- หน้าแรก
- ฟุตบอล ช่วงชิงทักษะครึ่งหนึ่งของบอสเมสซีตั้งแต่เริ่มเกม
- บทที่ 10 การค้นพบใหม่ของมัตเตโอ
บทที่ 10 การค้นพบใหม่ของมัตเตโอ
บทที่ 10 การค้นพบใหม่ของมัตเตโอ
บทที่ 10 การค้นพบใหม่ของมัตเตโอ
ฤดูกาลสิ้นสุดลง... ปาร์มาซึ่งรั้งอันดับบ๊วยของตาราง ตกชั้นจากเซเรียอาอย่างไม่มีลุ้น
ทว่าชะตากรรมที่น่าเศร้ายิ่งกว่ากำลังรอพวกเขาอยู่
เนื่องจากไม่มีใครยอมเข้ามารับช่วงต่อ พวกเขาจึงจำต้องยอมรับการล้มละลายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
สโมสรอายุร้อยปีแห่งนี้... กลายเป็นเพียงอดีต
แฟนบอลปาร์มานับไม่ถ้วนรวมตัวกันที่หน้าสโมสร บรรยากาศเงียบงัน... พวกเขาทำได้เพียงเฝ้ามองประตูสโมสรซ้ำแล้วซ้ำเล่า จินตนาการถึงความรุ่งโรจน์ในวันวาน
ปิซซารอตตี นายกเทศมนตรีเมืองปาร์มา ให้สัมภาษณ์ด้วยความโศกเศร้า
“นี่คือวันที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของปาร์มา ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าเมืองปาร์มาที่ไม่มีสโมสรปาร์มาจะเป็นอย่างไร... ผมได้แต่หวังว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น”
แต่ปาฏิหาริย์ย่อมไม่เกิดขึ้น... สโมสรแห่งนี้ตั้งอยู่ในอิตาลี มูลค่าไม่ได้สูงส่งเหมือนทีมในพรีเมียร์ลีก และประชากรเมืองก็น้อยนิด ขาดแรงดึงดูดเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อย่างมิลานหรือโรม จึงไม่มีนายทุนคนไหนกล้าเสี่ยง
แฟนบอลเคยคิดจะระดมทุนซื้อสโมสร แต่หนี้สินสองร้อยล้านยูโรและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมหาศาลในอนาคต ทำให้พวกเขาต้องล้มเลิกความคิด
ทำได้เพียงยืนมองสโมสรแห่งนี้ยุติประวัติศาสตร์ยาวนานนับศตวรรษไปต่อหน้าต่อตา
และในวันนี้... มัตเตโอกับเพื่อนร่วมทีมก็เสร็จสิ้นการฝึกซ้อมครั้งสุดท้าย
ใบหน้าของเครสโปแฝงแววความเศร้า
“เด็ก ๆ... ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันเองก็จะออกจากทีมเหมือนกัน เหมือนกับพวกเธอนั่นแหละ ฉันไม่รู้ว่าอนาคตตัวเองจะไปอยู่ที่ไหน แต่ฉันหวังว่าพวกเราทุกคนจะพยายามต่อไปในเส้นทางของตัวเอง จนกว่าจะได้กลับมาพบกันใหม่ในสนาม... สู้เขานะ!”
มัตเตโอพยักหน้า ตะโกนตอบรับ
“โค้ชครับ พวกเราจะพยายามครับ!”
เครสโปพยักหน้าด้วยความพอใจ
“ไว้เจอกันใหม่ในอนาคต!”
ทว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็รู้ดี... คำพูดเหล่านี้เป็นเพียงมารยาททางสังคม
ในสายตาเขา นักเตะที่ยังเหลืออยู่ตอนนี้ล้วนมีพรสวรรค์ไม่เพียงพอ หากพัฒนาได้ดีอาจพอเล่นในเซเรียบีไหว แต่ถ้าไม่... คงทำได้แค่ถูไถอยู่ในระดับเซเรียซี
โดยเฉพาะมัตเตโอ... ด้วยสรีระร่างกายแบบนั้น ถ้าตั้งใจฝึกเป็นเซ็นเตอร์แบ็กน่าจะมีอนาคตไกลในเซเรียบี แต่ช่วงหลังมานี้เจ้าหนู่นี่เอาแต่จะดันตัวเองขึ้นไปเล่นเกมรุก ซึ่งส่งผลเสียต่อพัฒนาการชัดเจน
เขาไม่ใช่พวกนักเตะอัจฉริยะฟ้าประทาน หากอัปสกิลผิดสาย มันอันตรายมาก
แต่เขาไม่มีเวลาจะชี้แนะเด็กคนนี้อีกแล้ว...
เครสโปถอนหายใจในใจ คิดว่าคงต้องไปคุยกับพ่อของเด็กสักหน่อย พ่อเขาเป็นกองหลัง น่าจะช่วยตบลูกชายให้เข้ารูปเข้ารอยได้
แต่นั่นเป็นเรื่องของอนาคต
เขาตบมือเรียกสติ
“การซ้อมวันนี้จบแค่นี้... โชคดีทุกคน!”
หลังกล่าวลาเครสโป แววตาสับสนฉายชัดในดวงตาของเหล่านักเตะเยาวชน
มัตเตโอกวาดตามองรอบตัว... ตอนนี้เหลือคนมาซ้อมแค่สิบกว่าคน รวมทั้งรอสซีด้วย
พวกเขาคือนักเตะที่ยังหาสังกัดใหม่ไม่ได้ และหลายคนเริ่มคิดจะถอดใจจากฟุตบอลแล้ว
แม้รอสซีจะไม่อยากเลิกเล่น แต่เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ไร้ทีม เขาก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน
ความร่าเริงตามปกติหายวับไป เขาเดินเงียบ ๆ เคียงข้างมัตเตโอไปยังห้องแต่งตัว
มัตเตโอเอ่ยถาม
“ดิโน นายวางแผนจะทำยังไงต่อ?”
ดิโน รอสซี ถอนหายใจ
“พ่ออยากให้ฉันกลับไปเรียนต่อ แล้วพยายามสอบเข้าโรงเรียนดี ๆ ให้ได้”
มัตเตโอถามย้ำ
“นายจะยอมแพ้เรื่องฟุตบอลแค่นี้เหรอ?”
รอสซีผายมืออย่างจนใจ
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง? นายก็รู้... ด้วยพรสวรรค์ระดับพวกเรา มันยากมากที่จะได้เป็นซูเปอร์สตาร์ แค่ตอนนี้ยังไม่มีใครเรียกเราไปทดสอบฝีเท้า... มันก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ?”
มัตเตโอมองใบหน้าหดหู่ของเพื่อน แล้วอดไม่ได้ที่จะวางมือลงบนไหล่เพื่อปลอบใจ
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว
“ถ่ายโอนทักษะฟุตบอลที่เลือกให้แก่ผู้ที่ท่านสัมผัสทางตรง? ท่านยืนยันหรือไม่?”
เขาสะดุ้งโหยง รีบเลือกปฏิเสธทันควัน
อะไรน่ะ?
ถ่ายโอนให้ผู้ที่สัมผัสทางตรง?
เขานึกย้อนกลับไปทันที... เมื่อกี้ตอนที่วางมือบนไหล่รอสซี ความคิดของเขาบังเอิญไปแตะโดนออร่าของเมสซีและเครสโปในหัวพอดี
หรือว่า... ขอแค่เขานึกถึงออร่าทักษะที่ดูดกลืนมา แล้วสัมผัสตัวคนอื่น เขาจะสามารถถ่ายโอนทักษะนั้นไปให้อีกฝ่ายได้?
พอคิดได้แบบนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะวางมือบนไหล่รอสซีอีกครั้ง
และเป็นไปตามคาด เสียงเดิมดังขึ้นอีกหน
“ถ่ายโอนทักษะฟุตบอลที่เลือกให้แก่ผู้ที่ท่านสัมผัสทางตรง? ท่านยืนยันหรือไม่?”
ความปิติยินดีพุ่งพล่านในอกมัตเตโอ
นี่หมายความว่าเขาสามารถถ่ายโอนทักษะฟุตบอลที่ดูดกลืนมาให้คนอื่นได้... เขาจะสร้างทีมสุดแกร่งขึ้นมาได้เลยนะเนี่ย!
รอสซีเห็นเพื่อนเอามือมาจับ ๆ ลูบ ๆ ไหล่ตัวเองด้วยท่าทางแปลก ๆ ก็อดขนลุกไม่ได้
“มัตเตโอ... นายทำบ้าอะไรของนาย...?”
มัตเตโอได้สติ รีบชักมือกลับแล้วหัวเราะแก้เก้อ
“ไหล่นายนิ่มดีนะ... เต็มไม้เต็มมือ...”
รอสซีตวัดสายตาขวาง
“ฉันเห็นนายเป็นพี่น้อง แต่นายกลับคิดจะฉวยโอกาสฉันเนี่ยนะ?”
มัตเตโอหัวเราะร่า คว้าคอเพื่อนมากอด
“ดิโน ฉันว่าในอนาคตพวกเราสองคนต้องได้เป็นโคตรซูเปอร์สตาร์แน่ ๆ นายเชื่อไหม?”
แม้ทักษะของเมสซีและเครสโปที่เขามีตอนนี้จะไม่เหมาะกับสไตล์ของรอสซี แต่เขาสามารถไปหา ‘จอมทัพแดนกลาง’ สักคนแล้วดูดทักษะมาถ่ายโอนให้รอสซีได้นี่นา
ด้วยความขยันระดับรอสซี การจะกลายเป็นจอมทัพคนใหม่ก็อยู่แค่เอื้อม!
รอสซีถูกล็อกคอไว้เหมือนลูกไก่ พยายามดิ้นหนีแต่มัตเตโอกอดไว้แน่น
เมื่อจนปัญญา เขาจึงพูดว่า
“เออ ๆ... เชื่อก็ได้! ปล่อยฉันได้แล้ว!”
มัตเตโอยังกอดไม่ปล่อย
“ไม่ปล่อย! ฉันจะไปกล่อมพ่อนายให้ยอมให้นายเล่นบอลต่อ!”
รอสซีถามเสียงหลง
“นายจะทำได้จริงเหรอ? พ่อฉันหัวดื้ออย่างกับลาเลยนะ!”
มัตเตโอหัวเราะลั่น
“ถึงฉันจะกล่อมให้พ่อนายยอมให้นายเล่นบอลต่อไม่ได้... แต่ฉันกล่อมพ่อนายให้เลิกเสียเวลากับการเรียนของนายได้แน่!”
รอสซีโวยวาย
“มัตเตโอ นายหมายความว่าไงฟะ?”
มัตเตโอสวนกลับ
“ก็จริงไหมล่ะ? เกรดนายน่ะห่วยจนพระเจ้ายังต้องหลั่งน้ำตา!”
รอสซีดิ้นหลุดจากอ้อมแขนด้วยความโมโห
“ทำอย่างกับนายเก่งตายชัก! นายเคยได้เกรด A สักตัวหรือเปล่าเถอะ! อย่างน้อยในสมุดพกฉันก็มี A นะเว้ย!”
มัตเตโอแซวอย่างไร้ความปรานี
“เกรด A? วิชาอะไรทำไมฉันไม่เห็นรู้? ...อ๋อ วิชาพละใช่ไหม! ถ้าจำไม่ผิดฉันได้ A+ นะ?”
รอสซีเดือดปุด ๆ
“หนอย มัตเตโอ... นายหมกเม็ดนี่หว่า ทำไมฉันไม่รู้ว่านายได้ A+? เล่นสงครามประสาทกับฉันเรอะ! ...รับไปซะ!”
มัตเตโอตะโกน
“รับลูกเตะนี่ไปกิน!”
รอสซีกรีดร้อง
“นายใช้ความได้เปรียบเรื่องขายาวนี่หว่า...?”
มัตเตโอหัวเราะร่า
“หนึ่งนิ้วยาว หนึ่งนิ้วแกร่งเว้ย!”
รอสซีกระโดดหยอย ๆ
“เดี๋ยวจะแสดงให้ดูว่าปรมาจารย์เป็นยังไง...”
ภายใต้แสงตะวันยามอัสดง... เงาของเด็กหนุ่มทั้งสองทอดยาวออกไปไกลแสนไกล
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═