เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 541 - ฮ่าฮ่าฮ่า! นายถูกหลอกแล้ว!

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 541 - ฮ่าฮ่าฮ่า! นายถูกหลอกแล้ว!

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 541 - ฮ่าฮ่าฮ่า! นายถูกหลอกแล้ว!


“ก็ไม่แน่ใจนักหรอก ข้าเลยตั้งกติกาเอาไว้ง่าย ๆ ถ้าเจ้าไม่ถามคำถามนี้ใน 10 วินาที ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งเสีย โชคดี! เจ้าถามออกมาได้ทันเวลา”

สีหน้าของเดวิดเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ การเจราต่อรองกับคนแก่ที่มีอำนาจอันแข็งแกร่งดูจะต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองประมาทได้เลยแม้แต่นิดเดียว

แต่! ในเมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนว่าจะกังวลเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกสาวจริง ๆ เขาก็ไม่คิดอะไรมาก และเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อในการพูดคุยออกไป

“แล้วคุณชายใหญ่ท่านนั้นล่ะ? เท่าที่ผมเห็น เขาไม่ใช่คนที่จะยอมมอบบัลลังก์ให้คนอื่นโดยไม่ยอมต่อสู้แย่งชิงอย่างแน่นอน!”

เป็นคำถามที่ทำให้คลื่นพลังรอบตัวจ้าวกิเลนสั่นไหวเล็กน้อย แต่สีหน้านั่นยังคงราบเรียบไร้อารมณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

“รอให้เวลานั้นมาถึงก่อนเถอะ ข้ามีวิธีจัดการของตัวเอง นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องมาสนใจหรอก”

เดวิดยักไหล่เล็กน้อย เท่าที่ประเมินอย่างคร่าว ๆ ความแข็งแกร่งของคุณชายใหญ่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสืบทอดบัลลังก์จ้าวกิเลนต่อไป และดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะคิดอย่างนั้นเสียด้วย สีหน้าท่าทางที่แสดงออกมาตลอดเวลาที่ยืนอยู่ต่อหน้าน้อง ๆ ของตัวเองในท้องพระโรงแห่งนี้ ชายหนุ่มคนนั้นถือว่าตัวเองเป็นทายาทที่ถูกต้องเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน

และมันจะเป็นอย่างนั้นด้วย นายน้อยอลันไม่มีอะไรเปรียบเทียบกับอีกฝ่ายได้แม้แต่นิดเดียว ถ้าคุณหนูรองเป็นเพียงแค่คนธรรมดา ไม่ได้สืบสายเลือดมาตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบ เธอก็ไม่มีโอกาสที่จะแย่งชิงบัลลังก์ไปได้เช่นกัน แต่! ถ้าเวลาผ่านไปจนศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในร่างกายแสดงออกมาอย่างเต็มที่ เรื่องราวก็จะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

ในเมื่อเจ้าของบัลลังก์ในตอนนี้ไม่อยากจะพูดถึงมัน เดวิดก็ไม่คิดที่จะฝืนหรือดื้อดึงอะไร คำถามที่ปล่อยออกไปเป็นเหมือนการโยนหินถามทางเท่านั้น เมื่อทางมันปิด ทุกอย่างก็ถือว่าจบ

“ผมคงต้องขอตัวก่อนครับ! ถ้าพวกเราพูดคุยกันนานเกินไป เกรงว่านายน้อยอลันจะเกิดความสงสัยขึ้นมาได้”

จ้าวกิเลนพยักหน้าเบา ๆ “เจ้าพูดถูก ลูกคนเล็กของข้าเป็นคนขี้ระแวงอยู่ไม่น้อย เอาเถอะ! เจ้าไปได้แล้ว”

เดวิดโค้งทำความเคารพเขาอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ประตูทันที

“อย่าให้สิ่งที่พวกเราพูดคุยกันในวันนี้หลุดไปถึงหูของผู้อื่นอย่างเด็ดขาด! เจ้าเข้าใจในเรื่องนี้ใช่มั้ย?” เสียงอันเคร่งขรึมกังวานสำทับมาจากทางด้านหลัง

เดวิดที่วางมืออยู่บนประตูเรียบร้อยแล้วชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังกลับมาตอบด้วยแววตาอันสับสน “เรื่องอะไรครับ? ท่านแค่สอบถามผมเรื่องอาจารย์ไม่ใช่หรืออย่างไร?”

ชายชรายิ้มออกมา “เยี่ยม!”

เดวิดไม่ตอบโต้อะไรกับอีกฝ่ายต่อ เขาดึงประตูให้เปิดออกเป็นช่องก่อนจะแทรกตัวออกมาด้านนอกท้องพระโรงทันที ห่างออกจากหน้าประตูไปไม่ไกลนัก นายน้อยอลันและสมาชิกในทีมคุ้มกันทั้ง 4 กำลังยืนรออยู่ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดเล็กน้อย

แววตาของนายน้อยอลันเต็มไปด้วยความสงสัย “ไม่ได้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นใช่มั้ย?”

