- หน้าแรก
- บรรพชนเอ๋ย ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
- บทที่ 82 - ความหมายของการอ้วก
บทที่ 82 - ความหมายของการอ้วก
บทที่ 82 - ความหมายของการอ้วก
บทที่ 82 - ความหมายของการอ้วก
ภายในแดนลึกลับ
เซียวฝานกำลังพัวพันอยู่กับปีศาจหญ้าสื่อธรรมสองตัว
เขาหงุดหงิดมาก
เมื่อครู่เขาแอบซุ่มโจมตีและจัดการปีศาจหญ้าสื่อธรรมตัวหนึ่งได้แล้ว กำลังจะทำการช่วงชิงวิญญาณ
แต่ในจังหวะที่จะสำเร็จ กลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน มีปีศาจหญ้าสื่อธรรมอีกตัวปีนขึ้นมาจากหน้าผา ขัดจังหวะเขาพอดี
ตัวที่กำลังจะโดนช่วงชิงวิญญาณก็ดิ้นรนต่อสู้สุดฤทธิ์ ทำเอาเขาเกือบแย่
เวรเอ๊ย
เซียวฝานสู้พลางถอยพลาง สายตากวาดมองรอบด้านเพื่อหาชัยภูมิที่เหมาะสม
เนื่องจากเขาต้องการจะใช้ประโยชน์จากเจ้าสองตัวนี้ในภายหลัง จึงไม่อยากทำร้ายพวกมันมากนัก เพลงกระบี่จึงเน้นไปที่การตั้งรับ
ฉัวะ
คมมีดวูบผ่าน แขนเสื้อข้างซ้ายของเซียวฝานถูกกรีดขาดเป็นทางยาว
อย่างว่าแหละ ตั้งรับนานๆ ย่อมมีพลาด
แม้ความสามารถส่วนตัวของเขาจะเหนือกว่าปีศาจหญ้าสื่อธรรมพวกนี้ แต่เมื่อเจอกับการโจมตีที่ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนโดยไม่ตอบโต้ ก็ย่อมเปิดช่องว่างให้เห็น
บ้าเอ๊ย
ตอนนี้คงไม่ต้องห่วงว่าจะทำพวกมันเจ็บแล้ว ต้องสวนกลับบ้าง
เคร้ง เคร้ง
แขนของปีศาจหญ้าสื่อธรรมตัวหนึ่งถูกฟันขาด มันถูกแยกชิ้นส่วนในพริบตา
เซียวฝานเอี้ยวตัวหลบการโจมตีของอีกตัว แล้ววางมือลงบนหัวของตัวที่เพิ่งโดนฟันแขนขาด
[คัมภีร์เลี้ยงดูวิญญาณบำรุงตน] ทำงาน
เพราะมันบาดเจ็บหนัก การช่วงชิงวิญญาณจึงราบรื่นมาก ดวงตาสีม่วงเข้มดับวูบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสว่างวาบขึ้นมาใหม่เป็นแสงหลากสี
ช่วงชิงวิญญาณสำเร็จ
ขวางมันไว้
เซียวฝานออกคำสั่งในใจ
ปีศาจหญ้าสื่อธรรมที่ถูกเขาช่วงชิงวิญญาณลุกขึ้นทันที แม้จะเสียแขนไปทั้งสองข้าง แต่มันก็ยังใช้ลำตัวพุ่งชนเพื่อนของมัน
เมื่อเห็นเพื่อนพุ่งเข้าใส่ ปีศาจหญ้าสื่อธรรมที่มีสติปัญญาต่ำต้อยไม่อาจเข้าใจสถานการณ์ได้ จึงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
ฉวยโอกาสนี้ เซียวฝานตวัดกระบี่ฟันจากด้านข้าง
ฉัวะ
ฟันขาดครึ่งตัว แล้วรีบเอามืออีกข้างทาบลงบนหัวของมัน ช่วงชิงวิญญาณเหมือนเมื่อครู่
ได้วิญญาณที่เปี่ยมพลังมาอีกหนึ่ง
เขาสัมผัสได้ว่าวิญญาณของตัวเองกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกสบายตัวไปทั้งร่างกายและจิตใจ
แต่ในความสบายนั้น ก็มีความรู้สึก 'อิ่มจนจุก' ปนอยู่ด้วย
'ถึงขีดจำกัดแล้ว' เซียวฝานรู้ตัว
ด้วยระดับพลังกลั่นลมปราณขั้นเก้า และ [คัมภีร์เลี้ยงดูวิญญาณบำรุงตน] ขั้นเริ่มต้น การดูดซับวิญญาณของปีศาจหญ้าสื่อธรรมสามตัวถือเป็นขีดสุดแล้ว
พลังวิญญาณในทะเลปราณดูเหมือนจะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่กลับถูกพลังลึกลับบางอย่างกดทับไว้
ในแดนลึกลับนี้ ระดับพลังสูงสุดทำได้แค่กลั่นลมปราณขั้นเก้า
แต่รากฐานของเขาเต็มเปี่ยมแล้ว ขอแค่ก้าวออกจากแดนลึกลับ วิญญาณของปีศาจหญ้าสื่อธรรมทั้งสามตัวนี้ จะทำหน้าที่คล้ายกับ 'จิตเทพจากของวิเศษฟ้าดิน' ช่วยให้เขาสร้างรากฐานวิถีฟ้าประทานได้สำเร็จ
"งั้นต่อไปก็..."
