- หน้าแรก
- เมื่อค่าเงินทั่วโลกดิ่งเหว ข้าย้อนเวลากลับมาพาครอบครัวรวยล้นฟ้า
- บทที่ 25 ต่อให้งบจะขาดเท่าไหร่ ฉันก็จ่ายไหว
บทที่ 25 ต่อให้งบจะขาดเท่าไหร่ ฉันก็จ่ายไหว
บทที่ 25 ต่อให้งบจะขาดเท่าไหร่ ฉันก็จ่ายไหว
บทที่ 25 ต่อให้งบจะขาดเท่าไหร่ ฉันก็จ่ายไหว
ภายในห้องจัดเลี้ยง บรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงชนแก้ว
บรรดาแขกเหรื่อฝ่ายชายต่างสวมสูทดูภูมิฐาน ส่วนฝ่ายหญิงก็เฉิดฉายในชุดราตรีงดงาม
แม้ในชีวิตก่อนเสิ่นฉือจะไม่เคยออกงานสังคมหรูหราเช่นนี้ แต่เธอก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เพราะงานนี้จัดขึ้นเพื่อระดมทุนโดยเฉพาะ และวันนี้เธอก็มาในฐานะ 'นักลงทุน'
โชคดีที่ชุดซึ่งกู้เหลียนซิงให้ยืมมานั้นดูดีมีระดับ แม้จะไม่ฉูดฉาดเท่าคุณนายคนอื่นๆ แต่ก็ไม่ดูแปลกแยกจนเกินไป
"ที่รัก ผมขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือคุณเสิ่นที่ผมเคยเล่าให้ฟัง"
ทันทีที่เดินเข้ามาในงาน สิ่งแรกที่หลูจินเจ้าทำคือการพาเสิ่นฉือไปแนะนำให้ภรรยารู้จัก
"คุณเสิ่นครับ นี่ภรรยาผม... เสียวม่าน"
เสียวม่านแต่งกายด้วยชุดราตรีสีเขียวเข้มดูหรูหราสง่างาม เครื่องเพชรบนตัวส่องประกายระยิบระยับ เธอยื่นมือมาทักทายเสิ่นฉือด้วยความกระตือรือร้น "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณเสิ่น คุณยังดูเด็กและสวยมากเหมือนที่เหล่าหลูบอกไว้จริงๆ"
เสิ่นฉือค่อยๆ ดึงมือเรียวสวยที่คล้องแขนหลูจินเจ้าออกอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วยื่นไปจับมือตอบเสียวม่านพร้อมรอยยิ้ม "คุณนายหลูชมเกินไปแล้วค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ"
"คุณเสิ่นครับ ให้ผมพาไปแนะนำเพื่อนใหม่หน่อยดีไหม" หลูจินเจ้าเอ่ยแทรกขึ้นมาในจังหวะที่เหมาะสม
ในงานเลี้ยงระดับนี้ แขกส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนใหญ่คนโต ใครๆ ก็อยากฉวยโอกาสนี้ทำความรู้จักและสร้างคอนเนกชันกันทั้งนั้น เจตนาของหลูจินเจ้านับว่าหวังดี
แต่เสิ่นฉือไม่ได้สนใจเรื่องพรรค์นั้น เธอหันไปยิ้มให้หลูจินเจ้าแล้วกล่าวว่า "ไม่รบกวนดีกว่าค่ะคุณหลู วันนี้ฉันมาที่นี่อย่างมีจุดประสงค์ ฉันเดาว่าคุณคงรอคำตอบจากฉันอยู่ งั้นเรามาคุยเรื่องการลงทุนกันเลยไหมคะ"
ดวงตาของหลูจินเจ้าเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น เขาเผลอสบตาภรรยาโดยสัญชาตญาณ
"คุณเสิ่นนี่พูดจาตรงไปตรงมาจริงๆ" หลูจินเจ้าเอ่ยชม
เสียวม่านเองก็ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ รีบเชื้อเชิญแขกคนสำคัญ "งั้นเชิญคุณเสิ่นทางนี้ดีกว่าค่ะ เราไปหาที่เงียบๆ คุยรายละเอียดกัน"
ที่มุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง เสิ่นฉือนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับสองสามีภรรยา แล้วเข้าประเด็นทันที "ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉันอ่านนิยายเรื่อง 'หงส์เหนือลิขิต' รวดเดียวจบ เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ ฉันสนใจอยากจะนำมาสร้างเป็นละคร"
เมื่อเห็นความหวัง หลูจินเจ้าก็ถามขึ้นด้วยความดีใจ "ถ้าอย่างนั้นคุณเสิ่นก็สนใจจะร่วมลงทุนใช่ไหมครับ"
เสิ่นฉือไม่ปฏิเสธและไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องเดาใจ "ฉันลงทุนได้ค่ะ แต่มีข้อแม้หนึ่งข้อ"
หลูจินเจ้ายิ้มรับอย่างไม่แปลกใจ ไม่มีนักลงทุนคนไหนควักเงินจ่ายโดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดหรอก "เชิญคุณเสิ่นว่ามาได้เลยครับ"
เสิ่นฉือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดรูปน้องสาวแล้ววางลงตรงหน้าทั้งสองคน "นี่คือน้องสาวของฉันค่ะ ปีนี้เพิ่งสอบติดวิทยาลัยภาพยนตร์หลงเฉิง คะแนนสอบเข้าติดท็อปห้าสิบของประเทศ"
"ข้อเสนอของฉันง่ายมาก... น้องสาวฉันต้องได้รับบท 'ฮวาซีซี'"
การใช้เงินลงทุนเป็นใบเบิกทางเพื่อดันเด็กของตัวเองเข้ากองถ่ายถือเป็นเรื่องปกติในวงการบันเทิง หลูจินเจ้าจึงไม่ได้ตกใจกับข้อเรียกร้องนี้นัก
ทว่าละครใกล้จะเปิดกล้องแล้ว ตัวละครหลักๆ ก็วางตัวและเซ็นสัญญากันไปหมด การจะมาเปลี่ยนตัวเอาป่านนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย
เสียวม่านพิจารณารูปเสิ่นหลีในโทรศัพท์แล้วพยักหน้าอย่างชื่นชม "น้องสาวคุณเสิ่นหน่วยก้านดีมากเลยนะคะ โครงหน้าสวยแบบพิมพ์นิยมสาวจีนโบราณเลย"
หลูจินเจ้าเม้มปากครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าถาม "แล้วคุณเสิ่นตั้งใจจะลงเงินเท่าไหร่ครับ"
เสิ่นฉือยกยิ้มมุมปาก "ถ้าคุณตกลงรับข้อเสนอของฉัน คุณหลู... ไม่ว่างบประมาณจะขาดอยู่เท่าไหร่ ฉันจะอุดรอยรั่วนั้นให้คุณเอง"
สำหรับโปรเจกต์นี้ จะขาดเงินอีกสักเท่าไหร่กันเชียว?
เสิ่นฉือไม่ได้คิดอะไรมาก แต่สองสามีภรรยาถึงกับอึ้งไป พวกเขาไม่เคยเจอนักลงทุนที่กล้าทุ่มไม่อั้นแบบนี้มาก่อน
เสียวม่านแอบสะกิดเอวสามีเบาๆ ส่งสายตาที่รู้กันเฉพาะคู่สามีภรรยา
หลูจินเจ้าพยักหน้า ลุกขึ้นกวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนจะกวักมือเรียกชายสวมสูทคนหนึ่ง "เหล่าเฟิง มานี่หน่อย"
เฟิงซานรีบวางแก้วไวน์แล้วเดินเข้ามา พอเห็นความงามของเสิ่นฉือก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบถามเจ้านาย "ประธานหลู มีอะไรหรือครับ"
หลูจินเจ้าแนะนำเสิ่นฉือให้เฟิงซานรู้จัก โดยบอกว่าเป็นผู้กำกับฝ่ายคัดเลือกนักแสดง จากนั้นจึงเอ่ยถาม "ใครได้รับบทฮวาซีซีนะ"
"เอ่อ... เถียนเสี่ยวลู่ครับ" เฟิงซานทำหน้าลำบากใจ "แต่เธอยังต่อรองค่าตัวอยู่ คงเพราะเห็นเกาเฟยได้แปดแสนห้า แต่ตัวเองได้แค่หกแสนเลยไม่พอใจ ทั้งที่เกาเฟยเล่นเป็นนางรอง ส่วนฮวาซีซีเป็นแค่ตัวสี่ บทบาทมันต่างกัน ค่าตัวจะให้เท่ากันได้ยังไง"
เสียวม่านฟังแล้วก็อดแค่นยิ้มไม่ได้ "ถึงจะเดบิวต์มาพร้อมกัน แต่เกาเฟยเพิ่งได้รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมเวทีใบไม้ทองคำเมื่อเดือนพฤษภาฯ ค่าตัวขึ้นก็สมควรแล้วนี่"
เถียนเสี่ยวลู่กับเกาเฟยต่างเป็นดาราตัวท็อปที่สูสีกันมาตลอด จนกระทั่งฝ่ายหลังได้รางวัลจึงเริ่มทิ้งห่าง...
เสิ่นฉือจำเถียนเสี่ยวลู่ได้ดี ในชาติก่อนเธอโด่งดังพลุแตกจากบทฮวาซีซี จนกลายเป็นดาราแถวหน้า แต่น่าเสียดายที่ต่อมาเธอทำผิดกฎหมายร้ายแรงจนโดนสื่อทางการแบน ผลงานละครเรื่อง 'หงส์เหนือลิขิต' จึงถูกถอดออกจากทุกแพลตฟอร์ม
เดิมทีเส้นทางดาราของเธอกำลังไปได้สวย แต่ก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวก็พังทลายไปทั้งชีวิต
"ไม่ต้องต่อรองแล้ว บทนี้มีคนเล่นแล้ว"
หลูจินเจ้าเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ เฟิงซานจึงเพิ่งสังเกตเห็นรูปในโทรศัพท์
"เอ๊ะ? นี่มันเสิ่นหลีจากวิทยาลัยภาพยนตร์ไม่ใช่เหรอครับ" เฟิงซานชะงัก
"คุณเคยเห็นเด็กคนนี้ด้วยเหรอ"
เฟิงซานพยักหน้าแล้วเล่าเรื่องที่มีคนยัดเงินลงทุนเข้ามา ทำให้เขาต้องสลับบทนักแสดงหน้าใหม่สองคน
หลูจินเจ้ารู้เรื่องการสลับบท แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือคนที่โดนเขี่ยออกคือน้องสาวของคุณเสิ่น!
"คุณเสิ่นครับ ผมขอโทษจริงๆ... คือผมไม่รู้ตื้นลึกหนาบางมาก่อน ไม่นึกว่าเด็กคนนี้จะเป็นน้องสาวคุณ ทำให้เธอต้องเสียใจแย่เลย"
หลูจินเจ้าเริ่มหน้าเสีย คนตรงหน้าคือนายทุนรายใหญ่ แต่เขากลับปล่อยให้น้องสาวเธอโดนรังแกเสียได้
เสิ่นฉือยิ้มบางๆ อย่างไม่ถือสา "ไม่รู้ย่อมไม่ผิดค่ะ คุณหลูไม่ต้องขอโทษหรอก อีกอย่าง... ถึงยังไงฉันก็คงไม่ยอมให้น้องสาวตัวเองไปเล่นบทสาวใช้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"
พูดจบเธอก็เก็บโทรศัพท์แล้วมองหน้าหลูจินเจ้า
"สรุปว่าตกลงตามนี้นะคะ?"