เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ประเพณีของครอบครัว

บทที่ 3 ประเพณีของครอบครัว

บทที่ 3 ประเพณีของครอบครัว


หลังจากที่ชื่นชมภาพลักษณ์ในวัยเยาว์ของเขาหน้ากระจกเสร็จแล้ว เฟลิกซ์ก็เริ่มสวมเสื้อผ้าโดยนึกถึงยุคปัจจุบันที่เขาอยู่ในตอนนี้

จากความทรงจำปัจจุบันของเขา เขาเชื่อว่าเขาถูกส่งกลับไปยังอดีต ในยุคที่มนุษย์โลกยังคงอาศัยอยู่อย่างสงบสุขและสามัคคีกันบนดาวเคราะห์สีฟ้าดวงเล็ก ๆ ของพวกเขา

แต่นั่นจะเปลี่ยนไปในไม่ช้า เมื่อ ‘คำเชิญเข้าร่วม Supremacy Games’ ที่พลิกโลกกลับหัวกลับหางมาถึง

นี่นับเป็นเรื่องดีสำหรับเขา เพียงแค่เขาอาศัยความทรงจำในชีวิตที่ผ่านมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาสามารถเล่นเกมได้ดีขึ้น และไต่อันดับได้สูงขึ้นกว่าเดิม

และมันจะตอบแทนเขาด้วยสมบัติที่เขาไม่เคยแม้แต่จะฝันถึง

สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งขรึมอย่างรวดเร็ว ขณะที่พูดอย่างหนักแน่นว่า “คราวนี้ฉันจะไม่เอาแต่เล่นและเสียเวลาไปเปล่า ๆ อีกแล้ว!”

ถ้าเขาทุ่มเทและขยันขันแข็งในการพัฒนาสายเลือดของเขา เขาคงไม่ถูกแคลนส่งไปทำภารกิจที่ยากลำบาก แต่ยังคงอยู่ในสำนักงานใหญ่ที่ได้รับการคุ้มครองและดูแลอย่างดีเหมือนอัจฉริยะ

น่าเศร้าที่เขาทำได้เพียงกุมก้นตัวเองด้วยความเจ็บปวดและเสียใจ หลังจากถูกแอสน่าแทงตูดจนลุกเป็นไฟ

แต่ไม่ช้า ความปวดร้าวของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยท่าทางที่แน่วแน่ “ฉันจะไม่เจ็บปวดแบบนั้นอีก ฉันจะทำงานหนักกว่าทุกคน ฉันจะไปให้ถึงจุดสูงสุด และจะไม่มีใครมาทำร้ายฉันได้!”

"ไม่มี!"

เปรี้ยง!

เขาต่อยกระจกแตก เศษกระจกปลิวว่อนไปทุกที่ แต่ไม่นานเขากลับกุมกำหมัดที่เปื้อนเลือดล้มลงกับพื้น

"เชี่ย มือฉัน!" เขาคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด

เขาลืมไปเลยว่าตอนนี้เขาอายุเพียง 17 ปี ที่มีร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถทำร้ายสัตว์ร้ายระดับ 1 ทั่วไปได้!

แจ็คและบอดี้การ์ดอีกคนที่อยู่ใกล้ประตู ได้ยินเสียงกระจกแตกและเสียงคำรามของเฟลิกซ์

ขณะที่บอดี้การ์ดอีกคนพยายามจะเข้าไปตรวจสารทุกข์สุขดิบของเฟลิกซ์ แจ็คก็หยุดเขา

“อย่ากังวล มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ นายน้อยคงกำลังดูหนังบู๊อยู่”

ถึงจะพูอย่างนั้น แต่ความคิดที่แท้จริงของเขาคือ 'นายน้อยเฟลิกซ์อาจจะเล่นยาอีกครั้ง'

ในใจเขายอมรับไปแล้ว เพราะคำตอบนี้มันค่อนข้างน่าเชื่อถือ ยังไงซะบนเกาะร้างนี้ก็ไม่มีอะไรให้ทำมากนักนอกจากการไปชายหาด

ถ้าไม่ใช่เพราะมีอินเทอร์เน็ตดาวเทียม เฟลิกซ์อาจจะบ้าไปแล้วก็ได้

ภายในห้องนอน เฟลิกซ์กำลังหยิบเศษกระจกขึ้นมาจากพื้นด้วยมือที่พันด้วยผ้าพันแผล

'ตามเวลาในโทรศัพท์ของฉัน ปีปัจจุบันคือ วันที่ 1 เดือน 6 ปี 2024 ถ้าฉันจำไม่ผิด คำเชิญจะมาถึงในอีก 15 วันข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม'

หลังจากเขาทำความสะอาดพื้นเสร็จ เขาก็สวมรองเท้ากีฬาเตรียมจะออกไปข้างนอก เขาต้องการสำรวจโรงแรมและสภาพปัจจุบันของเกาะ

“ฉันจะออกไปเดินเล่น ไม่ต้องตามมา ถ้านายกล้าส่งคนตามมาลับหลังฉันล่ะก็…” เขาสั่งแจ็คทันทีหลังออกมาจากห้องชุด

“ครับนายน้อย ขอให้สนุกกับการเดินเล่น จะไม่มีใครมารบกวนคุณแน่นอนครับ”

เฟลิกซ์ยิ้มขณะตบไหล่แจ็ค “ดี ทำตามคำสั่งของฉันแบบนี้ต่อไป แล้วฉันจะเลื่อนตำแหน่งนายให้เป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดส่วนตัวของฉัน เมื่อฉันได้รับส่วนแบ่งจากครอบครัว”

แจ็คยิ้มกว้าง “ความปรารถนาของคุณคืองานของผมครับ นายน้อย”

จากนั้นเฟลิกซ์ก็เดินไปที่ลิฟต์ ขณะตรวจดูสภาพที่น่าสยดสยองของโรงแรมอย่างละเอียด

'สมองฉันคงเต็มไปด้วยอึ ตอนที่ฉันเลือกฟื้นคืนชีพธุรกิจนี้ในการทดสอบบรรลุนิติภาวะของฉัน'

เขาเดินต่อไปอีก 2-3 นาที จนกระทั่งเห็นลิฟต์ขึ้นสนิมซึ่งมีป้ายติดอยู่ตรงประตูว่า [ปิดซ่อมบำรุง]

"คิดไว้แล้วเชียว" เฟลิกซ์ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง

เขาหันไปทางซ้ายแล้วมุ่งหน้าไปที่บันได ทันทีที่เขามาถึงและเห็นบันไดที่เหมือนเหวลึก เขาก็ขมวดคิ้ว

“เรื่องสำคัญอันดับแรกคือการซ่อมลิฟต์ ฉันใช้บันไดทุกวันไม่ได้ เข่าจะหัก”

เขาพยุงตัวเองลงบันได ขณะที่พยายามจัดระเบียบความทรงจำสมัยอายุ 17 ปีอีกครั้ง

ถ้าเขาจำไม่ผิด เขาเลือกโรงแรมที่ห่างไกลแห่งนี้เป็นการทดสอบบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุ 16 ปี นั่นเป็นเพราะเขาต้องการใช้เวลา 5 ปีของการทดสอบอยู่เฉยๆ และนอนอาบแดด

ไม่ช้าเขาก็ด่าว่าความเกียจคร้านในวัยเยาว์ ซึ่งทำให้เขาต้องลำบากในภายหลัง

ในขณะที่คนอื่นๆ พยายามอย่างเต็มที่เพื่อฟื้นฟูกิจการบริษัท โรงแรม และร้านอาหาร ที่พวกเขาเลือก แต่เขากำลังอาบแดดที่นี่เหมือนปลาเค็ม

ความประมาทเลินเล่อต่อการทดสอบนี้ ทำให้เขาต้องลำบากอย่างหนักเมื่อได้รับคำเชิญจาก Supremacy Game

รุ่นน้องคนอื่นๆ ที่พยายามอย่างแข็งขันแม้ว่าโครงการของพวกเขาจะออกมาไม่ดี ก็ยังได้รับเลือกให้ได้รับทรัพยากรจากครอบครัว เพื่อคว้าตำแหน่งทีมชาติสำหรับ Supremacy Game ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะมีขึ้นอีก 1 หรือ 2 ปีให้หลัง

ในขณะเดียวกัน คนเกียจคร้านอย่างเขาที่ถือเอาประเพณีครอบครัวเป็นเรื่องตลก ก็ถูกคณะกรรมการอาวุโสลงโทษอย่างหนัก

เนื่องจากพ่อแม่และญาติสนิทคนอื่น ๆ ของเขาเสียชีวิตไปหมดแล้ว เขาจึงไม่มีใครสนับสนุนเขาอีกต่อไปภายในครอบครัว

ในขณะที่เขาด่าตัวเอง เขาก็จำพ่อแม่ของเขาได้

หนึ่งในไม่กี่คนที่รักเขาในถ้ำหมาป่าแห่งนี้ ที่การแข่งขันเพื่อคว้าทรัพยากรให้ตัวเองเป็นเพียงเรื่องปกติ และทุกวิธีการได้รับอนุญาต ตราบใดที่ไม่มีใครได้รับอันตราย

พ่อแม่ของเขาค่อนข้างเป็นที่นิยมในตระกูลแม็คเวลล์ เพราะทักษะการจัดการธุรกิจของพวกเขา

ในขณะที่พ่อของเขาจัดการกองทุนรวม 5 กองทุนในวอลล์สตรีทที่มีประสิทธิภาพสูง และทำกำไรจากการลงทุนทั้งหมดที่เขาทำได้โดยไม่ล้มเหลวแม้แต่ครั้งเดียว

การรับประกันความสำเร็จนี้ ทำให้ทุกคนในแวดวงธุรกิจเรียกเขาว่าแมงมุม เนื่องจากเซ้นส์ในการลงทุนของเขาเฉียบแหลมเหมือนแมงมุม

ในขณะเดียวกัน แม่ของเขาก็เป็นผู้บริหารโรงแรมระดับ 5 ดาวหลายสิบแห่ง และร้านอาหารมิชลินระดับ 3 ดาวอีกหลายแห่งทั่วโลก

ชื่อเสียงของธุรกิจเหล่านั้นมาถึงจุดสูงสุดในมือเธอ เนื่องจากลูกค้าหรือนักวิจารณ์ทุกคนที่มาเยี่ยมหรือรับประทานอาหารนั้น ต่างก็ทิ้งคำพูดดี ๆ ไว้เบื้องหลัง

น่าเสียดายที่พวกเขาเสียชีวิตในเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก เมื่อพวกเขามุ่งหน้าไปที่สำนักงานใหญ่ของครอบครัว เพื่อเซอร์ไพรส์เฟลิกซ์ในวันเกิดอายุ 11 ปีของเขา

เมื่อเขาได้ยินข่าวการเสียชีวิตของพวกเขา เป็นตอนที่เขากำลังตัดเค้กวันเกิดอยู่คนเดียวในห้องของเขา

ใครๆ ก็คงได้คิดว่า เหตุการณ์นี้ได้ทำให้เฟลิกซ์ที่ยังเด็ก ได้รับความบอบช้ำทางจิตใจ

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขากลายเป็นคนไร้ยางอาย ขี้เล่น ชอบแกล้งลูกพี่ลูกน้อง และรังแกพวกเขาทุกวัน จนพวกเขากลัวเขา

พวกเขาฟ้องให้ผู้ใหญ่ลงโทษเขา แต่เหล่าผู้ใหญ่ในครอบครัวรู้ว่าบุคลิกขี้เล่นของเขาโผล่ออกมาเพียงเพื่อเก็บซ่อนความเจ็บปวด ความกลัว และความเหงาในใจของเขาเท่านั้น

ดังนั้นพวกเขาจึงปิดตาข้างหนึ่ง และปล่อยให้เขารังแกลูกพี่ลูกน้อง จนพวกเขาถึงขั้นสร้างพันธมิตรต่อต้านเฟลิกซ์ จับกลุ่ม และรุมเขาเมื่อใดก็ตามที่เขาพยายามจะแกล้งพวกเขา

จากนั้น 2 ปีก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เฟลิกซ์เติบโตขึ้นเล็กน้อย เขาหยุดรังควานลูกพี่ลูกน้องหลังจากที่รู้ว่ามันไม่คุ้มที่จะถูกทุบตี เพียงเพราะเขาไปแกล้งพวกเขา

จากนั้นเขาก็กลายเป็นคนเกียจคร้านและไม่ทำอะไร คะแนนในโรงเรียนของเขาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ในขณะที่เพื่อนของเขาเป็นเด็กรวยทั่วไปที่คิดด้วยอวัยวะส่วนล่างไม่ใช่สมอง

ถ้าพวกเขามีน่ะนะ

หลายปีผ่านไปจนกระทั่งเขาถึงปีที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นก็คือตอนที่เขาอายุ 16 ปี

เหตุผลก็คือว่า อนาคตของรุ่นน้องทุกคนในครอบครัว จะขึ้นอยู่กับประเพณีบรรลุนิติภาวะ พวกเขาจำเป็นต้องผ่านการทดสอบที่มีระยะเวลา 5 ปี

การทดสอบนี้คือการฟื้นฟูธุรกิจที่ตายแล้ว เช่น บริษัทที่ใกล้จะล้มละลาย ร้านอาหารที่ได้รับคำวิจารณ์เชิงลบ โรงแรมที่มีชื่อเสียงไม่ดีในหมู่ลูกค้า หรือธุรกิจที่ทำได้ไม่ดีอื่น ๆ

สมมติว่ารุ่นน้องสามารถฟื้นฟูธุรกิจได้ในระยะเวลา 5 ปี คณะกรรมการครอบครัวก็จะตอบแทนเขาด้วยส่วนแบ่ง 49% ของโครงการนั้น!

ซึ่งหมายความว่า ยิ่งบริษัทหรือโรงแรมที่คุณเลือกฟื้นฟูกลับมาได้มากเท่าไร รางวัลของคุณก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น 49% ของส่วนแบ่งร้านอาหาร ไม่เหมือนกับการเป็นเจ้าของ 49% ในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์

แต่ถ้าพวกเขาไม่ผ่านการทดสอบ พวกเขาจะเหลือเพียง 2 ตัวเลือกให้เลือก

หนึ่งคือใช้ชีวิตอย่างอิสระ โดยปราศจากการควบคุมและทรัพยากรจากครอบครัว และสองคือ เลือกธุรกิจที่เหมาะกับความสามารถของตัวเอง และจัดการมันด้วยส่วนแบ่งกำไรเพียง 10%

ประเพณีนี้เป็นเหตุผลว่าทำไม ครอบครัวยังคงเติบโตอย่างประสบความสำเร็จ ในขณะเดียวกันก็รักษาทรัพยากรของพวกเขาไว้โดยไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียให้กับบุคคลภายนอก

ในขณะที่เฟลิกซ์ไม่สนใจการทดสอบหรืออนาคตของเขา และเลือกโรงแรมแห่งนี้เพียงเพราะโครงการของเขาคือการอยู่เฉย ๆ ในที่ห่างไกลจากคนอื่น ๆ

...

เฟลิกซ์ตื่นขึ้นจากการรำลึกความหลัง ขณะที่เขาหัวเราะเยาะกับอารมณ์ฉุนเฉียวสมัยที่ตัวเองยังอายุน้อย ซึ่งทำให้เขาได้รับสายเลือดที่เป็นเพียงของเหลือ

เขายิ้มอย่างชั่วร้าย "เนื่องจากพ่อคนนี้กลับมาแล้ว ลูกพี่ลูกน้องที่รัก ลืมเรื่องการคว้าทรัพยากรจากครอบครัวไปได้เลย เพราะฉันจะทำให้โรงแรมแห่งนี้ดีที่สุดในโลก และจะมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถเข้ามาเหยียบเกาะนี้ได้"

จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมาดัง ๆ ด้วยขาที่โยกเยกอย่างต่อเนื่อง ขาแห้ง ๆ ของเขาไม่สามารถรับน้ำหนักตัวได้หลังจากเดินลงบันไดนรกนั่น

“และฉันก็รู้วิธีที่จะทำอย่างนั้น!”

-----------------------------

จบบทที่ บทที่ 3 ประเพณีของครอบครัว

คัดลอกลิงก์แล้ว