เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: ชิงเสวี่ยถูกจับตัว

บทที่ 14: ชิงเสวี่ยถูกจับตัว

บทที่ 14: ชิงเสวี่ยถูกจับตัว


"ดี ดีมาก!"

เฮ่อซูหลันหลังจากฟังรายงานจากกลุ่มหญิงรับใช้เหล่านั้นก็นึกตื่นเต้นจนลุกพรวดขึ้นมาทันที ความตื่นเต้นดีใจแสดงออกชัดเจนทางสีหน้าจนกลายเป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและพึงพอใจ แขนข้างที่ขาดของเธอยังคงมีผ้าขาวพันเอาไว้ แกว่งไปมาข้างลำตัวดูขัดตาเป็นอย่างยิ่ง

"สุเยี่ยไอ้คนสารเลวนั่นมันกล้าฟันแขนข้าขาด ข้าอาจจะยังทำอะไรมันไม่ได้ในตอนนี้ แต่สำหรับนังนแพศยาหลิงชิงเสวี่ย ข้าจะทำให้มันต้องลิ้มรสความทรมาน จะไม่ปล่อยไปง่ายๆ แน่!" เฮ่อซูหลันเบิกตาโพลง กัดฟันแน่น ใบหน้าดุร้ายและบิดเบี้ยว

"พี่ซูหลัน พวกเราส่งคนไปดักทางหลิงชิงเสวี่ยตามที่พี่สั่งแล้ว อีกไม่นานจะต้องมีข่าวดีกลับมาแน่นอน"

เฮ่อซูหลันหัวเราะเสียงดังลั่น "สุเยี่ย แกตัดแขนฉันหนึ่งข้าง ฉันหาคนมาหยามเกียรติเมียแกสักกี่คนก็คงไม่เกินไปนักหรอกนะ"

"ฉันอยากจะเห็นจริงๆ ว่าถ้าแกรู้ว่าเมียตัวเองถูกย่ำยี แกจะมีสีหน้ายังไง"

ใบหน้าของเฮ่อซูหลันปรากฏรอยยิ้มวิปริตที่บิดเบี้ยว

พวกหญิงรับใช้ตระกูลหลิงต่างพากันหน้าเสีย ในแววตามีร่องรอยของความหวาดกลัว

หลิงชิงเสวี่ยในเวลานี้ยังไม่รู้ตัวเลยว่าแผนการร้ายกำลังคืบคลานเข้าหาเธอ

หลังจากออกจากตระกูลหลิงได้ไม่นาน เธอก็ถูกชายวัยกลางคนรูปร่างอัปลักษณ์สามคนจับจ้อง

"ได้ยินมานานแล้วว่าหลิงชิงเสวี่ยอัปลักษณ์สุดขีด วันนี้มาเห็นกับตาช่างน่าสะอิดสะเอียนจริงๆ"

ชายอีกคนเลียริมฝีปากพลางยิ้มอย่างหื่นกระหาย "ถึงหน้าตาจะน่าสะอิดสะเอียน แต่รูปร่างของนางถือว่าเด็ดมาก แค่เราปิดหน้าของนางไว้ ก็ไม่กระทบความสำราญของพวกเราแล้ว"

"เหอะ พวกเรารับเงินมาทำงาน อย่าไปสนใจเรื่องอื่นให้มากนักเลย"

"น้องสาม ทำตามแผน นำตัวไปก่อน"

ทั้งสามคนเร่งฝีเท้าตามหลิงชิงเสวี่ยไปทันที

ทั้งสามคนนี้เป็นผู้ฝึกตนพเนจรที่มีนิสัยชั่วช้าเหมือนกันจึงสาบานเป็นพี่น้องกัน

ความแข็งแกร่งล้วนอยู่ในระดับรวบรวมลมปราณขั้นกลาง

วันๆ ชอบลักเล็กขโมยน้อยและรังแกคนธรรมดาเป็นประจำ

"แม่นางหลิง โปรดหยุดก่อน"

ทั้งสามคนเรียกหลิงชิงเสวี่ยไว้ พร้อมกับล้อมเธอเอาไว้กลายๆ

หลิงชิงเสวี่ยหยุดฝีเท้า ดวงตาแฝงไปด้วยความงุนงงเอ่ยว่า "พวกคุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?"

พี่ใหญ่หัวเราะหึๆ ในดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ "แม่นาง พวกเราเป็นเพื่อนของสุเยี่ย มีของล้ำค่าอย่างหนึ่งที่ต้องมอบให้เขา แต่ตอนนี้พวกเรามีธุระด่วนติดตัว ไม่สะดวกที่จะไปหาเขา จึงอยากจะไหว้วานให้คุณช่วยนำไปส่งให้สามีของคุณหน่อย"

หลิงชิงเสวี่ยขมวดคิ้ว ทำไมไม่เคยได้ยินสามีพูดถึงเพื่อนกลุ่มนี้เลย แต่ถ้าหากพวกเขามีของสำคัญที่ต้องมอบให้สามีจริงๆ ล่ะ

พี่รองเห็นหลิงชิงเสวี่ยลังเล จึงแสร้งทำเป็นกระวนกระวาย "เวลาบีบคั้นแล้ว คุณอย่าลังเลอยู่เลย พวกเรารีบจริงๆ ของล้ำค่าชิ้นนี้สำคัญต่อสุเยี่ยมาก"

หลิงชิงเสวี่ยคิดในใจว่า ถ้าของชิ้นนี้สำคัญต่อสามีจริงๆ ตนเองจะทำให้เสียเรื่องไม่ได้

"ตกลงค่ะ งั้นพวกคุณส่งของชิ้นนั้นมาให้ฉันตอนนี้เลย"

"ของล้ำค่าขนาดนั้น พวกเราไม่ได้พกติดตัวไว้ โปรดแม่นางตามพวกเรามาทางนี้"

หลิงชิงเสวี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง คนพวกนี้คงไม่ทำร้ายเราใช่ไหม?

แต่พอคิดว่าตัวเองหน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนี้ คนพวกนี้ก็คงไม่หวังในกามารมณ์จากตนเองหรอก

ในเมื่อคนพวกนี้เรียกชื่อตนเองถูก ก็ควรจะรู้ว่าตนเองไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร คงจะมีของที่จะมอบให้สามีจริงๆ เธอจึงคลายความระแวงแล้วเดินตามชายทั้งสามไป

ทั้งสามคนแอบสบตากัน หลังจากสื่อสารกันทางสายตาอย่างลับๆ ก็พาหลิงชิงเสวี่ยเลี้ยวเข้าไปในตรอกลึกที่มืดมิด

หลิงชิงเสวี่ยรู้สึกถึงความผิดปกติ ความไม่สบายใจผุดขึ้นในใจ เธอจึงร้องถามด้วยความระแวดระวังทันที "พวกคุณบอกว่ามีของจะให้ฉันไม่ใช่หรือ? นี่จะทำอะไรกัน?"

พี่รองเห็นดังนั้นก็ไม่สนใจ รีบดึงผ้าเนื้อหยาบออกมาจากด้านหลังแล้วโปะเข้าที่ปากและจมูกของหลิงชิงเสวี่ยอย่างแรง

ในชั่วพริบตา กลิ่นฉุนรุนแรงสายหนึ่งพุ่งเข้าจมูก หลิงชิงเสวี่ยพยายามดิ้นรนตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันจะได้ออกแรง ขาทั้งสองข้างก็อ่อนแรงลง ภาพตรงหน้ามืดดับไปและสลบไปในที่สุด

น้องสามเห็นดังนั้น ใบหน้าก็ปรากฏความภาคภูมิใจ ฉีกยิ้มกว้างกล่าวว่า "ยาสลบสูตรพิเศษของพวกเรานี่ เห็นผลทันตาจริงๆ!"

แต่พี่ใหญ่กลับขมวดคิ้ว ตวาดด้วยความรำคาญ "อย่าพูดมาก รีบพานางออกไป นายจ้างยังรอรับของอยู่!"

ทั้งสามคนรีบช่วยกันแบกหลิงชิงเสวี่ยขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้ข้างทาง สะบัดแส้เร่งม้าแล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด น้ำเย็นจัดถังหนึ่งก็ถูกสาดเข้าที่ใบหน้าของหลิงชิงเสวี่ย "ซ่า!" เธอถูกกระตุ้นจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาทั้งตัว ค่อยๆ รู้สึกตัวและพบว่ามือเท้าของตนถูกเชือกเส้นหนามัดไว้แน่นจนขยับไม่ได้

"นังตัวดี ในที่สุดแกก็ฟื้นแล้ว!"

เฮ่อซูหลันนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ไกลนัก นั่งไขว่ห้างด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

ชายแก่สามคนนั้นยืนอยู่ด้านหลังเธอ

ใบหน้าของหลิงชิงเสวี่ยขาวซีด ต่อให้เธอจะเขลาเพียงใดก็ย่อมรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

"คุณต้องการจะทำอะไร?" หลิงชิงเสวี่ยถามด้วยความตื่นตระหนก พยายามบิดตัวดิ้นรนแต่พบว่าไม่สามารถหลุดพ้นได้เลย

เฮ่อซูหลันโกรธจัด "แกยังมีหน้ามาถามว่าฉันจะทำอะไร?"

"ผัวแกฟันแขนฉันขาดหนึ่งข้าง วันนี้ฉันเลยหาผู้ชายชั้นต่ำมาหยามเกียรติแก ให้มันต้องเสียใจไปตลอดชีวิต!"

หลิงชิงเสวี่ยรู้สึกราวกับฟ้าถล่ม ตกใจจนหน้าถอดสี ร่างกายสั่นเทาพิงอยู่กับพื้น

สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง หากต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ไป ย่อมทรมานยิ่งกว่าตาย

หลิงชิงเสวี่ยยอมตายเสียดีกว่าที่จะต้องทำผิดต่อสุเยี่ย

"ไม่นะ ไม่..." หลิงชิงเสวี่ยตกใจจนหน้าเสีย หัวสั่นหัวคลอนเหมือนกลองป๋องแป๋ง เสียงสั่นเครืออย่างรุนแรง สะอื้นไห้อ้อนวอนว่า "รีบปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ถ้าสามีฉันรู้เรื่องนี้ เขาไม่เอาคุณไว้แน่!"

พอเฮ่อซูหลันได้ยินคำนี้ ก็เหมือนถังดินระเบิดที่ถูกจุดชนวน เปลวไฟแห่งโทสะพุ่งสูงขึ้นทันที เธอคำรามรอดไรฟัน "มาถึงขั้นนี้แล้ว แกยังกล้าเอาสุเยี่ยมาขู่ฉันอีกเหรอ?"

พูดจบ เธอก็ลุกพรวดขึ้น คว้าแส้หนังยาวข้างกายขึ้นมา ชูขึ้นสูงแล้วหวดลงไปที่ต้นขาของหลิงชิงเสวี่ยอย่างแรง

"เพียะ!" แแส้หนังหวดลงบนผิวหนัง ส่งเสียงดังสนั่น

หลิงชิงเสวี่ยรู้สึกถึงความเจ็บปวดแสบร้อนที่ต้นขาทันที ราวกับถูกงูพิษที่ถูกเผาจนแดงก่ำกัดเข้าอย่างจัง ความเจ็บทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว และหดตัวเข้าหากันตามสัญชาตญาณ

เฮ่อซูหลันมองดูความเจ็บปวดของหลิงชิงเสวี่ย ความภาคภูมิใจบนใบหน้าก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ในดวงตาเปล่งประกายแห่งความสะใจหลังจากการล้างแค้น เธอแค่นเสียงเย็น "ตอนนี้รู้ซึ้งถึงความเจ็บแล้วล่ะสิ? เหอะ เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดเจียนตายตอนสุเยี่ยฟันแขนฉันขาด เรื่องแค่นี้มันจะไปนับเป็นอะไรได้!"

พูดจบ ก็หวดแส้ลงไปที่แขนขาวนวลของหลิงชิงเสวี่ยอีกหนึ่งที

ผิวพรรณที่ขาวผ่องปรากฏรอยแดงจัดขึ้นมาทันตาเห็น

หลิงชิงเสวี่ยกัดฟันแน่นอดทนต่อความเจ็บปวด ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย

เฮ่อซูหลันเบิกตาโพลง เส้นเลือดที่หน้าผากปูดโปน คำรามว่า "นังตัวดี วันนี้ฉันอยากจะเห็นนักว่าแกจะทนไปได้สักกี่น้ำ!"

พูดจบ เธอใช้มือทั้งสองข้างกำแส้ไว้แน่น ชูขึ้นสูง แล้วหวดใส่หลิงชิงเสวี่ยอย่างบ้าคลั่งด้วยความแค้นที่บิดเบี้ยวเต็มอก

"เพียะ เพียะ เพียะ!"

แส้หนังร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน หวดลงบนร่างบางของหลิงชิงเสวี่ย ทุกครั้งที่หวดลงไปก็ทิ้งรอยเลือดไว้

เฮ่อซูหลันราวกับคนเสียสติ หวดแส้ต่อเนื่องไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จนกระทั่งแขนล้าและหอบหายใจอย่างหนัก

จบบทที่ บทที่ 14: ชิงเสวี่ยถูกจับตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว