๆ ก็เท่ากับมัดมือมัดเท้าต้าหมิงของข้าแล้ว" จูอิ้งกล่าวตรงไปตรงมา

"เมื่อก่อน"

"ที่ข้าคิดเรื่องแคว้นที่ไม่รุกรานนี้ หลักๆ ก็เพื่อให้ต้าหมิงพัฒนาได้อย่างมั่นคง"

"ในสายตาข้า ขอแค่จัดการเป่ยหยวนได้ ต้าหมิงก็ไม่ต้องทำศึกสงคราม พัฒนาตัวเองได้อย่างสงบสุขแล้ว"

"ความหวังที่ข้ามีต่อพ่อเจ้าก็คือเป็นดั่งฮั่นเหวินตี้ ยึดถือการปกครองด้วยบุ๋นและเมตตาธรรมเป็นหลัก สำหรับแคว้นเล็กๆ รอบข้างเหล่านี้ย่อมเน้นการปลอบโยน เมื่อกำหนดแคว้นที่ไม่รุกราน พวกเขาก็จะสวามิภักดิ์ ไม่ก่อความวุ่นวาย อีกทั้งยังทำให้ทหารชายแดนของต้าหมิงลดลงไปมาก ประหยัดงบประมาณทหารไปได้โข" จูหยวนจางเอ่ยช้าๆ

ในฐานะปฐมจักรพรรดิ

อาจกล่าวได้ว่า

จูหยวนจางคิดเผื่อลูกหลาน เผื่อฮ่องเต้องค์ต่อไปไว้มากแล้ว

ขอแค่กำหนดแคว้นที่ไม่รุกรานนี้ ชายแดนต้าหมิงย่อมได้รับความสงบสุขยาวนาน สำหรับต้าหมิง สำหรับกษัตริย์ผู้รักษาเมืองแล้ว มีความหมายไม่น้อย

เพียงแต่

ต่อให้จูหยวนจางคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า หลานชายของตนจะเป็นกษัตริย์ผู้ขยายดินแดน และยังมีปณิธานอยู่ที่ทั่วหล้าอย่างแท้จริง มิใช่เพียงแค่แผ่นดินเดิมของหัวเซี่ย

แน่นอน!

จูหยวนจางเองเมื่อได้เห็นแผนที่โลกก็เปิดหูเปิดตาเช่นกัน

หากสามารถทำให้ดินแดนต้าหมิงแผ่ขยายไปทั่วโลกจริงๆ นั่นจะเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่เพียงใด?

และตอนนี้

นอกจากความทะเยอทะยานของจักรพรรดิแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่จูอิ้งพูด การชุบชีวิตภรรยาของเขา

แม้เรื่องนี้จะฟังดูเหลือเชื่อเหมือนนิทานปรัมปรา แต่สำหรับจูหยวนจางแล้วมันคือความหวัง ความหวังที่ทำให้เขาปลุกความฮึกเหิมในวัยชราขึ้นมาอีกครั้ง

เขาเชื่อในสิ่งที่จูอิ้งพูด ยิ่งเชื่อว่าภรรยาของตนจะฟื้นคืนชีพได้

เพื่อการนี้

จูหยวนจางยอมจ่ายทุกอย่าง

ขอแค่ได้เจอภรรยาของตนอีกครั้ง

"ท่าน"

"ข้ายึดมั่นในจุดยืนเดียว ผู้มิใช่เผ่าพันธุ์เราย่อมมีจิตใจที่แตกต่าง"

"สำหรับพวกอนารยชนต่างแคว้นเหล่านี้ ในอนาคตก็ให้พวกมันสยบอยู่แทบเท้าหัวเซี่ยของข้าตลอดไปเถอะ" จูอิ้งยิ้มบางๆ

สำหรับเรื่องเหล่านี้

สำหรับธาตุแท้ของพวกอนารยชนต่างแคว้นเหล่านั้น ชาติก่อนจูอิ้งเห็นมานักต่อนัก หากไม่ตีให้พวกมันหมอบราบคาบ ให้พวกมันสยบอยู่แทบเท้า จูอิ้งก็เสียชาติเกิดในชาตินี้แล้ว

"เอาเป็นว่าเจ้าจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ"

"ข้าช่วยเจ้าเต็มที่"

"ยังไงซะสุดท้ายมีปัญหาอะไรข้ากับพ่อเจ้าก็จะตามไปเก็บกวาดให้เอง" จูหยวนจางยิ้ม

"เอาล่ะ"

"วันนี้เป็นเรื่องภาษี ขอพักเรื่องไกลตัวไว้ก่อน"

"ช่วงนี้อวิ่นเถิงเป็นอย่างไรบ้าง? ไม่เห็นหน้าเลย?" จูอิ้งหันไปถามจูเปียว

หลังจากฟื้นความทรงจำ

สำหรับจูอวิ่นเถิง ย่อมไม่ใช่ความห่างเหินเหมือนเมื่อก่อน แต่มีความรู้สึกฉันพี่น้องอย่างแท้จริงแล้ว

สำหรับน้องชายแท้ๆ คนนี้ จูอิ้งย่อมใส่ใจ

"อวิ่นเถิงยังงอนพ่ออยู่"

"ตอนนี้คงมีแต่เจ้าไปเกลี้ยกล่อมเขาถึงจะเข้าใจแล้วล่ะ" จูเปียวถอนหายใจ

"เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?" จูอิ้งถามอย่างไม่เข้าใจ

"พ่อจะหมั้นหมายให้อวิ่นเถิง แต่เจ้าเด็กนี่ดันจะแต่งงานกับนางกำนัลข้างกาย ก็คือนางกำนัลที่เจ้าทิ้งไว้ให้ดูแลเขาตอนนั้น อวิ๋นอวี่"

"นางกำนัลคนนี้อาจจะไม่ได้เลวร้ายอะไร หลายปีมานี้ก็ดูแลอวิ่นเถิงอย่างสุดความสามารถ แต่ถึงอย่างไรก็มีพื้นเพมาจากนางกำนัล แถมยังอายุมากกว่าอวิ่นเถิงตั้งเจ็ดปี พ่อบอกให้รับเป็นอนุ แต่เจ้าเด็กนี่ดันดื้อดึงจะแต่งนางเป็นภรรยาเอกให้ได้"

"เรื่องนี้ถ้าแพร่งพรายออกไป ไม่กลายเป็นเรื่องตลกหรือ?" จูเปียวกล่าวอย่างจนปัญญา

"นางกำนัลข้างกายอวิ่นเถิงคนนั้นหรือ?" จูอิ้งนึกย้อน ตอนนั้นเขาเป็นคนจัดให้นางกำนัลคนหนึ่งดูแลจูอวิ่นเถิงเอง

"หากอวิ่นเถิงยินยอม ก็ปล่อยเขาไปเถอะขอรับ"

"เมื่อก่อนอวี้เอ๋อร์ก็เป็นลูกสาวพ่อค้า" จูอิ้งยิ้ม ไม่ได้คัดค้านที่จูอวิ่นเถิงจะแต่งงานกับอวิ๋นอวี่คนนี้

เพราะหลายปีมานี้

อวิ๋นอวี่อยู่เคียงข้างจูอวิ่นเถิงมาตลอด ความภักดีได้รับการพิสูจน์แล้ว ไม่มีการทรยศ

แถมยังอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ตำหนักตงกงทั้งหมดถูกท่านผู้หญิงหลี่ว์ควบคุม

สตรีผู้นี้ ไม่เลว

"นี่?"

พอจูอิ้งเอ่ยปาก จูเปียวก็ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ

เพราะเดิมทีเขาคิดว่าจูอิ้งก็จะคัดค้านเช่นกัน เพราะอวิ๋นอวี่เป็นเพียงสาวใช้ ฐานะต่ำต้อยเกินไป จูอวิ่นเถิงเป็นถึงคุณชาย แถมยังเป็นสายตรง เป็นน้องชายแท้ๆ ของพระนัดดารัชทายาท

"ลูกหลานย่อมมีวาสนาของตนเอง"

"ในเมื่ออวิ่นเถิงเลือกแล้ว ก็ปล่อยเขาไปเถอะขอรับ"

"หลายปีมานี้เขาถูกท่านผู้หญิงหลี่ว์กดขี่มากเกินไป หากไม่มีอวิ่นอวี่คนนี้ บางทีอวิ่นเถิงอาจทนต่อไปไม่ไหวจริงๆ"

"ทำให้พวกเขาสมหวังก็ถือเป็นการเติมเต็มใจของอวิ่นเถิง"

"อีกอย่าง มีข้าอยู่ ยังต้องใช้การแต่งงานเพื่อผูกมัดขุนนางอีกหรือ?" จูอิ้งยิ้ม แล้วเอ่ยอีกครั้ง

