เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

​บทที่ 140.ยอดพธู

​บทที่ 140.ยอดพธู

​บทที่ 140.ยอดพธู


​จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง ห้องหนังสือ

​เซียวจวินหลินกำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์ ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว

​[ระบบข่าวกรองรีเฟรชแล้ว]

​[1. เย่เทียนเช่อและองค์ชายสาม เจียงจ้าน ตกลงร่วมมือกันแล้ว พรุ่งนี้พวกเขาวางแผนใช้กลยุทธ์ ‘ล่อเสือออกจากถ้ำ’ หลอกเจ้าให้ออกจากจวนอ๋อง จากนั้นจะลักพาตัวซูฉานจิ้ง เป้าหมายของเย่เทียนเช่อคือ ‘คัมภีร์ไท่ชูชำระไขกระดูก’ ส่วนเป้าหมายของเจียงจ้านคือตัวซูฉานจิ้ง]

​[2. รัชทายาทหานซาง ไอซาวะ คิตะ เริ่มเสพสุขกับชีวิตในคุกใต้ดิน ถึงขั้นขอพู่กันและกระดาษจากหลิงเตี๋ย เพื่อเขียนตำรา ‘ศิลปะแห่งการเฆี่ยนตีและการปฏิบัติเชิงลึกอย่างง่าย’ โดยนางอ้างว่าจะใช้เป็นของขวัญระดับชาติ ถวายแด่ ‘เจ้านาย’ ของนาง]

​[3. ไป๋เสวี่ยได้ยินเสียงครวญครางแปลกประหลาดตอนเจ้าสอบสวนไอซาวะ คิตะ เข้าใจผิดว่าเป็นวิชามารยาขั้นสูงที่ไอซาวะ คิตะ ใช้เล่นงานเจ้า ด้วยความกระตือรือร้นทางวิชาการ นางจึงกำลังไปขอความรู้จากไอซาวะ คิตะ อยู่ในขณะนี้]

​พรูด!

​เซียวจวินหลินแทบพ่นน้ำชา

​เขารีบมองข้ามสองข้อหลังที่ชวนปวดหัวตุบๆ ไปโฟกัสที่ข้อแรกทันที

​“เย่เทียนเช่ออยากได้ ‘คัมภีร์ไท่ชูชำระไขกระดูก’?”

​เซียวจวินหลินนึกถึงคำพูดของประมุขพรรคปฐพีคราวก่อน ที่บอกว่าลมปราณขอบเขตอมตะของเย่เทียนเช่อไม่บริสุทธิ์ คงเป็นเพราะเหตุนี้สินะ

​ส่วนเจียงจ้าน... ฮ่องเต้ช่างรักลูกเหลือเกิน ปล่อยตัวออกมาก็ว่าแย่แล้ว นี่มันยังกล้าไปจับมือกับเย่เทียนเช่อ คิดจะแตะต้องซูฉานจิ้งอีก

​ในเมื่อหมาสองตัวนี้กล้ายื่นมือเข้ามา ก็ต้องตัดทิ้งซะ!

​เซียวจวินหลินวางถ้วยชา มองไปทางซูฉานจิ้งที่กำลังนั่งอ่านตำราเก่าคร่ำครึอย่างตั้งใจใต้แสงตะเกียง

​นางกำลังช่วยเขาพยายามซ่อมแซม ‘คัมภีร์ฝังศพสวรรค์’ ที่ไม่สมบูรณ์เล่มนั้น

​ตามคำบอกเล่าของลุงจ้าว ท่านปู่เซียวซานเหอฝึกฉบับสมบูรณ์ จึงสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตอมตะระดับทมิฬลึก จนสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วหล้า

​แต่พอมาถึงรุ่นพ่อ เซียวอู๋เลี่ยงเคยฝึกวิชานี้ในสนามรบ แต่เจอข้าศึกโจมตี จังหวะชุลมุนทำให้คัมภีร์ครึ่งหลังเสียหาย

​นับแต่นั้น เคล็ดวิชาก็มีจุดบกพร่อง บวกกับเซียวอู๋เลี่ยงมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังมากเกินไป ทำให้เขาติดอยู่แค่ระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์จนวาระสุดท้ายของชีวิต

​ดังนั้น การซ่อมแซมคัมภีร์เล่มนี้ให้สมบูรณ์ จึงสำคัญยิ่งชีพ

​“เป็นยังไงบ้าง?” เซียวจวินหลินถามเสียงนุ่ม

​ซูฉานจิ้งเงยหน้าขึ้น ขยี้ตาที่เริ่มล้า “เคล็ดวิชานี้ลึกล้ำพิสดารมาก แต่ส่วนที่ขาดหายไปดันเป็นกุญแจสำคัญในการทะลวงจากปรมาจารย์สู่ขอบเขตอมตะ ข้าคงต้องใช้เวลาสักหนึ่งเดือนถึงจะลองเติมเต็มส่วนที่หายไปได้... อืม... ข้ากะจะถือโอกาสปรับปรุงจุดด้อยบางอย่างไปด้วยเลย ท่านเชื่อใจข้าไหม?”

​“แน่นอน” เซียวจวินหลินยิ้ม นึกถึงแผนการของเจียงจ้านและเย่เทียนเช่อ

​เขาตั้งใจจะซ่อนตัวซูฉานจิ้งไว้ก่อน เพื่อสะดวกต่อการสับเปลี่ยนตัวประกัน!

​เซียวจวินหลินสวมกอดซูฉานจิ้งจากด้านหลัง “เจ้าต่างหาก ช่วงนี้ลำบากแย่เลย ​ข้าเตรียมห้องลับที่เรือนหลังไว้ให้เจ้าแล้ว เดือนนี้เจ้าไปพักอยู่ที่นั่น ตั้งใจศึกษาคัมภีร์ไป ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ช่วงนี้งดกลับบ้านเดิม แล้วก็อย่าเพิ่งติดต่อโลกภายนอกนะ”

​ซูฉานจิ้งบิดตัวขัดขืนพอเป็นพิธี “อย่ามากอดมั่วซั่ว! วันนั้นของเดือนมา!”

​จากนั้นก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย “เดี๋ยวข้าย้ายไปเลย”

​นางไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมเซียวจวินหลินถึงจัดการแบบนี้ แต่ตอนนี้นางรู้สึกว่า ทุกการตัดสินใจของเขา ล้วนมีความคิดลึกซึ้งซ่อนอยู่เสมอ

​……

​จวนอัครเสนาบดี

​ตู๋กูชิวเสีย นั่งเดียวดายในหอห้อง ​คันฉ่องทองแดงตรงหน้า สะท้อนใบหน้าซูบซีดไร้ชีวิตชีวา

​น้ำตาใสๆ ไหลรินอาบแก้มอย่างเงียบงัน

​นางอยากหย่าร้าง คราวก่อนนางจึงไปขอเข้าเฝ้าว่านกุ้ยเฟย

​แต่ว่านกุ้ยเฟยยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ยอมให้หย่าเด็ดขาด แถมยังสั่งให้นางตัดใจซะ เกิดเป็นคนของเจียงจ้าน ตายก็ต้องเป็นผีของเจียงจ้าน!

​แต่นางไม่ใช่คนของเจียงจ้าน นางเป็นคนของเซียวจวินหลิน ตู๋กูชิวเสียจะยอมทนอยู่ในชีวิตสมรสจอมปลอมนี้ไปจนวันตายได้ยังไง

​แต่ลำพังตัวนาง เมื่อเผชิญหน้ากับว่านกุ้ยเฟยและอำนาจราชศักดิ์ ก็รู้สึกเพียงความไร้หนทางสู้

ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

​“ชิวเสีย?”

