เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 - ความกว้างใหญ่ของพิภพไท่เสวียน

บทที่ 47 - ความกว้างใหญ่ของพิภพไท่เสวียน

บทที่ 47 - ความกว้างใหญ่ของพิภพไท่เสวียน


บทที่ 47 - ความกว้างใหญ่ของพิภพไท่เสวียน

"พี่ชายคงไม่ให้นางเข้าร่วมด้วยหรอกนะ"

ฮั่วเงยหน้ามองไปที่ชั้นสอง ซึ่งเป็นทิศทางห้องนอนของฉือจิ่วอวี๋

"แน่นอนว่าไม่"

"งั้นก็ดี"

ถ้าให้ฉือจิ่วอวี๋ลงมาแข่งด้วย เด็กพวกนั้นคงไม่ต้องเล่นกันแล้ว รอให้นางไล่ตบเรียงตัวจะง่ายกว่า

ศิษย์สำนักเซียนที่บังเอิญมาเมืองเสวียนเจี้ยน หรือพวกผู้โชคดีที่ได้รับวาสนา จะเอาอะไรไปสู้กับนาง

"สหายธรรมปั้นเด็กคนนั้นขึ้นมา คงไม่ได้แค่เพื่อเอามาแข่งกับข้าหรอกมั้ง"

จากที่สวีสิงรู้จักฮั่ว หมอนี่ไม่ใช่คนน่าเบื่อขนาดนั้น

"ปิดพี่ชายไม่ได้จริงๆ" เขาหัวเราะ "มีตาแก่เผ่าชางคนหนึ่งที่ตายไม่สนิท อยากได้รากฐานวิถีแห่งการรังสรรค์ของเผ่ามนุษย์เรา ข้าก็เลยวางแผนนิดหน่อย หาของปลอมให้มันไป"

สวีสิงชะงัก "ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง"

"มันคงตายมานานแล้ว ไม่งั้นคงไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้" ฮั่วเองก็คิดว่าไอ้แก่เผ่าชางนั่นโง่บัดซบ "ข้าเลยยืมมือมัน ช่วยเด็กคนนั้นทำลายรากฐานเทียม มอบโอกาสให้ก้าวหน้าต่อไปได้"

"แผนการของสหายธรรมคงไม่ได้มีแค่นั้น"

"ถูกต้อง แม้จิตวิญญาณจะดับสูญ แต่สายเลือดยังคงอยู่ เด็กคนนั้นใช้กายมนุษย์แบกรับโชคชะตาเผ่าชาง ก็เหมือนเป็นบุตรแห่งโชคชะตา จะได้พบปาฏิหาริย์ไม่หยุดหย่อน"

"แต่ก็ต้องแลกมาด้วยสิ่งแลกเปลี่ยน หากเด็กคนนั้นหลงใหลไปกับสายเลือด ก็จะไม่ใช่เผ่ามนุษย์อีกต่อไป" สวีสิงส่ายหน้าเบาๆ

"ทุกอย่างย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย หากถึงขั้นนั้นจริงๆ... ก็แค่ฆ่าทิ้งซะ"

น้ำเสียงของฮั่วยังคงอบอุ่น แต่คำพูดกลับทำให้คนฟังขนหัวลุก

"วิธีการของสหายธรรมยังคงสุดโต่งเหมือนเดิม"

"เส้นทางการบำเพ็ญเพียรยาวไกล การแก่งแย่งมีอยู่ตลอดเวลา วาสนาที่ข้ามอบให้ จะได้มาง่ายๆ ได้ยังไง"

วาสนาที่เขาให้ ปฏิเสธไม่ได้ และจะแพ้ก็ไม่ได้

เพราะสไตล์การทำงานที่สุดโต่งแบบนี้ เขาถึงได้รับการยกย่องจากชาวโลกให้เป็นบรรพชนฝ่ายมาร

บรรพชนฝ่ายมาร——ฮั่ว! (ความหลงใหล/ล่อลวง)

สวีสิงไม่พูดเรื่องนี้ต่อ แต่เปลี่ยนไปถามว่า "ช่วงที่ข้าปิดด่าน จำนวนผู้ฝึกตนระดับสูงเป็นยังไงบ้าง"

"ระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่ามีเกือบสามล้าน เก้าในสิบออกจากทวีปกลางเข้าสู่แดนดารา แต่ระดับผสานเต๋าที่สำคัญที่สุดกลับมีไม่ถึงหกหมื่น อยู่เฝ้าทวีปกลางหมื่นคน ที่เหลือก็เข้าสู่แดนดาราหมด"

ระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าเกือบสามล้าน แต่ระดับผสานเต๋ามีไม่ถึงหกหมื่น... ส่วนระดับเหนือกว่าผสานเต๋า ยิ่งน้อยกว่านั้นอีก

"น้อยเกินไป"

กฎเกณฑ์ของทวีปกลางเข้มงวด พลังและอภินิหารที่ผู้ฝึกตนแสดงออกมาได้มีจำกัด

แต่พอเข้าสู่แดนดารา ไร้ซึ่งการกดทับ อภินิหารของผู้ฝึกตนจะพุ่งสูงขึ้น แค่ระดับแปลงเทพก็เด็ดดาวคว้าเดือนได้แล้ว แต่...

ก็ยังไม่พอ!

พิภพไท่เสวียนแม้จะเป็นโลกที่ถือกำเนิดมาไม่นาน แต่กลับกว้างใหญ่ไพศาลมาก

โดยมีทวีปกลางเป็นแกนหลักของโลก แบ่งออกเป็นสี่เขตดารา

แค่เขตดาราเหนือเพียงเขตเดียว ก็กว้างหลายร้อยล้านปีแสง ครอบคลุมกาแล็กซีหลายแสนแห่ง

กาแล็กซีขนาดเล็กยังมีดาวฤกษ์หลายหมื่นล้านดวง ขนาดใหญ่หน่อยก็มีหลายแสนล้านหรือถึงล้านล้านดวง

ส่วนดาวเคราะห์ยิ่งมีเยอะกว่านั้น แม้ดวงที่มีพลังวิญญาณและสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้จะมีน้อยนิด

แต่เมื่อคูณด้วยจำนวนฐานที่มหาศาล ตัวเลขที่ออกมาก็น่าตกใจอยู่ดี

ระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าสามล้าน ระดับผสานเต๋าไม่ถึงหกหมื่น สำหรับจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับโยนทรายกำมือหนึ่งลงทะเล

เด็ดดาวคว้าเดือน?

กาแล็กซีหนึ่งมีดาวฤกษ์อย่างน้อยหลายหมื่นล้านดวง เจ้าจะเด็ดได้กี่ดวงเชียว

"น้อยเกินไปจริงๆ" ฮั่วถอนหายใจ "น่าเสียดายที่เผ่าปีศาจไม่มีระดับผสานเต๋าแล้ว"

ใช่แล้ว ปีศาจระดับผสานเต๋าขึ้นไปในพิภพไท่เสวียน ถูกฮั่วฆ่าล้างบางไปนานแล้ว

แถมเขายังจับปีศาจเหล่านั้นมากลั่นเป็นวาสนามอบให้ผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ จนดันยอดระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่าและผสานเต๋าเพิ่มขึ้นมาได้จำนวนหนึ่ง

แต่คนที่ตายเพราะเรื่องนี้มีเยอะกว่า

ทนการกลายสภาพเป็นปีศาจไม่ไหว ตาย!

หลงลืมตัวตน ตาย!

และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฮั่วกลายเป็นบรรพชนฝ่ายมาร

"ก็คงต้องรอต่อไป เวลาไม่มีความหมายสำหรับพวกเราอยู่แล้ว" สวีสิงเอ่ยเสียงเรียบ

"ดูเหมือนจะทำได้แค่นั้น" ฮั่วเองก็ยิ้ม

ระดับผสานเต๋านั้นพิเศษ ต่อให้เป็นพวกเขาก็ยากจะปั้นขึ้นมาได้

ตอนนี้ สู้มาตั้งตารอดีกว่าว่าเด็กที่รับวาสนาของเขา กับเด็กที่พี่ชายชี้แนะ ใครจะเก่งกว่ากัน

"สหายธรรมรู้จักจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์หยวนไหม" สวีสิงถามอีกครั้ง

"หยวนน่ะเหรอ" น้ำเสียงฮั่วแฝงความขี้เล่น "คนน่าสนใจคนหนึ่ง ข้าเคยติดต่อกับเขาหลายครั้ง"

สวีสิงเงียบไว้อาลัยให้เพื่อนร่วมบ้านเกิดในใจ ถ้าไม่มีฝีมือพอตัว การไปยุ่งกับฮั่วไม่ใช่เรื่องดีแน่

"ด้วยความพิเศษของเขา ไม่แน่ว่าอาจจะได้มาเป็นสหายร่วมทางกับพวกเรา แต่น่าเสียดาย..."

ฮั่วจงใจลากเสียงยาว รอให้สวีสิงถาม

แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ สวีสิงก็ยังเงียบกริบ

ฮั่ว: "..."

เจ้านี่มันน่าเบื่อชะมัด

"เท่าที่ข้าสังเกต เขาไม่ใช่คนของพิภพไท่เสวียน"

คำพูดของฮั่วทำให้สวีสิงใจเต้น

เป็นไปตามคาด หยวนผู้ต้องสงสัยว่าเป็นเพื่อนร่วมบ้านเกิดก็เป็นผู้ข้ามมิติมาจริงๆ แถมยังปิดบังฮั่วไม่ได้ด้วย

ไม่รู้ว่าบ้านเกิดจะใช่ที่เดียวกันไหม

"งั้นการหายตัวไปของเขา เกี่ยวกับเจ้าหรือเปล่า"

ในที่สุดก็ยอมถาม นึกว่าจะเป็นใบ้ไปแล้ว!

"ไม่เกี่ยว แม้เขาจะไม่ใช่คนของพิภพไท่เสวียน แต่ก็ยังเป็นเผ่ามนุษย์ ส่วนสาเหตุที่เขาหายไป ข้าเองก็ไม่รู้"

"เขาปิดบังเจ้าได้ด้วยเหรอ"

"นั่นสิ เก่งกาจจริงๆ" ฮั่วถอนหายใจ "แต่ข้ามีข้อสันนิษฐานอยู่อย่างหนึ่ง"

"หือ?"

"ในเมื่อไม่ใช่คนของพิภพไท่เสวียน... หยวนอาจจะกลับไปแล้วก็ได้?"

กลับไปแล้ว?

"พี่ชายหากอยากรู้รายละเอียด ลองไปที่หอสดับทิพย์ดูสิ ก่อนหยวนจะหายตัวไป สถานที่สุดท้ายที่เขาไปก็คือที่นั่น"

......

[สังหารศัตรู: ผู้ฝึกกระบี่ระดับกลั่นลมปราณชั้นเก้า, "เพลงกระบี่เมฆาคล้อย" ขั้นสมบูรณ์, "เคล็ดวิชาอ่านปราณม่วง" ขั้นสมบูรณ์]

[เวลาที่ใช้: ห้านาที ยี่สิบเจ็ดวินาที]

เงาร่างผู้ฝึกกระบี่ล้มลงไปข้างหลัง หัวถูกฟันขาดครึ่ง บนใบหน้าที่เลือนราง จุดสีม่วงค่อยๆ ดับแสงลง

ชนะแล้ว!

มุมปากจางอวิ๋นลู่ยกขึ้น แววตาอำมหิตจางหาย ร่างกายทนไม่ไหวอีกต่อไปล้มตึงลงไปข้างหลัง หมอกสีเทาลอยมาจากรอบทิศทาง เข้าซ่อมแซมบาดแผลฉกรรจ์บนร่างกาย

[การทดสอบรอบนี้สิ้นสุดลง]

[ศัตรูในการทดสอบจะเปลี่ยนเป็นผู้ฝึกกระบี่ระดับสร้างรากฐาน โปรดเริ่มฝึกฝนวิชาการรับและกลั่นปราณ]

ตัวอักษรสีทองค่อยๆ จางหายไป เม็ดยาเม็ดหนึ่งตกลงมาเข้าปากเธอ

ยาละลายในปากทันที กลายเป็นของเหลวรสหวานชุ่มคอ พลังวิญญาณที่แห้งเหือดฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว และเพิ่มพูนขึ้นอีกเล็กน้อยเหมือนทุกครั้ง

พลังวิญญาณบริสุทธิ์เติมเต็มจุดตันเถียน ทำให้เธอรู้สึกว่าพัฒนาต่อไม่ได้แล้ว

ถึงขีดจำกัดแล้ว!

เพียงไม่กี่วัน ก็เลื่อนจากชั้นแปดมาเป็นชั้นเก้า แถมยังถึงขั้นสมบูรณ์

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงดีใจจนเนื้อเต้น...

เอาเถอะ จริงๆ ตอนนี้ก็ดีใจแหละ

นี่คือระดับพลังที่เธอเอาชีวิตเข้าแลกมาเชียวนะ

วินาทีถัดมา สติก็ถอนออกจากมิติสีเทา กลับสู่โลกความจริง

ภายนอก

จางอวิ๋นลู่ที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาขึ้น ค่อยๆ ลุกนั่งมองไปข้างตัว

แสงแดดส่องลอดผ่านรอยแยกผ้าม่านเข้ามาในห้อง

เช้าแล้ว

"ฝึกฝนวิชาการรับและกลั่นปราณ... แล้วก็คู่ต่อสู้ระดับสร้างรากฐาน"

ในที่สุดก็มาถึงขั้นนี้แล้ว!

แบบนี้คงไม่ทำให้ท่านผู้อาวุโสผิดหวังสินะ?

เธอลุกจากเตียงเดินออกจากห้องนอน แวะดูห้องนอนจางซิว

ไม่มีคน

ช่วงนี้พี่ชายดูยุ่งๆ ไม่ค่อยเห็นหน้าค่าตาเลย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 47 - ความกว้างใหญ่ของพิภพไท่เสวียน

คัดลอกลิงก์แล้ว