- หน้าแรก
- บรรพชนเอ๋ย ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
- บทที่ 84 - การไล่ล่าและทางเลือก
บทที่ 84 - การไล่ล่าและทางเลือก
บทที่ 84 - การไล่ล่าและทางเลือก
บทที่ 84 - การไล่ล่าและทางเลือก
"ช่างไม่ปิดบังอำพรางเลยจริงๆ ถึงกับอาศัยวิญญาณที่เก็บเกี่ยวมาได้เข้าควบคุมร่างของเจ้ารุ่นหลังคนนั้น" ฮั่วมองดูเหตุการณ์ในแดนลึกลับด้วยสายตาเย็นชา
เขาไม่ได้ปิดบังคุณสมบัติพลังของตัวเอง
นั่นหมายความว่า ไอ้แก่นั่นรู้ตัวดีว่ากำลังถูกจับตามองอยู่ แต่ก็ยังทำตามใจชอบโดยไม่เกรงกลัว
เหมือนตั้งใจจะดูถูกเขายังไงยังงั้น
"ดูท่า แผนการของมันคงเกี่ยวกับข้าจริงๆ สินะ" คราวนี้มั่นใจได้แล้ว ฮั่วหันไปหาสวีสิง "ท่านพี่ชายคิดเห็นเช่นไร"
เขาไม่ได้โกรธหรือรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้ เพราะอารมณ์พวกนั้นไม่มีประโยชน์
"รออีกหน่อย"
สวีสิงก็มองเข้าไปในแดนลึกลับเช่นกัน
เจตนายังไม่ชัดเจน ขืนบุ่มบ่ามลงมืออาจจะเข้าทางมันพอดี
"ว้าย! อาจารย์อา คนนี้ขี้โกงชะมัด!" เสียงของฉือจิ่วอวี๋ดังขึ้นข้างๆ
เซียวฝานเริ่มไล่ล่าจางอวิ๋นลู่ กองทัพปีศาจหญ้าสื่อธรรมอันเกรียงไกรนั่นย่อมต้องอยู่ในสายตาเธอด้วย
ปีศาจหญ้าสื่อธรรมพวกนี้ไม่ใช่ลิ่วล้อกระจอกๆ แต่ละตัวเทียบเท่ากับเซียนกระบี่ระดับกลั่นลมปราณขั้นเก้าทั่วไป
เธอลองคำนวณดูคร่าวๆ
ถ้าเป็นเธอตอนกลั่นลมปราณขั้นเก้า สักร้อยสองร้อยตัวก็น่าจะพอไหว สามสี่ร้อยตัวก็พอลุ้น
แต่ถ้าเกินห้าร้อยตัว แม้แต่เธอที่เป็นกลั่นลมปราณขั้นเก้าก็คงรับมือลำบากแล้ว
ส่วนถ้าเกินพันตัว...
จะไปสู้ทำซากอะไร วิ่งสิเอรอ
ระดับกลั่นลมปราณยังใช้วิชาเหินกระบี่ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ถ้าเปลี่ยนเป็นระดับสร้างรากฐานก็ว่าไปอย่าง ถ้าทั้งสองฝ่ายเป็นระดับสร้างรากฐาน ต่อให้มาเป็นหมื่นตัวเธอก็ฆ่าล้างบางได้หมด
ขนาดตัวเธอยังคิดหนัก แล้วนับประสาอะไรกับผู้เข้าทดสอบระดับกลั่นลมปราณไก่อ่อนพวกนี้ในแดนลึกลับ
นี่มันไม่ยุติธรรมชัดๆ
คนอื่นเขาเล่นเกมแนวแบทเทิลรอยัลเอาชีวิตรอดคนเดียว เอ็งดันมาเล่นเกมวางแผนสร้างกองทัพปั๊มยูนิตเนี่ยนะ?
ใครมันจะไปสู้กับเอ็งไหววะ
"หนูว่าควรแบนความสามารถนี้ของเขานะคะ!"
"ไม่รีบ" สวีสิงส่ายหน้าเบาๆ "แม้อันตราย แต่สำหรับนาง นี่ก็เป็นโอกาสเช่นกัน"
"โอกาส?" ฉือจิ่วอวี๋เกาหัว เงยหน้ามองข้างบน "แต่นั่นก็ต้องให้หนูจางอวิ๋นลู่หันกลับมาสู้ก่อนนะ"
ในหน้าจอแสง จางอวิ๋นลู่กำลังหนีตายสุดชีวิต เห็นเซียวหมิงโดนรุมตายต่อหน้าต่อตา เธอคงไม่คิดว่าตัวเองตกอยู่ในสภาพนั้นแล้วจะดีกว่าสักแค่ไหนหรอก
'เซียวฝาน' เดินทอดน่อง เหมือนมาเดินป่าชมธรรมชาติ ตามหลังเธอไปเรื่อยๆ
และท้ายสุด คือกองทัพปีศาจหญ้าสื่อธรรมอันมหาศาลที่พัดฝุ่นตลบอบอวล
ปีศาจหญ้าสื่อธรรมที่หลงฝูงบางตัวถูกม้วนเข้าไปในขบวน ทันใดนั้นก็ถูกช่วงชิงวิญญาณ ดวงตาสีม่วงกลายเป็นสีหลากสีทันที
เหมือนก้อนหิมะที่กลิ้งลงเขา กองทัพยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ผู้เข้าทดสอบบางคนที่ผ่านมาเห็นเข้าแต่ไกล แค่เห็นคลื่นฝุ่นที่ตลบอบอวลปิดฟ้าบังตะวันเหมือนคลื่นยักษ์ในมหาสมุทร ก็ตกใจรีบหลบไปไกลๆ
หมอนี่ไปทำเวรทำกรรมอะไรมา ถึงได้โดนสัตว์ประหลาดไล่ล่าเยอะขนาดนี้?
จางอวิ๋นลู่ก็รู้ดีว่ายื้อต่อไปแบบนี้ไม่ได้ จึงจงใจเลือกเส้นทางที่กันดารและลำบาก
แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นดั่งใจ
'เซียวฝาน' ยังคงท่าทีไม่รีบร้อน ไม่ว่าทางจะวิบากแค่ไหน เขาก็เดินเหมือนเดินบนพื้นราบ
ส่วนพวกปีศาจหญ้าสื่อธรรมที่เดิมทีก็เกาะหน้าผาชันดิ่งเหมือนตุ๊กแกได้อยู่แล้ว ยิ่งสลัดไม่หลุด
หลังจากหนีวนไปวนมาอยู่พักใหญ่ ผู้ไล่ล่าไม่ได้ลดจำนวนลงเลย ตัวจางอวิ๋นลู่เองกลับเสียพลังงานไปไม่น้อย
'ไม่ได้การ'
จะหนีต่อไปไม่ได้แล้ว โดนตามทันแค่เรื่องของเวลา
ต้องหาวิธี ลากเขาเข้าสู่มิติการต่อสู้ให้ได้ ถึงจะมีโอกาสรอด
เมื่อตัดสินใจได้ จางอวิ๋นลู่ไม่ลังเลอีกต่อไป
ก้มตัวลง ใช้มือยันพื้นกลับตัว แล้วพุ่งตรงเข้าหา 'เซียวฝาน' ทันที
"โฮ่ ในที่สุดก็ไม่หนีแล้วสินะ"
'เซียวฝาน' ยิ้มน้อยๆ หยุดเดินทันที ปีศาจหญ้าสื่อธรรมจำนวนมากพุ่งออกมาจากสองข้างทางของเขา เข้าโจมตีจางอวิ๋นลู่อย่างไม่กลัวตาย ชะลอความเร็วของเธอลงอย่างเห็นได้ชัด
อาจจะเพราะกลัวว่าจางอวิ๋นลู่จะหันหลังหนีไปอีก เขาจึงพูดเสริมว่า "ไม่ต้องกังวล ผมยืนอยู่ตรงนี้แหละ ถ้าฝ่าเข้ามาถึงระยะได้ คุณก็มีความหวัง"
หนี ก็จะไล่ล่าจนกว่าคุณจะหมดแรง
สู้ ก็ยังมีความหวังริบหรี่
มองดูจางอวิ๋นลู่ที่พยายามฝ่าฝูงปีศาจหญ้าสื่อธรรมเข้ามาหาตัวเองอย่างยากลำบาก ใบหน้าของ 'เซียวฝาน' ปรากฏรอยยิ้ม
ภาพการดิ้นรนของสิ่งมีชีวิต ช่างดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
โดยเฉพาะนี่ยังเป็นเผ่ามนุษย์ แถมยังเป็นเซียนกระบี่เผ่ามนุษย์ที่กำลังจะ 'รู้แจ้ง' ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดเสียด้วย
......
......
ปัง
เห็นฉากนี้เข้า ฉือจิ่วอวี๋ตบโต๊ะดังปัง ลุกขึ้นยืนทันที
"ไอ้หมอนี่มันจะเกินไปแล้วนะ!"
แม่งโกงไม่พอ ยังจะมาเก๊กท่าอีก?
เธอเกลียดพวกที่ขี้เก๊กกว่าตัวเองที่สุดเลย
ท่ามกลางวงล้อมของฝูงปีศาจหญ้าสื่อธรรม จางอวิ๋นลู่สีหน้าไม่เปลี่ยน ในดวงตามีไอปราณสีม่วงไหลเวียน ไม่ได้หวั่นไหวไปกับคำพูดของ 'เซียวฝาน'
รับมือการโจมตีที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง พร้อมกับค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ 'เซียวฝาน' เรื่อยๆ
ห้าสิบเมตร สี่สิบห้าเมตร สี่สิบเมตร สามสิบห้าเมตร...
สามสิบเมตร
จังหวะนี้แหละ
ตูม
กระบี่ออก ส่งเสียงดังสนั่นดุจสายฟ้าฟาด นี่คือเสียงสายฟ้าปราณกระบี่ สั่นสะเทือนจิตวิญญาณ
ปีศาจหญ้าสื่อธรรมรอบๆ ชะงักกึก พวกมันถูกช่วงชิงวิญญาณไป จึงได้รับผลกระทบมากกว่าปกติ
อาศัยจังหวะนี้ จางอวิ๋นลู่เคลื่อนไหวร่างกายพลิ้วไหวดั่งมังกรท่อง รวดเร็วปานเงาภูต ข้ามระยะสิบเมตรสุดท้ายมาถึงหน้า 'เซียวฝาน' ในชั่วพริบตา
นี่คือวิชา [ย่างก้าวเมฆาเหินหาว] รางวัลที่เธอได้รับจากการเข้าร่วมการทดสอบรอบที่สอง
พริบตาเดียว ทิวทัศน์รอบด้านถอยห่าง แต่สีหน้าของ 'เซียวฝาน' ไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย ยังคงยิ้มแย้ม
【เริ่มการต่อสู้】
ตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้นตรงกลางระหว่างทั้งสอง
มองดู 'เซียวฝาน' ที่อยู่ไม่ไกล ในใจจางอวิ๋นลู่กลับไม่มีความยินดีที่ทำสำเร็จเลยแม้แต่น้อย
เพราะความรู้สึกอันตรายสุดขีดนั้นไม่เพียงไม่ลดลง แต่กลับรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
แม้จะมีแค่คนเดียว แต่เขาอันตรายยิ่งกว่าพวกปีศาจหญ้าสื่อธรรมข้างนอกนั่นรวมกันซะอีก
เธอกลั้นหายใจโดยสัญชาตญาณ กล้ามเนื้อเกร็งเขม็ง
"เซียนกระบี่ที่ใกล้จะ 'รู้แจ้ง' ได้รับรางวัลแบบนี้ถือว่าเกินคาดของข้าไปหน่อย"
เห็นเพียง 'เซียวฝาน' ยกมือขึ้นกวัก จางอวิ๋นลู่รู้สึกร้อนวาบที่มือ
ก้มลงมอง เห็นจุดแสงสีแดงสว่างขึ้น หยกเลือดร้อยเชือกแดงเส้นหนึ่งลอยออกมาจากแหวนเก็บของ ลอยนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอ
นี่มัน... สร้อยหยกเลือดที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้
"เอาอย่างนี้ เจ้ากลืนกินสิ่งนี้ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ดีหรือไม่"
หือ
จางอวิ๋นลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"คุณกำลังหยามฉันเหรอ"
"หยาม? ไม่ นี่คือโอกาสที่ข้ามอบให้เจ้า โอกาสเปลี่ยนชะตาชีวิต" 'เซียวฝาน' ยิ้ม "เห็นความสามารถของข้าเมื่อครู่หรือไม่ เพียงแค่เจ้ากลืนกินเลือดเผ่าหยดนี้ เจ้าก็จะ..."
หือ
ยังคงพูดคำนั้นออกมาไม่ได้
คราวนี้ รอยยิ้มบนหน้าเขาหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความมืดมน
ทำไม
ทำไมเปลี่ยนร่างมาเป็นตัวเองแล้ว ก็ยังพูดคำว่า 'ชาง' ออกมาไม่ได้
จางอวิ๋นลู่ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก
เซียวฝานจอมเพี้ยนนี่จะทำอะไรกันแน่ พูดอยู่ดีๆ ก็หยุดไปซะงั้น
"เอาล่ะ บอกคำตอบของเจ้ามา!"
อาจเพราะเรื่องเมื่อกี้ทำให้เขาหงุดหงิดมาก เขาจึงไม่อธิบายต่อ แต่ถามตรงๆ
"ฉันปฏิเสธ" จางอวิ๋นลู่ตอบทันควัน
"ได้"
สิ้นเสียง คมกระบี่เย็นเฉียบก็พุ่งมาจ่อที่หน้าผากห่างเพียงสามนิ้ว
ชั่วพริบตา ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม
นี่คือสถานการณ์ของจางอวิ๋นลู่ในตอนนี้
กระบี่นั้นเร็วและแรงเกินไป เร็วเสียจนเธอทำได้แค่เอียงหัวหลบเล็กน้อย
ฉัวะ
หว่างคิ้วเจ็บแปลบ เส้นผมขาดร่วงลงมาสองสามเส้น
หลบกระบี่แรกพ้น เธอดีดตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว แต่ 'เซียวฝาน' กลับยังคงไม่รีบร้อน กระบี่ในมือกลับตามติดเหมือนเงาตามตัว
[จบแล้ว]