- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก บันทึกลับฉบับคนธรรมดา
- บทที่ 8: กักตุนเสบียง (5)
บทที่ 8: กักตุนเสบียง (5)
บทที่ 8: กักตุนเสบียง (5)
บทที่ 8: กักตุนเสบียง (5)
น่าเสียดายที่โจวหยางผู้กำลังยุ่งวุ่นวายไม่ได้สังเกตเห็นสายตาอาฆาตของเจ้าของร้านเลยแม้แต่น้อย
เขาขับรถไปยังจุดที่ปลอดคน แล้วมุดเข้าไปในมิติเพื่อแกะกล่องถังน้ำมันและปั๊มดูดน้ำมันออกมาเตรียมไว้ก่อน วันนี้เขาวางแผนจะตระเวนซื้อน้ำมันเบนซินและดีเซลจากปั๊มน้ำมันหลายแห่งในละแวกใกล้เคียง
ส่วนพัสดุอื่นๆ เขาตั้งใจจะรอให้กลับถึงโรงแรมแล้วค่อยแกะอย่างละเอียดอีกที
สิบโมงเช้า ตามเวลานัดหมาย โจวหยางเดินทางมาถึงบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์และได้พบกับผู้ซื้อ
ทั้งสองฝ่ายไม่มีข้อขัดข้องอื่นใด สัญญาซื้อขายจึงถูกเซ็นอย่างรวดเร็ว
หลังจากโจวหยางได้รับเงินมัดจำครึ่งหนึ่ง ทั้งคณะก็พากันไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ผู้ซื้อเองก็ใจถึงไม่เบา เมื่อโอนเสร็จก็โอนเงินส่วนที่เหลือให้ทันที
หลังจากหักภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ แล้ว เบ็ดเสร็จเขาเหลือเงินถึงมือราว 4.2 ล้านหยวน
เมื่อกระสุนดินดำพร้อม สิ่งแรกที่โจวหยางทำคือพุ่งเป้าไปที่น้ำมันและยารักษาโรค
เขาเริ่มจากหาทำเลลับตาคน ใช้ปั๊มดูดน้ำมันถ่ายออกจากถังรถจนเหลือติดก้นถังเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำถังน้ำมันเปล่าสองใบใส่ไว้ท้ายรถ แล้วขับเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊มใกล้ที่สุดจนเต็มถัง พร้อมกับให้พนักงานเติมน้ำมันเบนซิน 92 และดีเซลใส่ถังเปล่ากลับไปอย่างละถัง
หากพนักงานถาม เขาก็เตรียมข้ออ้างไว้แล้วว่าจะไปทัวร์ขับรถท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับชมรม น้ำมันเบนซินเอาไว้สำรองใช้เอง ส่วนดีเซลฝากเพื่อน
พนักงานปั๊มเจอเรื่องแบบนี้มาบ่อยจึงไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร และเติมให้แต่โดยดี
เมื่อออกจากปั๊ม เขาก็หาที่เปลี่ยววนทำแบบเดิมซ้ำๆ จนครบปั๊มน้ำมันทั้งเจ็ดแห่งในเขตนี้ ตอนนี้ในมิติของเขามีน้ำมันเบนซินและดีเซลตุนไว้อย่างละ 7 ถัง ถังละ 100 ลิตร
หลังจากจัดการเรื่องเชื้อเพลิงเสร็จ โจวหยางก็เริ่มตระเวนกวาดซื้อยาตามร้านขายยาใหญ่ๆ ในเขต ข้ออ้างเดิมยังคงใช้ได้ผลเสมอ—จะไปเที่ยวไกล ต้องเตรียมยาสามัญไปเผื่อฉุกเฉิน
โจวหยางวิ่งวุ่นจนพระอาทิตย์ตกดิน ถึงได้มุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่จองไว้
กว่าจะเช็คอินเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไปจนทุ่มกว่าแล้ว
เขายังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย
โชคดีที่โจวหยางมีอาหารสารพัดชนิดตุนไว้ในมิติ จึงไม่ได้กังวลเรื่องปากท้อง
เขาเรียกเกี๊ยวไข่ไส้หมูสับนึ่งเห็ดหูหนูออกมาหนึ่งจาน ตามด้วยผักกาดแก้วราดซอสหอยนางรม และข้าวสวยร้อนๆ อีกหนึ่งถ้วย
มื้อเย็นหนึ่งมื้อ เป็นอันเรียบร้อย
หลังจากอิ่มท้องและเก็บกวาดเล็กน้อย โจวหยางก็เริ่มทำบัญชีรายการของที่ได้มาในวันนี้
เขาใช้เงินไปกว่าสองแสนกับค่าน้ำมันและยา แต่ปริมาณที่ได้ก็ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ตั้งไว้มากโข คงต้องค่อยๆ ทยอยซื้อสะสมไปเรื่อยๆ
เมื่อเช็คสต็อกจนเห็นภาพรวมชัดเจนแล้ว โจวหยางก็ไปอาบน้ำชำระร่างกาย
จากนั้นเขาก็กลับเข้าไปในมิติอีกครั้ง แกะพัสดุที่เหลือ จัดหมวดหมู่และเก็บเข้าที่
ปิดท้ายด้วยการรดน้ำแปลงผักและให้อาหารสัตว์ ก่อนจะเข้านอนอย่างสบายใจ
วันรุ่งขึ้น โจวหยางทำแบบเดิมซ้ำอีกครั้ง โดยเปลี่ยนไปตระเวนซื้อน้ำมันและยาในเขตอื่น
ขณะขับผ่านตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเขตเมืองเหนือ โจวหยางก็นึกขึ้นได้ว่าเขาลืมซื้อเครื่องปั่นไฟ จึงเลี้ยวเข้าไปสอบถามหาเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กสำหรับใช้ในบ้านและแคมป์ปิ้ง
เกินคาด ที่นี่มีสินค้าให้เลือกเพียบ แถมยังมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบใช้น้ำมันเบนซิน ดีเซล แบบมือหมุน แบบใช้เท้าปั่น หรือแม้กระทั่งพลังงานแสงอาทิตย์
โจวหยางจัดการซื้อรุ่นที่มีกำลังไฟสูงสุดของแต่ละแบบมาอย่างละเครื่อง รวมถึงแบบพกพาขนาดเล็กอีกหลายสไตล์
แต่กำลังไฟที่เครื่องพวกนี้ผลิตได้ค่อนข้างจำกัด รองรับได้แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เขาจึงลองถามพนักงานว่ามีตัวที่ใหญ่กว่านี้ไหม
พนักงานขายเห็นว่าเจอเศรษฐีกระเป๋าหนักเข้าให้แล้ว ค่าคอมมิชชันเดือนนี้คงกินอิ่มนอนอุ่น จึงกระตือรือร้นแนะนำเครื่องปั่นไฟเกรดพาณิชย์ขนาดใหญ่ให้อีกหลายรุ่น แต่เนื่องจากขนาดที่ใหญ่โต ทางร้านจึงไม่ได้นำมาโชว์หน้าร้าน แต่มีแคตตาล็อกและรูปถ่ายให้ดู
โจวหยางดูรูปแล้วก็สั่งเอาทุกรุ่นอย่างละเครื่อง พนักงานขายยิ้มแก้มปริรีบเขียนใบสั่งซื้อพร้อมเสนอสบริการส่งถึงที่
เขาให้ที่อยู่โกดังกับพนักงาน นัดรับของตอนห้าโมงเย็น จ่ายเงินเสร็จก็รีบมุ่งหน้าไปยังปั๊มน้ำมันแห่งถัดไปทันที
วันนี้เขามีเวลาเหลือเฟือ หลังจากวิ่งรอกมาทั้งวัน ปริมาณน้ำมันและยาที่ได้จึงมากกว่าเมื่อวานถึงสองเท่า
เดิมทีเขาคิดจะไปร้านอุปกรณ์การแพทย์เพื่อหาซื้อเครื่องมือผ่าตัดเล็กหรืออุปกรณ์ทำแผลที่อาจจำเป็นต้องใช้ แต่พอถามราคาแล้วแพงหูฉี่ โจวหยางเลยถอดใจ รอไปหาเอาดาบหน้าหลังวันสิ้นโลกดีกว่า
ของฟรีในวันสิ้นโลกย่อมดีกว่าควักเนื้อจ่ายตอนนี้
หลังจากตระเวนไปหลายเขต โจวหยางกะเวลาว่าขับรถกลับไปถึงโกดังน่าจะพอดีเวลานัดรับของ จึงรีบเดินทางกลับ
เมื่อถึงโกดังก็เป็นเวลาห้าโมงนิดๆ รถส่งของมารออยู่พักหนึ่งแล้ว
หลังเซ็นรับเครื่องปั่นไฟล็อตใหญ่ โจวหยางก็หมดแรง จึงกลับไปพักที่ฐานทัพชั่วคราว
กลับถึงโรงแรม หลังมื้อเย็น โจวหยางมานั่งคำนวณเสบียงที่มีและเงินทุนที่เหลืออยู่
ตอนนี้อาหารทั้งหมดรวมกันน่าจะพอกินไปได้ถึงหกสิบปี ซึ่งดูเหมือนจะเพียงพอสำหรับตอนนี้ แต่ถ้านับเฉพาะอาหารหลักอย่างข้าวและแป้ง รวมถึงผักผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปริมาณที่มีอยู่ยังถือว่าน้อยเกินไป
แม้ในมิติจะปลูกพืชได้ แต่โจวหยางไม่ใช่เกษตรกรมืออาชีพ แค่ปลูกผักผลไม้ง่ายๆ ก็พอไหว แต่ถ้าให้ปลูกข้าวสาลีหรือทำนาเป็นเรื่องเป็นราวคงเกินความสามารถ เขาจึงต้องตุนเสบียงเหล่านี้ให้มากพอที่จะกินไปจนแก่เฒ่า
อย่างไรก็ตาม เรื่องธัญพืชยังไม่เร่งด่วนนัก แย่ที่สุดก็แค่รอช่วงแรกของวันสิ้นโลกแล้วค่อยไปกวาดเอาตามซูเปอร์มาร์เก็ต ช่วงนั้นของน่าจะยังเหลือเฟือ
แต่สิ่งที่ต้องทำคือซื้อเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีตุนไว้ล่วงหน้า ถึงเขาจะปลูกไม่เป็นแต่ก็ต้องเตรียมไว้เผื่อฉุกเฉิน ถึงเขาทำไม่ได้ คนอื่นอาจจะทำได้ ในอนาคตอาจใช้แลกเปลี่ยนกับฐานที่มั่นเพื่อให้พวกเขาหาวิธีเพาะปลูก ซึ่งจะเป็นความหวังของมนุษยชาติในภายภาคหน้า
ตอนนี้สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดยังคงเป็นน้ำมัน ยารักษาโรค รวมถึงเชื้อเพลิงอื่นๆ อย่างแก๊สและถ่านหิน
โจวหยางครุ่นคิด เรื่องอาหารและของใช้ประจำวันอาจรอไปจัดการตอนปรับปรุงบ้านที่เขาไป่จี ตอนนั้นเขาจะเช่าโกดังแถวนั้นแล้วสั่งของจากซัพพลายเออร์ล็อตใหญ่โดยอ้างว่าจะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต
ตอนนี้ต้องเร่งจัดการเรื่องน้ำ ยา และน้ำมันให้เรียบร้อยก่อน
โจวหยางวางแผนจะออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เริ่มจากไปแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติที่ทะเลสาบเชียนเต่า เพื่อเติมน้ำใส่ถัง จากนั้นก็ขยับขยายไปแหล่งน้ำอื่นที่ไม่ไกลนัก พร้อมกับตระเวนชิมและตุนของอร่อยประจำถิ่นไปตลอดทาง
เริ่มจากทะเลสาบเชียนเต่าที่ใกล้ที่สุด ล่องใต้ไปจนถึงแถบเหลียงกวาง (กวางตุ้งและกวางสี) แล้ววกขึ้นเหนือไปเสฉวน ต่อไปยังกุ้ยโจว ขึ้นไปหูเป่ย์ แล้ววนกลับมาทางเจียงซูและเซี่ยงไฮ้
ถึงตอนนั้น บ้านที่เขาไป่จีน่าจะปรับปรุงเสร็จพอดี เขาจะได้กลับไปตั้งหลักที่นั่น
โจวหยางค้นข้อมูลและจดรายการของกินของใช้ที่ต้องซื้อตามรายทางไว้หมดแล้ว จดใส่กระดาษแผ่นใหญ่ได้หลายหน้า แต่ละมณฑลที่ผ่านมีรายการยาวเหยียด
เขาไม่คิดจะแวะพักตามโรงแรมให้เปลืองเงินและเสียเวลา เมื่อไหร่ที่เหนื่อยก็แค่หาที่จอดรถลับตาคน แล้วมุดเข้าไปนอนในมิติส่วนตัว ตื่นมามีแรงเมื่อไหร่ก็เดินทางต่อ
วิธีนี้ทั้งประหยัดเวลาและเซฟค่าใช้จ่ายไปได้โข