เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 485 - ล่า!

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 485 - ล่า!

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 485 - ล่า!


“ศิษย์พี่ลืมไปแล้วหรือยังไงว่าพวกเราต้องจับเป็น!” เสียงที่ดังขึ้นของหมิงซูแสดงอาการไม่พอใจออกมาเล็กน้อย

แต่ลู่เซิงเพียงแค่โบกมือให้เธอเบา ๆ เท่านั้น “ไม่ต้องเป็นกังวลไป ฉันรู้อยู่ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ร่างกายของเจ้าหมอนั่นแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาด และถ้าดูจากการที่พวกเรายังไม่ได้ตัวมันกลับมา ดีไม่ดี! เจ้านั่นอาจจะไม่ได้หมดสติไปอย่างที่ฉันคิดเสียด้วยซ้ำ!”

สีหน้าของหมิงซูเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เสียงที่เอ่ยตามออกมานั้นเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก “ที่ศิษย์พี่พูดมาก็ไม่ผิด ฉันจะตามไปช่วยพวกเขาอีกแรงก็แล้วกัน ศิษย์พี่อยู่ที่นี่คนเดียวได้ใช่มั้ย? อาการบาดเจ็บดูเหมือนจะไม่เบาเลย!”

ชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่เป็นไรหรอก! ไม่มีอะไรร้ายแรงมากนัก ฉันยังป้องกันตัวเองได้อย่างสบาย เธอนั่นแหละต้องระวังตัวเอาไว้ พลังยังฟื้นฟูได้ไม่สมบูรณ์แบบนี้ อย่าประมาทเป็นอันขาด!”

ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่ได้ฟังคำเตือนเลยแม้แต่นิดเดียว คิ้วของเธอขมวดแน่นเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรที่สำคัญบางอย่างอยู่

“เอาตามนี้ก็แล้วกัน ฉันจะฟื้นฟูร่างกายอยู่ที่นี่ หวังว่าพวกเธอจะกลับมาพร้อมกับข่าวดีในเวลาไม่นานนัก” ลู่เซิงสรุปพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ

หมิงซูเหมือนจะได้สติ เธอหันมาพยักหน้าให้เขาพร้อมกับมือที่เริ่มเคลื่อนไหว หลังจากนั้นไม่นาน ร่างของหญิงสาวก็ค่อย ๆ พร่าเลือนจนหายไปในที่สุด

ประกายอันแปลกประหลาดทอขึ้นในดวงตาของลู่เซิงแวบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะหลับตาเพื่อทำสมาธิต่อไป

..........

ฟุ่บ!!

ร่างของชายหนุ่ม 5 คนพุ่งผ่านป่าทึบมาอย่างรวดเร็ว สายตาของพวกเขาสอดส่ายตรวจสอบไปรอบบริเวณอย่างละเอียดตลอดเส้นทางที่ผ่านมา คลื่นสมองถูกรวบรวมเอาไว้ที่ดวงตาของทุกคน เป้าหมายที่พวกเขาต้องการเสาะหาไม่สามารถเล็ดรอดจากสายตาไปได้อย่างแน่นอน

ตอนนี้พวกเขาหยุดตัวลงตรงจุดที่มีร่องรอยถูกกระแทกอย่างแรงอยู่บนพื้น และกระจายตัวออกหันมองไปรอบข้างด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม พยายามอย่างเต็มที่ในการมองหาร่างที่นอนหมดสติอยู่ หรือแม้แต่ร่องรอยการเคลื่อนไหวที่เป้าหมายทิ้งเอาไว้

“ให้ตายสิ! เจ้านั่นหายไปได้อย่างไร? หรือว่ามันจะไม่บาดเจ็บหนักอย่างที่คิด เป็นไปได้มั้ยว่ามันจะหนีออกไปแล้ว” หลังจากที่ใช้เวลาตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง เสียงที่ลังเลเป็นอย่างมากก็ดังขึ้นแบบต้องการความคิดเห็น

“เป็นไปไม่ได้! นายก็เห็นพลังของการโจมตีนั่นกับตา แค่หัวหน้าบอกว่ามันยังไม่ตายฉันก็แทบจะไม่เชื่อแล้ว ถ้าจะบอกว่ามันยังมีสติและเหลือแรงอยู่พอที่จะหนีไป! ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ เจ้านั่นยังเป็นแค่ผู้ก่อพลังอยู่เท่านั้นนะ การโจมตีของหัวหน้าแม้แต่ผู้ก่อปฐพีระดับสมบูรณ์ก็ไม่รอดหรอก” เสียงของอีกคนคำรามปฏิเสธออกมา

“แต่! เจ้านั่นดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเลยนะ! นายไม่เห็นทักษะระดับปฐพีที่อีกฝ่ายใช้ออกมาหรือยังไง? แล้วหมัดที่ทำร้ายศิษย์น้องหญิงนั่นอีก ดูเหมือนว่าร่างกายของเจ้าเด็กนั่นจะแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกฝนคลื่นสมองส่วนใหญ่อยู่ไม่น้อย ดาบของศิษย์พี่ฟันใส่หลังของมันเต็ม ๆ ถ้าเป็นคนอื่นคงขาดเป็น 2 ท่อนไปแล้ว แต่เจ้านั้นแทบจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย!” ชายคนแรกโต้เถียงออกมาอย่างไม่ลดละ

“พอได้แล้วทั้งคู่! ไม่ต้องเถียงกัน หน้าที่ของพวกเราคือหาตัวมันให้เจอ ไม่ใช่มาทะเลาะเถียงกันว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งแค่ไหน รีบตรวจให้ไกลออกไปอีกหน่อยดีกว่า ต่อให้อีกฝ่ายไม่หมดสติ! อาการบาดเจ็บก็คงไม่เบาแน่ เท่าที่เห็นตอนนี้ ถ้าไม่ได้กระเด็นไปไกลกว่านี้ ก็คงคลานหนีไปได้ไกลนักหรอก” เสียงของอีกคนดังห้ามขึ้นมา สายตาของเขาก็แสดงความกังวลออกมาเล็กน้อยแล้วเช่นกัน

“ทางนี้!!” เสียงตะโกนดังลั่นออกมาจากชายคนหนึ่งที่เดินสำรวจอยู่ห่างออกไปไกลที่สุด อีก 4 คนที่เหลือเลิกโต้เถียงกันและพุ่งเข้าไปรวมตัวกันอยู่ที่เขาทันที

“นายเจออะไร?” แต่ละคนรีบถามออกมาอย่างเร่งร้อน

“รอยเลือดกับกิ่งไม้หักเป็นทาง แต่ไม่มีรอยเท้าของมนุษย์ที่ชัดเจน!” ชายหนุ่มที่เจอร่องรอยเบาะแสตอบกลับมาเบา ๆ สายตาของเขายังสอดส่ายมองพื้นที่รอบ ๆ อยู่อย่างละเอียด

“เจ้าหมอนั่นไม่หมดสติ! แถมยังหนีออกมาได้ไกลถึงขนาดนี้เลยหรือ? เป็นไปไม่ได้แน่!” เสียงของอีกคนกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น สายตาของเขาก็เริ่มสอดส่ายมองหารอยเลือดอื่นอย่างขะมักเขม้นแล้วเช่นกัน

“ไม่! ดูเหมือนว่าเจ้านั่นจะไม่ได้เดินมาด้วยตัวเอง ไม่มีรอยเท้ามนุษย์เลยอย่างที่บอกจริง ๆ บางทีอาจจะถูกสัตว์อสูรคาบมาก็ได้!” เสียงอีกคนออกความเห็น ก่อนจะเสนอแนะต่อ

“พวกเรากระจายตัวออกจากจุดนี้ ลองดูว่ามีร่องรอยของสัตว์อสูรหรือรอยเลือดอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ย ระบุทิศทางให้ได้ก่อนว่าเจ้านั่นถูกพาไปทางไหน?”

“เป็นไปได้มั้ยว่าจะมีกลุ่มอื่นฉวยโอกาสมาพาตัวเจ้าเด็กนั่นไปแล้ว” เมื่อคำคาดเดานี้ดังขึ้น สีหน้าของทุกคนก็กลายเป็นดำมืดอย่างช่วยไม่ได้ ความเป็นไปได้มันสูงกว่าการโดนสัตว์อสูรคาบแบบเทียบกันไม่ติด

ท่าทางของทุกคนเปลี่ยนเป็นเตรียมพร้อมสูงสุด และขยับตัวเข้ามารวมกลุ่มกันตามสัญชาตญาณ สายตาถูกสอดส่ายไปทั่วบริเวณ มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงพื้นดินเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ตามยอดไม้ที่หนาทึบก็ถูกจ้องมองอย่างละเอียด แม้ว่าตอนนี้ดวงอาทิตย์จะเพิ่งลับขอบฟ้าไป ทำให้ทั่วทั้งฝืนป่าหลงเหลือแต่ความมืดมิด แต่ผู้ฝึกฝนคลื่นสมองทุกคนมีประสาทสัมผัสที่เหนือกว่าคนปกติมาก ความมืดไม่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นของพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

“ตรงนั้น!” เสียงตวาดดังขึ้นมาพร้อมกับการชี้มือออกไปที่จุด ๆ หนึ่งอย่างเร่งร้อน สายตาอีก 4 ครู่ที่เหลือหันมาจ้องตามอย่างเคร่งเครียด พุ่มไม้บริเวณที่ถูกชี้มือเข้าไปนั้นไหวสั่น ประกายสีแดงเหมือนกับเป็นดวงตาวูบไหวให้เห็นอยู่ราง ๆ

“แค่สัตว์อสูรระดับ 1 เท่านั้นเอง!” หนึ่งในหมู่พวกเขาแค่นเสียงออกมา ดาบบินลอยออกจากแขนเสื้อไปทันทีที่กล่าวจบ

ตูม!!

รัศมี 1 เมตรรอบพุ่มไม้แหลกสลายลงไปทันตา กระต่ายเขาเดียวตัวหนึ่งกระโจนขึ้นอย่างตื่นตระหนก น่าเสียดาย! เลือดที่ไหลทะลักออกมาจากอกของมันทำให้ไม่สามารถไปไหนได้ไกลนักเลย

“เห็นมั้ย! แค่กระต่ายตัวเล็ก ๆ เท่านั้น! เจ้าตัวนี้คาบคนไปไม่ได้แน่!” เขาหันหลังมากล่าวกับเพื่อนร่วมทีมด้วยสีหน้าที่ภาคภูมิใจกับสายตาของตัวเอง ก่อนที่มันจะกลายเป็นซีดเผือดลงอย่างทันตา เสียงที่เปล่งออกจากปากหลังจากนั้นฟังออกมาแทบจะไม่เป็นคำพูดเสียด้วยซ้ำ

“ป-ปะ ป-ปี ปีศาจ!!”

“หือ? เลิกล้อเล่นได้แล้ว! พวกเรามาปรึกษากันดีกว่าว่าจะทำอะไรกันต่อไปดี จะตามต่อหรือกลับไปรายงานข่าวให้หัวหน้ารู้! บางทีพวกเราอาจจะต้องแบ่งกลุ่มกันทำงานแล้ว” เสียงของอีกคนดังขึ้นอย่างเคร่งขรึม ไม่ได้ให้ความสนใจกับสีหน้าที่แตกตื่นตกตะลึงที่เพื่อนร่วมทีมแสดงออกมาเลย

“นายพูดถูก! ฉันว่าพวกเราตามต่อไปดีกว่า ส่งคนกลับไปรายงานศิษย์พี่ลู่แค่คนเดียวเท่านั้นก็พอ ที่เหลือตรวจสอบพื้นที่บริเวณนี้ให้ละเอียดอีกครั้ง ถ้ามีใครมาพาตัวเจ้านั่นไปจริง ๆ พวกนั้นต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้อย่างแน่นอน พวกเรามาตกลงแบ่งพื้นที่ตรวจสอบกันก่อน” อีกคนเสริมออกมาแบบเห็นด้วย

ไม่มี! ไม่มีใครให้ความสนใจชายหนุ่มที่กำลังหวาดกลัวเลยแม้แต่คนเดียว พวกเขากำลังขยับตัวไปรวมกลุ่มเพื่อปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป หัวหน้ากลุ่มถึงจะได้ไม่ระเบิดโทสะใส่ สายตาของทุกคนกำลังกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างเคร่งเครียด นี่มันไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีนักเลย

มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้ขยับเข้าไปรวมกลุ่มกับคนอื่น ชายหนุ่มที่อ้าปากค้างอย่างตกตะลึงคนนั้นนั่นเอง ตอนนี้ปากของเขาถูกปิดเอาไว้ได้ด้วยฝ่ามือที่เหมือนกับกงเล็บขนาดใหญ่ ต้นคอถูกฝังลงไปด้วยเขี้ยวที่ทั้งยาวและแหลมคม ดวงตาที่ตื่นตระหนกเริ่มกลายเป็นไร้แวว ร่างกายอ่อนระทวยเพราะเลือดนั้นถูกสูบออกไปจนหมด แม้ว่าอยากจะส่งเสียงร้องขึ้นมาอีกครั้งก็ทำไม่ได้ ปีศาจตนนี้เร็วเกินไป!!

ชายหนุ่มผู้โชคร้ายรู้สึกว่าร่างของตัวเองถูกจับวางลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล และก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหยุดลง ดวงตาที่ไร้แววของเขาเห็นปีศาจตนนั้นกำลังมุ่งหน้าไปจู่โจมเพื่อนร่วมทีมคนอื่นอย่างต่อเนื่อง มันมีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์ แต่แขนขวาและร่างกายซีกขวาแทบจะเหลือแต่กระดูกเท่านั้น ดวงตานั้นสีแดงกล่ำเป็นสีเลือด ปากที่ขยายกว้างนั้นมีเขี้ยวยาว 2 คู่โผล่ออกมา ปีศาจ! เขาหมดลมหายใจไปด้วยคำ ๆ นี่ที่วนเวียนอยู่ในหัว ปีศาจ!

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 485 - ล่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว