- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์ ราชันย์แพทย์
- บทที่ 16.กล้องแอบถ่ายในห้องทำงาน ผอ.
บทที่ 16.กล้องแอบถ่ายในห้องทำงาน ผอ.
​บทที่ 16.กล้องแอบถ่ายในห้องทำงาน ผอ.
​หวังเทาติดตามเหอเฟิงมานานจนรู้นิสัยใจคอของลูกพี่เป็นอย่างดี เขายกมือกุมแก้มที่ยังบวมแดง แล้วแสร้งกระซิบเสียงอ่อย
​“ลูกพี่ครับ... ผมรู้ว่าชื่อเสียงของตระกูลเหอสำคัญที่สุด แต่เราต้องยอมรับความจริงนะครับ... ผมเคยเห็นไอ้เด็กนั่นแล้ว สายตามันมองพี่สะใภ้ด้วยความหื่นกามชัดๆ แถมพี่สะใภ้เองก็ดูเหมือนจะมีใจให้มันด้วย”
​เหอเฟิงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วแกจะเอายังไง?”
​“ง่ายนิดเดียวครับ... ผมจะจ้างมือปืนไปเก็บมันซะ จ้างสักสองล้านรับรองว่างานเนี๊ยบหายห่วง”
​หวังเทาแค้นฝังหุ่น อยากจะฆ่าซูเฉินให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้
​“ไม่ได้! ช่วงนี้เหอกรุ๊ปกำลังมีปัญหาหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเลี่ยงภาษีที่โดนสอบ ทั้งเรื่องที่ไปขัดใจ ‘เถ้าแก่หลิว’ คู่ค้ารายใหญ่”
​“ตอนนี้จะให้เกิดเรื่องอื้อฉาว หรือมีคดีฆาตกรรมมาพัวพันกับเหอกรุ๊ปไม่ได้เด็ดขาด ขืนมีคนตายขึ้นมา... บริษัทเราพังแน่”
​ความจริงคือช่วงนี้มรสุมรุมเร้าเหอกรุ๊ปอย่างหนัก ถ้าสถานการณ์ปกติ เหอเฟิงคงไม่ถึงขนาดต้องส่งเมียตัวเองไปบำเรอกามลูกค้าเพื่อแลกกับความอยู่รอดหรอก
​หวังเทากลอกตาไปมาอย่างเจ้าเล่ห์ “ลูกพี่... ผมฟังพี่ทุกอย่างครับ งั้นเราไม่ลงมือตรงๆ ก็ได้ แต่เราเล่นงานมันทางอ้อม... ถ้าเราหาหลักฐานได้ว่าพี่สะใภ้เป็นชู้กับไอ้เด็กนั่น เราก็มีความชอบธรรมที่จะจัดการมันได้ โดยไม่ต้องกลัวใครครหา”
​เหอเฟิงกอดอก เดินไปเดินมาอยู่สองสามรอบ ก่อนจะหยุดพยักหน้าเห็นด้วย
​“ดี... งั้นแกไปจัดการซะ หาคนฝีมือดีๆ ไปตามสืบหาหลักฐานมาให้ได้ จำไว้ว่าต้องเร็วที่สุด!”
​หวังเทามีเป้าหมายของตัวเอง คือต้องการกำจัดซูเฉิน
​ส่วนเหอเฟิงก็มีเป้าหมายของตัวเอง คือต้องการหลักฐานการคบชู้ของหลินเสวี่ยโหรว
​ถ้าได้หลักฐานมาเมื่อไหร่... เขาจะใช้มัน ‘แบล็กเมล์’ บีบให้หลินเสวี่ยโหรวยอมศิโรราบ และยอมไปนอนกับ ‘หลิวเฮ่าหราน’ แต่โดยดี
​หลิวเฮ่าหรานคนนี้หลงใหลในตัวหลินเสวี่ยโหรวตั้งแต่แรกเห็น และเคยเอ่ยปากกับเหอเฟิงตอนเมาว่า ถ้าเหอเฟิงยอมยกเมียให้เชยชมสักคืน เขาจะช่วยเปิดตลาดอเมริกาเหนือให้เหอกรุ๊ปทันที
​ถ้าได้ตลาดอเมริกาเหนือมา ตระกูลเหอจะกลับมายิ่งใหญ่และผงาดขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของเจียงโจวได้อย่างง่ายดาย
​“รับทราบครับลูกพี่ เรื่องนี้ผมจะลงมือเอง พี่ไม่ต้องห่วง รับรองไม่มีสาวถึงตระกูลเหอแน่นอน”
​เหอเฟิงถอนหายใจเบาๆ เอื้อมมือไปตบแก้มหวังเทาเบาๆ
​“น้องรัก... ขอโทษทีนะ เมื่อกี้พี่อารมณ์ไม่ดี เลยเผลอตบแกไปฉาดหนึ่ง”
​หวังเทารีบก้มหัวประจบ “โธ่ลูกพี่... พูดอะไรอย่างนั้น ผมติดตามพี่มาตั้งแต่เข้าวงการ พี่เห็นผมเป็นเหมือนน้องแท้ๆ พี่เครียด พี่ระบายลงที่ผมก็ถูกแล้วครับ ถ้าไม่ลงที่ผมจะไปลงที่ใคร”
​“ขอแค่พี่สบายใจ ให้ผมตบหน้าตัวเองโชว์ยังได้เลยครับ”
​เหอเฟิงตบไหล่ลูกน้องคนสนิท “ไปจัดการเถอะ... ขอให้ได้หลักฐานภายในอาทิตย์นี้ อย่าชักช้า”
​“ลูกพี่ครับ... มีอีกเรื่องที่ผมอยากปรึกษา”
​หวังเทายังไม่ยอมออกไป
​“ว่ามา”
​“ผมว่าตาแก่เฉินผิงเย่าน่าจะยังพอใช้ประโยชน์ได้นะครับ... เขาเป็นรอง ผอ. ทำงานที่เดียวกับพี่สะใภ้ เจอกันทุกวัน”
​“ยิ่งพี่สะใภ้กับไอ้เด็กนั่นเป็นหมอเหมือนกัน เฉินผิงเย่ายิ่งมีโอกาสจับตาดูความเคลื่อนไหวได้ง่ายกว่าผมเยอะ น่าจะหาหลักฐานได้ง่ายกว่า”
​เหอเฟิงพยักหน้า “อืม เข้าท่า... งั้นแกเอาเงินนี่ไปให้มันสักแสนนึง บอกว่าฉันขอโทษที่เข้าใจผิด”
​“ขอบคุณครับลูกพี่ เดี๋ยวผมจัดการให้”
​หวังเทาเดินกลับไปที่ห้องมืดหลังบ้าน เห็นเฉินผิงเย่านั่งขดตัวอยู่มุมห้อง ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว
​พอเห็นหวังเทาเข้ามา เฉินผิงเย่าก็รีบลุกขึ้นวิ่งมาเกาะแขนอ้อนวอน “คุณหวัง! ช่วยผมด้วย! ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะทำลายชื่อเสียงตระกูลเหอจริงๆ นะครับ!”
​หวังเทาคลำบัตรธนาคารในกระเป๋า แต่ไม่ได้หยิบออกมา
​เขาก้มลงกระซิบข้างหูเฉินผิงเย่า “หมอเฉิน... วันนี้ต้องขอโทษด้วยนะที่ผมลืมเตือน”
​“ลูกพี่ผมแกก็อารมณ์ร้อนแบบนี้แหละ อย่าไปถือสาเลย... เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุยให้แกปล่อยคุณกลับไป แต่คุณต้องรีบหาทางเอาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่า หลินเสวี่ยโหรวเป็นชู้กับไอ้เด็กนั่น... ถือว่าเป็นการไถ่โทษ”
​ใบหน้าของเฉินผิงเย่าฉายแววมีความหวัง
​“คุณท่านเหอยอมปล่อยผมแล้วเหรอครับ?”
​“ลูกพี่แกยังโกรธอยู่หรอก แกไม่อยากปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก แหม... ก็เล่นพูดจาหักหน้าแกต่อหน้าแขกซะขนาดนั้น”
​“แต่ผมจะแอบปล่อยคุณไปเอง... ดังนั้นคุณต้องเชื่อผม รีบหาหลักฐานมาให้ได้เร็วที่สุด”
​เฉินผิงเย่าเริ่มหนักใจ เพราะความจริงแล้วเขาไม่เคยเห็นทั้งคู่มีอะไรเกินเลยกันจริงๆ แล้วจะไปหาหลักฐานมาจากไหน?
​“คุณหวังครับ... เรื่องนี้คงยากหน่อย”
​“ยากอะไรกันเล่า... ผมแนะวิธีให้” หวังเทายิ้มเจ้าเล่ห์ “คุณก็แอบเข้าไปติดกล้องจิ๋วในห้องทำงานหลินเสวี่ยโหรวสิ เลือกมุมดีๆ... เผื่อฟลุ๊คถ่ายติดช็อตเด็ดขึ้นมา”
​สถานการณ์บีบบังคับ เฉินผิงเย่าคิดอย่างเดียวคือต้องหนีออกไปจากนรกขุมนี้ให้ได้ก่อน
​“ได้ครับ! ผมจะทำตามที่คุณบอก พอกลับไปผมจะรีบสั่งคนไปซื้อกล้องมาติดให้ทั่วห้องทำงานของหลินเสวี่ยโหรวเลย จะจับตาดูทุกฝีก้าวเลยครับ”
​“เยี่ยม! ถ้าได้หลักฐานเมื่อไหร่ ผมจะไปรายงานลูกพี่ว่าคุณมีความดีความชอบ... ดีไม่ดี นอกจากจะหายโกรธแล้ว แกอาจจะตบรางวัลให้คุณอีกต่างหาก”
​หวังเทาตบไหล่เฉินผิงเย่าอย่างเป็นกันเอง
​“ขอบคุณครับคุณหวัง! เป็นวาสนาของผมจริงๆ ที่ได้รู้จักคนดีๆ อย่างคุณ”
​“ไม่เป็นไร คนกันเองทั้งนั้น... ถ้าได้เรื่องแล้ว ผมจะพาคุณไปหาลูกพี่ผมอีกรอบ รับรองคราวนี้รุ่งแน่”
​“งั้น... ผมกลับได้เลยใช่ไหมครับ? ผมจะรีบไปจัดการเรื่องกล้อง”
​“เดี๋ยวผมขับรถไปส่ง... ไปกับผมไม่มีใครกล้าแตะต้องคุณหรอก”
​เฉินผิงเย่าซาบซึ้งใจจนแทบจะร้องไห้ หารู้ไม่ว่าเงินหนึ่งแสนที่เหอเฟิงฝากมาให้ โดนไอ้หวังเทามุบมิบเข้ากระเป๋าไปเรียบร้อยแล้ว
​หวังเทาขับรถพาเฉินผิงเย่ามาส่งถึงหน้าโรงพยาบาล
​“หมอเฉิน... มีอีกเรื่องที่ต้องรบกวน”
​“บอกมาได้เลยครับคุณหวัง บุกน้ำลุยไฟผมก็ยอม”
​สำหรับเฉินผิงเย่าแล้ว หวังเทาคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้จากห้องมืด
​“ช่วยส่งคนคอยสะกดรอยตามหลินเสวี่ยโหรวให้หน่อย... ดูว่าเลิกงานแล้วเธอไปไหน พักที่ไหน... ปกติเธอแยกกันอยู่กับพี่ชายผม ไม่ค่อยกลับคฤหาสน์หรอก ผมอยากรู้ที่อยู่จริงๆ ของเธอ”
​“รับทราบครับ เรื่องนี้ง่ายมาก” เฉินผิงเย่ารับคำแข็งขัน
​“ดีมาก... เจอที่อยู่เมื่อไหร่ รีบโทรบอกผมทันที”
​เฉินผิงเย่าพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะรีบลงจากรถ แล้วจ้ำอ้าวกลับเข้าไปในตึก
​หวังเทาหยิบบัตรธนาคารในกระเป๋าออกมาจูบ จุ๊บ แล้วยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข
​แต่รอยยิ้มก็จางหายไปทันทีเมื่อนึกถึงหน้าซูเฉิน
​เขาเป็นนักเลงที่ใครๆ ก็เกรงกลัว วันนี้กลับต้องมาเสียท่าโดนไอ้เด็กเมื่อวานซืนกระทืบจนเสียหมา
​แค้นนี้ต้องชำระ!
​“ไอ้ซูเฉิน... แกรอวันตายได้เลย!”
​……
​ในขณะเดียวกัน
​ซูเฉินและหลินเสวี่ยโหรว ก็ได้มาถึงหมู่บ้านหรูใจกลางเมือง ที่ซึ่งจะเป็นรังรักชั่วคราวของพวกเขา