​ได้ยินเสียงเปี่ยมเมตตาของท่านพ่อ นางรีบเช็ดน้ำตาทิ้ง

​อัครเสนาบดี ตู๋กูอวิ๋นเฮ่อ ถือชามโจ๊กรังนกเดินเข้ามา

​เห็นสภาพโศกเศร้าของลูกสาว ขุนนางผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนักผู้นี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

​เขาวางชามโจ๊กบนโต๊ะ หยิบไข่มุกราตรีจากทะเลตะวันออกที่ใสกิ๊งเม็ดหนึ่งออกมา วางเบาๆ บนมือลูกสาว

​“ชิวเสีย ลูกดูไข่มุกเม็ดนี้สิ งดงามไร้ตำหนิ เป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวที่แม่เจ้าทิ้งไว้ให้”

​ตู๋กูชิวเสียกำไข่มุกแน่น น้ำตาไหลพรากทำนบแตก

​“ท่านพ่อ ลูกทำให้ท่านพ่อผิดหวัง”

​“เด็กโง่ พูดอะไรอย่างนั้น” ตู๋กูอวิ๋นเฮ่อปลอบโยน น้ำเสียงอ่อนโยนรักใคร่

​“ตอนนั้นที่พ่อตั้งชื่อเจ้าว่า ‘ชิวเสีย’ (แสวงหาตำหนิ) ก็เพราะในใจพ่อ เจ้าเหมือนไข่มุกเม็ดนี้ เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดที่สมบูรณ์แบบ จนต้องพยายามหาตำหนิก็ยังไม่เจอ”

​“ต่อให้เจียงจ้านไม่ยอม ต่อให้ต้องแลกด้วยตำแหน่งขุนนาง พ่อก็จะช่วยให้เจ้าสมปรารถนาให้ได้!”

​ตู๋กูชิวเสียรีบลุกขึ้น คารวะตู๋กูอวิ๋นเฮ่อ

​“เด็กโง่ ลุกขึ้นเร็ว กินโจ๊กให้หมด แล้วรีบเข้านอนนะ อย่าคิดมาก”

​ตู๋กูอวิ๋นเฮ่อตบแขนลูกสาวเบาๆ ยิ้มให้แล้วเดินจากไป

​ตู๋กูชิวเสียมองแผ่นหลังของบิดาที่เดินจากไป ความรู้สึกไร้ที่พึ่งถาโถมเข้ามา

​นางรู้ดีว่าท่านพ่อแบกรับความกดดันมากแค่ไหน แม้จะเป็นถึงอัครเสนาบดี มีอำนาจบารมี

​แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจจักรพรรดิ เขาก็ยังอ่อนแอเกินไป นางจะตัดใจให้พ่อเอาทุกอย่างไปเสี่ยง เพื่อแลกกับอิสรภาพของนางได้ยังไง?

​ทันใดนั้น สาวใช้คนสนิทก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา กระซิบข้างหูตู๋กูชิวเสีย

​“คุณหนู คนของจวนเจิ้นเป่ยอ๋องมาเจ้าค่ะ”

​ตู๋กูชิวเสียเงยหน้าขวับ แววตาเป็นประกายด้วยความหวัง “เขา... มาเหรอ?”

​สาวใช้ส่ายหน้า “เปล่าเจ้าค่ะ เป็นบ่าวรับใช้ของเขามา”

​แววตาตู๋กูชิวเสียหม่นลงทันที “งั้น... บ่าวมาทำไม?”

​สาวใช้ดูออกว่าคุณหนูผิดหวัง จึงรีบอธิบายเสียงอ่อนโยน “ท่านซื่อจื่อฝากคำพูดมาบอกว่า ได้เตรียมเรือนรับรองไว้ให้คุณหนูแล้ว ขอให้คุณหนูรอฟังข่าวอย่างวางใจ และยังบอกอีกว่า... ทุกอย่างจะจบลงด้วยดีที่สุดเจ้าค่ะ”

​ตู๋กูชิวเสียตะลึงงัน

​เขายินดีแต่งงานกับข้า?

​แถมเขายังมีหนทางแต่งข้าเข้าบ้าน?

​ทันใดนั้น ความปิติยินดีมหาศาลก็ชะล้างความเศร้าโศกจนหมดสิ้น ตู๋กูชิวเสียปิดปากร้องไห้ด้วยความดีใจ...

จบบทที่ ​บทที่ 140.ยอดพธู

คัดลอกลิงก์แล้ว