- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์ ราชันย์แพทย์
- บทที่ 36.ความน้อยเนื้อต่ำใจของเย่ซานซาน
บทที่ 36.ความน้อยเนื้อต่ำใจของเย่ซานซาน
บทที่ 36.ความน้อยเนื้อต่ำใจของเย่ซานซาน
​เสวี่ยรั่วปิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าโดยสัญชาตญาณ
​"ขอโทษด้วยนะ เรื่องของพ่อบุญธรรมฉันไม่เคยเข้าไปก้าวก่าย ฉันมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น"
​ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ซูเฉินก็ไม่ซักไซ้ไล่เลียงต่อ
​อย่างไรเสีย หยวนหู่ก็รับปากแล้วว่าจะไม่เข้ามายุ่งเรื่องที่เขารักษาเจี่ยเฉียนเฉียนอีก
​เพียงแต่ซูเฉินอยากรู้เท่านั้น ว่าใครกันแน่ที่คอยจ้องเล่นงานเจี่ยเฉียนเฉียนอยู่ในเงามืด
​"หมอซู นายบอกมาสิว่าฉันต้องทำยังไง นายถึงจะยอมตกลงเป็นศิษย์พ่อบุญธรรมฉัน?"
​เสวี่ยรั่วปิงมองซูเฉินด้วยสีหน้าลำบากใจ
​"เท่าที่ดูตอนนี้ คงไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับ เพราะผมไม่อยากใช้ชีวิตแบบเข่นฆ่าฟันแทง ผมแค่อยากเป็นคนธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น"
​"งั้นก็ตกลงตามนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะมากวนใจนายที่โรงพยาบาลทุกวัน วันละครั้ง จนกว่านายจะยอมตกลงเป็นลูกศิษย์พ่อบุญธรรมฉัน"
​"หา? แบบนี้มันจะไม่ค่อยดีมั้งครับ!"
​ซูเฉินถึงกับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ลง ผู้หญิงคนนี้แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากความสวยแล้ว เธอยังแตกต่างจากหญิงสาวทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
​"ฉันเองก็จนปัญญาเหมือนกัน พ่อบุญธรรมดีกับฉันมาก รักฉันเหมือนลูกแท้ๆ ท่านไม่มีลูกชาย ไม่มีลูกสาว ครองตัวเป็นโสดมาตลอดชีวิต รักและเอ็นดูฉันยิ่งกว่าลูกในไส้เสียอีก เพราะงั้นฉันจะทำให้ท่านผิดหวังไม่ได้เด็ดขาด"
​"คุณอยากจะทำยังไง ผมไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายหรอกครับ แต่เราตกลงกันก่อนนะ คุณห้ามมารบกวนการทำงาน แล้วก็ห้ามมารบกวนชีวิตส่วนตัวของผมด้วย"
​"นายมีแฟนหรือยัง?" จู่ๆ เสวี่ยรั่วปิงก็โพล่งถามขึ้นมา
​"เคยมีครับ แต่โดนแย่งไปแล้ว ตอนนี้โสดสนิท"
​"งั้นเหรอ? งั้นให้ฉันเป็นแฟนนายเอาไหม? นายว่าหน้าตากับรูปร่างฉันเป็นยังไงบ้างล่ะ?"
​เสวี่ยรั่วปิงลุกขึ้นยืน พลางหมุนตัวโชว์สัดส่วนต่อหน้าซูเฉินอย่างซุกซน
​ตอนนี้เสวี่ยรั่วปิงสวมชุดหนังสีดำรัดรูป ด้านในเป็นเสื้อเกาะอกหนังสีดำเข้าชุด
​ลุคนี้ดูทั้งเย็นชาและเซ็กซี่บาดใจ โดยเฉพาะเอวคอดกิ่วและสะดือที่เว้าลึกของเธอ ทำเอาซูเฉินมองจนตาค้างแทบจะลืมไม่ลง
​"อย่าล้อเล่นสิครับ ตอนนี้ผมยังไม่อยากมีความรัก อีกอย่าง ผมก็ไม่อยากได้แฟนด้วยวิธีแบบนี้ด้วย"
​เสวี่ยรั่วปิงถลึงตาใส่เขาอย่างค้อนขวับ "นายรังเกียจฉันงั้นเหรอ?
​อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ ถ้าฉันได้เป็นแฟนนายล่ะก็ พ่อบุญธรรมฉันจะซื้อทั้งรถหรูและคฤหาสน์หลังโตให้นาย แถมสินสอดทองหมั้นก็คงไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านแน่ๆ"
​ซูเฉินพยักหน้ายอมรับ
​ในฐานะพญายมรอง หยวนหู่ย่อมมีกำลังทรัพย์มหาศาลขนาดนั้นอย่างแน่นอน
​เสวี่ยรั่วปิงเป็นผู้หญิงที่สวยมาก นิสัยใจคอก็ไม่เลว เพียงแต่ในสายตาของซูเฉิน ความรักมันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายปุบปับขนาดนั้นหรอก
​ทั้งสองคนจิบชาอยู่ในโรงน้ำชาได้พักหนึ่ง เสวี่ยรั่วปิงก็รับสายโทรศัพท์แล้วขอตัวกลับไป ส่วนซูเฉินก็กลับมาที่โรงพยาบาลประจำเมือง
​ขณะที่เขากำลังหิ้วถังน้ำและไม้ถูพื้นเดินมาถึงโถงล็อบบี้ตึกผู้ป่วยในหมายเลขหนึ่ง
​เขาก็เห็นเย่ซานซานยืนอยู่ตรงนั้น ฝั่งตรงข้ามเธอมีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังยืนเถียงอะไรกันอยู่
​ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ ก็พบว่าใบหน้าของเย่ซานซานแดงก่ำและอาบไปด้วยน้ำตา
​ตรงหน้าเธอมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ หน้าตาจัดว่าหล่อเหลาเอาการ เขาสวมเสื้อกล้ามแขนกุด บนท่อนแขนเต็มไปด้วยรอยสัก
​มีผู้หญิงในชุดกระโปรงสั้นกุดสีบานเย็นเกาะแขนผู้ชายคนนั้นแน่น แววตาที่มองเย่ซานซานเต็มไปด้วยความยั่วยวนท้าทาย
​"คุณมาทำไม? ไสหัวไปเลยนะ เราสองคนเลิกกันแล้ว"
​เย่ซานซานตะโกนใส่หน้าชายคนนั้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจและเศร้าสร้อยสุดขีด
​ชายคนนั้นตวัดมือตบหน้าเย่ซานซานฉาดใหญ่
​"นังแพศยา มึงบอกเลิกก็เลิกงั้นเหรอ มึงอย่าลืมนะว่าเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ยังไม่ได้หย่ากันโว้ย"
​เมื่อซูเฉินเห็นดังนั้น ก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาทันที
​"เกิดอะไรขึ้นครับ? ทำไมต้องลงไม้ลงมือกันด้วย?"
​ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองซูเฉิน พอเห็นว่าเขาหิ้วไม้ถูพื้นกับถังน้ำ แถมยังสวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าของพนักงานทำความสะอาด
​เขาก็แค่นเสียงเย็นชา ชี้หน้าด่าซูเฉินว่า "นี่เมียกู กูจะตบเมียกูแล้วมันไปหนักหัวมึงเหรอ"
​ซูเฉินกวาดตามองชายคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นผู้หญิงในชุดกระโปรงสั้นสีบานเย็นเกาะแขนเขาแจ เขาก็พอจะเดาเรื่องราวออกได้เลือนราง
​"ถ้าเธอเป็นภรรยาของคุณ แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครล่ะครับ?"
​ซูเฉินชี้มือไปที่ผู้หญิงสุดเซ็กซี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ
​"จะเป็นใครแล้วมึงมาเสือกอะไรด้วยวะ? มึงมันก็แค่ภารโรงต๊อกต๋อยไม่ใช่หรือไง? เรื่องของกูไม่ต้องให้มึงมาเสือกหรอกนะ อย่าหาว่ากูไม่เตือน ถ้ามึงยังขืนปากดีอีกล่ะก็ กูจะกระทืบมึงให้ตายเลย มึงเชื่อไหม?"
​ผู้ชายคนนั้นยกท่อนแขนที่เต็มไปด้วยรอยสักขึ้น ชี้หน้าด่าซูเฉินอย่างเกรี้ยวกราด
​"โจวหงเหว่ย คุณทำบ้าอะไรเนี่ย? ยังทำขายหน้าไม่พออีกเหรอ? นี่คือหมอซู เขาเป็นคนให้เงินฉันห้าแสนมาช่วยชีวิตลูกสาวของเรานะ"
​เย่ซานซานที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตารีบเอาตัวเข้าขวางซูเฉินไว้ เธอเกรงว่าโจวหงเหว่ยไอ้อันธพาลคนนี้จะทำร้ายซูเฉิน
​"ฮ่าๆ ในที่สุดกูก็เข้าใจแล้ว มิน่าล่ะ มึงถึงได้ทำเย็นชากับกูนัก ที่แท้ก็แอบไปคบชู้กับไอ้หน้าขาวนี่มาตั้งนานแล้วสินะ
​มึงฟังให้ดีนะ นังตั่วตั่วมันต้องเป็นลูกชู้แน่ๆ มึงแอบไปมีอะไรกับมันจนท้องใช่ไหมฮะ?"
​โจวหงเหว่ยหัวเราะอย่างโอหัง ยกแขนขึ้นกอดอก สายตาเย็นเยียบกวาดมองเย่ซานซานและซูเฉินสลับกันไปมา
​น้ำตาของเย่ซานซานพรั่งพรูลงมาเป็นสาย
​เธอรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นถึงคุณหนูตระกูลผู้ดีมีชื่อเสียงในเมืองหลวงของมณฑล พ่อแม่รักและตามใจเธอมาก
​แต่เป็นเพราะความเอาแต่ใจของตัวเอง เธอถึงได้หนีตามโจวหงเหว่ยมาอยู่ที่เจียงโจว จดทะเบียนสมรสกัน พอพ่อแม่รู้ว่าเธอแต่งงานกับอันธพาลข้างถนน ก็ประกาศตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับเธอทันที
​ตั้งแต่เกิดมา นอกจากโจวหงเหว่ยแล้ว เธอไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายคนไหนอีกเลย คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าไอ้เดรัจฉานตัวนี้จะสาดโคลนใส่เธอแบบนี้
​"โจวหงเหว่ย ตั่วตั่วเป็นลูกสาวของคุณหรือไม่ คุณรู้อยู่แก่ใจดี แต่ตอนที่ตั่วตั่วป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว คุณกลับพาเมียน้อยหนีไปเที่ยว เราสองคนก็ขาดกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ​หย่ากันเถอะ ฉันจะหย่ากับคุณ"
​ซูเฉินที่ยืนอยู่ด้านข้าง รู้สึกบอกไม่ถูกว่าในใจคิดอะไรอยู่
​บนโลกใบนี้มีผู้หญิงโง่ๆ มากมายเหลือเกิน
​พวกเธอไม่ยอมฟังคำเตือนของพ่อแม่ ทำตัวอวดดี คิดว่าตัวเองได้แต่งงานกับความรัก
​แต่ที่ไหนได้ ผู้ชายเลวๆ หลายคนก็แค่เล่นๆ ด้วยเท่านั้นเอง
​"ตอนนี้มีไอ้หน้าขาวคอยเลี้ยงดูมึงแล้ว มึงก็เลยอยากจะหย่ากับกูงั้นสิ?"
​โจวหงเหว่ยกลอกตาไปมาพลางพูด
​"คุณเลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว หมอซูไม่ใช่คนแบบนั้น เขาก็แค่เห็นสองแม่ลูกอย่างเราหมดหนทางไปแล้ว ก็เลยยื่นมือเข้ามาช่วยเท่านั้นเอง ​ถ้าคุณยังมีความเป็นคนอยู่บ้าง ก็หัดรู้จักบุญคุณคนซะบ้างเถอะ คุณไม่อยากเลี้ยงตั่วตั่ว ฉันก็ไม่ง้อคุณหรอก ฉันเลี้ยงแกเองได้ หย่ากันเถอะ"
​ในช่วงเวลาที่เย่ซานซานสิ้นหวังที่สุด โจวหงเหว่ยกลับควงเมียน้อยไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ความรักที่เธอเคยมีให้โจวหงเหว่ย มันได้ตายไปจากใจนานแล้ว
​"พวกมึงสองคนต้องมีซัมติงกันแน่ๆ ไม่งั้นมันจะยอมควักเงินตั้งห้าแสนมาเป็นค่ารักษาให้ตั่วตั่วทำไม ​มันรวยนักไม่ใช่เหรอ? ให้มันเอาเงินมาให้กูอีกห้าแสนสิ แล้วกูจะยอมเซ็นใบหย่าให้แต่โดยดี คืนอิสระให้พวกมึงไปเสวยสุขด้วยกันไง"
​ตอนที่โจวหงเหว่ยได้ยินว่ามีคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ลูกสาวไปห้าแสน เขาก็สงสัยอยู่แล้ว
​เย่ซานซานจะไปเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน เขาจึงตามมาดูให้เห็นกับตา
​บังเอิญซูเฉินโผล่มาพอดี เขาจึงทึกทักเอาเองว่าซูเฉินกับเย่ซานซานแอบเป็นชู้กัน และกะจะใช้โอกาสนี้แบล็กเมล์รีดไถเงินสักก้อน
​"ฝันไปเถอะ ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็จะไม่ยอมให้คุณมารังแกหมอซูเด็ดขาด"
​เย่ซานซานก้าวออกมายืนบังหน้าซูเฉินอีกครั้ง ใช้ร่างบอบบางของเธอปกป้องเขาไว้
​"กูให้มันเลือกสองทาง เอาเงินมาให้กูห้าแสน กูยอมหย่า แล้วมันก็พามึงไปเสวยสุขได้เลย ​หรือถ้าไม่ให้กูสักแดงเดียว กูจะกระทืบมันให้พิการไปเลย"
​ในสายตาของโจวหงเหว่ย ซูเฉินก็เป็นแค่พนักงานทำความสะอาดกระจอกๆ คนหนึ่งเท่านั้น