- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก บันทึกลับฉบับคนธรรมดา
- บทที่ 12 บ้านใหม่
บทที่ 12 บ้านใหม่
บทที่ 12 บ้านใหม่
บทที่ 12 บ้านใหม่
หลังจากส่งทีมช่างและอินทีเรียร์กลับไปแล้ว โจวหยางก็ลงมือทำความสะอาดบ้านอีกครั้ง ก่อนจะทยอยนำเฟอร์นิเจอร์ออกมาจากมิติ
ทว่าเขาเลือกจัดวางข้าวของเครื่องใช้เฉพาะในห้องนอนใหญ่ ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัวเท่านั้น ส่วนห้องอื่นๆ ยังคงปล่อยทิ้งไว้ให้ว่างเปล่า
จากนั้นเขาก็พาเจ้าถั่วออกมาจากมิติพร้อมกับอุปกรณ์การกินและการนอน จัดแจงที่ทางให้มันอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น
ทันทีที่เห็นสภาพแวดล้อมใหม่ เจ้าถั่วก็ลากขาข้างที่เจ็บเดินสำรวจอาณาเขตใหม่อย่างร่าเริงมีความสุข
ด้วยเกรงว่ามันจะแอบฉี่เพื่อประกาศอาณาเขตในบ้านหลังใหม่ โจวหยางจึงคอยเดินตามประกบไม่ห่าง แม้เจ้าถั่วจะเคยได้รับบทเรียนเรื่องนี้ในมิติมาแล้ว—ครั้งนั้นโจวหยางเทอาหารเม็ดลงบนจุดที่มันฉี่ใส่ แล้วบังคับให้มันอดอาหารจนกว่าจะกินจนเกลี้ยง
เจ้าถั่วไม่ยอมกินและยอมอดโซไปทั้งวัน
ตั้งแต่นั้นมา มันก็จำขึ้นใจว่าการฉี่เรี่ยราดหมายถึงการถูกดุและต้องอดข้าว
หลังจากเฝ้าดูจนแน่ใจว่าเจ้าถั่วจะไม่ทำเลอะเทอะในบ้านใหม่ โจวหยางก็กลับมาที่ห้องนั่งเล่น เขาหยิบน้ำยากำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์และถุงถ่านดูดกลิ่นออกมาวางไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้าน แม้จะเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่การทำความสะอาดอากาศเพิ่มอีกหน่อยก็ช่วยให้สบายใจขึ้น
ต่อมา เขานำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ออกมาจากมิติ เขาเคยสั่งทำชุดอุปกรณ์นี้จากโรงงานตอนที่ไปต่างเมือง เพื่อรอรับของและเรียนรู้วิธีติดตั้งใช้งาน เขาถึงกับต้องพักอยู่ที่นั่นต่ออีกหลายวัน แต่ก็นับว่าคุ้มค่าเพราะตอนนี้เขาใช้งานมันได้อย่างคล่องแคล่ว
ตอนนั้นเขาสั่งมาสองชุด ทั้งคู่เป็นเกรดพาณิชย์ที่รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังวัตต์สูงได้สบายๆ
ชุดหนึ่งติดตั้งไว้ในมิติเรียบร้อยแล้ว ส่วนชุดนี้สำหรับใช้ที่บ้าน
งานติดตั้งส่วนใหญ่เตรียมการไว้แล้ว ตอนนี้เหลือเพียงยึดแผงโซลาร์เซลล์ไว้ที่ระเบียงทิศใต้ เดินสายไฟเชื่อมต่อกับแผงวงจรและกล่องแบตเตอรี่ แล้วปรับจูนระบบอีกเล็กน้อยก็เสร็จสมบูรณ์
เมื่อถึงคราวไฟดับในวันสิ้นโลก เขาเพียงแค่เชื่อมต่อกล่องเก็บไฟเข้ากับระบบสายไฟในบ้านก็ใช้งานได้ทันที
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น โจวหยางก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้บีนแบ็กอย่างหมดแรง ไม่อยากจะขยับตัวไปไหนอีก
เจ้าถั่วที่สำรวจบ้านจนพอใจแล้วก็เดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น พอเห็นเจ้านายนอนแผ่หลาก็รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาซุกตัวที่เท้าของโจวหยาง แล้วเกยคางไว้บนข้อเท้าของเขา
"ชิ รู้จักหาที่สบายเชียวนะ" โจวหยางบ่นอุบพร้อมกับเขย่าขาเบาๆ
พอดูเวลาก็พบว่าเลยเวลาอาหารมาแล้ว
โจวหยางบิดขี้เกียจก่อนลุกขึ้นเทอาหารเม็ดให้เจ้าถั่วหนึ่งชาม แล้วหยิบอาหารของตัวเองออกมาทานบ้าง พร้อมกับเปิดแท็บเล็ตหาวาไรตี้โชว์ดูแก้เบื่อ
หนึ่งคนหนึ่งสุนัขต่างก้มหน้าก้มตากินจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว
หลังอิ่มท้อง โจวหยางนึกขึ้นได้ว่าอาหารของเจ้าถั่วใกล้หมด จึงกดสั่งออนไลน์เลือกร้านที่รีวิวดีราคาเป็นมิตร จัดมาเลย 100 ถุงใหญ่ขนาด 10 กิโลกรัม
จากนั้นพอนึกถึงเรื่องการขับถ่ายหลังน้ำประปาถูกตัดในวันสิ้นโลก เขาจึงสั่งเก้าอี้นั่งถ่ายสำหรับผู้ป่วย ถุงขยะ และทรายแมวที่ถูกที่สุด
แต่หลังวันสิ้นโลก เจ้าถั่วต้องหัดใช้ทรายแมวด้วยหรือเปล่า? หรือว่า... ควรจะเริ่มฝึกตั้งแต่ตอนนี้เลย?
โจวหยางหันขวับไปมองเจ้าถั่วแล้วเริ่มครุ่นคิด สายตาจริงจังคู่นั้นทำเอาเจ้าถั่วตกใจจนหางจุกก้น
แต่ถ้าให้เจ้าถั่วใช้ทรายแมวด้วย ต้นทุนคงสูงลิบ ใช้ทรายก่อสร้างธรรมดาไม่ดีกว่าเหรอ?
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ โจวหยางจึงติดต่อบ่อทรายสั่งทรายหยาบมาสิบกว่าตัน
ปริมาณขนาดนี้ใช้ได้ทั้งคนทั้งหมาไปจนตายกันไปข้าง
คิดได้ดังนั้นเขาจึงกดยกเลิกคำสั่งซื้อทรายแมว แล้วเปลี่ยนเป็นสั่งกระบะทรายขนาดใหญ่พิเศษและถุงขยะไซส์ยักษ์สำหรับเจ้าถั่วแทน
ถึงเวลาใช้จริงก็แค่เอาถุงขยะรองในกระบะ ไม่ต้องตักให้เสียเวลา รวบทิ้งวันละถุง เอาไปกองไว้มุมที่ไกลที่สุดในมิติ แล้วค่อยหาจังหวะเอาออกมาทิ้งข้างนอก
เพื่อป้องกันกลิ่นรบกวน โจวหยางยังสั่งน้ำยาดับกลิ่นมาตุนไว้อีกจำนวนมาก
ตอนนี้เป็นช่วงบ่ายแก่ๆ อากาศเริ่มอบอ้าวขึ้นเรื่อยๆ
ข้างนอกอุณหภูมิปาเข้าไปเกือบ 35 องศาแล้ว
แต่นักท่องเที่ยวก็ยังหลั่งไหลกันมาไม่ขาดสาย
โจวหยางทนร้อนไม่ไหว เขาเดินเข้าห้องนอนใหญ่ เปิดแอร์เตรียมงีบหลับ
เจ้าถั่วเองก็คาบผ้าห่มผืนโปรดเดินตามเข้ามาตากแอร์ด้วย
คนและสุนัขค่อยๆ ผล็อยหลับไปท่ามกลางเสียงครางเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศ
หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงหยุดยาววันแรงงาน
ทั่วประเทศเกิดกระแสการท่องเที่ยวขนาดย่อม
รีสอร์ทเขาไป๋จี้ก็มีนักท่องเที่ยวแน่นขนัด
ผู้คนดูจะไม่ยี่หระต่อความร้อนผิดปกติ ความคึกคักยังคงเต็มเปี่ยม
วันแรงงานมีวันหยุดรวมห้าวัน
ตลอดวันหยุดห้าวัน โจวหยางเลือกเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน คอยโทรสั่งเสบียงที่ยังขาดเหลืออย่างถังแก๊สและถ่านหิน
เขาออกจากบ้านเพียงสองครั้งเพื่อไปรับของที่จำเป็นเท่านั้น
อุณหภูมิและแสงแดดข้างนอกนั้นโหดร้ายจริงๆ แม้เพิ่งต้นเดือนพฤษภาคม แต่อากาศร้อนระอุแตะ 35 องศาทุกวัน
แต่พอนึกถึงว่าต่อไปมันจะพุ่งสูงถึง 40, 50 หรือมากกว่านั้น โจวหยางก็รู้สึกว่าอากาศตอนนี้ยังพอทนไหว
หลังจบวันหยุดยาว ฝูงชนเริ่มทยอยกลับไปทำงานและเรียนหนังสือ
ในขณะที่ไม่มีใครทันสังเกต คลื่นความร้อนก็เริ่มแผ่ปกคลุมไปทั่วประเทศ
เดิมทีทุกคนคิดว่าความร้อนช่วงวันแรงงานเป็นแค่ปรากฏการณ์ชั่วคราวตามที่ผู้เชี่ยวชาญบอก แต่ผ่านไปอีกสัปดาห์ อุณหภูมิกลับไม่ลดลงเลย มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ
ชาวเน็ตพากันถกเถียงกันให้แซ่ด แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แม้แต่กรมอุตุนิยมวิทยาก็ยังอธิบายสาเหตุไม่ได้
วันเวลาผ่านไป เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่ช่วงกลางค่อนปลายเดือนพฤษภาคม
อุณหภูมิภายนอกไต่ระดับขึ้นไปแตะ 40 องศา
โชคดีที่พัสดุและเสบียงที่โจวหยางสั่งไว้มาส่งครบหมดแล้ว เขาจึงไม่จำเป็นต้องออกไปไหนอีก
ทุกวันเขาจะใช้เครื่องปั่นไฟแบบถีบเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวพร้อมกับกักเก็บพลังงาน
พวกไก่ เป็ด และห่านในมิติโตเต็มวัยและเริ่มออกไข่เมื่อวานซืน เขาเก็บรวบรวมได้พอสมควร
กระต่ายตัวเมียสองตัวก็ตั้งท้อง ท้องป่องใกล้จะคลอดเต็มที
ลูกหมูเองก็โตวันโตคืน อีกไม่นานคงตัวเท่าหมูเต็มวัย
ไม้ผลเติบโตได้ขนาด โจวหยางคอยตัดแต่งกิ่งล่างเพื่อให้มันแทงยอดสูงขึ้น
ส่วนผักโตเร็วที่สุดและเก็บเกี่ยวไปได้หลายรอบแล้ว เขาจัดการเก็บเข้าห้องใต้ดินเพื่อทยอยกินในอนาคต
หลังปั่นไฟจนเหงื่อท่วมตัว โจวหยางก็รีบไปอาบน้ำให้สดชื่น
หลังอาบน้ำเสร็จ เขานั่งขัดสมาธิบนโซฟา เปิดคอมพิวเตอร์เช็กข่าวสาร
ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับผลกระทบจากอากาศร้อนจัด
พื้นที่แถบนี้ยังถือว่าปกติเพราะอยู่ภาคกลาง แต่เมืองทางใต้หลายแห่งทะลุ 45 องศาไปแล้ว สูงสุดถึงกว่า 50 องศา ผู้สูงอายุและเด็กที่ร่างกายไม่แข็งแรงต่างล้มตายด้วยโรคลมแดดจำนวนมาก
ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา โรงเรียนประกาศหยุดเรียนและเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์ บริษัทห้างร้านให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน โรงงานอุตสาหกรรมพยายามปรับกะการทำงาน ให้หยุดช่วงกลางวันแล้วเดินเครื่องผลิตตอนกลางคืนแทน
เมื่อเห็นว่าไม่มีข่าวใหญ่อื่นๆ โจวหยางก็ปิดหน้าเว็บ
เขาเดินเข้าครัว หยิบเครื่องทำน้ำแข็งสามเครื่องออกมาเติมน้ำและเดินเครื่อง
พอเต็มถังก็จะย้ายไปเก็บในมิติ เตรียมไว้ใช้หลังวันสิ้นโลก การได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบในช่วงอากาศร้อนนรกแตกคงจะฟินไม่น้อย
สองเครื่องใช้ทำน้ำแข็งก้อนปกติ ส่วนอีกเครื่องเขาตั้งใจทำน้ำแข็งรสผลไม้ตามคลิปในเน็ต
แม้จะดูยุ่งยากไปหน่อย แต่เขาก็ว่างจัด ถือว่าหาอะไรทำแก้เซ็ง
เขาหยิบเลมอนสีเหลืองและเขียวมาหั่นเป็นชิ้นขนาดเท่าเหรียญ ใส่ลงในช่องทำน้ำแข็งทีละช่องแล้วเร่งความเย็น ไม่นานก็ได้น้ำแข็งก้อนรสผลไม้หนึ่งถาด
จากนั้นเขาก็ทดลองทำน้ำแข็งรสผลไม้อื่นๆ โดยหยิบจับของที่มีในมิติมาลองทำ
ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาน่าพอใจทีเดียว