- หน้าแรก
- สะเทือนวงการบันเทิงด้วยดาราหน้าหวานสันดานนักมวย
- บทที่ 7 - ภาพถ่ายสะเทือนอารมณ์
บทที่ 7 - ภาพถ่ายสะเทือนอารมณ์
บทที่ 7 - ภาพถ่ายสะเทือนอารมณ์
ฉินซือเจิง: "..."
เจียงซีจัดแจงปูผ้าที่นอน ทำให้มันยับยู่ยี่เล็กน้อย แล้วให้ฉินซือเจิงวางมือทั้งสองข้างลงไป "นั่นแหละพี่ ใช้มือขวากุมมือซ้ายไว้ ทำท่าเหมือนโดนจับกดจนขัดขืนไม่ได้ ได้แต่จิกผ้าปูที่นอนเพื่อระบายความเสียวซ่าน ใช่ ๆ แบบนั้นแหละ! ออกแรงอีกนิด ให้ข้อนิ้วปูดจนเห็นรอยขาว ๆ โอโห สุดยอด!"
เจียงซีกำกับท่าทางให้เขาเปลี่ยนไปมานับไม่ถ้วน รูปที่ออกมาดูยั่วยวนชวนฝันจนฉินซือเจิงหูแดงไปหมด
"สุดยอด รูปเซ็ตนี้ตกขาจรได้เพียบแน่!"
เมื่อก่อนฉินซือเจิงต่อยตยมวย รอบตัวมีแต่ชายฉกรรจ์อกสามศอก ครั้งแรกที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เขาเลยรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง
เจียงซีพูดต่อ "พี่ฉิน ถ่ายไฝแดงตรงกระดูกผีเสื้ออีกรูปสิครับ เก็บไว้ลงคราวหน้า"
ฉินซือเจิงงุนงง "หืม?"
เจียงซีทำท่าประกอบ "ผมเห็นแฟนคลับบ่นว่าอยากดู การตามใจแฟนคลับนี่เรียกคะแนนได้ดีมากเลยนะ ถ้าพี่อายก็ไม่ต้องถอดหมดก็ได้ แค่ดึงเสื้อเชิ้ตลงมาครึ่งนึง เอียงไหล่โชว์กระดูกผีเสื้อข้างเดียว แบบวับ ๆ แวม ๆ นี่แหละฆ่าคนตายได้เลย"
ฉินซือเจิงสูดหายใจลึก ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเผยให้เห็นหัวไหล่
แสงแดดเดือนเจ็ดสาดส่องลงบนไหล่ขาวเนียนราวกับเคลือบทองคำเอาไว้ชั้นหนึ่ง เจียงซียื่นมือไปดึงคอเสื้อเขาลงอีกหน่อย "ดี อย่าขยับนะพี่! ได้ฟีลแบบเพิ่งตื่นนอนตอนเช้าหลังผ่านศึกหนักมาจริง ๆ สาว ๆ สมาคมคนหื่นกามต้องชอบแน่!"
ฉินซือเจิงตื่นเต้นจนขาแทบสั่น ตอนขึ้นเวทีชกมวยครั้งแรกยังไม่ประหม่าขนาดนี้เลย เขากลืนน้ำลายแล้วถามเจียงซี "เสร็จยัง? พอหรือยัง?"
เจียงซีตอบ "เดี๋ยวพี่ แป๊บนึง อย่าขยับ มุมนี้เด็ดมาก"
ฉินซือเจิงหันหลังให้กล้อง ความเคยชินจากการชกมวยทำให้เขาไม่ชอบหันหลังให้ใคร เขารู้สึกคันที่หน้าผากเลยยกมือขึ้นไปเกา
วินาทีนั้นเอง เจียงซีก็กดชัตเตอร์
ภาพที่ถูกหยุดไว้ แขนเรียวยาวพาดอยู่บนเสื้อเชิ้ต เนื้อผ้าบางเบาจนแทบโปร่งใสยิ่งช่วยขับเน้นความเย้ายวน กระดูกผีเสื้อขยับไหว ไฝแดงเม็ดนั้นดูราวกับหยดเลือดของผีเสื้อ
ชวนให้คนอยากเข้าไปลิ้มลอง
เจียงซีแต่งรูปไม่เป็น เลยส่งไฟล์ดิบไปให้หงเสวี่ยเฟยเฟย
เธอตอบกลับมาแทบจะทันทีด้วยความตื่นเต้น "ลูกแม่รู้จักทำงานทำการแล้ว แม่นอนตายตาหลับแล้ว คืนนี้แม่จะปั่นรูปออกมาให้! รับรองจะแต่งให้คนและเทพต้องสยบแทบเท้า!"
เธอพูดจริงทำจริง ปั่นงานส่งให้ฉินซือเจิงดูด้วยความรวดเร็ว
ภาพไม่ได้ดูโป๊เปลือยโจ่งแจ้งอย่างที่เขาคิด แต่มันกลับดูบริสุทธิ์และยั่วยวนผสมปนเปกันไปเหมือนคนไม่ประสีประสาโลก ฉินซือเจิงหูแดงระเรื่อขณะขอบคุณและบอกว่าเธอลำบากแล้ว
หงเสวี่ยเฟยเฟยได้ยินคำว่าลำบากแล้วก็แทบจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ เธอสูดน้ำมูกแล้วพิมพ์ตอบกลับ
[หนูคิดว่าโอเคไหมลูก? ตรงไหนไม่ดียังไงบอกได้นะ เดี๋ยวแม่แก้ให้ เราต้องทำให้ดีที่สุด แล้วก็ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่ไม่สนคนอื่น แม่จะยืนอยู่ข้างหลังหนูตลอดไป ไม่มีวันทิ้งกัน]
นี่เป็นความปรารถนาดีแบบตรงไปตรงมาครั้งแรกที่ฉินซือเจิงได้รับหลังจากทะลุมิติมา เขาซาบซึ้งจนขอบตาแดงก่ำ
[พวกคุณคือเกราะป้องกันของผม ผมก็จะเป็นภูเขาให้พวกคุณพิง ผมไม่กลัวข่าวลือ ผมแค่อยากให้พวกคุณชอบ อยากให้พวกคุณมีความสุข]
คำตอบของฉินซือเจิงทำเอาหงเสวี่ยเฟยเฟยร้องไห้ไปอีกคืน
ระลึกถึงไม่ลืมเลือน สุดท้ายย่อมมีเสียงตอบรับ
เขายังคงเป็นฉินซือเจิงเด็กน้อยผู้จริงใจและใสซื่อคนเดิมที่คุ้มค่าให้เธปกป้องไปชั่วชีวิต
แอคเคานต์เวยปั๋วอยู่ในเครื่องของเจียงซี แคปชันที่ใช้คืออันที่หงเสวี่ยเฟยเฟยคิดให้ ฉินซือเจิงเห็นว่าเข้าท่าดีก็เลยเลือกใช้
ผมยินดีจะก้าวออกมาจากหุบเหว และใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย
ตอนนี้ฉินซือเจิงยืนอยู่ใจกลางพายุ ทุกอิริยาบถล้วนถูกจับตามอง
เวยปั๋วของเขาจากตอนแรกที่มีแค่บ้านเบสและแฟนคลับช่วยกันรีโพสต์ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็พุ่งทะยานขึ้นติดเทรนด์
[ฉันขอสารภาพบาป ฉันเกิดอารมณ์กับรูปมือ]
[นี่ใช่มือที่มนุษย์จะงอกออกมาได้เหรอ? ยั่วยวนเกินไปแล้ว ฉันมองแค่มือคู่เดียวแต่จินตนาการนิยายโป๊ได้เป็นเรื่องเลย ฉันขอสำนึกผิด]
[ซิส วันหลังฉันต้องเปลี่ยนมือถือให้เหมือนหล่อนบ้างแล้ว ของฉันมันมองไม่เห็นนิยายโป๊เลยอะ]
[มือสวยแค่ไหนสุดท้ายก็เอาไว้เช็ดก้นอยู่ดี]
[ไม่แน่ อาจจะเอาไว้แหย่ รู... ก็ได้]
[ฮือ ๆ มือลูกแม่สวยมาก! แผล่บ ๆ!]
[อ้าว ยายจ๋า ลูกชายที่ยายตามติ่งรู้จักทำมาหากินแล้วนะ ยายนอนตายตาหลับได้แล้ว]
[ฉินซือเจิงเล่นใหญ่จัง เมื่อก่อนเห็นคุยนักคุยหนาว่าจะไม่เอาใจแฟนคลับ จะไม่โพสต์อะไรแบบนี้ ตอนนี้กลับมาถ่ายรูปแนวนี้ ขั้นต่อไปจะขายเรือนร่างเลยไหม? บ้านเบสก็บ้า ทีมงานก็บ้า โพสต์อะไรออกมาเนี่ย]
[เขาคงไม่ได้ไปขายตัวแล้วหรอกนะ? คืนละเท่าไหร่ ถ้าแพงไปไม่เอานะ]
[รวมมหกรรมแฉฉินซือเจิง! เปิดรายชื่อเสี่ยเลี้ยงฉินซือเจิง! ฉินซือเจิงอัพยา หน้าบูด ชีวิตส่วนตัวมั่วซั่ว!]
[คงไม่มีใครลืมวีรกรรมระยำ ๆ ที่เขาทำไว้เพียงเพราะมือสวยคู่เดียวหรอกนะ? ฉินซือเจิงไสหัวไปจากวงการ! ฉินซือเจิงไสหัวไปจากวงการ! ฉินซือเจิงไสหัวไปจากวงการ!]
[ขยะแขยง ๆ ๆ ไอ้ดาราเกรดต่ำไสหัวไป ฉินซือเจิงอย่ามาทำให้วงการบันเทิงแปดเปื้อนได้ไหม! เลิกดันเถอะเสี่ย ฝืนดันไปก็โดนฟ้าลงโทษเปล่า ๆ]
[ถ่ายแค่มือสู้ไปถ่ายหนังโป๊เลยไม่ดีกว่าเหรอ ได้ตังค์ด้วย ยังไงพวกติ่งสมองนิ่มก็ยังบูชาไม่เลิกอยู่แล้วนี่ ฮ่าๆๆๆ]
[ฉันพูดมาตลอดว่าฉินซือเจิงเน่าเฟะไปหมดแล้ว แฟนคลับไม่กระดากใจบ้างหรือไง]
[มือนี้... ฉันเริ่มจะโดนตกแล้วทำไงดี?]
[เทียบกับมือเขาแล้ว มือฉันเอาไปต้มถั่วเหลืองกินยังไม่คู่ควรเลย]
"พี่สี่ ดูอะไรอยู่คะ?" เหอซิ่ง ผู้จัดการส่วนตัวรู้ว่าลู่เซี่ยนชิงไปบำบัดจิตมาเมื่อเช้า เลยแวะมาดูอาการ
พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นลู่เซี่ยนชิงนั่งอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ หันข้างมองโทรศัพท์อย่างเหม่อลอย ปลายนิ้วกดค้างอยู่ที่หน้าจอ
"พี่สี่?"
เธอชะโงกหน้าเข้าไปดู บนหน้าจอเป็นรูปมือที่กำลังจิกเกร็งผ้าปูที่นอน ข้อนิ้วเรียวยาวขึ้นข้อขาว ผิวหนังบางใสจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวจาง ๆ
กระดูกนิ้วเรียวงาม ปลายนิ้วอมชมพู ทุกจุดกระแทกเข้ากับรสนิยมของลู่เซี่ยนชิงเข้าอย่างจัง และมือของเขาก็กำลังกดทับลงบนปลายนิ้วในหน้าจอนั่นจริง ๆ
สมองของเหอซิ่งดัง 'วิ้ง' ขึ้นมาทันที ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มทำงาน
"พี่สี่ ช่วงนี้ฉินซือเจิงกำลังจะคัมแบ็ก สงสัยคงกะจะมาเกาะกระแสอีกรอบ พี่อย่าไปสนใจมันเลย พี่ระดับไหนมันระดับไหน อย่าลดตัวลงไปเกลือกกลั้วเลย ไม่คุ้มหรอก"
"ฉันมีอารมณ์" ลู่เซี่ยนชิงเงยหน้าขึ้น แววตาเฉยชาคู่นั้นมีเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาวูบหนึ่งพร้อมกับความสับสนชั่วขณะ
[จบแล้ว]