- หน้าแรก
- บรรพชนเอ๋ย ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
- บทที่ 35 - เป้าหมายที่คนรุ่นใหม่ไล่ตาม
บทที่ 35 - เป้าหมายที่คนรุ่นใหม่ไล่ตาม
บทที่ 35 - เป้าหมายที่คนรุ่นใหม่ไล่ตาม
บทที่ 35 - เป้าหมายที่คนรุ่นใหม่ไล่ตาม
ในห้องนอน จางอวิ๋นลู่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง บนโต๊ะหัวเตียงมีจานใส่ถั่ววิญญาณคั่ววางอยู่
ในมือถือหนังสือ "เคล็ดวิชาอ่านปราณม่วง" ที่จ้าวศาสตราจื่อหวนให้มา เปิดอ่านช้าๆ พลางโยนถั่วเข้าปากเป็นพักๆ
"เคล็ดวิชาอ่านปราณม่วง" เป็นวิชาพื้นฐานของสายจ้าวศาสตราจื่อหวนแห่งสำนักเต๋าไท่ซั่ง แม้จะเป็นแค่พื้นฐาน แต่ไม่ได้แปลว่าจะอ่อนด้อย
หากฝึกสำเร็จจะมีผลมหัศจรรย์ ไม่เพียงแต่มองเห็นจุดอ่อนของตนเอง และคาดเดาการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ล่วงหน้า หากฝึกจนถึงขั้นสูงยังสามารถสัมผัสถึงอันตรายที่มองไม่เห็นได้อีกด้วย
แต่เพราะในหนังสือมีศัพท์เฉพาะที่โรงเรียนไม่เคยสอนอยู่เพียบ เธอเลยต้องคอยเปิดเครือข่ายวิญญาณหาความหมายของคำพวกนั้นอยู่เรื่อยๆ
อ่านวนไปสามสี่รอบ ถึงจะพอเข้าใจเนื้อหาคร่าวๆ
ปิดหนังสือวางไว้ข้างตัว เธอนวดหว่างคิ้วเบาๆ
เฮ้อ~
ถอนหายใจยาวเหยียด เธอลงจากเตียงมาขยับร่างกาย
วิชาของสายเวทมันยุ่งยากแบบนี้ทุกอันเลยหรือเปล่าเนี่ย
รู้สึกว่าวิชากระบี่จะเหมาะกับตัวเองมากกว่า
แบมือออก กระบี่ยาวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ ตัวกระบี่ยาวสามฟุตสามนิ้ว เป็นสีฟ้าใสเหมือนน้ำแข็ง ราวกับแกะสลักจากคริสตัล แผ่ไอเย็นจางๆ ออกมา
ชั่วพริบตา อุณหภูมิในห้องนอนเหมือนจะลดลงไปหลายองศา
นี่คืออาวุธวิเศษระดับสูง เป็นหนึ่งในของรางวัลที่เธอได้จากการคว้าที่หนึ่งในการประลองเวทครั้งนี้
แม้ของรางวัลชิ้นอื่นจะดีมาก แต่เธอชอบชิ้นนี้ที่สุด
ส่งพลังวิญญาณเข้าไปเล็กน้อย ตัวกระบี่ส่องแสงเรืองรอง รัศมีกระบี่ที่ฟันออกมาจะมีคุณสมบัติความเย็นยะเยือกติดมาด้วย
ถ้าตอนประลองวันนี้มีกระบี่เล่มนี้ เธอจะชนะเซียวฝานได้ไหมนะ
จางอวิ๋นลู่จำลองสถานการณ์ในหัว สุดท้ายก็รู้สึกว่าโอกาสชนะมีไม่มาก รากฐานเทียมก็ยังนับว่าเป็นรากฐาน แค่วิชาควบคุมวัตถุบินได้เธอก็รับมือยากแล้ว
ถ้ามีภาพจำลองของรากฐานเทียมให้ลองสู้ดูสักหน่อยก็คงดี เธอคิดพลางรื้อค้นตู้หัวเตียง หยิบกล่องหยกออกมา แล้วเอาสร้อยคอหยกแดงมาสวมคอ
เพราะการประลองห้ามใช้อุปกรณ์เสริมพลังต่อสู้ เธอเองก็ไม่แน่ใจว่าสร้อยหยกแดงนี้เข้าข่ายไหม เลยทิ้งไว้ที่บ้านตัดปัญหา
ถือกระบี่เดินออกจากห้องนอน
จางซิวนั่งเหม่ออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก พอได้ยินเสียงถึงหันมามอง
"เสี่ยวลู่... ลองดูแล้วเหรอ"
"ยังเลย 'เคล็ดวิชาอ่านปราณม่วง' นั่นซับซ้อนนิดหน่อย หนูคงฝึกให้เห็นผลปุบปับไม่ได้หรอก"
เหตุผลที่สำคัญกว่าคือ ตอนนี้เธอฝึกวิชากระบี่ที่สวีสิงถ่ายทอดให้ ถ้าจะฝึกวิชาอื่น ก็ควรต้องบอกกล่าวอาจารย์ก่อน
"อื้ม ก็เป็นวิชาที่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับผสานเต๋าให้มานี่นะ ต้องระวังหน่อยแหละ" จางซิวโล่งใจขึ้นเปราะหนึ่ง "แล้วนี่จะทำอะไร"
"จะไปลองกระบี่เล่มนี้หน่อย" จางอวิ๋นลู่สะบัดกระบี่เป็นวง
อ่านตำราวิชาอ่านปราณจนปวดหัวไปหมด เธอต้องการซ้อมกระบี่คลายเครียดด่วนๆ
แถมยังเป็นกระบี่ใหม่ด้วย!
ขนาดซื้อเสื้อผ้าใหม่ยังต้องลองใส่เลย
"งั้นอย่าไปไกลนะ แล้วก็อย่าซ้อมนานด้วย"
"วางใจเถอะ หนูอยู่แค่ข้างบนนี้เอง"
เธอกะจะไปที่ดาดฟ้าเหมือนเดิม แดดเปรี้ยงตอนบ่ายแบบนี้ ไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครขึ้นไป
รอแดดร่มลมตกค่อยหาข้ออ้างออกไปข้างนอก
......
บ่ายสามโมง ฉือจิ่วอวี๋นอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง
เธอหาโปรแกรมกู้คืนประวัติแชตในเครือข่ายวิญญาณเจอแล้ว
แต่การกู้ข้อมูลต้องใช้เวลา เธอเลยเปิดทิ้งไว้เป็นเบื้องหลัง แล้วไถดูดราม่าในเครือข่ายวิญญาณฆ่าเวลา
[ผู้ฝึกตนของนิกายประสานรักโดนสายอาชีพอื่นดูถูกชัดๆ แต่ทำไมยอดคนสมัครเข้าเรียนทุกปีถึงเยอะที่สุด?]
[สาเหตุการหายตัวไปของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์หยวน ผมมีข้อสันนิษฐาน 6 ข้อดังนี้...]
พอกดเข้าไปดู เนื้อหากระทู้มีแค่...
ว่าที่เจ้าสำนักกระบี่: "ปัญญาอ่อน!"
เลื่อนดูต่อ ไม่นานฉือจิ่วอวี๋ก็เจอกระทู้ที่ทำเอาเธอของขึ้น
[ภายในร้อยปี สำนักกระบี่จะถูกสำนักเต๋าไท่ซั่งแซงหน้าอย่างสมบูรณ์] คนตั้งกระทู้—เสี่ยวจ้าวผู้ฝึกตนเงียบๆ
กระทู้นี้วิเคราะห์จุดที่สำนักเต๋าไท่ซั่งเหนือกว่าสำนักกระบี่ในมุมต่างๆ
"พล่ามบ้าอะไร!"
ฉือจิ่วอวี๋ลุกพรวดขึ้นมา นิ้วรัวหน้าจอจนเกิดภาพติดตา พิมพ์ด่าไปชุดใหญ่ จากนั้น...
[คุณไม่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นในกระทู้นี้ชั่วคราว]
เปลี่ยนไอดี!
ไม่ได้
เปลี่ยนอีก!
ก็ยังไม่ได้
ไอ้เวรเอ๊ย!
สามไอดีของเธอโดนแบนหมดเลย!
ฉือจิ่วอวี๋โมโหจนทิ้งตัวลงนอน ขาเรียวยาวถีบอากาศระบายอารมณ์
ไอ้หมาบ้า งานประลองเจ็ดสำนักคราวหน้าอย่าให้แม่เจอนะ!
ขณะที่กำลังจะตั้งกระทู้ด่าคืน ก็มีการแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบอกว่ากู้ข้อมูลแชตเสร็จเรียบร้อย
"จิ่วอวี๋ ลงมานี่หน่อย"
เสียงสวีสิงดังขึ้นข้างหู เล่นเอาเธอสะดุ้งจนมือถือร่วงใส่ตา
โชคดีที่เป็นผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกกำเนิด ความเจ็บแค่นี้ทำอะไรเธอไม่ได้
รีบคว้ามือถือที่แปะอยู่บนหน้า "มาแล้วอาจารย์อา!"
อาจารย์อาคงไม่รู้หรอกนะว่าเธอกำลังกู้ประวัติแชตอยู่?
......
"ในเมื่อเขาให้ 'เคล็ดวิชาอ่านปราณม่วง' มา เจ้าลองฝึกดูก็ไม่เสียหาย"
สวีสิงนั่งอยู่ตรงข้ามจางอวิ๋นลู่ บนโต๊ะระหว่างทั้งสองมีหนังสือปกเหลืองเย็บด้ายที่จ้าวศาสตราจื่อหวนให้มาวางอยู่
เขาไม่ได้เปิดดู วิชานี้มีมาตั้งแต่ก่อนเขาปิดด่าน ถึงจะมีการดัดแปลงบ้าง แต่แก่นแท้ก็ยังเหมือนเดิม
"หนูฝึกวิชานี้จะไม่เป็นอะไรเหรอคะ"
"ไม่หรอก นี่เป็นแค่วิชาพื้นฐาน คนรู้กันเยอะแยะ แม้แต่ในสำนักกระบี่ก็มีคนใช้วิชานี้เป็นไม่น้อย"
เคล็ดวิชาและอภินิหารของสำนักเซียนต่างๆ จริงๆ แล้วมีการแลกเปลี่ยนกันอยู่ตลอด
สำนักอื่นก็เอาวิชาของสำนักกระบี่ไปปรับใช้เหมือนกัน
ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน เขาเคยถ่ายทอดวิชาที่คิดค้นขึ้นเองออกไป ผลคือคนฝึกตายกันเป็นเบือ
พวกที่โชคดีฝึกสำเร็จก็ใช้วรยุทธ์ข่มเหงผู้คน จนเขาต้องลงมือสังหารทิ้งด้วยตัวเองจนเกลี้ยง
"แต่ถ้าเขาจะมอบวิชาหลักขั้นสูงกว่านี้ให้ เจ้าปฏิเสธไปได้เลย บอกว่าเป็นคนของสำนักกระบี่"
อภินิหารหรือคาถาอาคมไม่ใช่เรื่องใหญ่
สิ่งที่จะแบ่งแยกสายอาชีพของผู้ฝึกตนจริงๆ คือวิชาหลักที่เป็นรากฐาน
ภายใต้การชี้แนะของเขา พื้นฐานของจางอวิ๋นลู่ถูกปูมาเพื่อวิถีกระบี่ ถ้าจะเปลี่ยนไปเป็นสายเวทตอนนี้ก็น่าเสียดายแย่
"อาจารย์อา! เรียกข้าลงมาทำไมอะ" ฉือจิ่วอวี๋ลากแตะดังแตะๆ เดินลงมา "เอ๊ะ นี่มันที่หนึ่งการสอบประลองเวทของโรงเรียนเมื่อเช้านี่นา"
"จำได้ว่าชื่อจางอวิ๋นลู่ใช่ไหม"
ฉือจิ่วอวี๋เดินมานั่งข้างจางอวิ๋นลู่อย่างตีซี้ แล้วหยิบหนังสือ "เคล็ดวิชาอ่านปราณม่วง" บนโต๊ะขึ้นมาดู
"นี่มันของพวกปัญญา... สำนักเต๋าไท่ซั่งนี่นา!"
เธอเบรกตัวโก่ง ต่อหน้าอาจารย์อา แถมมีคนนอกอยู่ด้วย ต้องรักษาภาพพจน์หน่อย
"เจ้าเคยสู้กับคนสายนี้มาแล้วสินะ" สวีสิงถาม
"ใช่แล้ว ตอนรอบสิบหกคนสุดท้ายงานประลองเจ็ดสำนักคราวก่อนเจอมาคนหนึ่ง อึดชะมัด โดนข้าฟันไปตั้งหลายกระบี่กว่าจะร่วง!"
จางอวิ๋นลู่พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง "คุณคือฉือจิ่วอวี๋เหรอ?!"
ฉือจิ่วอวี๋เลิกคิ้ว
"เจ้ารู้จักข้าด้วย?"
"รู้จักสิคะ!" น้ำเสียงจางอวิ๋นลู่ตื่นเต้น
พันธมิตรฝ่ายธรรมะมีการจัดอันดับ รวบรวมรายชื่อผู้ฝึกตนที่อายุต่ำกว่ายี่สิบห้าปี
ฉือจิ่วอวี๋อยู่อันดับสองของตาราง
เธอเคยบุกเดี่ยวไปฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สัตว์ต่างดาวทั้งดวงดาวด้วยตัวคนเดียวตอนอยู่ระดับแก่นทองคำ เรื่องนี้ถึงกับออกข่าวทีวี
ชนะเลิศอันดับหนึ่งในการประลองเจ็ดสำนักสองสมัยซ้อน ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดในรอบพันปี
เป็นเป้าหมายที่ผู้ฝึกตนรุ่นใหม่แทบทุกคนไล่ตาม
แต่พอมาเจอตัวจริง... ทำไมรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล
[จบแล้ว]