เดวิดยิ้มกว้าง “ไม่มี! ท่านเจ้ากิเลนรู้จักกับอาจารย์ของฉัน พวกเราสนทนากันเกี่ยวกับเขาเล็กน้อยเท่านั้น”

เป็นคำตอบอันสมเหตุสมผลพอที่จะทำให้ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ อีก 4 คนที่เหลือมองเดวิดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เจ้านี่เป็นลูกศิษย์ของยอดฝีมือที่ผู้นำของตระกูลเคียร์รินรู้จักเป็นการส่วนตัว นี่อธิบายถึงความแข็งแกร่งของสัตว์เลี้ยงตัวน้อยนั่นได้พอสมควรทีเดียว

“โอ้!” นายน้อยอลันก็พยักหน้ารับรู้เช่นกัน แต่คิ้วยังไม่คลายออกอย่างสมบูรณ์

“เอาล่ะ! เวลาของพวกเรากระชั้นชิดมากแล้ว รีบไปขึ้นเรือเหาะกันเถอะ” แม้ว่าจะไม่เชื่อกับคำพูดของเดวิด 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็ตัดสินใจไม่ซักไซ้ไล่เลียงอะไรต่อ เอ่ยชวนออกมาพร้อมกับเดินนำหน้าทุกคนมุ่งไปยังลานจอดเรือเหาะด้วยความเร่งรีบเล็กน้อย

หลังจากผ่านพิธีการหยุมหยิมวุ่นวายของตระกูลใหญ่มาได้ ในที่สุด เดวิดก็ปิดประตูห้องพักของตัวเองลงด้วยใบหน้าที่อยู่ในอาการครุ่นคิดอย่างหนัก คิ้วของเขาขมวดแน่นติดกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต

การที่จ้าวกิเลนบอกความลับที่สำคัญแบบนี้ออกมาให้รับรู้ มันเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจของเดวิดเป็นอย่างมาก รวมถึงสถานการณ์ของอาจารย์ตัวเองนั่นอีก เรื่องราวมันชักจะซับซ้อนยุ่งเหยิงกว่าที่คาดเอาไว้เกินไปหน่อยแล้ว มีแนวโน้มสูงว่าศาสตราจารย์อาวุโสไวท์จะไม่ได้อยู่ในสนามรบโบราณ น่าจะมีอะไรผลิกผันตั้งแต่ช่วงแรกที่ตาแก่นั่นเดินทางมารับภารกิจใหม่ ๆ และมันจะเป็นเรื่องราวที่สมเหตุสมผลกว่าด้วยซ้ำ

ความแข็งแกร่งของไวท์ผู้บ้าคลั่ง!? มันไม่ได้มีอยู่เพียงแค่ที่กล่าวขานกันในสถาบัน อัตราการหมุนเวียนเลือด 299 รอบต่อนาที? ได้รับผลกระทบจากการผสานเข้ากับยีนที่ทรงพลังจนสูญเสียพลังชีวิตไปส่วนหนึ่ง? นั่นเป็นเรื่องที่อาจารย์ของเขาปกปิดเอาไว้เท่านั้น หลังจากที่ฝึกฝนทักษะหัวใจผู้กล้า หลังจากที่ได้รับรู้กลิ่นอายที่แท้จริงระหว่างการต่อสู้กับเฒ่าขี้ยา เดวิดแน่ใจว่าอาจารย์ของตัวเองมีอัตราการหมุนเวียนเลือดอย่างน้อย ๆ ก็ 500 รอบต่อนาที พลังจากร่างสมบูรณ์อยู่ในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าผู้ฝึกฝนทักษะระดับมรดกสืบทอดส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำ ไม่มีทางเลยที่จะถูกกักเอาไว้ในสนามรบโบราณ มันต้องมีเหตุบางอย่างแทรกซ้อนเข้ามาอย่างแน่นอน และนั่นทำให้เดวิดตัดสินใจรับข้อเสนอของจ้าวกิเลนไปอย่างง่าย ๆ เขาต้องการข้อมูลที่ชัดเจนหลังจากที่กลับออกมาจากสนามรบโบราณ มันจะช่วยเป็นอย่างมากสำหรับการวางแผนขั้นต่อไป

ทำไมอีกฝ่ายบอกความลับสำคัญให้ตัวเองได้รับรู้? นี่คือปัญหาต่อไปที่ผุดขึ้นมาในหัวให้เดวิดขบคิด มันมีข้ออ้างอื่นอีกมากมายที่จะใช้เป็นเหตุผลชักจูงมิใช่หรือ?

