เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 591 - นี่ฉันเข้าใจผิดไปอย่างนั้นหรือ?

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 591 - นี่ฉันเข้าใจผิดไปอย่างนั้นหรือ?

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 591 - นี่ฉันเข้าใจผิดไปอย่างนั้นหรือ?


“1,000,000 เหรียญดาว!”

นั่นเป็นราคาที่ทำให้เดวิดถึงกับสะอึก เขากลืนน้ำลายลงไปเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากยิ่งขึ้น

“บอกราคาจริง ๆ มา ไม่ต้องมาล้อเล่นกันแบบนี้!”

ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้ว “นี่คือราคาของสร้อยเส้นนี้! จะซื้อหรือไม่ก็อยู่ที่คุณลูกค้าแล้ว!”

ดวงตาของเดวิดกระพริบตา ทั้งน้ำเสียง แววตา และสีหน้าของเจ้าของร้านไม่บ่งบอกเลยว่ากำลังล้อเล่นอยู่ ชายชราต้องการจะขายสร้อยเส้นนี้ที่ราคา 1,000,000 เหรียญดาวจริง ๆ

เขาใช้เวลาจ้องมองสร้อยเส้นที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ สลับกับการจ้องมองท่าทางของเจ้าของร้านที่เริ่มก้มหน้าลงเช็ดถูข้าวของไปทั่วอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยออกมาหลังจากที่ตัดสินใจได้

“ซื้อ! ห่อเป็นของขวัญให้ด้วย”

สีหน้าของเจ้าของร้านมีรอยยิ้มขึ้นมาทันที “คุณลูกค้าตาถึงจริง ๆ! กรุณารอสักครู่!”

เดวิดถอนสายตาออกมาจากชายชรา ก่อนจะขมวดคิ้วและทำการสำรวจทรัพย์สินที่ยังเหลืออยู่ในแหวนของตัวเอง เหรียญดาวมีอยู่ไม่เพียงพอที่จะชำระราคาของสร้อยเส้นนี้เลยด้วยซ้ำ เขามีมันอยู่เพียงไม่ถึง 300,000 เหรียญดาวแล้ว แต่! นั่นไม่ใช่ปัญหา เดวิดไม่คิดที่จะจ่ายด้วยเหรียญดาวเลย

กะโหลกมนุษย์ที่เหลือเพียงกระดูกที่ขาวโพลนถูกหยิบขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ แน่นอนว่ามันเป็นกะโหลกของซากศพระดับอาตมันที่มีมูลค่าสูงกว่า 1,000,000 เหรียญดาว ความเร้นลับที่แฝงอยู่ในกะโหลกเพียงพอที่จะช่วยให้ยอดฝีมือระดับร่างสมบูรณ์ศึกษา และยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นไปอย่างมหาศาลในเวลาเพียง 2-3 ปีเท่านั้น คลื่นพลังที่แผ่กระจายออกทำให้ผู้คนที่เดินผ่านหน้าร้านถูกผลักออกไปอย่างไม่รู้ตัว ในร้านแห่งนี้เหลือเพียงเดวิดยืนอยู่กับเจ้าของร้านแค่ 2 คนเท่านั้น

สร้อยคอถูกห่อเป็นของขวัญวางอยู่บนเคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว และสายตาของเจ้าของร้านชราที่จ้องมองหัวกะโหลกสลับกับการมองหน้าของเดวิดเต็มไปด้วยความสับสน

“คุณลูกค้า! หยิบกะโหลกที่น่ากลัวขึ้นมาทำไม? ที่นี่ไม่รับซื้อกะโหลกของมนุษย์ธรรมดาหรอกนะ สินค้าห่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว กรุณาชำระเงิน 1,000,000 เหรียญดาวด้วยครับ”

รอยยิ้มบนใบหน้าที่เพิ่งเผยอขึ้นของเดวิดกลายเป็นแข็งค้าง กะโหลกของมนุษย์ธรรมดา!? ช่างกล้าพูดนัก! แค่ความสามารถในการยืนอยู่ท่ามกลางคลื่นพลังอันเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากกะโหลกของชายชรา มันก็เป็นสิ่งที่ยืนยันแล้วว่าเจ้าของร้านคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แม้ว่าจะสัมผัสไม่ได้ถึงพลังพันธุกรรมเลยแม้แต่น้อย แต่นี่เป็นยอดฝีมือระดับสูงแน่ กะโหลกของระดับอาตมันไม่พอใช่มั้ย? เดวิดขยับมืออีกครั้งทันที

ตุบ!

การที่เขาพาตัวเองเข้ามาในร้านแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เพราะสดุดตากับสร้อยเส้นนั้น และมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญด้วย เรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับยอดฝีมือระดับสูงที่เก็บตนเพื่อฝึกฝนจิตวิญญาณหลังจากที่ความแข็งแกร่งถึงทางตันแวบเข้ามาสู่หัวทันทีหลังจากที่เดวิดกวาดตามองเห็นเจ้าของร้านคนนี้ครั้งแรก เขาต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์บางอย่างไว้กับยอดฝีมือนิรนามผู้นี้ และนั่นเป็นเหตุผลที่ซากศพระดับครึ่งเทพถูกนำออกมาวางบนเคาน์เตอร์อย่างไม่ลังเล

สีหน้าของชายชราไม่เรียบเฉยอีกต่อไป มือของเขาเคลื่อนไหวไปกดปุ่มอะไรบางอย่างที่อยู่หลังเคาน์เตอร์อย่างรวดเร็ว ม่านพลังสีฟ้าก่อตัวขึ้นได้ทันก่อนที่คลื่นพลังอันรุนแรงของซากศพครึ่งเทพจะหลุดรอดออกไปนอกร้าน น้ำเสียงที่เปล่งออกมามีความเคร่งขรึมจริงจังเป็นอย่างยิ่ง

“เจ้าหนู! นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเอาออกมาโชว์อย่างมั่วซั่วได้ไม่รู้หรือยังไง?” แม้ปากจะกล่าวออกมาเช่นนั้น แต่มือก็ถูกขยับมากดตรวจสอบบนหน้าอกของซากศพ แววตาดูมีประกายที่แปลกประหลาดซ่อนอยู่

เดวิดยิ้ม “ไม่ทราบว่ามันเพียงพอที่จะใช้แลกกับสร้อยแล้วหรือไม่?”

“หนุ่มน้อย! นี่มันมากเกินไป เจ้ารีบเก็บเอาไปเสียจะดีกว่า ถ้ารับเอาไว้! ตอนที่จะขายมันออกไป แม้แต่ชีวิตของข้าก็คงจะไม่รอดอยู่แน่”

“ทำไมจะต้องขายล่ะ? ของแบบนี้มันเหมาะที่จะเก็บเอาไว้เป็นสมบัติให้ลูกให้หลานมากกว่าที่จะขายแลกเหรียญดาวอยู่แล้ว เหล่าทายาทของท่านจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่แน่นอน ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากเลย แค่จะใช้มันแลกกับสร้อยเส้นนี้เท่านั้น!”

ชายชรานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังคิดหนัก เดวิดยืนรออยู่เงียบ ๆ ไม่เอ่ยอะไรออกมารบกวนอีก จนในที่สุด เจ้าของร้านผู้ชราก็เหมือนจะตัดสินใจได้ ซากศพครึ่งเทพถูกเก็บลงไปในแหวนเก็บของ พร้อมกับผลักสร้อยที่ห่อเอาไว้เป็นของขวัญมาอยู่ตรงหน้าเดวิด

ด้วยรอยยิ้มกว้าง เขานำมันเก็บเข้าไปไว้ในโลกใบเล็กทันที ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากร้านไปโดยไม่พูดไม่จาอะไรอีก

“เจ้าจะไม่มีทางได้มอบสร้อยเส้นนั้นเป็นของขวัญแน่! ตลอดกาล!” ยังไม่ทันที่จะเดินพ้นออกมาจากม่านพลังที่ยังปกคลุมร้านอยู่ เสียงแผ่วเบาก็ลอยมาเข้าหูของเดวิด ทำให้เท้าของเขาชะงักลงเล็กน้อย ในดวงตาทอประกายหม่นหมองออกมาจนสังเกตได้

“นั่นก็ไม่แน่นักไม่ใช่หรือ? ถ้าท่านช่วย! ข้าอาจจะมีโอกาสเหลืออยู่เล็กน้อยก็ได้” เดวิดพึมพำออกมา ก่อนจะก้าวเท้าออกจากร้านไปโดยไม่ลังเลอีกเลย

...

หลังจากที่ใช้เวลาเดินตระเวนอยู่รอบ ๆ อีกประมาณ 1 ชั่วโมง เดวิดก็พาตัวเองเข้ามานั่งอยู่ในภัตตาคารที่ค่อนข้างจะหรูหราแห่งหนึ่ง สั่งอาหารจานเด็ดของร้านมาเต็มโต๊ะ ประหลาดใจเล็กน้อยที่สาวเสิร์ฟของภัตตาคารแห่งนี้เป็นผู้ฝึกตนระดับเฟสเซอร์ แต่นั่นไม่ได้เป็นสิ่งที่ขัดขวางเขาจากการลิ้มรสอาหารชั้นยอดเลย เดวิดไม่ได้กินอาหารดี ๆ อย่างนี้มานานเกินไป เขาใช้เวลาอีกเกือบ 1 ชั่วโมงในการจัดการกับอาหารมื้อนี้ แน่นอนว่ามีการสั่งซ้ำรอบที่ 2 และรอบที่ 3 อย่างไม่กลัวว่าท้องจะแตกตายเลยแม้แต่น้อย

“คุณหนูจัดการค่าใช้จ่ายทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว และหวังว่าท่านจะเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวพักผ่อนอยู่ในเมืองแห่งนี้” นี่คือคำกล่าวของสาวเสิร์ฟคนสวยในตอนที่เดวิดเรียกคิดเงิน มันทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากร้านมาโดยไม่แม้แต่จะคิดสอบถามอะไรเพิ่มเติม

ดูเหมือนว่าแอลลิสันจะหาตัวเองพบเร็วกว่าที่คิด เดวิดเพิ่งมาถึงที่เมืองแห่งนี้ได้ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แต่อีกฝ่ายก็สามารถระบุตำแหน่งของเขาได้แล้ว นี่ทำให้แผนการที่วางเอาไว้ต้องเริ่มขึ้นเร็วกว่าปกติ สายตาถูกส่งมองไปยังภูเขาสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง เท้าถูกก้าวมุ่งหน้าไปทางนั้นอย่างไม่รีบร้อนมากนัก

เมื่อเดินผ่านตรอกแห่งหนึ่งที่เดวิดคิดเอาเองว่าเป็นทางลัด เขาก็ต้องหยุดการเคลื่อนไหวของตัวเองลง นั่นเป็นเพราะพบว่าตอนนี้กำลังตกอยู่ในสนามพลังปกปิดสัญญาณบางอย่าง และที่ยิ่งไปกว่านั้น ชายฉกรรจ์ 3 คนโผล่ออกมาดักหน้าเอาไว้ ท่าทางนั้นเหี้ยมเกรียมดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง

“ตาแก่นั่นบอกว่าแกเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ฉันเองก็ไม่ค่อยเชื่อมากนัก แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้โกหกเลย หวังว่าข่าวที่ให้มาเกี่ยวกับทรัพย์สินของแกจะเป็นความจริงด้วยเหมือนกัน” ผู้ชายคนที่ยืนนำหน้าอยู่ถือมือทั้ง 2 ข้างเข้าหากัน เอ่ยคำพูดที่ฟังดูกำกวมเข้าใจยากเล็กน้อยออกมา

“ตาแก่!?” คิ้วของเดวิดขมวดเข้าหากัน ชายชราเจ้าของร้านคนนั้นนะหรือ? ตาแก่นั่นขายข้อมูลของเขาให้กับโจรกระจอกพวกนี้? มันไม่ใช่วิสัยของยอดฝีมือเลยนี่นา? หรือว่าตัวเองจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวตนของชายชราคนนั้น!?

เดวิดไม่มีเวลาให้คิดมากนัก เพราะหัวหน้าของกลุ่มชายฉกรรจ์กล่าวออกมาอีกครั้งแล้ว “เอาล่ะ! แกน่าจะรู้ธรรมเนียมวิธีปฏิบัติดีอยู่แล้วใช่มั้ย ถ้าไม่อยากตายก็ส่งแหวนเก็บของออกมาให้พวกเราเสียดี ๆ”

เดวิดถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เจ้าคนที่พูดมากอยู่ในตอนนี้มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับร่างสมบูรณ์ ส่วนลูกน้องอีก 2 คนที่เหลือยังเป็นแค่เฟสเซอร์ กลุ่มโจรที่มีความแข็งแกร่งแค่นี้คิดจะปล้นเขา? นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน

วูบ!

ร่างของลูกเสือดำตัวน้อยปรากฏขึ้นบนไหล่ด้วยสภาพงัวเงีย เดวิดจับมันยกขึ้นมาตรงหน้า พร้อมกับกล่าวสั่งการออกไปง่าย ๆ

“ฟลินท์! แกจัดการพวกมันให้ฉันหน่อย อย่าเอาให้ถึงตายล่ะ! เสร็จแล้วก็ตามมาเร็ว ๆ อย่าให้เสียเวลามากนัก”

เจ้าเสือดำน้อยตอบสนองต่อคำสั่งด้วยเสียงคำรามและกงเล็บที่ตวัดใส่ใบหน้าของเขาอย่างหงุดหงิด นี่มันใช่เวลามั้ย?

“เฮ้ย! แกคิดว่าจะจากไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ อ๊าก!!” เสียงของลูกสมุนคนหนึ่งตะโกนก้องออกมาเมื่อเห็นเดวิดหมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่สนใจในการปล้นครั้งนี้เลย ก่อนที่เสียงร้องอย่างเจ็บปวดจะดังขึ้น แม้ว่าฟลินท์จะไม่ชอบใจนัก แต่มันก็ขัดคำสั่งของเดวิดไม่ได้ และกงเล็บน้อย ๆ ก็เริ่มทำหน้าที่จู่โจมออกไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นอีกประมาณ 20 นาที เดวิดก็มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูขนาดใหญ่ เมืองของตระกูลฮันเตอร์ดูเหมือนว่าจะแบ่งเป็นชั้นนอกและชั้นใน ตรงหน้าเขามีกำแพงทอดตัวยาวล้อมรอบภูเขาแบ่งอาณาเขตเอาไว้อย่างชัดเจน กำแพงชั้นในนี้ดูจะสูงใหญ่และแข็งแรงกว่ากำแพงเมืองด้านนอกเสียด้วยซ้ำ และเมื่อได้มามองเห็นในระยะใกล้ เดวิดก็อดทึ่งกับขนาดของภูเขาลูกนี้ไม่ได้ ยอดของมันสูงเสียดฟ้าจนมองด้วยสายตาไม่เห็น มนุษย์กลายเป็นแค่มดตัวเล็ก ๆ เท่านั้นเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของภูเขาอันเป็นที่ตั้งอย่างแท้จริงของตระกูลฮันเตอร์

เดวิดรอจนฟลินท์กระโจนขึ้นมานั่งลงบนบ่าและจัดท่าทางการนอนของตัวเองได้อย่างมั่นคง เขาเอื้อมมือออกไปลูบหัวมันพร้อมกับสื่อสารสั่งการอะไรที่ทำให้เจ้าตัวน้อยคำรามอย่างหงุดหงิดออกมาอีกน้อย ก่อนจะพาตัวเองและเจ้าเสือน้อยเดินผ่านประตูเมืองชั้นในเข้าไปอย่างไม่ลังเล

ไม่มีการตรวจสอบอะไรทั้งสิ้น ดูเหมือนว่าเหล่ายอดฝีมือระดับร่างสมบูรณ์ที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกำแพงเมืองชั้นในจะได้รับแจ้งแล้วว่าจะมีแขกมาเยือน พวกเขาปล่อยให้เดวิดเดินผ่านไปอย่างง่าย ๆ โค้งตัวพร้อมกับผายมือบ่งบอกทิศทางให้มุ่งหน้าเข้าไปด้านในเสียด้วยซ้ำ

“ดูเหมือนว่านายจะใช้เวลาทำธุระอย่างเต็มที่เลยนะ! หลายเดือนทีเดียวกว่าจะมาหาฉันได้! ฉันคิดถึงนายจะแย่อยู่แล้วรู้มั้ย?” หลังจากผ่านประตูเข้ามาได้เกือบ 20 นาที ในที่สุดเดวิดก็ได้พบกับแอลลิสัน คุณหนูของตระกูลฮันเตอร์แสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ออกมาต้อนรับและจับมือของเขาจูงเข้าไปด้านในของภูเขาใหญ่ที่ขุดเอาไว้เป็นห้องโถงที่ประดับประดาอย่างหรูหราด้วยตัวเอง

“แต่ฉันก็มาแล้วไม่ใช่หรือยังไง?” เดวิดไม่ขัดขืน เขาแค่พึมพำโต้ตอบออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะปล่อยให้ตัวเองถูกสาวน้อยลากตัวไปง่าย ๆ สายตากวาดมองสำรวจดูสภาพแวดล้อมรอบตัวแบบทึ่ง ๆ เล็กน้อย ที่ด้านล่างของภูเขาลูกนี้ถูกเจาะสร้างเป็นอาคารต่าง ๆ มากมาย ป้อมปราการของตระกูลฮันเตอร์!? มันจะน่าเกรงขามเกินไปหน่อยแล้ว!

“ไปกันเถอะ! ท่านพ่อกับเหล่าผู้อาวุโสกำลังรอพบนายอยู่” แอลลิสันหันกลับมาเร่งอีกครั้ง

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 591 - นี่ฉันเข้าใจผิดไปอย่างนั้นหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว