เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 471 - ตาแก่! แกทำอย่างนี้ได้ยังไง ไม่ยุติธรรมเลย!

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 471 - ตาแก่! แกทำอย่างนี้ได้ยังไง ไม่ยุติธรรมเลย!

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 471 - ตาแก่! แกทำอย่างนี้ได้ยังไง ไม่ยุติธรรมเลย!


ใบหน้าขนาดมหึมาบนท้องฟ้าไม่ได้จ้องอยู่ที่ชายหนุ่มทั้ง 2 คน แต่มันหันจ้องไปมองดวงดาวที่ทอแสงริบหรี่ทันทีที่หนิงเหลียงหายตัวไป แม้ว่าร่างกายที่เหมาะสมที่สุดจะหนีออกไปได้ แต่การที่ดวงดาวไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น ชายชราถือว่านี่ยังไม่เสียหายมากนัก แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่เขายังมีร่างเหลือให้เลือกใช้อยู่อีก 2 ร่างด้วยกัน

สายตาของโอวหยางฟงหันจ้องมองลงมาที่เวเธอร์และเดวิดอีกครั้ง ตอนนี้เหลือแค่พวกเขาเท่านั้น มันหมายความว่า 1 ใน 2 คนนี้มีความทรงจำเกี่ยวกับเนื้อหาของทักษะระดับสวรรค์อยู่ในหัวอย่างแน่นอน

เวเธอร์หันมองไปยังดวงดาวที่หรี่แสงอยู่ด้วยเช่นกัน ก่อนจะหันมาจ้องมองเดวิดอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนี่ง แล้วระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมา ถ้าสิ่งที่เจ้าวิญญาณเฒ่าพูดออกมาเป็นความจริง มันเหลืออยู่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในการฝึกฝนทักษะระดับสวรรค์คราวนี้

“ฮ่าฮ่าฮ่า! นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาฉันจะดูถูกพรสวรรค์ของแกมากเกินไปเสียแล้ว แม้แต่ทักษะระดับสวรรค์ยังสามารถจดจำได้หมดภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน!? ยอดเยี่ยม! พลังใจและความสามารถในการเรียนรู้ของแกนี่ช่างน่ามหัศจรรย์จริง ๆ” เขากล่าวออกมาพร้อมกับอาการส่ายหน้าช้า ๆ เวเธอร์เริ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมาเล็กน้อย ที่ไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการรับเจ้าเด็กคนนี้มาเป็นลูกน้องของตัวเอง

คิ้วของเดวิดขมวดเล็กน้อยแล้ว “เฮ้! ต่อให้แกกับฉันมีความแค้นต่อกันมากแค่ไหน การโกหกใส่ความกันง่าย ๆ อย่างนี้ก็ดูจะเกินไปหน่อยนะ ทำไม? กลัวฉันมากจนคิดจะใช้ให้ตาแก่นี่ลงมือแทนอย่างนั้นหรือ? เฮ้อ! แกนี่หน้าด้านหน้าทนขนาดนั้นเลยหรือ?” นำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย และมันไม่จบลงง่าย ๆ แค่นี้ด้วย

“ทำไม? ฉันยังเป็นแค่ผู้ก่อพลังชั้นสมบูรณ์เท่านั้น ในขณะที่แกอยู่ระดับชั้นผู้ก่อปฐพีแล้ว แค่จะสู้กันตรง ๆ ยังไม่กล้าเลยหรือยังไง? ให้ตายสิ! สถานที่ที่แกจากมามีแต่คนขี้ขลาดแบบนี้ใช่มั้ย? หรือว่าเป็นแค่เฉพาะแกเท่านั้น? ถูกส่งมาทำอะไรล่ะ หรือถูกเนรเทศมา?

อ้า! ใช่แน่ ๆ อยู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาในสำนัก แกคิดที่จะขโมยทักษะระดับสูงกลับไปเพื่อลบล้างความผิดใช่มั้ย นี่คงเป็นโอกาสที่หาไม่ได้ในชีวิตแล้วสิ! ได้รับทักษะระดับสวรรค์กลับไป บางทีนอกจากจะได้รับการอภัยโทษแล้ว อาจจะได้รับรางวัลมหาศาลเลยด้วยใช่มั้ย?” สีหน้าของเดวิดเต็มไปด้วยความสับสน แววตาบ่งบอกถึงความสงสัยอย่างเต็มที่ คำพูดที่ออกมาจากปากนั้นร้อยเรียงไหลลื่น ดวงตาที่จ้องมองเวเธอร์นั้นคาดคั้นแบบต้องการคำตอบที่เป็นความจริงเท่านั้น

อึ้ง! ใบหน้าที่มีรอยยิ้มกว้างของเวเธอร์แข็งค้าง คำพูดที่ถั่งโถมออกมาราวกับน้ำทะลักจากเขื่อนที่แตกอย่างกะทันหันของเดวิดทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน ในหัวเริ่มคิดตามแล้วว่าตัวเองถูกเนรเทศออกมาจริง ๆ ใช่มั้ย มันเป็นข้อหาอะไรกันนะ??

มันต้องใช้เวลาครู่หนึ่งทีเดียวก่อนที่ความคิดของเวเธอร์จะกลับมาแจ่มใสได้อีกครั้ง ถ้าไม่ได้แน่ใจจริง ๆ ว่าตัวเองจำเนื้อหาอะไรของทักษะดับสวรรค์ไม่ได้เลยแม้แต่คำเดียว บางทีคำพูดของอีกฝ่ายอาจจะกล่อมให้เขาเชื่ออย่างสนิทใจไปแล้ว!

รอยยิ้มอันเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำเงินอีกครั้ง “แกทำเป็นปากดีต่อไปเถอะ! มันไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ต่อให้ฉันเป็นคนที่จดจำทักษะทั้งหมดไปได้จริง ๆ แล้วจะเป็นยังไง แกคิดว่าเจ้าแก่นั่นจะกล้าลงมือกับฉันจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?” แล้วเวเธอร์ก็เงยหน้าขึ้นมองจ้องไปยังโอวหยางฟง พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่เหมือนกับการสั่งลูกน้องออกมาทันที

“เอาล่ะ! ฉันคิดว่าที่นี่ไม่มีอะไรที่น่าสนใจอีกต่อไปแล้ว เปิดประตูกลับไปสู่โลกภายนอกให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันยังมีเรื่องที่ต้องทำอยู่อีกไม่น้อย อย่ามาทำให้เสียเวลา!” มันเป็นน้ำเสียงที่ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้งเลยแม้แต่นิดเดียว

น่าแปลก! ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากปากของชายชราแม้แต่คำเดียว สายตาของเขานั้นจ้องมองสลับกันไปมาระหว่างเด็กหนุ่ม 2 คนที่ยืนอยู่ด้านล่าง

วูซ!!

เสียงลมพัดอย่างแผ่วเบาดังขึ้น ก่อนที่ประตูเล็ก ๆ บานหนึ่งจะปรากฏขึ้นต่อหน้าของเวเธอร์ ซึ่งเขาก็เอื้อมมือไปเปิดประตูและก้าวผ่านเข้าไปอย่างไม่ลังเล แต่ยังไม่วายที่จะหันกลับมาส่งสายตาเยาะเย้ยให้เดวิดในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ร่างจะถูกส่งลับหายไปพร้อมกับประตู

ดวงตาของเดวิดเบิกค้างอยู่อย่างตกตะลึง ‘ตาแก่! แกทำอย่างนี้ได้ยังไง ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด! ฉันเสียน้ำลายไปตั้งเยอะ แกไม่คิดที่จะฟังเลยสักนิดหรือยังไง?’ ปากของเขาขยับอย่างอยากจะตวาดด่าออกไปแรง ๆ สักครั้งจริง ๆ มีอย่างที่ไหน เจ้าบ้าเวเธอร์นั่นพูดนิดเดียวก็เชื่อแล้ว ปัญญาอ่อนจริง ๆ

สายตาของโอวหยางฟงไม่ได้จับจ้องอยู่ที่เดวิดเลย มันมองนิ่งอยู่ที่ดวงดาวที่หรี่แสงตั้งแต่ประตูมิติปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว เมื่อเห็นว่าหลังจากที่ประตูมิติหายไป แสงสว่างของดวงดาวไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มอันชั่วร้ายก็ปรากฏเด่นขึ้นมาบนใบหน้าที่หันกลับมาเผชิญกับเดวิดอีกครั้ง

“อาแฮ่ม! ตาแก่! อย่าเพิ่งสรุปไป เรื่องมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้ ลองฟังฉันอธิบายอีกหน่อยได้มั้ย? ฉันคิดว่าตัวเองรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เดวิดยิ้มอย่างใจดีสู้เสือ คำพูดที่กล่าวออกไปนั้นสุภาพอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง

“โอ้! เจ้ามีคำอธิบายอย่างนั้นหรือ? ก็ดี! ไหนลองบอกออกมาให้ฟังสิ เจ้าใช้วิธีไหนถึงสามารถขโมยทักษะของข้าไปได้?” โอวหยางฟงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ดูเหมือนว่าเขาจะควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

เดวิดสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่ ปากเริ่มขยับเพื่อจะอธิบายเรื่องราวทุกอย่างออกไป แต่! เขาไม่มีโอกาสส่งเสียงเลยแม้แต่นิดเดียว

ตูม!!

ก่อนจะได้เปิดปาก เดวิดต้องกระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรงเสียก่อน มือที่เคลื่อนไหวอยู่ในแขนเสื้ออย่างลับ ๆ ถูกยกขึ้นมาประกบกัน ร่างของเขาแยกพุ่งออกไปพร้อมกัน 3 ทิศทาง เพราะว่าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายขยับตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่หัวกะโหลกเพลิงสีเขียวปรากฏขึ้นอยู่ที่เหนือหัวอย่างแทบที่จะไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย

“ตาแก่! แกอย่าทำตัวไม่มีเหตุผลได้มั้ย? ฉันกำลังจะอธิบายเรื่องราวให้ฟัง!! ให้ตายสิ! จะฟังกันก่อนสักนิดไม่ได้หรือไง!?” เดวิดตวาดใส่อย่างหงุดหงิด เขาอุตส่าห์คิดปั้นเรื่องเอาไว้ตั้งมากมาย อีกฝ่ายไม่คิดจะฟังเลย! นี่มันรับไม่ได้จริง ๆ

‘เดวิด’ ทั้ง 3 คนแยกกันอยู่คนละมุม แต่ดูเหมือนว่าโอวหยางฟงจะรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าตัวจริงของเขาอยู่ที่ไหน ใบหน้าขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่บนฟ้าพุ่งเข้าใส่อย่างไม่ผิดพลาดและไม่มีอาการชะงักเลยแม้แต่นิดเดียว

หนัก! นี่คือความรู้สึกของเดวิดในตอนนี้ ร่างกายเริ่มหนักและขยับตัวได้ลำบากเป็นอย่างยิ่ง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย พยายามยกมือขึ้นมาเพื่อแสดงกระบวนท่าย้ายตัวเองไปยังร่างแปลง แล้วก็พบว่าร่างกายขยับไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

ดวงตาที่เบิกค้างของเขาจ้องมองก้อนเมฆขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนรูปร่างอีกครั้งอย่างตื่นตระหนก ดูเหมือนว่าโอวหยางฟงจะแยกตัวออกจากภูติรับใช้ของเขาในที่สุด ร่างวิญญาณของชายชราปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าร่างที่ยืนแข็งค้างอยู่พร้อมกับร้อยยิ้มกว้าง

“ข้าใช้ชีวิตมาอย่างยาวนาน แต่ชั่วชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยพบใครที่สามารถจดจำเนื้อหาทักษะระดับสวรรค์ได้ภายในระยะเวลา 7 เดือนเลยแม้แต่คนเดียว” เขาส่ายหน้าช้า ๆ แววตานั้นแสดงความทึ่งออกมาเล็กน้อย

ก่อนที่สีหน้าของชายชราจะกลายเป็นเคร่งเครียดอย่างฉับพลัน “บางทีอาจจะไม่ใช่การจดจำเนื้อหาของทักษะ แต่เป็นการฝึกฝนจนสำเร็จแล้วอย่างนั้นใช่มั้ย? เจ้าคิดจะอธิบายแบบนี้หรือเปล่า?” หลังจากกล่าวจบ เขาก็หัวเราะเยาะตัวเองออกมา

“หึหึ! ดูเหมือนว่าการอยู่คนเดียวในสถานที่แห่งนี้อย่างยาวนาน เริ่มส่งผลให้ข้าฟุ้งซ่านไปไม่น้อยเลย”

เดวิดที่เบิกตากว้างอยู่กลอกตาไปมา ราวกับต้องการจะสื่อบอกออกมา ‘ฟุ้งซ่าน!? มองโลกแง่ดีไปหน่อยมั้ย แกน่ะบ้าไปแล้วชัด ๆ’

“เอาล่ะ! เลิกพูดโยกโย้วุ่นวายไร้สาระเสียที ในเมื่อร่างที่เหมาะสมที่สุดหนีออกไปได้ เหลืออยู่เพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น! แม้ว่าศักยภาพในการฝึกฝนจะต่ำต้อยจนเกือบไม่ผ่านมาตรฐาน แต่ข้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว คงต้องจัดการกับเรื่องนี้ทีหลัง” สีหน้าของชายชรามีอาการครุ่นคิดอย่างจริงจัง

ถ้าสายตาสามารถฆ่าคนได้ โอวหยางฟงคงถูกเดวิดจ้องตายไปหลายพันครั้งแล้ว ‘หึ! คิดจะยึดร่างฉัน ยังจะมาบ่นเรื่องศักยภาพบ้าบออะไรอยู่อีก ตาแก่ที่น่าตายเอ้ย!”

“อืม!? คงจะไม่มีปัญหาอะไรมาก แค่ต้องใช้ทรัพยากรในการฝึกฝนเพิ่มขึ้นสัก 2-3 เท่า สิ่งที่เตรียมเอาไว้น่าจะพอเพียง” ยัง! ตาแก่บ้ายังพึมพำต่อไม่หยุด

“เอาละ! นี่คือคำแนะนำสุดท้าย ถ้าไม่อยากทรมานก็อย่าต่อต้าน...”

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 471 - ตาแก่! แกทำอย่างนี้ได้ยังไง ไม่ยุติธรรมเลย!

คัดลอกลิงก์แล้ว