“เฮเซล! เธอว่าทำไมเจ้าแก่กิเลนนั่นถึงได้บอกความลับเรื่องนี้กับฉัน?” หมดปัญญา! เขาเอ่ยถามที่พึ่งสุดท้ายของตัวเองหลังจากที่คิดหาสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้ไม่ออก

“ความลับอะไร? เรื่องโกหกนั่นนะเหรอ?” น้ำเสียงที่ดังอยู่ในหัวมีแววแห่งความเยาะเย้ยอยู่เล็กน้อย

“เรื่องโกหก!? เป็นไปไม่ได้! เขาพูดเรื่องจริง ความรู้สึกของฉันบอกอย่างนั้น มันไม่มีทางผิดพลาดแน่” เดวิดขมวดคิ้ว เขามีสัญชาตญาณของแวมไพร์ติดตัวอยู่ การตัดสินใจว่าผู้อื่นพูดความจริงหรือกำลังหลอกลวงอยู่เป็นเรื่องง่ายดาย ยิ่งในสภาพที่มีคลื่นสมองเข้มข้นอยู่ในระดับนี้ ตัวเองคือเครื่องจับเท็จดี ๆ นี่เอง

“ฮ่าฮ่าฮ่า! นายถูกหลอกแล้ว! ช่างน่าขันจริง ๆ แวมไพร์เจ้าเล่ห์ถูกโกหกแบบซึ่ง ๆ หน้าแล้วยังจับไม่ได้ ไม่มีอะไรจะน่าอายไปมากกว่านี้อีกแล้ว” เสียงหัวเราะดังก้องอยู่ในหัว

เดวิดทรุดตัวลงนั่งสมาธิทันที แม้ว่าเขาจะไม่เชื่อว่าตัวเองจะพลาดไปได้มากถึงขนาดนั้น แต่ก็ยังตัดสินใจส่งจิตใต้สำนึกสำรวจไปทั่วร่างกายของตัวเอง ก่อนจะสั่นไหวกล้ามเนื้อสร้างคลื่นทำลายล้างออกมาสลายสิ่งแปลกปลอมในร่างกายออกไปทั้งหมดในคราวเดียว

“ให้ตายสิ! ตาแก่เจ้าเล่ห์เอ้ย! แกนี่มันกิเลนหรือจิ้งจอกเฒ่ากันแน่!!” เดวิดสบถออกมาอย่างหยาบคาย สมองของเขาปลอดโปร่งขึ้นเป็นอย่างมาก เมฆหมอกจาง ๆ ที่ปกคลุมสมองอยู่หายไปอย่างสิ้นเชิง “ต้องเป็นตอนที่เขาโจมตีฉันแน่ มันต้องมีพลังงานแปลกปลอมอะไรบางอย่างแฝงมาตอนนั้น! แต่ทำไมล่ะ? ทำไมเขาต้องทำแบบนี้ด้วย?”

คิ้วของเดวิดขมวดแน่นอีกครั้ง อีกฝ่ายวางแผนใส่เขาทำไม?

“เฮ้อ! มันมีเหตุผลเป็นร้อยเป็นพันที่เขาจะทำแบบนี้ ถ้าพื้นฐานที่สุดก็คงจะเป็นความระแวงต่อความแข็งแกร่งของนายนั่นแหละ นายเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงต่อลูก ๆ ของเขาในสนามรบโบราณถ้าเกิดผิดใจหรือมีอะไรเปลี่ยนแปลงขึ้นมา เขาถึงได้ตั้งใจผูกมัดนายเอาไว้กับภารกิจใหม่อีกชั้นหนึ่ง แล้วใช้ข้อมูลของอาจารย์นายมาเป็นข้อต่อรอง อ้อ! ดูเหมือนว่าชายคนนั้นจะรู้จริง ๆ ว่าอาจารย์ของนายอยู่ที่ไหนในตอนนี้

ส่วนทำไมต้องกุเรื่องผู้สืบสายเลือดแบบสมบูรณ์ขึ้นมา? ฉันคิดว่านี่เป็นแค่เพียงการเดิมพันของเขาเท่านั้น ตามปกติแล้วอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งมักจะมีความทะเยอทยาน และไม่มีความซื่อสัตย์จงรักมากนัก ถ้านายไม่ทรยศหักหลังก็แล้วไป แต่ถ้านายทำ วิธีที่ดีที่สุดคือการขายความลับเรื่องนี้ให้กับอีก 8 ตระกูลใหญ่ที่เหลือ

และนั่นจะทำให้คุณหนูรองกลายเป็นเป้าหมายหลักในการตามล่าทันที เธอจะกลายเป็นเหยื่อล่อชั้นดีที่เบี่ยงเบนความสนใจไปจากคนที่เขาต้องการปกป้องให้ปลอดภัย แน่นอน! แม่สาวคนนั้นจะรอดหรือตายก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย เพราะตอนสุดท้ายข้อมูลที่แท้จริงว่าเธอเป็นเพียงแค่คนปกติธรรมดาจะถูกเผยออกมา และเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างตระกูลใหญ่ด้วยกัน นายคิดว่าพวกเขาจะทำยังไงล่ะ

ถูกแล้ว! นายจะกลายเป็นแพะรับบาปที่ถูกทั้งตระกูลเคียร์รินและตระกูลที่ขายข้อมูลให้ตามล่า เหล่าผู้มีอำนาจมักเลือกใช้วิธีนี้ในการแก้ปัญหาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?

ไอ้แผนการแบบนี้มนุษย์อย่างพวกนายชอบเรียกว่ายังไงนะ? ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวใช่มั้ย?” เสียงของเฮเซลอธิบายออกมาอย่างยืดยาว...

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 541 - ฮ่าฮ่าฮ่า! นายถูกหลอกแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว