- หน้าแรก
- บรรพชนเอ๋ย ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
- บทที่ 110 - ฉันคือฉือจิ่วอวี๋
บทที่ 110 - ฉันคือฉือจิ่วอวี๋
บทที่ 110 - ฉันคือฉือจิ่วอวี๋
บทที่ 110 - ฉันคือฉือจิ่วอวี๋
"มีปัญหาอะไรอีกไหม?"
"มะ... ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ" ฉือจิ่วอวี๋เกาหัวแกรกๆ
"ไม่มีก็ไสหัวไปซะ"
"รับทราบ!"
ฉือจิ่วอวี๋รวมร่างกับแสงกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ชั่วพริบตาก็พุ่งออกจากเขตฝ่ายใน ดิ่งลงสู่เบื้องล่างทันที
หลังจากเธอจากไปได้ไม่นาน สวีสิงก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายเปียเสวี่ยหนิง
"ศิษย์พี่หญิงแน่ใจแล้วหรือว่าจะใช้ที่นั่นเป็นสถานที่ทดสอบ?"
"อืม"
"ไม่ง่ายเลยนะนั่น"
ถึงตราคำสั่งจะกดพลังทุกอย่างให้เหลือแค่ระดับสร้างรากฐาน แต่ยังไงที่นั่นก็เป็นดาวเคราะห์ที่มีเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ทั้งเผ่า
ศัตรูที่จะต้องเจอในครั้งนี้ เทียบไม่ได้เลยกับพวกปีศาจหญ้าสื่อธรรมที่มีสติปัญญาต่ำต้อยในแดนลึกลับเงาจันทร์
"ขาดแคลนดีกว่ามักง่าย"
หากแม้แต่ด่านนี้ยังผ่านไม่ได้ การได้เป็นศิษย์ของนางก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีดวงแข็งโป๊กเหมือนฉือจิ่วอวี๋
ก็จริง
สวีสิงพยักหน้าเบาๆ "ข้อมูลที่สหายเต๋าป้าจุนส่งมาข้าดูแล้ว หลังจากไปหอสดับทิพย์ ข้ากะว่าจะแวะไปที่สมาพันธ์ฝ่ายธรรมะเสียหน่อย"
หลังจากอ่านข้อมูลมากมาย เขาก็มั่นใจแล้วว่า 'หยวน' เป็นผู้ข้ามมิติมาจริงๆ และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นคนบ้านเดียวกันกับเขา
ถ้ามองในมุมนี้ ก็จำเป็นต้องไปเยือนสมาพันธ์ฝ่ายธรรมะ เพราะนั่นคือองค์กรที่หยวนร่วมมือกับสำนักฝ่ายธรรมะบางแห่งก่อตั้งขึ้น
"สมาพันธ์ฝ่ายธรรมะ... หากศิษย์น้องบุกไปตรงๆ เกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ยูเท่าไหร่นัก"
ในพิภพไท่เสวียนตอนนี้ แม้สมาพันธ์ฝ่ายธรรมะจะมีชื่อเสียงเรียงนามเคียงคู่กับเจ็ดสำนักเซียนใหญ่ แต่ผู้คนทั่วโลกรวมถึงตัวพวกเขาเองต่างรู้ดีว่า เมื่อเทียบกับเจ็ดสำนักเซียนใหญ่แล้ว พวกเขายังเป็นรองอยู่ขั้นหนึ่ง
เพราะพวกเขาไม่มีตัวตนระดับสูงสุด
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงระแวดระวังเจ็ดสำนักเซียนใหญ่มาก โดยเฉพาะตัวตนระดับสูงสุดภายในสำนักเซียน
แต่สวีสิงคือใคร?
บรรพชนกระบี่แห่งสำนักกระบี่ ผู้ก่อการ 'มหาภัยพิบัติโลหิตไท่เสวียน'
ในแง่หนึ่ง การที่สมาพันธ์ฝ่ายธรรมะก่อตั้งขึ้นมาได้ ก็ต้องยกความดีความชอบให้ 'มหาภัยพิบัติโลหิตไท่เสวียน' ในปีนั้นด้วยส่วนหนึ่ง
หากบุ่มบ่ามไปเยือนสมาพันธ์ฝ่ายธรรมะ อาจทำให้บางคนเกิดความเข้าใจผิดได้
อาจเข้าใจผิดว่าสำนักกระบี่ต้องการกลืนกินสมาพันธ์ฝ่ายธรรมะ หรือเข้าใจผิดว่าบรรพชนกระบี่ไม่พอใจที่สมาพันธ์ฝ่ายธรรมะตีตนเสมอเจ็ดสำนักเซียนใหญ่ จึงต้องการลงมือลบหายไป
ก็บรรพชนกระบี่เคยอาละวาดจนบ้านเมืองพังพินาศมาแล้วครั้งหนึ่งไม่ใช่หรือ?
ถึงเวลานั้นจะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่อะไรขึ้นบ้าง ข้อนี้ไม่มีใครรู้ได้เลย
"ข้าจะไปแบบเงียบๆ ก็แล้วกัน"
ไม่ได้จะไปแห่แหนเอิกเกริกเสียหน่อย เขาไปสมาพันธ์ฝ่ายธรรมะก็เพื่อสืบเรื่องเกี่ยวกับหยวนเท่านั้น
"ถึงตอนนั้นพาจิ่วอวี๋ไปด้วยสิ" สวีสิงเสนอขึ้นมาเอง
"จะพาจิ่วอวี๋ไปหรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอก"
หืม?
แล้วทำไมตอนข้าไปหอสดับทิพย์ถึงต้องพาจิ่วอวี๋ไปด้วยล่ะ?
เห็นเพียงเปียเสวี่ยหนิงยกมือขึ้น สายตากวาดมองตัวกระบี่ที่สว่างไสวราวกับแสงจันทร์ที่จับตัวเป็นก้อน
"เจ้ายังถือว่ารู้กาลเทศะ ไม่พูดจาอะไรที่ไม่ควรพูด"
เยว่หลิงนอนนิ่งสนิท ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ ดูเหมือนกำลังแกล้งตายอยู่
ทันใดนั้น แสงในมือก็วูบวาบ เยว่หลิงหายวับไป เห็นได้ชัดว่าถูกเปียเสวี่ยหนิงเก็บไปแล้ว
....................
เขตฝ่ายนอกสำนักกระบี่ เขตที่พักอาศัยชิงเฟิงหมายเลขสี่สิบเจ็ด ชั้นสิบแปดของตึกแห่งหนึ่ง
จางอวิ๋นลู่ลืมตาขึ้น
ติ๊งต่อง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น เธอหยิบมือถือออกมาดู ปรากฏว่าเป็นข้อความจากฉือจิ่วอวี๋
ฉือจิ่วอวี๋: "เปิดหน้าต่างเร็ว เปิดหน้าต่าง ฉันจะถึงแล้ว!"
หือ?
จางอวิ๋นลู่ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ลุกไปเปิดหน้าต่างห้องนอน
ฟุ่บ!
เห็นเพียงแสงกระบี่สายหนึ่งพุ่งเข้ามาทางหน้าต่างพร้อมกับลมเย็นยามเช้า เมื่อแสงกระบี่ตกกระทบพื้น ก็กลายร่างเป็นฉือจิ่วอวี๋
"อรุณสวัสดิ์จ้ะแม่หนูอวิ๋นลู่"
เธอทักทายพลางเดินไปที่เตียง แล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาทั้งตัว
เตียงของเขตชิงเฟิงนี่มันชวนให้คิดถึงจริงๆ!
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ กัปตันจิ่วอวี๋"
"อืม..."
ทำไมรู้สึกว่าชื่อเรียกนี้ยิ่งฟังยิ่งทะแม่งๆ นะ
"ช่างเถอะๆ ต่อไปเธอเรียกชื่อฉันตรงๆ เลยดีกว่า ยังไงชื่อก็ใกล้จะเปลี่ยนแล้ว"
"เปลี่ยน?"
"ไม่มีอะไร" ฉือจิ่วอวี๋กลอกตาไปมา รีบเปลี่ยนเรื่อง "เธอปั่นอันดับเป็นไงบ้าง?"
"เรียบร้อยแล้วค่ะ"
เธอเอาชนะสวี่ฉางหมิงได้สำเร็จ กลายเป็นอันดับหนึ่งของกระดานประลองระดับกลั่นลมปราณแล้ว
"เธอไม่ได้ใช้อำนาจของการรู้แจ้งบดขยี้รวดเดียวจบใช่ไหม?" ฉือจิ่วอวี๋เอามือประสานท้ายทอยนอนหนุน
"เปล่าค่ะ ทุกครั้งที่ประลองฉันจะกดพลังวิญญาณและสมรรถภาพร่างกายที่เพิ่มขึ้นจากการรู้แจ้งเอาไว้ แถมก่อนเริ่มประลอง ฉันยังกินหญ้าสื่อธรรมไปสามต้นด้วย"
"หญ้าสื่อธรรม? ไอ้ต้นนั้นมันมีประโยชน์อะไรเหรอ หรือว่ากินแล้วฉลาดขึ้น?"
เพราะสวีสิงไม่เคยอธิบาย เธอเลยไม่รู้ว่าหญ้าสื่อธรรมที่ผลิตจากแดนลึกลับยังมีสรรพคุณอื่นอีก
จางอวิ๋นลู่พยักหน้าเบาๆ "ใช่ค่ะ"
"หา?"
ในขณะที่เธอกำลังตกใจ จางอวิ๋นลู่ก็หยิบหญ้าสื่อธรรมสามต้นยื่นให้เธอแล้ว
"ลองดูได้นะคะ"
"..." เธอยื่นมือไปรับแล้วลุกขึ้นนั่ง "ถือว่าฉันซื้อต่อจากเธอนะ เดี๋ยวโอนแต้มผลงานให้"
"ไม่เป็นไรค่ะ"
"ไม่ได้หรอก เธอเพิ่งเข้าสำนักเองนะ"
พูดจบเธอก็ขยำหญ้าสื่อธรรมสามต้นรวมกัน ยัดเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ
กร้วม! กร้วม!
ใบหญ้าแข็งๆ ถูกเธอกัดแตกอย่างง่ายดาย น้ำฉ่ำๆ ทะลักเต็มปาก รสชาติเปรี้ยวนิดๆ นอกนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรมาก
ไม่นาน หญ้าสื่อธรรมสามต้นก็ถูกฉือจิ่วอวี๋เคี้ยวกลืนลงท้องไปทั้งอย่างนั้น
ทำเอาจางอวิ๋นลู่ที่กำลังจะไปหยิบอุปกรณ์ถึงกับชะงัก "รู้สึกยังไงบ้างคะ?"
"รู้สึก..."
ฉือจิ่วอวี๋ลองสัมผัสความรู้สึกดูอย่างละเอียด
หัวสมองปลอดโปร่งขึ้นนิดหน่อย เวลาเรียกใช้เจตจำนงก็ลื่นไหลขึ้นเล็กน้อย เหมือนตอนอยู่ในโดโจของอาจารย์
เทียบเท่ากับสถานะเสริมพลังแบบอ่อนๆ ในการทดสอบก่อนหน้านี้
"ก็รู้สึกโอเคอยู่นะ น่าจะมีประโยชน์กับเธอตอนนี้มาก"
ดูท่าแม่หนูอวิ๋นลู่จะเตรียมตัวมาดีทีเดียว ตอนแรกเธอกะว่าจะช่วยขัดเกลาความย่ามใจของอีกฝ่ายสักหน่อย ดูเหมือนจะไม่ต้องแล้วสินะ
ติ๊งต่อง!
มีข้อความเข้ามาอีก จางอวิ๋นลู่ก้มมองมือถือ ฉือจิ่วอวี๋ก็รีบลุกขึ้นมายื่นหน้าเข้าไปดูด้วย
วายุกระจ่าง-สวี่ฉางหมิง: "ศิษย์พี่สวัสดีครับ ผมส่งข้อความมาเพื่อชี้แจงข่าวลือในเน็ต พวกเราไม่ได้มีความคิดจะเล่นงานศิษย์พี่นอกเกมเลยนะครับ โปรดอย่าหลงเชื่อข่าวลือ"
วายุกระจ่าง-สวี่ฉางหมิง: "ถ้าเป็นไปได้ รบกวนศิษย์พี่ช่วยออกแถลงการณ์หน่อยได้ไหมครับ? พวกเรายินดีจ่ายค่าเหนื่อยให้สามหมื่นแต้มผลงาน"
วายุกระจ่าง-สวี่ฉางหมิง: "/ประสานมือคารวะ"
ข้อความที่ส่งมาปุบปับนี้ ทำเอาทั้งสองคนตั้งตัวไม่ทัน
แถลงการณ์?
สามหมื่นแต้มผลงาน?
"เธอไปทำอะไรมาเนี่ย?" ฉือจิ่วอวี๋ถาม
"ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ" จางอวิ๋นลู่ส่ายหน้าเบาๆ
เธอขลุกอยู่แต่ในแดนมายาเสมือนจริงเพื่อปั่นอันดับตั้งแต่เมื่อวาน ไม่มีเวลาเล่นเน็ตเลย
"เดี๋ยวฉันเช็กให้!"
ฉือจิ่วอวี๋ล็อกอินเข้าบอร์ดสนทนาภายในสำนักกระบี่
หลังจากสืบค้นอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็เข้าใจต้นสายปลายเหตุทั้งหมด
"เร็ว! เอามือถือเธอมา ฉันจะคุยกับพวกมันเอง!"
"..."
สีหน้าท่าทางของฉือจิ่วอวี๋ทำให้จางอวิ๋นลู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมยื่นมือถือให้ จากนั้นก็เห็นอีกฝ่ายพิมพ์รัวเร็ว
เสี่ยวจางผู้โชคดี: "พวกแกเองเหรอที่จะเล่นงานแม่หนูอวิ๋นลู่ของบ้านฉัน?! /โกรธ"
ใบหน้าของเธอประดับด้วยรอยยิ้มโรคจิตนิดๆ ดูไม่ออกเลยว่าโกรธตรงไหน
ฝ่ายตรงข้ามเงียบไปพักใหญ่กว่าจะส่งข้อความกลับมา
วายุกระจ่าง-สวี่ฉางหมิง: "ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าท่านคือ...?"
เสี่ยวจางผู้โชคดี: "ฉันคือฉือจิ่วอวี๋"
[จบแล้ว]