ข้างๆ

จูหยวนจางก็พยักหน้า "โสงอิงพูดถูก ลูกหลานย่อมมีวาสนาของตนเอง ก็ปล่อยอวิ่นเถิงไปเถอะ นี่ถือเป็นการชดเชยให้เขาตลอดหลายปีมานี้ด้วย"

"ว่ากันตามตรง"

"ฐานะของตระกูลจูเราเมื่อก่อนก็ไม่ได้สูงส่งอะไรนัก ไอ้เรื่องการถือยศศักดิ์ฐานะก็อย่าให้มีในตระกูลจูเราเลย"

ได้ยินคำพูดของทั้งสอง

จูเปียวครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก็พยักหน้า "ก็ได้ พวกท่านเห็นด้วยหมดแล้ว พ่อคัดค้านไปก็ไร้ประโยชน์"

"เพียงแต่"

"โสงอิง"

"ตอนนี้อวิ่นเถิงก็อายุสิบกว่าปีแล้ว ถึงวัยเปิดจวนแล้ว เจ้าเตรียมจะให้เขาทำอะไร?" จูเปียวมองจูอิ้งแล้วถาม

"ส่งอวิ่นเถิงไปให้ท่านตาเขาสั่งสอนสักหน่อยก่อน ให้เขาเป็นทหาร"

"วันหน้าข้ายกทัพออกศึก ก็ให้เขาติดตามข้างกายข้าแล้วกัน"

"นอกจากนี้ เรื่องที่ยอมให้เขาแต่งกับอวิ่นอวี่อย่าเพิ่งบอกเขา ข้าจะใช้เรื่องนี้เป็นแรงกระตุ้น ให้เขารู้จักความรับผิดชอบและหน้าที่" จูอิ้งยิ้มกล่าว

"ได้"

"เดี๋ยวให้อวิ่นเถิงไปหาเจ้า" จูเปียวพยักหน้า

เทียบกับให้เขาที่เป็นพ่อไปพูด จูอิ้งน่าจะพูดได้ง่ายกว่า

เพราะจูอิ้งเป็นคนดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก

"เจ้าสิบสองกับเจ้าสิบเจ็ดอยู่อิ้งเทียนมานานขนาดนี้แล้ว เจ้ายังไม่เจอพวกเขาอีกหรือ?" จูหยวนจางเอ่ยขึ้นทันที

เพราะพิธีรับกลับเข้าตระกูล เรียกอ๋องทั่วหล้ามาเป็นสักขีพยาน

สี่คนถูกขังในกรมเชื้อพระวงศ์

คนอื่นๆ ถูกส่งกลับแคว้นไปเป็นตัวนำโชคหมดแล้ว

แต่มีเพียงเจ้าสิบสองและเจ้าสิบเจ็ดที่ยังอยู่

เพราะในวันที่อ๋องล้อมจวน พวกเขาไม่ได้เข้าร่วม แถมยังส่งคนมาแจ้งข่าว

"เดี๋ยวอวิ่นเถิงมา ก็เรียกพวกเขามาด้วยพอดีเลย" จูอิ้งยิ้ม กล่าว

จากนั้น

จูอิ้งมองจูหยวนจางยิ้มๆ "ท่านปู่"

"มังกรเก้าบุตร ล้วนแตกต่างกัน"

"ในบรรดาลูกชายของท่าน ข้าก็ได้เห็นมาแล้ว"

"เจ้าสิบสองกับเจ้าสิบเจ็ดก็นับว่าเป็นคนที่ปกติที่สุดในนั้น" จูอิ้งหยอกล้อ

"เจ้าเด็กบ้านี่ไปให้พ้นเลย"

"ยังจะมาล้อข้าเล่นอีก" จูหยวนจางด่าอย่างไม่จริงจัง

"ฮ่าๆ"

"ท่านปู่ก็ค่อยๆ จัดการราชกิจไปเถอะ ข้ากลับจวนก่อนล่ะ" จูอิ้งหัวเราะ แล้วหันหลังเดินออกจากตำหนักไป

"เจ้าเด็กคนนี้"

สำหรับการเหน็บแนมของจูอิ้งแทบทุกครั้งที่เจอกัน จูหยวนจางเริ่มจะมีภูมิคุ้มกันแล้ว

"ท่านพ่อ"

"พวกเรามาดูรายละเอียดภาษีเมืองอิ้งเทียนกันเถอะ ตรวจสอบส่วนที่ขาดตกบกพร่อง" จูเปียวกล่าวอย่างตื่นเต้น

"ได้"

จูหยวนจางก็ได้สติ พยักหน้า

...

จวนพระนัดดารัชทายาท!

ตำหนักกลาง

"ตอนนี้ผลงานของเทคโนโลยีใหม่เป็นอย่างไรบ้าง?" จูอิ้งมองหลิวเหล่ยแล้วถาม

"ทูลองค์รัชทายาทน้อย"

"นอกจากแก้ว น้ำหอม น้ำตาลทราย เกลือบริสุทธิ์ สบู่ และอื่นๆ ที่สร้างโรงงานผลิตสำเร็จแล้ว"

"ปูนซีเมนต์วิจัยสำเร็จแล้ว คอนกรีตก็สำเร็จแล้วขอรับ"

"เพียงแค่พระองค์สั่งการก็สามารถผลิตจำนวนมากได้"

"วัสดุที่ต้องการเหล่านี้หาไม่ยากของรับ"

"ด้านอาวุธ ดินปืนไร้ควัน วิจัยเบื้องต้นสำเร็จแล้ว ยังต้องทดสอบอีกหลายครั้ง"

"คันธนูคอมโพสิต (Compound Bow) สร้างสำเร็จแล้ว ตอนนี้กำลังผลิตจำนวนมาก"

"ส่วนปืนใหญ่หงอี (Red Barbarian Cannon) ก็สร้างเบื้องต้นสำเร็จแล้ว ยังต้องผ่านการทดสอบ"

"ปืนคาบศิลา ตอนนี้ก็สร้างเบื้องต้นสำเร็จแล้ว ต้องทดสอบเช่นกัน"

หลิวเหล่ยรายงานสถานการณ์การผลิตเทคโนโลยีในโรงงานลับให้จูอิ้งทราบอย่างนอบน้อม

ได้ยินดังนั้น

บนใบหน้าจูอิ้งก็ปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ

อาจกล่าวได้ว่า

เทคโนโลยีที่เขาได้รับจากหีบสมบัติ แบ่งคนไปวิจัยตามความยากง่าย เพราะเทคโนโลยีแต่ละอย่างที่เขาได้มาล้วนมีแบบแปลนละเอียด หรือตารางวัสดุละเอียด แต่ต้องการจะสร้างให้สำเร็จจริงๆ ก็ต้องใช้เวลา

เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้ก็คือคัมภีร์ลับ จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้

ดังนั้น

ตอนนี้จูอิ้งทุ่มเงินมหาศาลเพื่อทำความเข้าใจเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ แม้สิ่งเหล่านี้อาจยังไม่นับเป็นเทคโนโลยีที่แท้จริง แต่สำหรับยุคสมัยนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือการปฏิวัติ

และคนที่รับผิดชอบวิจัยเหล่านี้ล้วนเป็นช่างฝีมือเดนตายที่จูอิ้งเลี้ยงดูไว้ แม้จะไม่เก่งการต่อสู้ แต่ก็ใช้เงินมหาศาลเลี้ยงดูเพื่อบ่มเพาะเช่นกัน

มีคุณค่ามหาศาล

เมื่อวิจัยสำเร็จ ก็จะมีรางวัลหนัก และยังสามารถแยกออกไปเป็นหลงจู๊ใหญ่ของโรงงานแห่งหนึ่งได้

"ดีมาก"

"ดูท่าเจ้ากำกับดูแลก็มีความชอบนะ"

จูอิ้งชมเชยหลิวเหล่ย

"องค์รัชทายาทน้อยชมเกินไปแล้ว"

"บ่าวแค่ช่วยดูๆ เท่านั้น ของพวกนั้นบ่าวไม่เข้าใจ ทำได้แค่ช่วยสั่งการ" หลิวเหล่ยตอบอย่างนอบน้อม

"ไปบอกช่างฝีมือที่วิจัยสำเร็จเหล่านั้น"

"หัวหน้ามอบทองหนึ่งร้อยตำลึง รองมอบเงินห้าร้อยตำลึง ครอบครัวทั้งหมดให้ย้ายมาที่อิ้งเทียน ข้ามอบบ้านให้ ให้พวกเขาได้อยู่พร้อมหน้า"

"ขณะเดียวกัน ก็ให้พวกเขาเตรียมพร้อม ข้าจะให้พวกเขาออกมาเปิดโรงงานเมื่อไรก็ได้" จูอิ้งสั่งการหลิวเหล่ย

จูอิ้งใช้คน

ความภักดีมาก่อน

นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด

รองลงมาคือความสามารถ

ขอแค่เจ้าสร้างผลงานได้ จูอิ้งก็จะใช้เงินหนักตบรางวัล

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน คำพูดสวยหรูแค่ไหนก็สู้รางวัลที่เป็นรูปธรรมไม่ได้ นี่คือรากฐาน

"บ่าวน้อมรับคำสั่ง"

หลิวเหล่ยรับคำอย่างนอบน้อม จากนั้นก็เดินเร็วๆ ออกจากตำหนักไป

"ปูนซีเมนต์ คอนกรีต"

"สองอย่างนี้วิจัยสำเร็จแล้ว ต่อไปก็ต้องสร้างโรงงานปูนซีเมนต์และคอนกรีตขนาดใหญ่ สร้างเมืองอิ้งเทียนทั้งเมืองก่อน แล้วค่อยๆ ขยายออกไป ใช้สำหรับทำถนน"

"ถนนหลวงของแต่ละเมืองใช้คอนกรีตหมด ก็จะเชื่อมต่อทั่วหล้าได้"

"ยังมีคันธนูคอมโพสิต ผ่อนแรงกว่า อานุภาพร้ายแรงกว่า"

"วันหน้าหากพลธนูทั้งกองทัพติดอาวุธด้วยคันธนูคอมโพสิต พลังรบเช่นนี้ใครจะเทียบได้?"

"ยังมีปืนใหญ่หงอีและปืนคาบศิลา"

"นี่ยิ่งเป็นของข้ามยุคสมัย หากใช้ร่วมกับดินปืนไร้ควัน นั่นก็คืออาวุธสังหารข้ามยุคสมัยอย่างแท้จริง"

นึกถึงผลงานเทคโนโลยีต่างๆ ที่หลิวเหล่ยเพิ่งรายงาน ในใจจูอิ้งก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการ

ตอนนี้เป็นเพียงความสำเร็จเบื้องต้น แต่เมื่อนึกถึงภาพที่เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกนำมาใช้จริงในอนาคต จะเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่เพียงใด จูอิ้งเองก็จินตนาการไม่ออก

ทันใดนั้นเอง!

"องค์รัชทายาทน้อย"

"เซียงอ๋อง หนิงอ๋อง และคุณชายอวิ่นเถิงมาขอรับ"

เซียวฮั่นเดินเร็วๆ เข้ามา รายงานอย่างนอบน้อม

จูอิ้งได้สติ รีบกล่าวว่า "ให้พวกเขาเข้ามา"

"ขอรับ" เซียวฮั่นรีบออกจากตำหนักไป

ไม่นานนัก

จูไป่ จูฉวน และจูอวิ่นเถิง สามคนก็เดินช้าๆ เข้ามาในตำหนัก

เพียงแต่หลังจากเข้ามาแล้ว ทั้งสามคนดูจะเกร็งๆ อยู่บ้าง

"ถวายบังคมพระนัดดารัชทายาท"

ทั้งสามคนโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

เห็นได้ชัด

ไม่ว่าจะเป็นจูไป่ จูฉวน หรือจูอวิ่นเถิง ต่างก็ตื่นตะลึงและหวาดกลัวในวิธีการและความเด็ดขาดของจูอิ้งในช่วงหลายเดือนมานี้

แม้แต่พี่น้องที่ใกล้ชิดที่สุดอย่างจูอวิ่นเถิง ก็ยังเกิดความหวาดกลัว

เพราะแม้จะรู้ว่าจูอิ้งเป็นพี่ใหญ่แท้ๆ ของเขา เป็นพี่ชาย แต่กลับไม่มีความผูกพันฉันพี่น้องที่แท้จริง

ส่วนจูไป่และจูฉวนก็เช่นกัน แม้ตอนเด็กจะสนิทสนมกับจูอิ้ง และความสัมพันธ์ก็ใกล้ชิดมาก แต่จูอิ้งจำอะไรไม่ได้เลย

เห็นท่าทางอึดอัดตึงเครียดของทั้งสาม จูอิ้งย่อมเข้าใจได้

พออ๋องเหล่านั้นมาถึง ตนเองก็จับขังไปสี่คนรวด แถมยังถอดถอนฐานะอ๋อง และลดขั้นลูกหลานของพวกเขาเป็นสามัญชน สำหรับอ๋องทุกคน ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่กลัว แม้แต่คนที่เคยสนิทสนมกันมาก่อน

อีกอย่าง

ทั้งสามคนยังไม่รู้ว่าเขาฟื้นความทรงจำแล้ว

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 350 - สิ่งของล้ำยุคสมัยมากมายปรากฏขึ้น! ความใฝ่ฝันของจูอิ้ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว