เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 464 - บรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 464 - บรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง

นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 464 - บรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง


“สำหรับเจ้า! ไม่มีการทดสอบด่านที่ 7 อีก เจ้าผ่านการทดสอบทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แล้ว!”

คิ้วของเดวิดขมวดแน่นเมื่อได้ยินคำตอบ เขาเข้าใจความหมายของชายชรา แต่ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร?

“เป้าหมายของการทดสอบครั้งนี้เรียบง่ายเป็นอย่างยิ่ง มันถูกออกแบบมาเพื่อหาอัจฉริยะที่มีความแข็งแกร่งเพียงพอมาสืบทอดมรดกวิชาของข้า การทดสอบแต่ละด่านจะมีการจำกัดความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรเอาไว้อย่างตายตัว และไม่ควรจะพัฒนายกระดับความสามารถของตัวเองขึ้นไปได้อีก แต่ดูเหมือนว่าระยะเวลาที่ยาวนานมาหลายพันปี ผนึกที่ข้าวางเอาไว้อ่อนพลังลงไปเรื่อย ๆ เจ้าวานรหินผาตัวนั้นถึงได้สามารถยกระดับตัวเองจนเรียก ‘อาตมัน’ ที่ซ่อนลึกอยู่ในสายเลือดออกมาได้”

เดวิดจดจำคำว่า ‘อาตมัน’ ที่หลุดออกมาจากของอีกฝ่ายไว้ในใจ ปากก็เอ่ยถามออกไปต่อ “หืม? ผนึกเสื่อมสภาพอย่างนั้นหรือ? ทำไมมันห่วยแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นเจอสถานการณ์แบบผม!? พวกเขาจะเป็นยังไง?”

“ก็คงต้องถือว่าโชคร้าย! แม้ว่าข้าจะเป็นผู้จัดการทดสอบนี้ขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้มีอำนาจเข้าไปขัดขวางระหว่างการต่อสู้ได้…” ชายชราส่ายหน้าและถอนหายใจยาว

เดวิดยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก “อ้อ! งั้นคงต้องเรียกว่าโชคร้ายจริง ๆ นั่นแหละ!” เขาไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียวว่าอีกฝ่ายเข้าไปจัดการไม่ได้ แต่! เมื่อเหตุการณ์มันผ่านไปแล้ว และผู้เข้าทดสอบพวกนั้นไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเองเลย ต่อให้ทุกคนโชคร้ายทั้งหมด! เดวิดก็ไม่สนใจ

นี่คือการทดสอบเพื่อแข่งขัน ยิ่งคู่แข่งโชคร้ายไม่ผ่านการทดสอบไปมากเท่าไร ผลดีก็ตกอยู่ที่เขามากขึ้นเท่านั้น

“ระดับของการทดสอบด่านที่ 6 ของเจ้ายากเสียยิ่งกว่าการทดสอบด่านที่ 7 โดยทั่วไปเสียอีก มันจึงไม่มีประโยชน์ที่จะส่งเจ้าเข้าไปสังหารสัตว์อสูรระดับ 4 ทั้ง 2 ตัวที่รออยู่ในนั้น ข้าไม่อยากจะเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระ จึงเปิดทางให้เจ้าเข้ามาที่นี่ได้โดยตรง ในฐานะของผู้ที่ผ่านการทดสอบได้อย่างสมบูรณ์”

ดวงตาของเดวิดหรี่ลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินจำนวนของคู่ต่อสู้ที่ตัวเองน่าจะต้องได้เจอถ้าไม่เกิดเหตุเหนือความคาดหมายแบบนี้ขึ้น ไม่น่าแปลกใจที่ยังไม่มีคนผ่านการทดสอบได้อย่างสมบูรณ์เหมือนกับเขาเลย ผู้ฝึกฝนคลื่นสมองทั่วไปต้องใช้เวลาพักเพื่อฟื้นฟูคลื่นสมองเมื่อผ่านด่านที่ 5 และ 6 ยาวนานไม่น้อย และผู้ก่อพลังชั้นสมบูรณ์หรือผู้ก่อปฐพีชั้นต้น ไม่สามารถจัดการกับสัตว์อสูรระดับ 4 พร้อมกัน 2 ตัวโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนออกไปบ้างอย่างแน่นอน ดีไม่ดี! คนส่วนใหญ่อาจจะยอมแพ้และกลับออกไปยกระดับตัวเองให้เป็นผู้ก่อปฐพีก่อนจะเลือกการทดสอบด่านที่ 7 เลยด้วยซ้ำ

แล้วคิ้วของเดวิดก็ขมวดแน่นเข้าอีกครั้ง เมื่อเห็นร่างของชายชราที่อยู่ตรงหน้าลอยเคลื่อนตัวออกไปทางด้านข้าง โดยไม่มีคลื่นพลังอะไรรั่วไหลออกมาเลย!?

ดูเหมือนว่าโอวหยางฟงจะสังเกตความสงสัยของเดวิดออก “ไม่ต้องประหลาดใจไป ข้าเป็นเพียงแค่วิญญาณเท่านั้น ไม่ได้มีร่างเนื้ออยู่เลย” น้ำเสียงของเขาฟังดูอ่อนโยนเหมือนที่เคย

คิ้วของเดวิดคลายออกอย่างช้า ๆ ภายนอกแสดงสีหน้าว่าเข้าใจ แต่ภายในกลับระมัดระวังตัวจนถึงขีดสุด ร่างวิญญาณ?? ของแบบนี้จะมีได้ก็ต่อเมื่อบรรลุถึงระดับที่เหนือกว่าผู้ก่อสวรรค์ขึ้นไปอีก มีแต่ ‘ผู้ก่อวิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ เท่านั้นที่จะคงสภาพอยู่ด้วยร่างวิญญาณได้!

เขาสงบสติอารมณ์ของตัวเองเอาไว้เป็นอย่างดี ก่อนจะเอ่ยถามยืนยันออกไปตรง ๆ “ผมผ่านการทดสอบครั้งนี้แล้วใช่มั้ย?”

“ถูกต้อง!” ชายชราพยักหน้ายืนยันกลับมาทันที

“เยี่ยม! แล้วไหนล่ะของรางวัล! อย่าบอกนะว่านี่เป็นการทดสอบที่เปล่าประโยชน์ ในเมื่อผมผ่านการทดสอบได้แล้ว มันก็ควรจะมีรางวัลตอบแทนให้ด้วยใช่มั้ย?”

ชายชรายิ้มกว้าง “ถูกแล้ว! ข้ากำลังจะกล่าวถึงอยู่พอดี”

เขาเงยหน้าขึ้นมองไปบน ‘อวกาศ’ ที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ก่อนจะผายมือกว้างและเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “เห็นดาวทั้งหมดนี่มั้ย พวกมันคือทักษะการฝึกฝนที่ข้าใช้เวลาทั้งชีวิตรวบรวมเอาไว้ แน่นอน! พวกมันคือรางวัลตอบแทนสำหรับผู้ที่ผ่านการทดสอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

ดวงตาของเดวิดทอประกายอัศจรรย์ใจออกมา ดวงดาวที่ปรากฏอยู่เบื้องบนนั้นมากมากจนนับไม่ถ้วน มันเป็นราวกับค่ำคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์ส่องออกมากลบแสงดาว และจากคำพูดของชายชราคนนี้ พวกมันคือทักษะการฝึกฝนคลื่นสมองอย่างนั้นหรือ?

เขาเขม่นตามองไปที่ดวงดาวที่สุกใสสว่างเจิดจ้าที่สุดดวงหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูจะไม่สนใจนัก

“ทำไมดวงดาวพวกนี้ถึงได้สว่างไม่เท่ากันละ? มันมีความหมายอะไรซ่อนอยู่หรือไม่?”

“ความสว่างของดวงดาวหมายถึงระดับของทักษะแต่ละชนิด ยิ่งสว่างมากเท่าไร ก็แสดงว่าระดับของทักษะที่บรรจุอยู่สูงขึ้นเท่านั้น เจ้ามองไปที่ดาวดวงนั้นสิ!” มือของชายชราชี้ไปที่มุมหนึ่ง มันเป็นดาวดวงเดียวกับที่เดวิดหมายตาเอาไว้

ความสว่างเจิดจ้าระยิบระยับของมันแตกต่างจากดาวดวงอื่นอย่างสิ้นเชิง ถ้าขนาดของมันใหญ่มากกว่านี้อีกเล็กน้อย คงจะต้องเรียกว่าเป็นดวงอาทิตย์มากกว่าดวงดาวธรรมดา ที่ยิ่งไปกว่านั้น ดาวดวงนี้ธำรงตนอยู่อย่างโดดเดี่ยว รอบข้างไม่มีดาวดวงไหนลอยอยู่ใกล้ ๆ เลยด้วยซ้ำ

“เห็นความสุกสว่างของมันมั้ย? นั่นคือดวงดาวที่เป็นตัวแทนของทักษะระดับสวรรค์! ตลอดชีวิตที่ยาวนานของข้า นี่คือทักษะระดับสูงสุดที่รวบรวมได้โดยบังเอิญ ข้าเจอมันในถ้ำโบราณแห่งหนึ่ง น่าเสียดาย! อายุไขของข้าสิ้นสุดลงก่อนที่จะฝึกฝนจนบรรลุขั้นแรกได้” เสียงของชายชรามีทั้งความภาคภูมิใจและความเสียดายปนกันอยู่ชัดเจน

เดวิดผงะไปเล็กน้อย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อระงับความแตกตื่น “ทักษะระดับสวรรค์!? ไม่ใช่ว่านั่นมีอยู่แค่ในตำนานอย่างนั้นหรอกหรือ? สงครามใหญ่เมื่อหลายหมื่นปีก่อนทำให้พวกมันสูญหายไปจากโลกใบนี้ ทักษะโบราณที่เกิดขึ้นก่อนที่การฝึกฝนคลื่นสมองจะแพร่หลาย ยังเคยมีคนตั้งทฤษฎีเอาไว้ด้วยซ้ำ สงครามครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการวิวัฒนาการอย่างผิดปกติของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ผลกระทบจากการต่อสู้ทำให้บรรยากาศของโลกถูกปนเปื้อนจนเกิดสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งขึ้นมาอย่างมากมายแบบปัจจุบันนี้”

“โอ้! นี่คือสิ่งที่กล่าวขานกันอยู่ในปัจจุบันอย่างนั้นหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า! แม้จะไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ต่างจากความเป็นจริงมากนักเลย” ชายชราจ้องมองเดวิดด้วยสายตาที่แสดงถึงความประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวออกมา หรือว่าหน้าตาของเขาไม่บ่งบอกเลยว่ามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ด้วย กล่าวอย่างง่าย ๆ ก็คือ คำพูดที่เดวิดกล่าวออกมาดูฉลาดกว่าหน้าตาเยอะนั่นเอง

เดวิดไม่ได้สนใจการจ้องมองของตาแก่ผมขาวเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ดาวดวงนั้นเขม็ง เสียงที่ราบเรียบดังขึ้นโดยไม่หันหน้ากลับมองมาด้วยซ้ำ “ผมเลือกฝึกทักษะระดับไหนได้บ้าง?”

ชายชรามีรอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า “ทำไม? เจ้าคิดว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะฝึกฝนทักษะระดับสวรรค์อย่างนั้นหรือ?” น้ำเสียงของเขาดูจะแฝงไปด้วยการเยาะเย้ยเล็ก ๆ แววตาที่เหยียดหยามปรากฏวาบขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนที่มันจะถูกเก็บซ่อนลงไปอีกครั้ง แน่นอนว่าเดวิดไม่สามารถรับรู้ได้เลย

และสิ่งที่โอวหยางฟงไม่ได้กล่าวออกมาก็คือ ก่อนที่จะหมดอายุไข เขาได้ใช้เวลานับพันปีทุ่มเทฝึกฝนทักษะระดับสวรรค์! หลายพันปี! แม้แต่ขั้นแรกก็ไม่สามารถบรรลุถึงได้ เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้อยากจะลองอย่างนั้นหรือ ด้วยระดับของผู้ก่อพลังขั้นสมบูรณ์ ไม่ได้เจียมตัวเอาเสียเลย!!

“เอาสิ! ตามกฎแล้วเจ้าสามารถเลือกฝึกทักษะอะไรก็ได้ อยากลองฝึกทักษะระดับสวรรค์ ข้าก็ไม่ห้ามเจ้าหรอก” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากปากยังนุ่มนวลอ่อนโยนเหมือนเดิม

ดวงตาของเดวิดทอประกายเจิดจ้าขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ทักษะระดับสวรรค์! สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้มันเย้ายวนจนแทบจะเกินต้าน แน่นอน! เขารู้ว่าสถานการณ์ที่นี่ไม่ปกติ เขารู้ว่าเจตนาของโอวหยางฟงที่อ้างว่าเป็นผู้ก่อตั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่บริสุทธิ์ เดวิดคิดว่าตัวเองเดาได้เกี่ยวกับเจตนาแอบแฝงของอีกฝ่ายแล้วด้วยซ้ำ

ทักษะระดับสวรรค์!! มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง บางทีทักษะระดับสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้าเขาอาจจะเป็นทักษะสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในโลกนี้แล้วด้วยซ้ำ ดังนั้น! ต่อให้รู้ว่าเสี่ยง เดวิดก็คงต้องขอลองดูสักตั้ง!

ร่างของเขาลอยพุ่งออกไปโดยไม่พูดไม่จา มือถูกยื่นออกไปอย่างหมายที่จะคว้าดาวที่ลอยเด่นอยู่มาไว้ในครอบครอง

ตูม!!!

ไม่ถึง! มือของเดวิดยังแตะไม่ถึงประกายดาวเสียด้วยซ้ำ เสียงระเบิดดังเลื่อนลั่นก็กังวานขึ้นมาก่อน แรงสะท้อนที่เกิดขึ้นส่งเขาลอยกลับหลังมาด้วยความเร็วที่สูงกว่าตอนพุ่งเข้าไปเป็นเท่าตัว ก่อนจะตกกระแทกแท่นเวทีที่ลอยอยู่กลางอวกาศอย่างแรง และกระเด็นกระดอนต่ออีก 2-3 ตลบ

พรวด!!

เดวิดยันตัวลุกขึ้นมากระอักเลือดคำโต สีหน้าของเขาซีดเผือดจนดูไม่ได้แล้ว…

จบบทที่ นักรบพันธุ์ผสม บทที่ 464 - บรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว