- หน้าแรก
- ฟุตบอล ช่วงชิงทักษะครึ่งหนึ่งของบอสเมสซีตั้งแต่เริ่มเกม
- บทที่ 4 ผมต้องการลงทุน
บทที่ 4 ผมต้องการลงทุน
บทที่ 4 ผมต้องการลงทุน
บทที่ 4 ผมต้องการลงทุน
วงแหวนนี้หมายความว่าอะไร?
มัตเตโอคาดเดาคำตอบได้ทันที
หากวงแหวนแรกสามารถกักเก็บทักษะฟุตบอลของเมสซีได้ เช่นนั้นวงแหวนที่สองก็น่าจะมีไว้เพื่อจุดประสงค์เดียวกัน
กล่าวคือ... ดูเหมือนเขาสามารถดูดกลืนทักษะฟุตบอลของคนอื่นเพิ่มได้อีกคน?
ทว่านี่เป็นเพียงการคาดเดา หากจะยืนยันสมมติฐาน เขาต้องลงมือปฏิบัติจริง
เขาจึงอยากหาใครสักคนมาเป็นหนูทดลอง
และนักเตะที่เขาเข้าถึงตัวได้ง่ายที่สุดก็คือ...
พ่อบังเกิดเกล้าของเขาเอง... สหายอเลสซานโดร ลูคาเรลลี
แต่เพียงครู่เดียว เขาก็รีบปัดความคิดอกตัญญูนี้ทิ้งทันที
ขืนเขาทำให้พ่อตัวเองกลายเป็นคนบ้าที่เตะบอลไม่เป็นขึ้นมาจริง ๆ ครอบครัวคงได้พังพินาศกันพอดี...
เช้าวันรุ่งขึ้น...
มัตเตโอเดินมาที่โต๊ะอาหารพร้อมขอบตาที่ดำคล้ำ
อเลสซานโดร ลูคาเรลลี มองลูกชายที่มีสภาพอิดโรย แล้วอดไม่ได้ที่จะวางมือลงบนไหล่ลูก
“มัตเตโอ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก?”
ทันใดนั้น ข้อความแจ้งเตือนเดิมก็ปรากฏขึ้นในหัวมัตเตโอทันที
“ดูดกลืนทักษะฟุตบอลทั้งหมดของผู้ที่ท่านสัมผัสทางตรง... ท่านยืนยันที่จะรับหรือไม่?”
มัตเตโอสะดุ้งโหยง รีบเลือกปฏิเสธในใจทันควัน
ล้อเล่นน่า... ขืนดูดทักษะพ่อมาจริง ๆ คงกลายเป็นเรื่องตลกร้ายระดับชาติ
และสหายอเลสซานโดรผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยว่าตนเองเพิ่งเฉียดการถูกบังคับแขวนสตั๊ดไปเส้นยาแดงผ่าแปด ยังคงถามมัตเตโอต่อ
“เมื่อคืนนอนไม่พอเหรอ? หรือรู้สึกไม่สบายตรงไหน?”
มัตเตโอตั้งสติได้ รีบตอบกลับ
“เปล่าครับ... ผมแค่ฝันร้ายนิดหน่อย ไม่เป็นไรครับ”
อเลสซานโดรถึงได้คลายกังวล
จากนั้นเขาก็นั่งลงข้าง ๆ มัตเตโอ
ฝ่ายมัตเตโอยังคงฉายภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ซ้ำไปซ้ำมาในหัว จนกระทั่งค้นพบความลับบางอย่าง
เมื่อกี้ตอนที่พู่อวางมือบนไหล่ เขากำลังนึกถึงวงแหวนในหัวพอดี และคำแจ้งเตือนนั่นก็เด้งขึ้นมาจังหวะนั้น
หรือว่า... ถ้าเขาเพ่งจิตไปที่วงแหวนพร้อมกับสัมผัสตัวใครสักคน เขาจะสามารถดูดกลืนทักษะฟุตบอลของคนคนนั้นได้?
พอคิดได้แบบนี้ เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เพื่อทดสอบสมมติฐานตามหลักการควบคุมตัวแปร คราวนี้เขาจึงไม่นึกถึงวงแหวนในหัว แล้วลองแตะมือพ่อดู
และเป็นไปตามคาด... ไม่มีคำแจ้งเตือนใด ๆ ปรากฏขึ้น
ในที่สุดเขาก็เข้าใจวิธีการดูดกลืนทักษะคนอื่นแล้ว
จากนั้นเขาลองนึกถึงวงแหวนในหัวอีกครั้ง แล้วแตะมือพ่อซ้ำ
ข้อความเดิมเด้งขึ้นมาทันที
“ดูดกลืนทักษะฟุตบอลทั้งหมดของผู้ที่ท่านสัมผัสทางตรง... ท่านยืนยันที่จะรับหรือไม่?”
หลังจากปฏิเสธไปอีกรอบ เขาก็พบความแตกต่างที่ซ่อนอยู่
ไม่เหมือนกับกรณีของเมสซี... คราวนี้ระบบระบุว่า “ทักษะฟุตบอลทั้งหมดของผู้ที่ท่านสัมผัสทางตรง” ในขณะที่กับเมสซีเป็น “ทักษะฟุตบอลห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ท่านสัมผัสทางอ้อม”
ที่แท้เป็นเพราะเมสซีสัมผัสกับเขาทางอ้อมผ่านลูกฟุตบอล เขาเลยได้ทักษะมาแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์
แต่การสัมผัสตัวโดยตรง... สามารถมอบทักษะฟุตบอลให้ได้ทั้งหมด!
ถ้าเขามีโอกาสได้จับมือเมสซี เขาจะกลายเป็นเมสซีอีกคนเลยรึเปล่านะ?
จังหวะนั้น อเลสซานโดรเห็นลูกชายแตะมือเขาเล่นสองครั้งติด ๆ ก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้
“มัตเตโอ ทำอะไรน่ะลูก? วันนี้ลูกดูแปลก ๆ นะ”
มัตเตโอได้สติ รีบยิ้มแก้เก้อ
“เปล่าครับ... ไม่มีอะไร ผมแค่พยายามจะซึมซับโชคดีจากพ่อบ้าง...”
อเลสซานโดรหัวเราะ พลางลูบหัวลูกชาย
“ขยันให้มากเข้าไว้ แล้วลูกก็จะมีโชคดีเหมือนกัน!”
ขณะเดียวกัน แคลร์ที่เตรียมมื้อเช้าเสร็จแล้วก็ชะโงกหน้าเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“โชคดีอะไรเหรอคะ? แม่ขอด้วยคนสิ!”
มัตเตโอรู้ว่าช่วงนี้แม่เล่นหุ้นอยู่ จึงพูดเอาใจ
“แม่ต้องโชคดีแน่นอนครับ!”
ทั้งครอบครัวระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ระหว่างรับประทานอาหาร จู่ ๆ มัตเตโอก็พูดขึ้น
“แม่ครับ... วันนี้ช่วยเอาเงินสองพันยูโรนี่ไปซื้อบิตคอยน์ให้ผมหน่อยครับ”
พูดจบ เขาก็หยิบของขวัญวันเกิดที่ได้รับเมื่อคืนออกมาวาง
“ผมอยากเริ่มเรียนรู้เรื่องการลงทุนครับ”
แคลร์ชะงัก
“บิตคอยน์? สกุลเงินเสมือนที่ลูกเคยเล่าให้แม่ฟังน่ะเหรอ?”
มัตเตโอพยักหน้า
“ใช่ครับ ผมคิดว่านี่เป็นสกุลเงินที่มีอนาคตไกลมาก และมูลค่าของมันจะต้องประเมินค่าไม่ได้ในอนาคตแน่นอน”
อเลสซานโดรวางมือจากอาหาร มองลูกชายด้วยความสนใจ
“มัตเตโอ ลูกไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน?”
มัตเตโอไม่มีทางบอกความจริงแน่ว่าเขาย้อนเวลามาจากอนาคต
“ผมอ่านรายงานเกี่ยวกับบิตคอยน์ แล้วก็ศึกษาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตครับ ผมมองโลกในแง่ดีมากกับสกุลเงินแบบกระจายศูนย์ตัวนี้ มันจะสร้างสภาพแวดล้อมการซื้อขายที่ยุติธรรมมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่สกุลเงินที่มีอยู่ตอนนี้ทำไม่ได้ครับ”
คู่สามีภรรยาลูคาเรลลีหันมามองหน้ากัน ต่างรู้สึกทึ่งกับคำพูดของลูกชาย
แคลร์ยังลังเลเล็กน้อย
“แต่การเอาเงินสองพันยูโรไปทุ่มกับสกุลเงินที่ยังไม่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง... มันไม่เสี่ยงเกินไปหน่อยเหรอลูก?”
มัตเตโอส่ายหน้า
“ผมมองว่านี่เป็นการลงทุนแบบร่วมลงทุนครับ ผมมั่นใจในอนาคตของมันและยอมที่จะใช้เงินก้อนนี้เพื่อทดลองดู ถ้าไม่สำเร็จ อย่างมากผมก็แค่เสียเงินสองพันยูโรนี้ไป”
แคลร์ทำท่าจะแย้งต่อ แต่อเลสซานโดรห้ามไว้
“เอาเถอะ ในเมื่อลูกยืนกรานขนาดนี้ พ่อกับแม่ก็พร้อมสนับสนุน ถึงยังไงเงินสองพันยูโรนี่ก็เป็นของลูกอยู่แล้ว ลูกมีสิทธิ์ทำในสิ่งที่อยากทำ”
มัตเตโอยิ้มกว้างทันที
“ขอบคุณครับพ่อ ขอบคุณครับแม่!”
แคลร์จึงไม่พูดอะไรอีก และเก็บเงินก้อนนั้นไว้
เมื่อมื้อเช้าใกล้จบลง มัตเตโอก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“แม่ครับ ผมรู้ว่าช่วงนี้แม่เล่นหุ้นอยู่... แม่ยังซื้อหุ้นในประเทศเราอยู่หรือเปล่าครับ?”
แคลร์ชะงักแล้วพยักหน้าตามตรง
“ใช่จ้ะ แต่ช่วงนี้ตลาดหุ้นอิตาลีทรง ๆ ทรุด ๆ ไม่ค่อยมีโอกาสทำกำไรเท่าไหร่เลย”
มัตเตโอแนะนำ
“ผมว่าตลาดหุ้นคือปรอทวัดเศรษฐกิจ เศรษฐกิจอิตาลีของเราตอนนี้ขาดความคึกคัก ตลาดหุ้นย่อมโตสู้ประเทศอื่นไม่ได้... ผมคิดว่าแม่น่าจะลองเปิดโลกทัศน์ไปดูตลาดหุ้นสหรัฐฯ บ้าง โดยเฉพาะพวกบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่... แอปเปิล, อเมซอน และไมโครซอฟท์ ผมเชื่อว่าบริษัทพวกนี้ยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมหาศาล ซื้อหุ้นพวกนี้ดีกว่าซื้อหุ้นบริษัทในประเทศเราเยอะเลยครับ”
แคลร์อึ้งกับคำวิเคราะห์ฉาดฉานของลูกชายวัยสิบขวบ
“มัตเตโอ... ลูกไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนกันเนี่ย?”
มัตเตโอยิ้มตาหยี
“ผมเรียนรู้จากการอ่านหนังสือทั้งหมดเลยครับ!”
อเลสซานโดรที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ หัวเราะชอบใจ
“ลูกชายเรานี่มหัศจรรย์จริง ๆ พูดจาเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อยเลย! แคลร์... คุณน่าจะลองทำตามที่ลูกบอกดูนะ!”
แคลร์พยักหน้ารับ
“ได้จ้ะ ถ้ามีโอกาสแม่จะลองดู! ...สายแล้ว รีบไปกันเถอะหนุ่ม ๆ!”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═