- หน้าแรก
- สะเทือนวงการบันเทิงด้วยดาราหน้าหวานสันดานนักมวย
- บทที่ 16 - แผนร้ายเลือกบ้านและสายตาในเงามืด
บทที่ 16 - แผนร้ายเลือกบ้านและสายตาในเงามืด
บทที่ 16 - แผนร้ายเลือกบ้านและสายตาในเงามืด
เสี่ยวเฉ่าเหมยกับเสี่ยวฟานเฉียวิ่งสูสีกันมาติด ๆ
รั้งท้ายคือหรงหรง
ฉินซือเจิงก้มตัวลงเล็กน้อยรอรับแก้วน้ำจากมือเสี่ยวฟานเฉีย พร้อมยื่นมือไปให้กำลังใจ "เสี่ยวฟานเฉียไม่ต้องรีบครับ ค่อย ๆ เดินนะ"
ซือเชียนชิวไม่อยากได้บ้านที่แย่ที่สุด น้ำเสียงเลยดูร้อนรน "ลูกรักสู้ ๆ ! เดินเร็วหน่อยเดี๋ยวโดนแซงนะ!"
เสี่ยวฟานเฉียส่งแก้วน้ำถึงมือพ่อเร็วกว่าเสี่ยวเฉ่าเหมยสองวินาที ซือเชียนชิวขมวดคิ้วฉับ รับแก้วมาอย่างรุนแรงแล้วเทลงขวด รีบเร่งให้ลูกไปรับน้ำมาใหม่
เสี่ยวเฉ่าเหมยรีบวิ่งกลับไป วิ่งวนอยู่สองรอบ พิธีกรก็เริ่มนับถอยหลัง
น้ำของเหอตู้เยอะที่สุด รองลงมาคือเสี่ยวทางหยวน เสี่ยวเฉ่าเหมยตื่นเต้นจัดเลยสะดุดขาเสี่ยวฟานเฉียล้มกลิ้งไปด้วยกันทั้งคู่ เลยต้องไปตักน้ำใหม่ หรงหรงเลยแซงขึ้นมาเป็นที่สาม
เสี่ยวเฉ่าเหมยกับเสี่ยวฟานเฉียไล่บี้กันมาติด ๆ
ทุกคนต่างจับจ้องเด็กน้อยทั้งสองด้วยความลุ้นระทึก เสี่ยวทางหยวนกับหรงหรงก็ช่วยตะโกนเชียร์
ซือเชียนชิวกับฉินซือเจิงรับแก้วน้ำมาแทบจะพร้อมกัน แต่ในจังหวะนั้นเอง... "เพล้ง!" แก้วใบหนึ่งร่วงลงพื้น
"แก้วของฉัน!" ซือเชียนชิวร้องเสียงหลง
พอเห็นแก้วตัวเองแตกกระจาย เสี่ยวเฉ่าเหมยก็ปล่อยโฮออกมาทันที
"ไม่ร้องนะลูก ไม่ร้อง พ่อขอโทษ พ่อทำแก้วหลุดมือเอง เสี่ยวเฉ่าเหมยพ่อขอโทษนะลูก" ซือเชียนชิวเอาแต่ขอโทษลูกสาว ขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นเครือ
คอมเมนต์ในไลฟ์สดแทบจะขาดใจตายตาม
[ฉินซือเจิงนี่โคตรน่ารังเกียจ เห็นว่าตัวเองจะแพ้เลยปัดแก้วคนอื่นแตก ทุเรศที่สุด]
[กอด ๆ พี่เชียนชิว ไม่ร้องนะ เห็นพี่ร้องแล้วใจแม่จะขาด]
รายการเป็นแบบถ่ายทอดสด ย้อนดูภาพตัดสินไม่ได้ จะให้สถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ต่อไปก็ไม่ได้ ว่านไหลเลยรีบคิดหาวิธีประนีประนอมเพื่อแก้สถานการณ์
"เด็ก ๆ เก่งกันทั้งคู่เลย งั้นสิทธิ์เลือกบ้านครั้งสุดท้าย ให้คุณพ่อเป่ายิ้งฉุบตัดสินกันดีไหมครับ?"
"ไม่เป็นไรครับ เรายกบ้านให้ซือเจิงไปเถอะ" ซือเชียนชิวนั่งยอง ๆ เช็ดน้ำตาให้เสี่ยวเฉ่าเหมย พูดเสียงเบาว่า "คนเก่งไม่ร้องนะ เราอยู่บ้านไม่ดีหน่อยก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวพ่อจะช่วยจับแมลงให้เอง ไม่ร้องนะลูก"
พอได้ยินว่ามีแมลง เสี่ยวเฉ่าเหมยก็ยิ่งร้องจ้าหนักกว่าเดิม
เสี่ยวฟานเฉียยืนอึ้งที่เห็นเสี่ยวเฉ่าเหมยร้องไห้ ผ่านไปพักใหญ่ถึงเอื้อมมือไปกระตุกมือฉินซือเจิง "พ่อครับ ผมยกบ้านให้น้องเฉ่าเหมยได้ไหมครับ?"
ฉินซือเจิงเองก็ยืนงงกับดราม่าน้ำตาแตกตรงหน้าเหมือนกัน
"พ่อครับ ได้ไหมครับ? ผมเป็นลูกผู้ชายไม่กลัวแมลงหรอก ให้น้องอยู่บ้านดี ๆ เถอะนะครับ" เสี่ยวฟานเฉียรบเร้า
เมื่อได้รับอนุญาต เขาก็เดินไปหาเสี่ยวเฉ่าเหมย เอื้อมมือไปลูบหัวเธอ พูดด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยว่า "น้องเฉ่าเหมยอย่าร้องไห้นะ พ่อพี่ยอมยกบ้านให้หนูแล้ว"
สุดท้ายเหอตู้ได้บ้านผู้ใหญ่บ้านที่ดีที่สุดไป สวี่จิ้นหานได้บ้านหมายเลขสองที่สะอาดสะอ้าน หลิ่วเหมียนเหมียนได้บ้านหมายเลขสาม ซือเชียนชิวรับส้มหล่นได้บ้านหมายเลขสี่
ฉินซือเจิงกับเสี่ยวฟานเฉียต้องไปอยู่บ้านหมายเลขห้าที่สภาพแย่ที่สุด
ณ เวลานี้ นอกจอถ่ายทอดสด ภายในห้องมืดสนิท ภาพจากเครื่องฉายโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ฉายอยู่บนผนัง แสงสีฟ้าเย็นเยียบทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุกชอบกล
ลู่เซี่ยนชิงนั่งเท้าคาง แววตาเรียบเฉย ปลายนิ้วเคาะพนักแขนเล่นโดยไม่รู้ตัว
นี่มันลูกไม้ตื้น ๆ ที่เห็นได้เกลื่อนกลาดในวงการบันเทิงชัด ๆ ฉินซือเจิงโง่ขนาดดูไม่ออกเลยเหรอ?
วินาทีถัดมา เด็กหนุ่มหน้าตางดงามในจอก็กุมแก้วน้ำในมือเสี่ยวฟานเฉีย ปลายนิ้วปาดผ่านแก้วเปียกชื้น หยดน้ำต้องแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ เสียงลมหายใจของคนนอกจอกระชั้นหนักหน่วงขึ้นทันที
ลูกกระเดือกของลู่เซี่ยนชิงขยับขึ้นลง สายตาจับจ้องไปที่มือนั้นอย่างไม่วางตา จินตนาการล่วงล้ำและลากไล้ไปตามสัดส่วนนั้นอย่างบ้าคลั่ง
จิก กำ เกี่ยวกระหวัด... ปลายนิ้วนั้นราวกับมีเปลวไฟลุกโชน ทุกอิริยาบถเหมือนจุดไฟเผาให้เขาคอแห้งผาก เลือดในกายเดือดพล่าน ปลุกตัณหาที่จำศีลมาเนิ่นนานให้ตื่นขึ้นในพริบตา
เขามือมือที่สมบูรณ์แบบ แต่ดันมีสมองที่โง่เง่าบัดซบ
การหาบ้านไม่ใช่เรื่องยาก เสี่ยวฟานเฉียยังคงกลัวความสกปรกอยู่บ้างเลยไม่กล้าเข้าไป โดยเฉพาะในลานบ้านที่มีทั้งเป็ด ไก่ ห่าน ครบทีม แถมยังมีกระต่ายอีกคอกหนึ่ง บนซุ้มองุ่นมีพวงองุ่นสุกห้อยระย้า และยังมีแปลงผักเล็ก ๆ อีกแปลง
ก็ถือว่า... คนโง่มีวาสนาแบบคนโง่ล่ะนะ
"พ่อครับ เหม็นจัง ผมไม่อยากอยู่ที่นี่" จู่ ๆ เสี่ยวฟานเฉียก็หยุดเดิน ย่นจมูกถอยหลังกรูด
ฉินซือเจิงชะโงกหน้าไปดู "ตรงนั้นมีกระต่ายด้วยนะ หนูอยากให้อาหารพวกมันไหม?"
เสี่ยวฟานเฉียได้ยินว่ามีกระต่ายก็เริ่มลังเล แต่ใจก็ยังกลัวสกปรก
ฉินซือเจิงพูดต่อ "เดี๋ยวพ่อทำความสะอาดบ้านให้เอี่ยม แล้วจะทำไอศกรีมให้เสี่ยวฟานเฉียกิน ดีไหมครับ?"
พอได้ยินคำว่าไอศกรีม ตาของเสี่ยวฟานเฉียก็ลุกวาว "จริงเหรอครับ?"
"ใครโกหกเป็นหมา!"
เฉินเยว่เห็นการแก่งแย่งชิงดีในวงการมาเยอะ ท่าที 'อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด' ของฉินซือเจิงทำให้เธอแปลกใจอยู่บ้าง
เธอคิดว่าพอฉินซือเจิงโดนกลั่นแกล้งจะต้องอาละวาดแน่ นึกไม่ถึงว่าจะอดทนได้ ไม่เหมือนคนอารมณ์ร้ายตามข่าวลือเลยสักนิด
ลู่เซี่ยนชิงมอง 'ลูกลิง' ในจอหยิบจานออกมาล้าง เด็ดองุ่นจากในสวนมาพวงหนึ่งล้างจนสะอาดแล้วให้เด็กน้อยนั่งกินบนเก้าอี้
เขาเริ่มสาละวนกับการเก็บกวาด เสื้อเชิ้ตสีขาวค่อย ๆ ชุ่มเหงื่อจนแนบเนื้อ เผยให้เห็นต้นคอขาวผ่องและกระดูกผีเสื้อโค้งมนสวยงาม รวมถึงไฝแดงเม็ดนั้นที่วับ ๆ แวม ๆ ออกมา
เสี่ยวฟานเฉียเห็นเขาเหงื่อท่วม เลยถอดกระติกน้ำใบน้อยของตัวเองออกมารินน้ำให้พ่อกิน แต่ดันเดินไม่ระวังสะดุดพุ่งเข้าใส่อ้อมอกเขา น้ำหกใส่จนเปียกโชก!
พอเสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกน้ำ ลู่เซี่ยนชิงก็นึกถึงรูสองรูที่ยังไม่หายดีที่เขาเห็นในฟิตเนสวันนั้นขึ้นมาทันที
ตรงนั้นเคยมีจิวใส่ไว้ แต่ถูกเขาดึงออกไปอย่างโหดร้าย
ลู่เซี่ยนชิงหลับตาลง ราวกับนักเดินทางกลางทะเลทรายที่กระหายน้ำจนแทบขาดใจ ปรารถนาอย่างรุนแรงที่จะกัดกินเลือดเนื้อเพื่อดูดกลืนของเหลวหล่อเลี้ยงชีวิต
ฉินซือเจิงยุ่งอยู่ทั้งบ่าย ในที่สุดก็ทำความสะอาดห้องจนเรียบร้อย
เฉินเยว่ยื่นการ์ดภารกิจให้ ฉินซือเจิงยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า กลัวจะทำเตียงเลอะเลยนั่งแหมะลงกับพื้น ใช้การ์ดภารกิจพัดวีแก้ร้อน
[ฮ่าๆๆๆ น่ารักเกินไปแล้ว นั่งพัดกับพื้นแบบนั้น เหมือนปู่ฉันเลย ฮ่าๆๆๆ คุณปู่นั่งตากลม]
[ไอดอลฉันตอนแรกเป็นลูกชาย ต่อมาเป็นสามี ตอนนี้กลายเป็นปู่ไปซะแล้ว? เขาเพิ่งจะสิบแปดเองนะ เรียกปู่เลยเหรอ ให้ทางรอดคนแก่บ้างเถอะ ขำจะตายแล้ว]