เซียวฝานมองดูปีศาจหญ้าสื่อธรรมสองตัวที่ถูกเขาช่วงชิงวิญญาณ ตัวหนึ่งเสียแขนสองข้าง อีกตัวเหลือแค่ครึ่งท่อนบน
จะต่อกลับได้ไหมนะ
ความคิดเพิ่งผุดขึ้นมา ก็เห็นแขนมีดที่ถูกตัดขาดไปหดเล็กลงกลายเป็นใบหญ้าสื่อธรรมสองใบ ส่วนครึ่งท่อนล่างนั้นก็กลายเป็นหญ้าสื่อธรรมครึ่งต้น
"..."
โอเค ไม่ต้องคิดแล้ว
ปีศาจหญ้าสื่อธรรมสองตัวเงยหน้ามองเขา ดวงตาหลากสีดูว่างเปล่า
เซียวฝานนิ่งเงียบ
ไอ้ตัวพิการสองตัวนี้จะช่วยอะไรเขาได้ในการทดสอบครั้งนี้ไหมเนี่ย
ลังเลอยู่ไม่กี่วินาที เขาก็ตัดสินใจพาพวกมันไปด้วย
"ช่างเถอะ แกแบกมันขึ้นหลัง แล้วตามฉันมา"
มีก็ดีกว่าไม่มี อย่างน้อยเอาไว้ล่อเป้า เป็นโล่เนื้อให้ก็ยังดี
เสียดายวิญญาณที่จะได้หลังจากนี้ โอกาสเก็บเกี่ยววิญญาณงามๆ แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ
ขณะที่กำลังคิดเพลินๆ เดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ สีหน้าของเซียวฝานก็เปลี่ยนไป
วิญญาณ... รั่วไหลเหรอ
ไม่สิ
พอลองตั้งสมาธิดู เขาพบว่ามันไม่ได้รั่วไหล แต่ถูกกักเก็บเอาไว้ต่างหาก
เซียวฝานแตะที่กลางหน้าผากเบาๆ เขาสัมผัสได้ว่าวิญญาณส่วนเกินถูกเก็บไว้ที่นี่
ทำไมกัน
"ซุ่ยกู่ วิถีแห่งเราสถาพร!"
เหมือนเช่นเคย แต่ครั้งนี้เสียงนั้นชัดเจนอย่างยิ่ง เก่าแก่ หนักแน่น ราวกับดังมาจากยุคบรรพกาล
ภาพเบื้องหน้าคล้ายปรากฏฉากฟ้าดินเพิ่งแยกออกจากกัน ในความวุ่นวายไร้ที่สิ้นสุด เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ยืนตระหง่าน ดวงตาสุกใสดั่งแก้วผลึก ทอประกายแสงเจ็ดสี
"คือผู้อาวุโสฮั่ว..."
หรือว่า... นี่คือการดูแลพิเศษที่ผู้อาวุโสฮั่วมอบให้เขาเหรอ
ใช่
ต้องเป็นแบบนั้นแน่
อาจเป็นเพราะเสียงนั้น เซียวฝานจึงหาเหตุผลมากล่อมตัวเองได้อย่างง่ายดาย
"ในเมื่อวิญญาณสามารถเก็บสะสมได้ งั้นทำไมฉันไม่สร้างกองทัพสัตว์ประหลาดพวกนี้ขึ้นมาล่ะ" เขาพึมพำ
ถ้าทำแบบนั้น ไม่ต้องเข้าประชิดตัวผู้เข้าทดสอบคนอื่น แค่สั่งให้กองทัพปีศาจหญ้าสื่อธรรมรุมทึ้ง ก็เอาชนะได้สบายๆ
แต่สิ่งที่เซียวฝานไม่ทันสังเกตคือ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ดวงตาของเขาได้ถูกเคลือบด้วยแสงเจ็ดสีบางๆ ไปแล้ว
…………
หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา
คนที่เหลือรอดอยู่ในแดนลึกลับมีไม่ถึงร้อยคน
ส่วนใหญ่ตายด้วยน้ำมือของปีศาจหญ้าสื่อธรรม มีส่วนน้อยมากที่พ่ายแพ้ให้กับผู้เข้าทดสอบคนอื่น
ปีศาจหญ้าสื่อธรรมที่มีความแกร่งระดับกลั่นลมปราณขั้นเก้า แถมยังรู้วิชากระบี่ แค่รุมสองตัวก็ตึงมือสำหรับผู้เข้าทดสอบทั่วไปแล้ว
ณ ริมหน้าผาแห่งหนึ่ง มือข้างหนึ่งที่เปื้อนฝุ่นโผล่ขึ้นมาจับขอบหน้าผาสีแดงเข้ม
ดูเหมือนจะมีคนกำลังปีนขึ้นมาจากข้างล่าง
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามือนั้นแม้จะเปื้อนฝุ่น แต่กระดูกและเนื้อหนังได้สัดส่วน นิ้วเรียวยาว เป็นมือของผู้หญิงชัดๆ
ไม่นาน ร่างหนึ่งก็ปีนขึ้นมาได้อย่างยากลำบาก
"เฮ้อ"
ถอนหายใจยาว เจียงจิ่วอวี้นอนแผ่หลากับพื้นริมหน้าผา หมดสภาพเหมือนปลาเค็มตากแห้ง
กว่าจะปีนขึ้นมาได้
นอนพักอยู่นาน เธอถึงค่อยๆ ลุกขึ้น หันไปมองก้นเหว
"แม่งเอ๊ย! ไอ้บ้าสำนักเต๋าไท่ซั่งนั่นสมองกลับรึไงวะ!"
นึกถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เจียงจิ่วอวี้ก็อดด่าออกมาไม่ได้
เดิมทีเธอปีนขึ้นมาได้สูงมากแล้ว แต่ไอ้บ้าสำนักเต๋าไท่ซั่งนั่นตะโกนเสียงดังลั่น ทำเอาเธอตกใจมือลื่น ร่วงลงไปข้างล่าง
แถมหยางหลินยังใช้วิชาลับเผาผลาญพลังชีวิต เร็วปานสายฟ้าแลบ พุ่งเข้ามาประชิดตัวในระยะยี่สิบเมตรได้สำเร็จ
ผลก็คือ เธอถูกบังคับให้เข้าสู่มิติการต่อสู้
ช่วยไม่ได้ ก็ต้องสู้
แต่ต้องยอมรับว่า ไอ้บ้าสำนักเต๋าไท่ซั่งนั่นเก่งจริง ขนาดโดนฝูงสัตว์ประหลาดรุมกินโต๊ะมาตั้งนาน พลังวิญญาณร่อยหรอไปเกินครึ่ง พอมาสู้กับเธอที่เป็นฝ่ายได้เปรียบ เธอยังตกเป็นรอง
วิชาโปรยถั่วเป็นกองทัพ บวกกับวิชาสายฟ้าที่รุนแรงบ้าคลั่ง รับมือยากยิ่งกว่าผู้ใช้เวทในรอบสองซะอีก
แต่ถ้าแค่เรื่องนี้ เจียงจิ่วอวี้ก็คงไม่ถึงกับสติแตก
หลังจากยื้อกับไอ้บ้าสำนักเต๋าไท่ซั่งอยู่นาน เพราะกินไม่ลงสักที เจียงจิ่วอวี้เลยงัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้ นั่นคือวิชาเสน่ห์
แน่นอน เธอไม่ได้หวังผลว่าจะสะกดจิตได้ แค่กะว่าจะรบกวนสมาธิให้อีกฝ่ายเสียจังหวะ
แต่ทว่า...
แต่ทว่าไอ้บ้าสำนักเต๋าไท่ซั่งนั่น... ไอ้บ้านั่นเจอวิชาเสน่ห์ของเธอเข้าไปแล้วดันอ้วก!
ใช่
อ้วกแตกเลย
แกจะเฉยๆ ก็ยังพอทน
แต่อ้วกนี่มันหมายความว่าไง
เจียงจิ่วอวี้จำได้แม่น สายตาของหมอนั่นตอนนั้น เหมือนเห็นของสกปรกโสโครกอะไรสักอย่าง
เชรดแม่
ถึงฉันจะไม่สวยหยาดเยฟ้ามาดิน แต่ก็จัดว่าเป็นสาวงามพันปีมีหนึ่งคนหนึ่งนะยะ
แกอ้วกนี่มันหมายความว่าไง
เจียงจิ่วอวี้แค้นฝังหุ่น
ยังดีที่สุดท้ายไอ้บ้านั่นพลังวิญญาณหมดเกลี้ยง ตายด้วยน้ำมือเธอในที่สุด
แม่งเอ๊ย
[จบแล้ว]