เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 562 - นักโทษที่ยังไม่ตาย!?

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 562 - นักโทษที่ยังไม่ตาย!?

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 562 - นักโทษที่ยังไม่ตาย!?


“ยีนอัคคีโลหิตอะไร? ใครได้ผลอัคคีโลหิตมาจากในห้องขังอย่างนั้นหรือ?”

เสียงของอฮาลีดังออกมาก่อนที่ร่างจะปรากฏเดินออกจากประตูมา และตามมาด้วยร่างของการ์ดอฟ และนายน้อยอลันเป็นคนสุดท้าย ถึงแม้ว่าจะผ่านประตูเข้าไปหลังสุด แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้ง 3 คนจะถูกส่งไปยังห้องขังเดียวกันอีกครั้ง

“เดวิด! เขาได้มันมาจากห้องขังล่าสุดที่เข้าไปสำรวจ” แววตาของธีล่าดูลังเลเล็กน้อยในตอนแรก แต่เธอก็เอ่ยปากกล่าวบอกออกไปในที่สุด

และนั่นทำให้ดวงตาของอฮาลีเป็นประกาย ลมหายใจของการ์ดอฟถี่แรงขึ้นอย่างตื่นเต้น เดวิดไม่ได้สนใจท่าทีของพวกเขา 2 คนมากนัก แต่เหลือบตาไปดูปฏิกิริยาของนายน้อยที่เป็นหัวหน้าทีมแทน

นายน้อยของตระกูลเคียร์รินเองก็หรี่ตาเล็กลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเกี่ยวกับผลอัคคีโลหิต ส่งสัญญาณออกมาอย่างชัดเจนว่ารู้จักและให้ความสนใจกับประสิทธิภาพของผลไม้วิเศษชนิดนี้เช่นกัน แต่นั่นคือทั้งหมดที่เขาทำ ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกจริง ๆ เป็นเช่นไร นายน้อยอลันคนนี้เก็บอาการของตัวเองได้อย่างมิดชิด ใบหน้ากลับเป็นเรียบเฉยไร้ความรู้สึกในเวลาอันรวดเร็ว

“เร็วเข้า! มัวรออะไรอยู่อีก รีบเอามันออกมาดูกันเร็ว!” เสียงของอฮาลีดังออกมาอีกครั้งอย่างตื่นเต้น

“ใช่! เดวิด! นายเอาผลอัคคีโลหิตออกมาให้พวกเราดูหน่อย มันเป็นของที่หาเจอได้ยากมากเลยรู้มั้ย?” แม้แต่คนอย่างการ์ดอฟที่ปกติจะเงียบขรึมก็กล่าวออกมาแล้วเช่นกัน

สีหน้าของเดวิดในตอนนี้เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย ซึ่งมันไม่ต่างจากน้ำเสียงที่กล่าวตอบโต้ออกไปเลย “ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะต้องโชว์อะไรให้พวกนายดูนะ! มันไม่ใช่หน้าที่ที่ฉันต้องทำเลย ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ!”

“ปากดีนักนะ! อย่ามาทำเป็นหัวหมออะไรตอนนี้จะดีกว่า! พวกเราแค่ต้องการดูว่าผลอัคคีโลหิตมีรูปร่างลักษณะเป็นอย่างไรเท่านั้น! ยังจะกล้ามาเอ่ยถึงหน้าที่อะไรอีกอย่างนั้นหรือ? ถ้าไม่ได้นายน้อยเป็นคนนำแกเข้ามาในสนามรบโบราณแห่งนี้ แกคิดว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสเก็บเกี่ยวสมบัติที่ล้ำค่าไปเป็นของตัวเองสักชิ้นมั้ย?”

“ถูกแล้ว! อันที่จริง สิ่งที่มีมูลค่าสูงอย่างผลอัคคีโลหิต นายควรจะมอบมันให้กับนายน้อยเพื่อเป็นการขอบคุณที่นำพวกเราเข้ามาที่นี่เสียด้วยซ้ำ”

สองหนุ่มกล่าววาจาที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เริ่มแข็งกร้าวและบิดเบี้ยว ส่วนธีล่าในตอนนี้ขยับตัวเองถอยออกไปเล็กน้อย และไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปากอีก แววตาที่จ้องมองดูสถานการณ์!? มันดูแปลกประหลาดเล็กน้อย มันเหมือนว่าเธอกำลังสนุกอยู่!

เดวิดแค่นเสียงอยู่ในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกมาบ้างด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “อ้อ! อยากจะเห็นอย่างนั้นหรือ? เอาอย่างนี้เป็นไง พวกนายทั้ง 2 คนหยิบสมบัติทุกอย่างที่อยู่ในแหวนเก็บของออกมาโชว์ให้ฉันเห็นก่อน แล้วฉันจะลองพิจารณาหยิบผลอัคคีโลหิตออกมาให้พวกนายยลโฉมเป็นบุญตาก็ได้ อ้อ! เพื่อแสดงความจริงใจ ฉันจะบอกสีกับรูปร่างให้พวกนายรู้ก่อนก็ได้ มันมีรูปร่างเหมือนกระต่าย ส่วนสีเป็นสีเขียวอ่อนสะท้อนแสงน่ะ!” ไม่มี! อาการสะดุดสักเล็กน้อยก็ไม่มีเกิดขึ้นตอนที่เขากล่าวไร้สาระเรื่อยเปื่อยออกไป

“แก!!!” อฮาลีคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ทั้งมือทั้งปากสั่นอย่างรุนแรงด้วยความโกรธ

เดวิดแค่นเสียงออกมาอีกครั้ง สายตาที่มองดูท่าทางของเจ้าหนุ่มผมบลอนด์นัยน์ตาม่วงเต็มไปด้วยความเหยียดหนาม  ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมกับพึมพำออกมา “ให้ตายสิ! ทำตัวเป็นเด็กขนยังไม่ขึ้นไปได้!”

“ฉันจะฆ่าแก!!!” เสียงตวาดดังลั่นออกมาอีกครั้ง คลื่นพลังของอฮาลีก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าเขาจะโกรธจนสติหลุดไปแล้ว

“พอได้แล้ว!!!” นายน้อยอลันตวาดออกมาจากปากเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์กำลังจะเลยเถิด

“อฮาลี!! ฉันบอกเอาไว้ว่ายังไงเกี่ยวกับสมบัติที่แต่ละคนเก็บเกี่ยวได้ด้วยความสามารถของตัวเอง!!?”

ชายหนุ่มผมบลอนด์หยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ ใบหน้าที่บิดเบี้ยวดำคล้ำกำลังพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อสงบสติอารมณ์ของตนเองอย่างเต็มกำลัง มันใช้เวลาไประยะหนึ่งทีเดียวกว่าที่เขาจะเปิดปากออกมาได้

“แต่ละคนสามารถเก็บมันเอาไว้เป็นของตัวเองได้! ถ้าสมบัติชิ้นนั้นได้มาจากความสามารถของตน”

“พูดให้ดังกว่านี้อีก! ฉันยังได้ยินไม่ชัด!!”

“สมบัติที่เก็บเกี่ยวมาได้ด้วยความสามารถของตน แต่ละคนก็มีสิทธิที่จะเก็บมันไว้เป็นของตัวเอง!!”

“เยี่ยม! ถูกแล้ว! นั่นคือสิ่งที่ฉันคือบอกเอาไว้ นายคิดจะทำให้ฉันผิดคำพูดของตัวเองหรือยังไง!?” นายน้อยแห่งตระกูลเคียร์รินตะคอกออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหน้ามองมาที่เดวิด

“ไม่ว่าจะได้รับอะไรมา นายไม่ต้องหยิบมันออกมาแสดงให้ใครดูทั้งนั้น!”

และหลังจากที่เอ่ยให้ความมั่นใจออกมาเสร็จเรียบร้อย นายน้อยอลันหันกวาดสายตาไปที่ประตูบานสุดท้าย ก่อนจะกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมจริงจัง “จาก 3 ประตูที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าระดับของนักโทษในห้องขังจะแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้านหลังของประตูบานนี้คงจะเป็นห้องขังที่ควบคุมนักโทษระดับสูงสุดเอาไว้เป็นแน่ อันตรายที่รออยู่คงจะหนักหนาเป็นอย่างยิ่ง พวกเราจะใช้เวลาพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายให้สมบูรณ์ที่สุด ก่อนที่จะเข้าไปสำรวจด้านใน เอาล่ะ! ทุกคนแยกย้ายกันฟื้นฟูตัวเองได้แล้ว!”

ไม่มีใครเอ่ยคำโต้แย้งอะไรออกมา อฮาลีและการ์ดอฟเดินแยกออกไปหาที่นั่งขัดสมาธิกันอยู่เงียบ ๆ ด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ เช่นเดียวกับนายน้อยอลันที่ขยับตัวออกไปนั่งอยู่ที่ริมผนังด้านหนึ่งของห้องโถงหลังจากที่กล่าวจบ ส่วนธีล่า! แววตาของเธอดูจะผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเหตุการณ์สงบลงอย่างง่ายเกินไป สาวน้อยคนนั้นทรุดตัวลงนั่งอยู่กับพื้นอย่างง่าย ๆ ตรงตำแหน่งที่ตัวเองยืนอยู่ ซึ่งมันไม่ได้ห่างจากจุดที่เดวิดนั่งขัดสมาธิอยู่ตั้งแต่ต้นมากนักเลย

“หึ! บอกแล้วว่าให้กินเสียตั้งแต่ตอนที่อยู่ในห้องขังก็ไม่เชื่อ!”

เมื่อได้ยินเสียงบ่นพึมพำแว่วเข้าหูมา เดวิดได้แค่คำรามอยู่ในลำคอเบา ๆ และตัดสินใจที่จะเมินแม่งูพิษสาวคนนี้ไปอย่างสิ้นเชิง กิริยาท่าทางของเธอที่แสดงออกมาตลอดเหตุการณ์วุ่นวายสั้น ๆ ในครั้งนี้อยู่ในการสังเกตของเขาอย่างครบถ้วน ความสงสัยบางอย่างพุ่งสูงขึ้นมาในหัว แต่เดวิดเลือกที่จะไม่สืบสาวราวเรื่องต่อในตอนนี้ เขาแค่ยกระดับความระมัดระวังของตัวเองต่อเธอขึ้นไปอีกขั้นเท่านั้น

“เอาล่ะ! ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ทางที่ดีเตรียมกระตุ้นยันต์หรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตเอาไว้ล่วงหน้าเลย อันตรายที่อยู่ด้านในไม่ใช่เรื่องที่จะประมาทหรือล้อเล่นได้แน่” หลังจากที่ปล่อยให้ทุกคนพักผ่อนอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง ในที่สุดนายน้อยอลันก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยปากออกคำสั่งให้ทุกคนเตรียมตัวสำหรับการสำรวจประตูบานสุดท้าย และเมื่อมองเห็นว่าสมาชิกทุกคนพร้อมแล้ว เขาก็เดินนำผ่านประตูเข้าไปอย่างไม่ลังเล

วูบ!!! ตึง!!!

เหตุการณ์ควรจะเป็นเหมือนเดิม หลังจากที่เขาถูกการเคลื่อนย้ายระยะไกล้ส่งตัวเข้ามาในห้องขังแล้ว ประตูก็ปิดสนิทลงอย่างฉับพลันไม่ต่างจากทุกครั้ง แต่! เดวิดที่ครุ่นคิดอยู่ว่าธีล่าทำอย่างไรถึงได้เคลียร์ห้องขังได้เร็วนัก และกำลังตัดสินใจว่าจะทุ่มพลังออกไปอย่างเต็มที่เพื่อออกไปจากห้องขังแห่งนี้ให้ได้ก่อนที่สาวน้อยคนนั้นจะได้มีโอกาสเข้ามาป่วนตัวเองอีกก็ต้องขมวดคิ้วของตัวเองแน่น คลื่นพลังถูกกระตุ้นหมุนเวียนไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว แต่ก็สายเกินไป ฝ่ามือข้างหนึ่งกระแทกเข้าใส่หน้าอกของเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวเลย

ตูมมมม!!!!!! ตึง!!!!!!!!!

อ๊อก! พรวด!

ร่างของเดวิดกระเด็นถอยหลังไปกระแทกเข้ากับประตูที่เพิ่งปิดตัวลงไปอย่างเต็มแรง พร้อมกับการกระอักเลือดคำโตสวนออกมาจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากการโจมตีอันรุนแรง

“แค๊ก! แค๊ก!” เขาไอออกมาเบา ๆ อีก 2 ครั้ง พร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่ยังค้างอยู่ที่มุมปากออกไปจนหมด สีหน้านั้นเคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง ฝ่ามือเดียว! ตัวเองได้รับบาดเจ็บด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!? แล้วใครเป็นคนทำกันแน่?

ระหว่างการหมุนเวียนเลือดเพื่อฟื้นฟูอวัยวะภายในที่ได้รับบาดเจ็บ สายตาและสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกส่งออกไปตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวในพริบตา จุดที่ถูกส่งตัวออกมาในคราวนี้ไม่ใช่โถงทางเดิน แต่ประตูทางเข้าเชื่อมต่อกับห้องโถงใหญ่โดยตรงเลย

“ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมจริง ๆ! มนุษย์! มนุษย์ตัวเป็น ๆ”

ดวงตาของเดวิดหรี่เล็กและแข็งค้างอย่างฉับพลัน ความรู้สึกเย็นเยียบพุ่งขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง ไรผมที่ต้นคอและขนตามแขนขาลุกชันอย่างควบคุมไม่ได้ อันตราย! สัญชาตญาณในร่างกายส่งสัญญาณเตือนขั้นสูงสุดออกมาทันทีที่สายตาเห็นร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้า และหูได้ยินเสียงพูดที่ดังขึ้นอย่างชัดเจน

แต่นั่นก็เป็นเวลาแค่แวบเดียวเท่านั้น กล้ามเนื้อทุกส่วนเริ่มผ่อนคลายออก หนังตาเริ่มตกลงมาจนแทบจะอยู่ในสภาพการหลับตา รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เดวิดจ้องมองไปยังร่างที่มีฮูดคลุมหัวอย่างมิดชิดจนเห็นแค่ประกายสีเขียวเข้มที่ทอออกมาจากดวงตาครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากออกไปด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นเล็กน้อย

“ยอดเยี่ยม! สุดยอด! วิเศษ! ซากศพ! ซากศพพูดได้! ซากศพที่มีชีวิต! โอ้! นี่มันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจดีจริง ๆ”

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 562 - นักโทษที่ยังไม่ตาย!?

คัดลอกลิงก์แล้ว