- หน้าแรก
- เมื่อค่าเงินทั่วโลกดิ่งเหว ข้าย้อนเวลากลับมาพาครอบครัวรวยล้นฟ้า
- บทที่ 21 ยังต้องการนายทุนอยู่ไหม
บทที่ 21 ยังต้องการนายทุนอยู่ไหม
บทที่ 21 ยังต้องการนายทุนอยู่ไหม
บทที่ 21 ยังต้องการนายทุนอยู่ไหม
"เธอ..."
หลี่เซียวจ้องมองหลินไป๋ฉี อ้าปากค้างทว่ากลับมีก้อนแข็งจุกอยู่ที่ลำคอ พูดอะไรไม่ออก
พวกเขารู้จักกันตั้งแต่เด็กเพราะผู้ใหญ่ไปมาหาสู่กัน เขาไม่เคยมีความรู้สึกเชิงชู้สาวกับเธอแม้แต่น้อย มองเธอเป็นน้องสาวมาตลอด
"ฉีฉี ฟังพี่นะ..."
"ไม่ฟัง!" หลินไป๋ฉีกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง "ฉันไม่ยอมให้พี่ชอบคนอื่น ฉันไม่ยอมให้พี่คบกับใครทั้งนั้น ไม่ยอม! ไม่ยอม! ไม่ยอม!"
เธอตะโกนโวยวายราวกับคนเสียสติ เรียกสายตาคนรอบข้างให้หันมามอง หลายคนจำหลี่เซียวได้
"นั่นหลี่เซียวไม่ใช่เหรอ? เกิดอะไรขึ้นน่ะ?"
"ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร? มายืนร้องห่มร้องไห้หน้าโรงอาหาร เป็นบ้าไปแล้วหรือไง?"
"คงไม่ใช่แฟนตัวจริงมั้ง มิน่าล่ะถึงโดนแฟนทิ้ง"
"ตาบอดรึเปล่า ผู้หญิงคนนี้เทียบเสิ่นฉือไม่ติดเลยสักนิด"
เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นเรื่อยๆ หลี่เซียวรู้สึกปวดหัวตุบๆ เสิ่นฉือก็ไม่ยอมคืนดี แล้วฉีฉียังมาสร้างเรื่องให้วุ่นวายอีก ถ้าเสิ่นฉือรู้เรื่องนี้เข้า เธอคงไม่มีวันให้อภัยเขาแน่
หลี่เซียวจึงจงใจตะโกนเสียงดังลั่น "พี่จะมีแฟนก็ไม่ต้องขออนุญาตเธอ! พี่รักเสิ่นฉือ!"
เหล่าไทยมุงต่างเบิกตากว้างกับคำประกาศรักกลางที่สาธารณะ
หลินไป๋ฉียิ่งสะอึกสะอื้นหนักกว่าเดิม ตะโกนสวนกลับไป "ไม่ได้นะ! พี่ห้ามรักมัน!"
หลี่เซียวทิ้งเธอให้ยืนร้องไห้อยู่อย่างนั้นแล้วเดินหนีไปดื้อๆ
น่าเสียดายที่เสิ่นฉือพลาดชมละครฉากใหญ่ฉากนี้
หลังจากออกจากมหาวิทยาลัย เธอก็เรียกแท็กซี่ตรงไปยังศูนย์ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ นายหน้าได้นัดหมายโอนกรรมสิทธิ์วิลล่ามือสองในวันนี้
เธอคิดว่าเจ้าของบ้านคงมอบอำนาจให้ฝ่ายขายจัดการ แต่พอไปถึงกลับพบว่าเจ้าของมาด้วยตัวเอง
"คุณลู่ครับ นี่คือคุณเสิ่น ผู้ซื้อวิลล่าของคุณครับ"
พนักงานขายหญิงที่เคยพาเธอไปดูบ้านเป็นคนแนะนำ เสิ่นฉือสังเกตเห็นป้ายชื่อพนักงานบนอกเสื้อ รู้ได้ทันทีว่าเธอผ่านโปรได้บรรจุเป็นพนักงานประจำแล้ว
ลู่จินจ้าวพิจารณารูปลักษณ์อ่อนเยาว์ของเสิ่นฉือด้วยความประหลาดใจ เธอช่างแตกต่างจากเศรษฐีกระเป๋าหนักที่เขาจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง
ดูยังไงก็เหมือนนักศึกษามหาวิทยาลัยชัดๆ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายตกตะลึง เสิ่นฉือจึงส่งยิ้มให้และยื่นมือออกไป "สวัสดีค่ะ คุณลู่"
"สวัสดีครับ" ลู่จินจ้าวสัมผัสปลายมือเธอเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจ "ผมคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคุณเสิ่นจะอายุน้อยขนาดนี้"
เขาเก็บซ่อนความผิดหวังไว้ไม่มิด
เขาหวังว่าจะได้พบผู้มีอิทธิพล นายหน้าบอกเขาว่าผู้ซื้อรายนี้ควักเงินสดกว่าสองหมื่นหยวนซื้อวิลล่าสองหลังรวด คนที่มีสภาพคล่องทางการเงินขนาดนี้ย่อมต้องไม่ใช่คนธรรมดา
แต่กลับกลายเป็นเด็กสาววัยยี่สิบ คงจะเป็นลูกหลานตระกูลร่ำรวย ไม่ได้มีความสามารถอะไรด้วยตัวเอง
นายหน้าจัดการเอกสารทุกอย่าง ผู้ซื้อและผู้ขายเพียงแค่แสดงบัตรประชาชนและเซ็นชื่อ
ระหว่างรอ เสิ่นฉือจึงชวนคุย "ฉันได้ยินว่าคุณจองวิลล่าหลังนี้ไว้ตั้งแต่ปีก่อนจะเปิดโครงการ ทำไมเพิ่งโอนได้ไม่ถึงครึ่งปีถึงรีบขายล่ะคะ"
ลู่จินจ้าวยิ้มเจื่อนๆ "แผนเปลี่ยนครับ เดิมทีผมเล็งโครงการนี้ไว้นานแล้ว แต่บริษัทของผมไปเจอโปรเจกต์ที่มีศักยภาพสูงมาก เลยตัดสินใจทุ่มงบลงทุน ก็เลยต้องตัดใจขายวิลล่าทิ้ง"
เสิ่นฉือพยักหน้า นายหน้าเคยบอกไว้เหมือนกันว่าบริษัทของเจ้าของเดิมกำลังต้องการเงินสดหมุนเวียน
ลู่จินจ้าวพิจารณาเธอครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า "คุณเสิ่นอ่านนิยายออนไลน์บ้างไหมครับ"
คำถามที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันทำให้เธอแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าตอบ "ก็อ่านบ้างเวลาเบื่อๆ ค่ะ"
ดวงตาของลู่จินจ้าวเป็นประกาย "เคยอ่านเรื่อง 'หงสาประกาศิต' ไหมครับ ตอนนี้กำลังดังมากในหมู่วัยรุ่น!"
หงสาประกาศิต?
นิยายแนวหญิงแกร่งยอดฮิตเรื่องนั้นน่ะเหรอ?
"รู้จักค่ะ" เสิ่นฉือพยักหน้า ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจ "บริษัทของคุณกำลังจะนำเรื่องนี้มาสร้างเป็นซีรีส์เหรอคะ"
ลู่จินจ้าวพยักหน้ารัวๆ "ถูกต้องครับ กระแสในโลกออนไลน์แรงมาก ฐานคนอ่านก็มหาศาล นี่เป็นโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ประจำครึ่งปีหลังของบริษัทเราเลย เราทุ่มงบลงทุนเกือบสองหมื่นหยวนเพื่อสร้างซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิง!"
ที่แท้เขาก็เป็นเจ้าของบริษัทภาพยนตร์นี่เอง
เงินสองหมื่นหยวนในที่นี้เทียบเท่ากับสองร้อยล้านหยวนในโลกความเป็นจริง นับเป็นทุนสร้างระดับบล็อกบัสเตอร์อย่างไม่ต้องสงสัย
เสิ่นฉือจำได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้ทุบสถิติมากมาย ดารานำหญิงดังเป็นพลุแตก แถมยังแจ้งเกิดนักแสดงหน้าใหม่อีกเพียบ
เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อย "คุณลู่คะ คุณยังต้องการนักลงทุนเพิ่มไหมคะ"
ลู่จินจ้าวชะงักกึก จ้องมองเธอตาค้าง "คุณเสิ่น... คุณอยากร่วมลงทุนกับละครของเราเหรอครับ"
เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
"แลกช่องทางติดต่อกันไว้เถอะค่ะ เดี๋ยวฉันขอกลับไปอ่านนิยายก่อน ถ้าเห็นว่ามีศักยภาพ ฉันจะพิจารณาร่วมลงทุนด้วย"
เสิ่นฉือแบ่งรับแบ่งสู้ ความจริงเธออยากดูว่ามีบทไหนเหมาะกับน้องสาวของเธอไหม แล้วค่อยหาทางยัดเงินเพื่อชิงบทนั้นมา
ลู่จินจ้าวรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างกระตือรือร้น "คุณเสิ่นครับ ให้ผมสแกนคิวอาร์โค้ดคุณนะ"
บริษัททุ่มหมดหน้าตักกับโปรเจกต์นี้ ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะแย่งชิงลิขสิทธิ์มาได้ หากสำเร็จ บริษัทจะก้าวกระโดดทันที แต่ปัญหาใหญ่คือขาดเงินทุน
พวกเขาวิ่งหานายทุนจนหัวหมุน ใกล้จะเปิดกล้องแล้วแต่ยอดเงินยังห่างไกลจากเป้าหมายสองหมื่นหยวนอยู่มาก ท่าทีสนใจของเสิ่นฉือจึงทำให้ลู่จินจ้าวตื่นเต้นสุดขีด
"เอ่อ ที่บ้านของคุณเสิ่นทำธุรกิจอะไรเหรอครับ"
เสิ่นฉือตอบเรียบๆ "ฉันเป็นนักลงทุนอิสระค่ะ พอดีสายตาเฉียบแหลมไปหน่อย เลยทำเงินได้บ้าง"
พอได้ยินว่าเป็นนักลงทุนมืออาชีพ ลู่จินจ้าวก็ยิ่งตื่นตะลึงจนเก็บอาการไม่อยู่
"คุณเสิ่นครับ เย็นวันศุกร์นี้เราจะจัดงานเลี้ยงรับรองสำหรับนักลงทุน แม้ว่าคุณจะยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่ผมขอเชิญคุณมาร่วมงานได้ไหมครับ"